xs
sm
md
lg

มารกามเทพ ตอนที่ 11

เผยแพร่:

มารกามเทพ ตอนที่ 11

เวลานั้นอลิสกับมินโฮเพื่อนสาว นั่งเม้าท์มอยกันอยู่ริมสระน้ำแห่งหนึ่ง มินโฮอ่านข่าวจากไอแพดไปด้วย แล้วหัวเราะลั่น

“ตรรกะอลิสนี่มันแรว้งงจริงๆ ดูสิ...แม่นังยัยน้ำหนึ่งเข้าโรงพยาบาลเลย
อลิสทำหน้างง “เข้าโรงพยาบาล ขนาดนี้เลยเหรอ?” สาวแสบชะโงกหน้าเข้าไปอ่านด้วย
มินโฮเพื่อนสาวถามด้วยความอยากรู้ “วันนั้นหล่อนไปบอกอะไรคุณหญิงล่ะ”
“บอกว่าน้ำหนึ่งหนีตามผู้ชายไปอยู่ที่ไหน แค่เบา...เบา”
มินโฮตาเหลือก “หนีตามผู้ชายนี่นะ เบา”
“ฮื่อเบา..เบามาก เพราะถ้าไม่เบา ฉันจะต้องไซโคหนักเข้าไปอีก ว่ายัยน้ำหนึ่งมันหลงเข้าไปอยู่ในดงคนบ้า”
มินโฮงงหนัก “ดงคนบ้า?”
“ก็ยัยพลอยบ้าไง” อลิสมองหน้าเพื่อนเหมือนคิดอะไรออก “ฉันว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น ไม่งั้นคุณหญิงไม่ไปนอนเป็นผักที่โรงพยาบาลหรอก”
อลิสทำหน้าครุ่นคิด สีหน้ากระหายใครรู้ขึ้นมาในบัดดล

ดาราณีนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ดวงหน้าซีดเผือด สภาพน่าสงสาร ดาราณีรู้สึกตัวละเมอออกมา
“อย่าพลอย...อย่า ฉันกลัวแล้ว”
จังหวะนี้ประตูเปิดเข้ามา พร้องกับร่างของอลิสที่หอบกระเช้าเดินเข้ามาเข้ามาใกล้เตียง
ดาราณีพึมพำคล้ายคนละเมอ “อย่าทำฉัน ฉันกลัว”
อลิสรีบวางกระเช้าลงเดินมามองอย่างสงสัย อยากรู้ ดาราณีพึมพำออกมา
“พลอย ฉันกลัว!”
ได้ยินชื่อพลอย อลิสยิ่งตื่นตะลึง
“พลอย” อลิสมองจ้องดาราณีลุ้นใหญ่
“ฉันไม่เคยทำอะไรเธอเลยนะ เธอต่างหากที่ทำฉัน พลอย”
อลิสพยายามจะปลุกเตือนสติ “คุณน้าๆ”
ดาราณีเงยหน้าขึ้นมามอง ในท่าทีสะลึมสะลือ ดาราณี เห็นหน้าอลิสเป็นพลอย
“พลอย”
อลิสตาโตตกใจ ดาราณีเห็นอลิสเป็นพลอย และเหมือนถลึงตาใส่ ดาราณียิ่งกลัว
“อย่าพลอย ฉันกลัวกลัวๆๆๆ” ดาราณีกรี๊ดสุดเสียง
อลิสตกใจ พยายามจะปลอบ ข่มตัวให้นอน “คุณน้าๆ”
พยาบาลเปิดประตูวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น “มีอะไรคะคุณ” พยาบาลฉุนหันมาดุอลิส “คุณมารบกวนคนป่วยทำไม”
“เปล่านะ ฉันเปล่า”
“เปล่าอะไรก็เห็นกันอยู่ คนป่วยต้องการพักผ่อน กรุณาออกไปค่ะ”
อลิสมองดูดาราณีทั้งห่วง และสงสัยใคร่รู้ ถูกพยาบาลดุอีก
“กรุณาออกไปค่ะ”
“ค่ะๆๆ” อลิสเดินออกไปทั้งที่สายตายังคลางแคลงใจอยู่

อลิสเดินหนีออกมา กำกำปั้นทำท่าทางแบบมั่นใจมาก
“ตรรกะอลิสไม่เคยพลาด มันต้องมีอะไร? แล้วมันก็มีจริงๆ ยัยพลอยบ้า คุณน้า”
ระหว่างนั้นนวลเดินมาแต่ไกล ในมือถือกระเป๋า ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของดาราณีมาด้วย ท่าทางของของนวลเคร่งเครียด อลิสมองอยากรู้อยากเห็น เสียงของดาราณีดังก้องดังหู
“ฉันไม่เคยทำอะไรเธอเลยนะ เธอต่างหากที่ทำฉัน พลอย!”
อลิสหยุดคิด ก่อนเดินย้อนกลับไปด้วยอยากรู้อยากเห็น

ด้านเพชรอยู่ที่ในห้องบ้านไร่เชิงเขา นั่งมองมือถือ เห็นภาพข่าวดาราณีนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล วูบแรก เพชรสะใจ แต่อีกใจก็นึกสงสารน้ำหนึ่ง เพชรเปิดประตูออกมาเจอน้ำหนึ่งนั่งพิงฝาบ้านไม่รู้ตัว
“น้ำหนึ่ง” น้ำหนึ่งไม่หันมามอง นิ่งเงียบ เพชรเอะใจ เรียกอีกเสียงดุ “น้ำหนึ่ง
น้ำหนึ่งพึมพำเบาๆ กอดตัวเองแน่น “หนาว...หนาว”
“น้ำหนึ่ง” เพชรตรงเข้าไปหา จับตามเนื้อตัวเขย่า เพชรสะดุ้ง น้ำหนึ่งตัวร้อนผ่าว ชายหนุ่มเอาหลังมือแตะหน้าผาก
“ไม่สบายนี่”
เพชรอุ้มน้ำหนึ่งเข้าไปในห้อง ห่วงเอามากๆ

