xs
xsm
sm
md
lg

Gmm25 วิกฤต One ก็อ่วม “ต๊ะ-นรากร” ลงทุนเชือดตัวเอง ยังเอาไม่อยู่ !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ฉบับที่แล้วเขียนถึงเรื่องช่อง 8 ดิจิตอล ที่เร็ตติ้งเริ่มๆ จะดิ่งลงๆ จนต้องมีการขยับปรับโครงสร้างพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย และพยุงช่องไว้

แต่ก็ใช่ว่าจะมีช่อง 8 ช่องเดียวที่กำลังประสบปัญหา !!

อย่างน้อยถึงเร็ตติ้งจะร่วงยังไง ก็ยังติด Top 10 แค่พยายามรักษาฐานเดิมให้มั่น ไม่ให้ร่วงไปกว่านี้ก็ยังพอหายใจหายคอได้ แล้วถ้าพยายามขึ้นอีกหน่อย เผลอๆ ก็อาจจะมีสิทธิ์เบียดขึ้นมาทวงตำแหน่ง Top 5 กลับมาได้ แต่ที่หวังจะปั่นเร็ตติ้งสู่ Top 3 อันนี้บอกเลยว่ายาก เพราะยังไงๆ ช่อง 7 ช่อง 3 ช่องเวิร์คพ้อยท์ ก็ยึดหัวหาดไว้อยู่แล้ว

ช่องที่ดูจะหนักยิ่งกว่าช่อง 8 ก็คือ Gmm25 ของ “เจ๊ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุลฯ ”

ถ้าไม่มีผลสำรวจเร็ตติ้งออกมายัน อาจจะนึกว่าช่องของเจ๊ฉอดน่าจะอู้ฟู้น่าดู เพราะมีแต่คนพูดถึง Club Friday โดยเฉพาะตอนนี้ซิรีส์ 7 ตอน “รักต้องเลือก” กำลังจะถึงบทสรุปในคืนนี้แล้ว ว่าระหว่าง “แม่” กับ “เมีย” ใครจะถูกเลือก ?

ขอบอกว่างานนี้ 3 นักแสดงนำห้ำหั่นฝีมือกันสุดฤทธิ์ ไม่ว่าจะเป็น “บอย-พิษณุ” ที่โชว์ฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะฉากที่ต้องแสดงออกทางอารมณ์ สีหน้า แววตา อยู่บนเตียงคนป่วย ทำเอาคนดูน้ำตาซึม
“แตงโม-ภัทรธิดา” จากปกติที่เคยมีแต่คนหมั่นไส้ (ในชีวิตจริง) แต่เรื่องนี้เธอเล่นได้อย่างน่าสงสารจริงๆ
ส่วน “ตัวแม่” อย่าง “ตั๊ก- มยุรา” ไม่ต้องพูดถึง ฝีมือระดับขึ้นหิ้งอยู่แล้ว สามารถตีบทแม่ผัวตัวแสบแบบทำให้คนทั้งรัก ทั้งเกลียดไปพร้อมๆ กัน

แต่พอเอาเร็ตติ้งมาวัด กลับไม่ติดแม้แต่ Top 10 ตอนแรกก็นึกว่ากลับกลุ่มคนเมืองรึเปล่า ? เพราะงานสไตล์ Club Friday หรือซิรีส์นักศึกษาต่างๆ ในช่อง คนต่างจังหวัดคงไม่ปลื้ม แต่พอมาดูผลสำรวจเฉพาะกรุงเทพฯ ช่อง Gmm25 ก็ยังไม่ติด 1ใน 10 อยู่ดี

คิดดูแล้วก็ให้สงสารเจ๊ฉอด เพราะลำพัง “รบ” กับคนนอกบ้านก็เหนื่อยหนักพออยู่แล้ว แต่งานนี้ดูเหมือนจะต้อง “รบ” กับคนในหลังคาเดียวกันอีกด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าค่าย Gmm Grammy มีช่องดิจิตอลในมืออยู่ 2 ช่อง อีกช่องก็คือช่อง One ของ “คุณหนูบอย-ถกลเกียรติ วีรวรรณ”

และที่ต้องไม่ลืมอีกอย่าง ก็คือคุณหนูบอยมาทางสายทีวีโดยตรง ขณะที่เจ๊ฉอดเติบโตมาทางสายวิทยุ
เมื่อต้องมาอยู่ในสนามเดียวกัน แน่นอนว่าคุณหนูย่อมถือไพ่เหนือว่า !! เพราะมีทั้งทีมงานเบื้องหลัง มีทั้งดาราในมือ ที่แม้จะไม่โด่งดังเท่าดาราช่อง 3 ช่อง 7 แต่อย่างน้อยก็มีแฟนคลับที่ติดตามกันมาตั้งแต่ทำละครให้ช่อง 5

ขณะที่เจ๊ฉอดเรียกว่าแทบจะเริ่มต้นจากศูนย์ โดยเฉพาะเมื่อตัดสินใจรุกมาผลิตละครหลังข่าว โดยมี “เอส-วรฤทธิ์” เป็นมือขวาคนสำคัญ ประเดิมด้วยซิรีส์ “เพลิงกฤษณา” ที่หยิบบทประพันธ์ของนักเขียนมือรางวัล อย่าง “กฤษณา อโศกสิน” มาทำ 3 เรื่องต่อเนื่อง จาก “ลายหงส์” - “ปีกทอง” และ “ป่ากามเทพ”