น้ำหนึ่งนอนอยู่บนเตียงภายในห้องแล้ว เพชรเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดตาให้ น้ำหนึ่งเพ้อ
“คุณพ่อคุณแม่ น้ำหนึ่งขอโทษ”
เพชรนิ่วหน้า เขวี้ยงผ้าทิ้งลงบนเตียง ลุกพรวดขึ้นโกรธจัด จะเปิดประตูออกไปแต่น้ำหนึ่งกลับเพ้อออกมาอีก
“น้ำหนึ่งรักพี่เพชร...”
เพชรหยุดกึก ค่อยๆ หันมามอง น้ำหนึ่งพึมพำทั้งที่หลับ
“พี่เพชรฟังน้ำหนึ่งบ้างเถอะนะคะ”
เพชรมองน้ำหนึ่ง ใจอ่อนยวบ เดินกลับมาหา หยิบผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาให้น้ำหนึ่งใหม่
“น้ำหนึ่งรักพี่เพชร”จากนั้นก็แน่นิ่งหลับไป
เพชรมองน้ำหนึ่ง ก่อนคว้ามือมากุมอ่อนโยน “พี่ก็รักน้ำหนึ่ง...ไม่น่าเลย”
เพชรคิดเรื่องของตัวเองด้วยท่าทีหนักใจ ก่อนสลัดความคิดออกบอกตัวเอง
“อย่าโทษพี่พลอย ต้นเหตุไม่ใช่พี่พลอย...แต่เป็นคนพวกนั้น”
ดวงตาเพชรเป็นประกายดุดัน โกรธขึ้นมาอีก
-ตัดไป-
ฉากที่17โรงพยาบาลกลางวัน=ตัดสลับ
นวลถามด้วยความตกใจ
“คุณหญิงบอกว่าเห็นพลอย”
“ใช่..พลอยมาหาฉัน หรือว่า...พลอย..พลอยจะตายแล้ว”
อลิสที่ยืนแอบฟังหน้าห้อง ทำหน้าแบบงงๆ ว่าเป็นไปได้เหรอ ส่วนด้านในนวลเงียบ
“นวลไม่คิดอย่างฉันเหรอ? พลอยมาหาฉัน มาหาตลอด...” ดาราณีทำท่าครุ่นคิด “แล้ววันนั้น ที่บ้าน ที่
พลอยมาหาฉัน พลอยก็บอกว่าพลอยตายแล้ว”
“คุณหญิงอย่าเพิ่งคิดมากไปค่ะ” นวลไม่กล้าพูด
“นวลว่าฉันบ้าเหรอ” ดาราณีถาม ไม่ได้โกรธ แต่ตกใจ
นวลตกใจ และเกรงใจ รีบบอก “ เปล่าค่ะ...นวลไม่ได้คิด เพียงแต่..คุณหญิงอาจจะคิดมากไป เพราะ
วันนั้น...ไฟที่บ้านก็ไม่ได้ดับอย่างที่คุณหญิงบอก”
คราวนี้คุณหญิงนิ่งเงียบ สายตาเต็มไปด้วยคำถาม
“แต่วันนั้นไฟดับ และฉันก็เห็นพลอยจริงๆ” ดาราณีเริ่มสั่นกลัวขึ้นมาอีก “พลอยบอกว่าพลอยตาย”
นวลกับดาราณีมองจ้องหน้ากัน อลิสก็สงสัยใคร่รู้เหมือนกัน นวลบอกดาราณี
“คุณหญิงอย่าเพิ่งคิดมากนะคะ...เดี๋ยวนวลจะเช็กให้ค่ะ”
นวลทำท่าจะเดินออกมา อลิสรีบหลบไปทันที กลัวนวลจะเห็นแต่ยังไม่กลับ

นวลเดินออกมา อลิสที่แอบมองนวลตลอดเวลา แอบตามมา นวลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ขอให้เธอใช้เบอร์เดิมนะพลอย”
อลิสเงี่ยหูฟัง
พลอยอยู่ที่บ้านเชิงเขา เสียงโทรศัพท์ดัง พลอยยันกายออกจากรถเข็น เดินไปรับ สายตาเห็นเป็นเบอร์นวล พลอยยิ้มเยาะ หยิบมือถือขึ้นมา
พลอยดัดเสียงเป็นคนแก่ “สวัสดีค่ะ”
นวลไม่คุ้นเสียง “นั่น..เป็นเบอร์พลอยหรือเปล่าคะ”
“ค่ะ”
“เอ่อ..พลอยเป็นยังไงบ้างคะ ฉันขอสายพลอยหน่อย”
“พลอยมารับสายไม่ได้ค่ะ”
นวลหน้าซีด ใจเสีย “ทำไมคะ”
พลอยพูดช้าๆ ชัดๆ และเน้นทุกคำ แกล้งทำหลอนใส่ “พลอย ตาย แล้ว!”
นวลตกใจมาก “ว่าไงนะคะ พลอยตายแล้ว!”
พลอยกดสายทิ้งทันที
ลิสตาโตตกใจคาดไม่ถึงเหมือนกัน นวลตื่นตกใจ กดสายกลับอีกครั้ง เสียงปลายสายเป็นไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้
นวลตกใจ คาดไม่ถึง ว่าดาราณีเจอผี “พลอยตายแล้ว
อลิสงวยงงและตกใจ คิดในใจ
“ยัยพลอยบ้าตายแล้ว เป็นไปได้ยังไง”
ส่วนพลอยยิ้มเยาะอย่างพึงพอใจ

ด้านพจนีย์หงุดหงิดอยู่ที่บ้าน บ่นบ้าไปเรื่อย
“รจนะรจ ยัยน้องบ้า...จะไปไหนมาไหนก็ไม่บอก”
พจนีย์คว้าหนังสือพิมพ์มาอ่าน เห็นข่าว ดาราณีนอนที่โรงพยาบาล และรูปกรอบเล็กเกรียงศักดิ์ประกอบข่าว
“เตียงส่อแววหัก ดาราณีนอนรพ.ไร้เงาเกรียงศักดิ์”
พจนีย์เพ่งมองดูรูปเกรียงศักดิ์ชัดๆ นึกถึงตอนที่เกรียงศักดิ์ไปหาพลอย
“ก็ว่าอยู่ว่าหน้าคุ้นๆ มิน่า ท่านเกรียงศักดิ์นี่เอง หรือว่า ที่ท่านเกรียงศักดิ์หายตัวไป”

ที่พจนีย์ค่อยๆ ย่องเข้ามาที่บ้านเชิงเขา เห็นเศษมือถือที่ถูกพลอยยิง พจนีย์ก้มลงไปหยิบขึ้นมาดู
เหตการณืที่พลอยยิงมือถือเกรียงศักดิ์ หัวใจของพจนีย์ยิ่งเต้นระรัว ดวงตาประจักษ์แน่ชัด ที่เกรียงศักดิ์หายตัวไป เกิดเรื่องไม่ดีแน่ๆ
พลอยเลื่อนรถเข็นโผล่พรวดเข้ามา หน้าตาถมึงทึง พจนีย์กรี๊ด
“พี่พลอย!”
“มาทำไม”
“เอ่อ..เอ่อ” พจนีย์ปากคอสั่น จากวันนั้นยังกลัวพลอยอยู่มาก
พลอยดุ เสียงเข้ม “พี่บอกแล้วไง พี่อยากอยู่คนเดียว”
“แต่พจน์ พจน์เป็นห่วง”
“แน่ใจหรือว่าเธอเป็นห่วงพี่ กลับไป พี่อยากอยู่คนเดียว”
“ค่ะ” พจนีย์รับคำ แต่ตามองพลอยด้วยความสงสัย ท่าทางเหมือนไม่อยากกลับไป
พลอยมองตาขวาง อีกใจก็อยากรู้ ว่าวันนั้นใช่พจนีย์มั้ย พลอยถาม “พจน์มีอะไรกับพี่รึเปล่า”
พจนีย์ใจชื้นข้นมาหน่อย ใจก็อยากลองดี แบล็คเมล์
“เอ่อ...วันนั้นมีคนมาถามหาพี่พลอย พจน์จำได้ว่าเค้าคือท่านเกรียงศักดิ์ แต่ตอนนี้ข่าวลงว่าหายตัวไป พี่พลอยรู้มั้ยว่าเค้าไปไหน”
พลอยชักสีหน้า ถามเสียงเข้ม “พี่จะรู้ได้ยังไง” มองจ้องหน้า สงสัยว่าพจนีย์จะเห็นเรื่องวันนั้น
พจนีย์มองจับสังเกต พูดเป็นนัยอย่างถือไพ่เหนือกว่า “ก็วันนั้นเค้ามาหาพี่พลอย”
“แปลว่า...คนที่มาหาพี่...พี่ต้องตามติดเค้าตลอดไปเหรอ”
“พจน์ก็แค่ถามดู ถ้าพี่พลอยไม่เห็นก็ไม่เป็นไร แต่ท่านเป็นรมต. หายตัวไปแบบนี้ เรื่องใหญ่แน่”
“ไม่เห็นจะใหญ่ ท่านอาจจะไปเที่ยวไหนก็ได้”
พจนีย์ตั้งใจเหน็บ “ไม่ก็แอบไปหาอีหนู พวกเมียน้อย”
พลอยโกรธ คำพูดกระแทกใจ “พจน์”
“ทำไมคะ พจน์พูดอะไรผิด ผู้ชายที่หายหัวไปจากบ้านใหญ่ มีอย่างเดียวเท่านั้นแหละ ไปอยู่กับเมียน้อย”
พลอยตาวาวโรจน์ เนื้อตัวสั่น “หยุดพูดเดี๋ยวนี้พจน์”
พจนีย์มองเห็นพิรุธ แอบยิ้มยั่วอีก “ทำไมพี่พลอยต้องโกรธด้วยคะ”
“ก็แล้วทำไมพี่ต้องฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้ด้วย”
พจนีย์อมยิ้ม “เมาท์เรื่องชาวบ้านสนุกดีออกค่ะ...พี่พลอย!”
“ฉันไม่อยากฟัง กลับไป!”
พจนีย์มองหน้าพลอย เห็นพลอยโกรธจนตัวสั่นก็ยิ่งพอใจ สองคนจ้องหน้ากัน
พลอยโกรธที่พจนีย์ยืนมองหน้าไม่ไปไหน “ฉันบอกให้กลับไป” แล้วมองหาของข้างกายจะเขวี้ยง
“ค่ะๆๆ” พจนีย์เห็นท่าไม่ดี พลอยเอาจริง รีบถอยออกไป
พลอยกำของในมือที่จะเขวี้ยงพจนีย์แน่น ดวงตาเหลือกลาน เจ็บปวดกับคำพูดของพจนีย์เมื่อครู่เหลือแสน

“ผู้ชายที่หายหัวไปจากบ้านใหญ่...มีอย่างเดียวเท่านั้นแหละ ไปอยู่กับเมียน้อย”
 
คำพูดแทงใจประโยคดังกล่าว ทำให้พลอยประดับหวนคิดถึงเหตุการณ์ในอดีต

วันนั้น พลอยนั่งอยู่กับเกรียงศักดิ์บนโต๊ะอาหารในคอนโด ด้านหน้ามีเค้กวันเกิด พลอยนั่งมองเค้ก สลับกับมองหน้าเกรียงศักดิ์ ด้วยความปลาบปลื้ม ดีใจ และตื้นตันใจ
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู" เกรียงศักดิ์ร้องเพลง พร้อมกับอวยพรหลังพลอยเป่าเทียนวันเกิด "สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆ จ้ะพลอย”
“ขอบคุณท่านมากค่ะ...ไว้วันเกิดท่าน พลอยจะทำเค้กให้ท่านนะคะ...” พลอยมองอาหารบนโต๊ะ ด้วยดวงตาเป็นประกายสดใส เหมือนเด็กกำลังประจบผู้ใหญ่ “แล้วก็..จะทำอาหารแบบนี้ให้ท่านทานด้วย”
เกรียงศักดิ์ยิ้มเจื่อนๆ รู้ดีว่า ไม่มีทางเป็นไปได้ในชีวิตจริง พลอยมองเห็นแววตานั้นก็ใจเสีย
“ทำไมท่านทำหน้าอย่างนี้ล่ะคะ หรือท่านจะทิ้งพลอย...” พลอยโผเข้ามากอดแขนเกรียงศักดิ์ “ไม่นะคะ พลอยไม่ยอมให้ท่านทิ้งพลอย”
เกรียงศักดิ์แตะมือพลอยเบาๆ ปลอบใจ “ไม่เอาน่าพลอย..วันนี้วันเกิดพลอยนะ อย่าพูดอะไรแบบนี้”
“ก็พลอยกลัว...ท่านทิ้งพลอย...ท่านอย่าทิ้งพลอยนะคะ อย่าทิ้งพลอย”
เกรียงศักดิ์เริ่มอึดอัดใจ รู้สึกสงสารมากกว่า พลอยย้ำ อ้อนอีก
“ท่านอย่าทิ้งพลอยนะคะ”
เกรียงศักดิ์แตะมือพลอยอีก จำต้องยิ้มตอบ “จ้ะๆ ฉันไม่ทิ้งพลอย ทานข้าวนะ” แล้วตักอาหารให้เป็นการเอาใจ
พลอยค่อยรู้สึกดีขึ้น เชื่อเกรียงศักดิ์ “ขอบคุณค่ะ....วันไหน ที่เราได้อยู่ด้วยกัน พลอยจะทำอาหารอร่อยๆ
ให้ท่านทานทุกวันเลย”
“จ้ะ พลอยทานเยอะๆ นะ”
เกรียงศักดิ์ตักอาหารให้พลอยอย่างเอาใจ พลอยยิ้มชื่น รู้สึกดีขึ้น และอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน
นึกถึงเรื่องนี้แล้วพลอยนั่งน้ำตาไหล สะอื้นฮักๆ เจ็บปวดหัวใจเหลือเกิน