แต่ดูจากละครเปิดหัวแหวนอย่าง “ลายหงส์” ก็พอมองเกมออกว่างานนี้เจ๊ฉอดน่าจะถูกคุณหนูบอยสกัดดาวรุ่ง ไม่ได้มองว่าเป็นช่องพี่ช่องน้อง เผลอๆ อาจมองว่าเป็นช่องคู่แข่งโดยตรงด้วยซ้ำ เพราะดูฟอร์มของนักแสดงนำแล้ว มีแต่เบอร์เล็กๆ หรือพูดง่ายๆ หยิบดาราตัว 2 ตัว 3 ขึ้นมาเป็นพระเอก-นางเอก

บท “หนึ่งหรัด” ที่เป็นตัวดำเนินเรื่อง ตามบทจะต้องเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายเห็นเป็นต้องหลงใหล และอยากได้ ซึ่งเธอก็ใช้ทุนในเรื่องเสน่ห์และความสวยเพื่อทำให้ตัวเองได้เป็น ได้มี ตามคำที่พ่อสอนแบบผิดๆ มองมุมไหน ก็ไม่น่าจะใช่ “รถเมล์-คะนึงนิจ” ที่ถูกวางตัวให้รับบทนี้ ไม่ใช่ว่ารถเมล์ไม่สวย แต่เธอสวยแบบเรียบๆ ไม่ได้สวยแบบฉูดฉาด ไม่ถึงขนาดทำให้ผู้ชายละเมอเพ้อพก ต่างจากเมื่อครั้งที่บทประพันธ์เรื่องนี้ถูกถ่ายทอดเป็นละครช่อง 3 บทนี้รับบทโดย “สินจัย หงษ์ไทย” (นามสกุล ณ ตอนนั้น) ไม่ต้องพูดถึงเรื่องฝีมือ แค่เรื่องบารมีในความเป็นดาราเบอร์ใหญ่ ก็เทียบกันใม่ได้แล้ว

หรืออย่าง “โทนี่ รากแก่น” ในบท “ทศเทพ” สามีคนแรกของหนึ่งหรัด บุคลิกและสไตล์การแสดง ก็ดูจะเหมาะกับละครประเภทซิรีส์เบาสมอง มากกว่าจะมอบบทดรามาหนักๆ ให้

ละครฟอร์มขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ใช้บริการดาราในสังกัดของเอ็กแซ็กท์ !!

นั่นคือคำถามที่แอบสงสัยอยู่ในใจ

หรือติดต่อแล้ว แต่ไม่ได้ เพราะคุณหนูบอยเองก็ต้องกั๊กเด็กไว้ให้ช่องของตัวเอง เพราะเป็นช่วงละครหลังข่าวเหมือนกัน

พอมาเรื่องที่ 2 “ปีกทอง” โผดาราค่อยน่าลุ้นขึ้นมาหน่อย เพราะมีทั้ง “ฌอห์น จินดาโชติ” , “แป้ง-อรจิรา” , “แป้งโกะ-จินตนัดดา ลัมะกานนท์” แม้จะไม่ถึงขนาดเป็นเบอร์หนึ่ง แต่อย่างน้อยภาษีก็ยังดีกว่านิดนึง

ตอนนี้ช่อง Gmm25 ก็ถือว่าวิกฤตหนัก จนต้องมีการปรับโครงสร้างบริษัทขนานใหญ่

ขณะที่ช่อง One ของคุณหนูบอย ก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่ดีมีสุข

หลายคนอาจจะพอได้ข่าวเรื่องที่ “ต๊ะ-นรากร ติตายน” ยกทีมออกจากช่องไปหมาดๆ

แม้ว่าออกตัวว่าทิศทางการทำงานไม่ตรงกัน แต่เบื้องลึกเบื้องหลังที่วงในแอบกระซิบบอก ก็คือต๊ะยอมสละตัวเอง เพื่อรักษาเลือดเนื้อไว้ คือยอมลาออกเสียเอง แลกกับการที่ไม่ให้นักข่าวรุ่นเด็กถูกปลด เพราะรู้ดีว่าเงินเดือนของตัวเอง ก็สูงขนาดที่สามารถจ้างพนักงานเด็กๆ อย่างน้อย 4-5 คน

แต่สุดท้าย แม้ว่าต๊ะจะโบกมือลา ช่อง One ก็ยังต้องลดโครงสร้างฝ่ายข่าวลงไปถึง 50% จาก 12 ทีม ถูกยุบเหลือ 6 ทีม

คิดดูว่าขนาดช่อง 8 ช่อง Gmm25 และช่อง One ที่มีเงินกงสีของบริษัทแม่ อย่าง อาร์เอส อย่าง Gmm Grammy คอยซัพพอร์ตอยู่ ยังแทบจะอุ้มไม่ไหว

ประสาอะไรกับช่องยิบย่อย ที่เพิ่งกระโดดลงมาซื้อสัมปทาน จะมีเงินคงคลังไว้แบกรับภาระขาดทุนไปได้อีกนานแค่ไหน

บอกได้เลยว่าวงการสื่อตอนนี้อาการน่าเป็นห่วง นิตยสารก็ปิดเป็นว่าเล่น ช่องดิจิตอลก็กำลังอ่วม พนักงานถูกลอยแพกันเป็นเบือ

ขอถอนใจดังๆ ไว้ ณ โอกาสนี้ !!

ที่มา นิตยสาร ผู้จัดการ 360 องศา สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 350 30 กรกฎาคม - 5 สิงหาคม 2559






กำลังโหลดความคิดเห็น...