อีกเหตุการณ์ วันนั้นพลอยเดินเข้ามาที่กระทรวง เพื่อมาทำงานตามปกติ แต่สายตาคนที่มองพลอยเปลี่ยนไป
หญิงคนหนึ่งกระซิบเพื่อนพอได้ยิน “นี่ใช่มั้ย..ที่เค้าว่าเป็นเด็กท่าน”
“ใช่...จริงๆท่านก็ไม่ได้สนใจหรอก แต่เด็กมันยั่ว”
“เมียน้อยก็เป็นแบบนี้แหละ หน้าด้าน”
“อยากจะเดินเอาน้ำร้อนไปสาดหน้ามันจริงๆ พวกเมียน้อย” หญิงอีกคนพูดอย่างมีอารมณ์
พลอยได้ยินทุกคำ หน้าซีดเผือด ทั้งเจ็บทั้งอาย รีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว แต่เสียงของคนเหล่านั้นดังก้องหู ซ้ำๆ
“เมียน้อยๆๆๆๆๆ”

เสียงนั้นดังหลอกหลอนพลอยประดับ จนต้องเอามือปิดหู ไม่อยากได้ยินเสียงเหล่านั้น
“ไม่...ฉันไม่ใช่เมียน้อย ม่าย”
จังหวะนี้เกรียงศักดิ์ ได้ยินเสียงของพลอยดังแว่วเข้ามา เกรียงศักดิ์ชะงัก รู้สึกเจ็บปวดหัวใจอย่างมาก สำนึกผิดชอบชั่วดี เวทนา สงสาร ปนเปอยู่ในหัว ในขณะที่พจนีย์ที่กำลังจะย่างเท้าออกไปจากประตูรั้วหันกลับมามองเพราะเสียงร้องนั้น
“อย่าบอกนะว่า ท่านตายไปแล้ว”ดวงตาครุ่นคิด สายตาบ่งบอกว่า ชั้นต้องกลับมาอีกแน่ๆ

ฝ่ายเกรียงศักดิ์นั่งทรุดอยู่ในห้อง หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน สำนึกผิดชอบชั่วดีตีกัน แต่ยังเข้าข้างตัวเองบอก
“ไม่...เราไม่ผิด พลอยต่างหากที่คิดไปเอง...”
อาการอึดอัดเครียดเคร่งพุ่งขึ้นมาอีก เกรียงศักดิ์ ลุกเดินท่าทางหงุดหงิด หาทางออกไม่ได้ เกรียงศักดิ์เดินมาที่ประตูทุบร้องตะโกน
“พลอยเปิดประตูให้ฉัน พลอย”
พลอยที่นั่งน้ำตาไหลอยู่บนรถเข็นได้ยิน เหลียวมองมายังประตูนิ่งๆ เสียงเกรียงศักดิ์ดังแว่วออกมา
“พลอย! เปิดประตูให้ฉัน พลอย!”
พลอยค่อยๆ ลุกเดินจากรถเข็น ตรงมาที่ห้องเก็บของ ยืนอยู่ด้านนอก ขยับตัวเข้ามาแนบชิดติดประตู แต่ไม่ส่งเสียงใดๆ ยืนฟังนิ่งๆ เกรียงศักดิ์ ยิ่งเครียด ยิ่งโกรธ ทุบประตูไม่ยอมหยุด
“พลอย เปิดประตูให้ฉันหน่อย พลอย”
มือพลอยค่อยๆ ไขกุญแจ และโดยที่เกรียงศักดิ์ไม่ทันตั้งตัว พลอยกระแทกประตูเข้าไป กระแทกถูกหน้าเกรียงศักดิ์อย่างแรงจนล้มหน้าคะมำกับพื้น ใบหน้าเกรียงศักดิ์อยู่แทบเท้าพลอยที่ก้าวเข้าไป เกรียงศักดิ์เจ็บ ตะคอกหงุดหงิด
“จะเล่นอะไรอีกพลอย”
พลอยหัวเราะเบาๆ “เล่น...?!! ถูกแล้วที่ท่านเข้าใจว่านี่คือการเล่น”
เกรียงศักดิ์จ้องหน้าพลอย เห็นน้ำตาคลอหน่วยตาที่เคยเต็มไปด้วยความรักและเทิดทูน และที่สำคัญ
เกรียงศักดิ์เห็นความไม่ปกติอยู่ในนั้น พลอยพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บช้ำ
“เล่น...เหมือนที่ท่านเคยเห็นพลอยเป็นของเล่น ท่านทำให้พลอยถูกประณาม หยามเหยียด ว่าเป็นเมียน้อย พลอยหน้าด้าน พลอยมันเลว มันชั่ว” พลอยตะคอกใส่ “เกมมันไม่จบแค่นี้หรอก”
พลอยเดินออกไป ปิดประตู กระแทกอย่างแรง แล้วล็อกอย่างรวดเร็ว เกรียงศักดิ์กระโจนไปทุบประตูอีก
“พลอยจะทำอะไรอีก อย่านะพลอย! พลอย!”
ครู่ต่อมาเสียงรถเข็นของพลอยเลื่อนห่างออกไป ห่างออกไป ทุกอย่างเงียบกริบ เกรียงศักดิ์นิ่วหน้า หมดหวังลงไปทุกที

ท่ามกลางความมืดสลัวยามค่ำคืน พลอยลุกเดินขึ้นมาจากรถเข็น ท่าทางเซซัง เหมือนคนอกหักหัวใจสลาย เจ็บปวดกับแผลในใจที่ไม่เคยหาย พร้อมกันนี้พลอยทรุดลงกับพื้น ร้องไห้อย่างคนหมดแรง เสียงร้องไห้ของพลอยดังก้องสะท้อนไปทั่วทั้งหุบเขา
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องทุกข์ทนทรมานแสนสาหัส


รุ่งเช้าเพชรมองน้ำหนึ่งด้วยดวงตาอาทร ค่อยๆ หลังมือแตะที่หน้าผาก เห็นว่าตัวน้ำหนึ่งไม่ร้อนแล้ว สีหน้าเพชรดีขึ้น น้ำหนึ่งกระพริบตาถี่ๆ เหมือนคนจะตื่น เพชรรีบลุกขึ้นหันหลัง จัดโน่นจัดนี่ไปเรื่อย ทำเป็นไม่สนใจ น้ำหนึ่งลืมตามองมา เรียกเบาๆ
“พี่เพชร”
“รู้สึกตัวแล้วเหรอ... ทีแรก..พี่ก็นึกว่าเธอจะตาย” เพชรปากไม่ตรงกับใจ
“แล้วถ้าน้ำหนึ่งตายจริงๆ พี่เพชรจะดีใจเหรอคะ”
“ใช่”
น้ำหนึ่งน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ แต่ก็เข้าใจ “น้ำหนึ่งรู้ว่าพี่เพชรกำลังโกรธ แต่กรุณาฟังน้ำหนึ่งบ้างนะคะ...ที่ผ่านมาคุณพ่อเป็นคนผิดจริง แต่ตอนนี้พี่พลอยกำลังแย่พี่พลอยกำลังหลอกทุกคน พี่เพชรต้องพาพี่พลอยไปหาหมอ”
เพชรฟังแล้วของขึ้น ปราดเข้ามากระชาก ดุ “เธอพูดอะไรของเธอน้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งอ้อนวอนขอร้อง พูดดีๆ ด้วย “อย่าเพิ่งโกรธนะคะ....ฟังน้ำหนึ่งก่อน พี่พลอยหายแล้ว..แต่พี่พลอยแกล้งพิการ”
เพชรยิ่งโกรธ “น้ำหนึ่ง”
น้ำหนึ่งมองมาด้วยแววตาอ้อนวอนขอร้องให้เพชรฟัง และอยากให้เชื่อ “น้ำหนึ่งพูดจริงนะคะพี่เพชร พี่พลอยหายแล้วจริงๆ”
“พี่ไม่เชื่อ ออกไป” เพชรลากน้ำหนึ่งขึ้นมา “ออกไป”
“พี่เพชร”
เพชรดุ “ไม่ต้องพูด...ถ้าเธอใส่ร้ายพี่พลอยอีก เธอจะเจอหนักกว่านี้ ออกไป”
เพชรโกรธจัดลากน้ำหนึ่งออกไป น้ำหนึ่งร้องอ้อนวอน ยังป่วยอยู่แทบไม่มีแรง
“อย่าพี่เพชร อย่า”

แดดยามสายร้อนเปรี้ยง ท่าทางน้ำหนึ่งอ่อนระโหยโรยแรง ขณะยื้อมือเพชร รั้งตัวเอาไว้
“ปล่อย พี่เพชร”
“ไม่ปล่อย”
“พี่เพชร...จะพาน้ำหนึ่งไปไหน”
“ทำโทษ....คนที่ชอบใส่ร้ายคนอื่นอย่างเธอจะได้จดจำ”
เพชรลากน้ำหนึ่งไปที่สระบัว น้ำหนึ่งเห็นยื้อตัวเอาไว้
“อย่า..พี่เพชร..น้ำหนึ่งไม่สบาย อย่า”
เพชรไม่สนอุ้มน้ำหนึ่ง จะโยนลงสระ น้ำหนึ่งกอดเพชรแน่น
“อย่า..พี่เพชร น้ำหนึ่งไม่สบาย”
“ดี! เธอจะได้ตายๆ ไปเลย”
น้ำหนึ่งมองค้อน เพชรมองตาขวาง น้ำหนึ่งแกล้งหลับตาไม่ดิ้น ไม่เถียง ขณะที่เพชรทำท่าจะโยนน้ำหนึ่งลงไป ร่างน้ำหนึ่งแน่นิ่งจนแทบจะหลุดร่วงลงไปจริงๆ จนเพชรต้องรีบคว้าตัวน้ำหนึ่งเอาไว้ก่อนจะตกลงไปในน้ำ เพชรฉงน
“น้ำหนึ่ง”
เพชรมองไม่รู้ว่าน้ำหนึ่งแกล้งหมดสติไปแล้ว
เพชรอุ้มน้ำหนึ่งมาวางลงบนเตียง เช็ดหน้าเช็ดตาให้น้ำหนึ่งอ่อนโยน ทะนุถนอม บ่นตัวเอง
“แกล้งเค้า แล้วต้องมาดูแลเค้า แกจะแกล้งเค้าไปทำไมวะ”
เพชรหงุดหงิดตัวเอง พอมองน้ำหนึ่ง ก็ห่วงใยท่าทีอ่อนโยนลง ได้แต่ถอนหายใจก่อนเดินออกไป น้ำหนึ่งที่แอบปรือตามอง อมยิ้มหน้าเซียวๆ แอบย่องตามไป

ไม่นานต่อมา เพชรง่วนกับการทำกับข้าวอยู่ในครัว น้ำหนึ่งย่องมาแอบมอง เห็นเพชรหยิบหม้อ หยิบอุปกรณ์ต่างๆ มาทำกับข้าวเก้ๆ กังๆ น้ำหนึ่งมองอย่างซาบซึ้ง จังหวะนี้เสียงมือถือดัง เพชรรับ
“เออว่าไง? ทำข้าวต้มอยู่...แฟนไม่สบาย” เพชรพูดไม่เต็มเสียงนัก
น้ำหนึ่งแอบอมยิ้มขำ
“บ้านไร่ของนายสบายอยู่แล้ว ขอบใจมากที่เป็นห่วง แล้วคุยกัน”
เพชรวางสายไป แต่จากสายตารู้สึกเหมือนคนมอง เพชรหันขวับมามอง น้ำหนึ่งรีบหลบเข้าไปรวดเร็ว
เพชรมองไม่เห็นใคร ส่ายหน้า ทำข้าวต้มต่อแบบเก้ๆ กังๆ ตามประสาคนไม่เคยเข้าครัวต่อไป

น้ำหนึ่งเข้ามานอนที่เดิม ดวงตาหวามไหวเต็มไปด้วยความรัก
“พี่เพชรรักน้ำหนึ่ง...พี่เพชร รักน้ำหนึ่ง!”
ดวงตาของน้ำหนึ่งมีความหวังและกำลังใจในการสู้ ก่อนจะเคลิ้มหลับไปจริงๆ
ส่วนด้านนอก เพชรครุ่นคิด เสียงของน้ำหนึ่งดัง
“ฟังน้ำหนึ่งก่อน พี่พลอยหายแล้ว..แต่พี่พลอยแกล้งพิการ”
“เป็นไปไม่ได้”

เพชรนิ่วหน้า และไม่เชื่อเด็ดขาด
มารกามเทพ ตอนที่ 11 (ต่อ)

นวลเดินออกมาจากห้องของหมอ ดวงหน้าของนวลซึมเศร้า น้ำตาคลอ เสียงหมอดังก้อง

“ตั้งแต่ครึ่งร่างอาการตอบสนองของคุณหญิงไม่มี”
นวลตกใจ “หมายความว่ายังไงคะ คุณหญิงเป็นอัมพาต”
“ต้องรอดูอาการก่อนครับ..อาจจะไม่รุนแรงขนาดนั้นก็ได้..อาจเป็นแค่อัมพฤกษ์”
นวลหน้าตาไม่ดีเลย

คืนนั้นนวลเปิดประตูเข้ามา หน้าตาไม่ค่อยดี ดาราณีถาม
“หายไปไหนมาตั้งนาน นวล”
นวลมองคุณหญิง ไม่กล้าบอกสงสาร แต่ดาราณีกลับไพล่ถามถึงเรื่องพลอย
“แล้วพลอยเป็นยังไง” นวลเงียบ อึดอัดใจอีก ดาราณีเร่งเร้า “ทำไมไม่พูดนวล” คุณหญิงมองลุ้น ใจเต้นระรัวขณะถามย้ำ “พลอย..พลอยตายแล้วใช่มั้ย ใช่มั้ยนวล”
นวลนิ่งไปนิด ก่อนบอก “ค่ะคุณหญิง พลอยตายแล้ว”
ดาราณีพึมพำหน้าซีดเผือด “พลอยตายแล้ว แปลว่า พลอยมาหาฉันจริงๆ” ดาราณีเริ่มลนลานท่าทีหวาดผวา “แปลว่า พลอยมาหาฉันจริงๆ”
ดาราณีกับนวลมองหน้ากัน สายตาประหวั่นพรั่นพรึง ดาราณีกลัวมาก
“พลอยต้องแค้นฉัน แค้นฉันมาก นวลฉันกลัว กลัว”
ร่างของดาราณีสั่นสะท้าน โผเข้ากอดนวลแน่น พร่ำรำพัน
“กลัว...ฉันกลัว ว้าย”
ร่างของดาราณีร่วงตกจากเตียง นวลปราดเข้าไปหาประคอง กลัวดาราณีเจ็บ
“คุณหญิงเป็นยังไงบ้างคะ? เจ็บมากหรือเปล่า”
ทว่าดาราณีนั่งนิ่งๆ รู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ปากสั่นระริก
“นวล....ทำไม? ทำไมฉันไม่รู้สึกอะไรเลย ฉันไม่เจ็บ ฉันไม่ปวด..นวล!”
นวลไม่กล้าตอบ ดาราณีดูสีหน้าของนวลก็รู้ ดาราณีร้องกรี๊ด สะเทือนใจมาก
“ฉันเดินไม่ได้ใช่มั้ยนวล ฉันเดินไม่ได้ใช่มั้ย” ดาราณีร้องไห้ฟูมฟาย
นวลร้องไห้ด้วย กอดดาราณี “คุณหญิงยังมีนวลค่ะ คุณหญิงยังมีนวล”
“ทำไมนวล? ทำไมมันต้องเกิดขึ้นกับฉัน? ทำไม?”
ดาราณีร้องไห้โฮๆ
นักปราชญ์เปิดประตูเข้ามา เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

นวลร้องไห้เดินออกมากับนักปราชญ์ ขณะที่นักปราชญ์บอกกับนวล
“เรื่องคุณหญิง...ผมเสียใจด้วยจริงๆ”
นวลนิ่ง รู้อยู่เต็มอกเรื่องดาราณีเกิดขึ้นเพราะพลอย ตัวนวลยังไม่รู้แต่สงสัย เรื่องพลอย และเพชร
อารมณ์โกรธ อยากหลบเลี่ยงเรื่องพลอย พูดบอกนักปราชญ์
“ท่านไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวกับคนอย่างไอ้เพชรเลย ไม่งั้น ท่านก็ไม่ต้องเป็นอย่างนี้”
“ผมมีวิธีล่อไอ้เพชรให้มันติดกับเราอีกครั้ง แต่ป้านวลต้องรับปากผมก่อน”
“อะไรคะ”
“ป้านวลต้องให้การกับตำรวจ ยืนยันเหมือนเดิมว่า ไอ้เพชรเป็นคนยิงตาหวาน แล้วผมจะเอาคืนไอ้เพชรให้ท่าน ให้คุณหญิงทุกอย่าง รวมทั้งพาน้องน้ำหนึ่งกลับมาด้วย”
นวลนิ่ง นักปราชญ์ถามย้ำ
“ป้านวลว่ายังไงครับ”
“ได้ค่ะ ...นวลจะยืนยันกับตำรวจเหมือนเดิม ไอ้เพชร เป็นคนยิงตาหวาน จนตาย!”
นักปราชญ์ยิ้มโล่งใจ

เวลาเดียวกันเพชรมองชามข้าวต้ม สลับกับมองน้ำหนึ่งที่นอนหลับอยู่
“ข้าวต้มเย็นหมดแล้ว ยังไม่ตื่นอีก”
เพชรมองน้ำหนึ่ง ถอยออกมานั่งห่างๆ แหงนมองไปยังดวงจันทร์บนท้องฟ้า นึกถึงทับทิม และเหตุการณ์ตอนที่ นวลบอกทับทิมไม่ได้อยู่
“แม่อยู่ที่ไหน”
ดวงตาของเพชรมีแต่แววกังวล เพราะเป็นห่วงทับทิม กลุ้มกับปัญหารุมเร้าทุกอย่าง

ทับทิมที่เพชรกำลังคิดถึง นั่งจับเจ่าอยู่ในห้องคุมตัวของบ้านร้าง พยายามคิดหาทางออก ทับทิมมองออกไปเห็นลูกน้องของอารีย์อยู่กันเต็ม คอยเฝ้าทุกจุด
ทับทิมหน้างอหงุดหงิด อารีย์เปิดประตูเข้ามา ผู้หญิงสองคนมองกันตาขวาง ทับทิมด่า
“ปัญญาอ่อนที่สุด..กะอีแค่เรื่องผู้ชาย..ก็ต้องจับกันมาขังไว้”
“ฉันจะไม่เกลียดเธอขนาดนั้นหรอกทับทิม ถ้าเธอไม่ได้เป็นศัตรูลูกชายฉัน”
“ฉันไม่เคยทำอะไรลูกชายคุณ...มีแต่ลูกชายคุณทำร้ายฉัน ทำร้ายลูกฉัน”
“ใช่...ลูกชายฉัน ผิด แต่เธอเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่คนเป็นเมียบ้างมั้ย...สามีเข้าข้างผู้หญิงคนอื่น จนยอมทำร้ายลูก”
“เพราะพี่บัติรู้ไงว่าอะไรผิดอะไรถูก” ทับทิมเยาะ
“แต่มันใช้ในชีวิตจริงไม่ได้” อารีย์หยัน
“ได้สิ...ถ้าคุณมีคุณธรรมพอ”
“คุณธรรม แลกกับการที่ให้ลูกชายไปติดคุกน่ะเหรอ? มันมีแต่ในนิยาย ทับทิม”
“ก็นั่นแหละที่เค้าเรียกกัน คนเลว!”
อารีย์ตบดังผลัวะ ทับทิมเหลียวขวับมามองตาเขียว โกรธ อารีย์มองข่ม
“ฉันยอมเลวเพื่อลูก..เรามาคุยกันดีๆ ดีกว่า...”
ทับทิมมอง อยากรู้ว่าอารีย์จะพูดอะไร อารีย์ว่าต่อ
“ฉันจะให้เงินเธอกับลูกก้อนใหญ่ก้อนหนึ่ง แต่เธอกับลูกต้องหนีไป หมดอายุความแล้วค่อยกลับมา”
ทับทิมหัวเราะลั่น) โถๆๆๆ คุณอารีย์ ช่างมีน้ำใจที่แสนจะอารีย์สมชื่อ แต่ชีวิตคนทั้งคน มันไม่ง่ายขนาด
นั้นหรอก โดยเฉพาะลูกฉันไม่ได้ผิด ฉันไม่ยอม ลูกแกต่างหากที่จะต้องเข้าคุกนังอารีย์
ทับทิมกระโจนเข้าหาอารีย์ เงื้อมือตบอย่างแรง ลีลาของสองคนแตกต่างกัน ทับทิมลุยแบบชาวบ้าน จิก ข่วน ทุกกระบวนท่า แต่อารีย์มีชั้นเชิง แบบเมียเจ้าพ่อ เด็ดขาด อารีย์กระชากผมทับทิมอย่างแรง อีกมือหนึ่งเอาปืนจ่อที่หัว
ทับทิมมองปืนใจหายวับ ร้องลั่น “อย่า!”
นักปราชญ์เปิดประตูเข้ามา “กำลังอยากขอเสียงอยู่พอดี”
“แกจะทำอะไร”
“ในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่อง...”
นักปราชญ์หยิบมือถือขึ้น ทับทิมมอง ใจเต้นรัว นักปราชญ์โทร.หาใครบางคน

ค่ำนั้นน้ำหนึ่ง ลืมตาขึ้นมา เห็นเพชรนั่งอยู่ น้ำหนึ่งแอบยิ้มในดวงตา เพชรเฝ้าเธอ เพชรถามดุ
“ตื่นแล้วเหรอ? กินข้าวซะ จะได้กินยา”
น้ำหนึ่งแอบอมยิ้มอ้อน “น้ำหนึ่งไม่มีแรง กินไม่ไหว”
“ไม่กิน ก็ตาย”
“พี่เพชรจะให้น้ำหนึ่งตายจริงๆ เหรอ” เพชรเมินหนี “แน่ใจนะ ถ้าน้ำหนึ่งตายจริงๆ พี่เพชรจะไม่เสียใจ” น้ำหนึ่งแกล้งเพชร “ได้....ถ้าพี่เพชรอยากให้น้ำหนึ่งไปตาย น้ำหนึ่งจะไปจริงๆ”
พูดจบน้ำหนึ่งก็แกล้งวิ่งออกไป เพชรคว้าตัวเอาไว้
“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”
“ก็พี่เพชรอยากให้น้ำหนึ่งตาย...”
สองสายตาประสานตากัน น้ำหนึ่งบอกเสียงหวาน
“ทุกคนครั้งที่เห็นสายตาพี่เพชร น้ำหนึ่งรู้..พี่เพชรรักน้ำหนึ่ง พี่เพชรจะไม่มีวันทำร้ายน้ำหนึ่ง”
“เพ้อเจ้อ” เพชรเมินหน้าหนี
น้ำหนึ่งคว้าคอเพชรเอาไว้ ดันหน้าเพชรให้หันมา “ไม่ได้เพ้อเจ้อค่ะ..พี่เพชรรักน้ำหนึ่ง ถ้าไม่เชื่อ..พี่เพชร
ก็หันมามองน้ำหนึ่งสิคะ...”
เพชรไม่หัน กลัวสายตาตัวเองจะแพ้สายตาน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งอ้อน
“สิคะ....มองตาน้ำหนึ่ง แล้วพี่เพชรจะรู้ เราสองคนรักกันมากแค่ไหน”
น้ำหนึ่งมองอ้อน เพชรห้ามใจตัวเอง แต่ห้ามไม่ได้ ค่อยๆ หันมา สองคนสบตากัน สายตาของทั้งเพชรและน้ำหนึ่ง ต่างเห็นแต่ความรัก ห่วงใยอยู่ในนั้น สายตาของเพชรอ่อนโยนลง แพ้ใจตัวเอง
น้ำหนึ่งยิ้มทั้งน้ำตา “พี่เพชรเชื่อแล้วใช่มั้ยคะว่าเรารักกัน เรารักกันมาก เรา...!”
น้ำหนึ่งพูดได้แค่นั้น เพชรก็ก้มลงมาจูบ รวดเร็ว แรงรักท่วมท้นล้นอก เสียงมือถือดัง เพชรสะดุ้ง รู้สึกตัว
ได้สติ ว่าไม่ควรเผลอตัวแสดงความรักต่อน้ำหนึ่ง เพชรคว้ามือถือมารับสาย ยินเสียงของทับทิมแผดดังก้องออกมา

เพราะทับทิมมองนักปราชญ์เขม็ง “แกโทร.หาใคร”
“ลูกชายแกไง ไอ้เพชร”
ทับทิมกรีดร้อง “อย่าทำอะไรลูกฉันนะ”
เพชรที่รับโทรศัพท์อยู่ ถึงกับอึ้งตะลึงงัน
“แม่”

น้ำหนึ่งตกตะลึง หันมามองเพชรอย่างตื่นเต้น
ทางด้านอารีย์ยังเอาปืนจ่อหัวทับทิมอยู่ ทับทิมมองนักปราชญ์กลัวใจจะขาด นักปราชญ์หัวเราะขณะพูดสายกับเพชร

“แกได้ยินแล้วใช่มั้ย ถ้าไม่อยากให้แม่แกเป็นอะไร เอาน้ำหนึ่งมาให้ฉัน”
เพชรเหลียวขวับไปมองน้ำหนึ่ง ขณะที่พูดสาย น้ำหนึ่งมองมาท่าทีงวยงง ไม่เข้าใจ จู่ๆ เพชรกระชากมือน้ำหนึ่งอย่างแรง
“มานี่!”
เพชรลากน้ำหนึ่งออกไป คราวนี้จริงจัง ดุดันมาก จนน้ำหนึ่งตกใจ
“พี่เพชรจะพาน้ำหนึ่งไปไหน”
เพชรตวาด “เลิกถามซะที ขึ้นรถ!”
เพชรฉุดกระชากลากน้ำหนึ่งขึ้นรถปิดประตูปัง แล้วขับรถทะยานออกไปรวดเร็ว


ส่วนภายในบ้านร้าง ทับทิมมองอารีย์อย่างหวาดกลัว ขณะเดียวกันก็กรีดร้องเสียงดังลั่นไม่ยอมหยุด
“อย่า..อย่าทำอะไรลูกฉันนะ”
“ไม่ต้องกลัว..ถ้าลูกแกคืนน้ำหนึ่งให้ ทุกอย่าง จบ มานี่” นักปราชญ์เข้ามาลากทับทิม
“ไม่” ทับทิมไม่ยอม
“จะไปดีๆ หรือจะไปแต่วิญญาณ!” อารีย์ขู่
ทับทิมผวามองปืนในมืออารีย์เขม็ง นักปราชญ์เดินเข้ามาลากตัวทับทิมออกไป อารีย์เดินตามออกไป

นักปราชญ์ลากทับทิมออกไปยังหน้าบ้านร้าง
“ปล่อยฉันๆ”
“ปล่อยแน่...ถ้าลูกชายแกมา”
ทับทิมมองนักปราชญ์อย่างหยามหยัน รู้ทัน “ทำยังกับฉันโง่...แกไม่มีทางปล่อยพวกฉันไปเด็ดขาด”
นักปราชญ์หัวเราะอีก “เก่งนี่...หวังว่าลูกชายแก จะฉลาดเหมือนแก”
“ไอ้เลว!” ทับทิมเอื้อมมือตบนักปราชญ์ดังผลัวะ
นักปราชญ์โกรธกระชากทับทิมสุดแรง “แก”
อารีย์ร้องห้าม “อย่าทำอะไรมัน นักปราชญ์”
นักปราชญ์ขัดใจ “ก็มัน...”
“แม่บอกให้ปล่อย”
นักปราชญ์จำต้องปล่อยมือออกจากทับทิม ทับทิมสะบัดตัวออกห่าง แต่ไม่กล้าวิ่ง เมื่อเห็นลูกน้องของอารีย์อยู่กันเป็นแผง อารีย์ยิ้มหยันขณะมองทับทิม
“ฉันน่ะอารีย์สมชื่อ เพราะฉะนั้น ฉันจะปล่อยเธอ...”
นักปราชญ์หงุดหงิด จะห้าม “แม่!”
อารีย์ยกมือปรามนักปราชญ์ หันไปบอกทับทิม “ฉันจะปล่อยเธอ วิ่ง..วิ่งไปเลย” อารีย์หยิบปืนขึ้นมา ทับทิมมองปืนหน้าซีดเผือด “ถ้าเธอหนีได้ เธอรอด แต่ถ้าไม่...” อารีย์ยกปืนขึ้นมา เตรียมลั่นไก “เธอคงรู้ใช่มั้ย ว่าสภาพศพเธอจะเป็นยังไง ไป๊!”
อารีย์ยิงปืนขึ้นฟ้าเปรี้ยง ทับทิมวิ่งหนีสุดชีวิต นักปราชญ์หัวเราะชอบใจ
“วิ่งให้เร็วกว่านี้อีก นังทับทิม วิ่งให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้นแก ตาย!”
กลุ่มอารีย์นักปราชญ์ตามทับทิมไป

ท่ามกลางความมืดมิด ทับทิมวิ่งเตลิดหนีมาถึงซอยเปลี่ยว อารีย์ ลูกสมุนและนักปราชญ์วิ่งไล่จี้ตามมาติดๆ ด้านหน้าของทับทิมคือถนนใหญ่ อยู่ไม่ไกลนัก ทับทิมเร่งฝีเท้าสุดชีวิต พุ่งออกไปที่ปากซอยด้วยความหวัง จังหวะเดียวกันนั้นรถสิบล้อคนหนึ่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง ทับทิมกรีดร้องสุดเสียง
“แอร๊ยยย”
อารีย์ นักปราชญ์ และสมุนทุกคนเห็นเป็นช่วงข้างรถสิบล้อเบรกเอี๊ยดสนั่นไปทั่วบริเวณ ก่อนที่คนขับรถสิบล้อผัวเมียสองคนจะวิ่งลงมาดูท่าทีตกใจ กลุ่มของอารีย์ก็ยิ่งตกใจ
“มันถูกรถชน” อารีย์ว่า
“นังทับทิม มันมีสภาพไม่ต่างจากเพื่อนไอ
กำลังโหลดความคิดเห็น...