ในความเป็นจริงของโลก ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่ล้วนต้องมีในด้านที่เป็นตรงกันข้ามเสมอ ทั้ง ดี-ชั่ว สูง-เตี้ย ขาว-ดำ มืด-สว่าง ฯลฯ
แต่ในโลกของวงการบันเทิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามหน้าหนังสือพิมพ์สังเกตกันบ้างหรือไม่ว่า ทำไมถึงได้ปรากฏเฉพาะแต่ "ข่าว" ที่เป็น "สีดำ" ของดาราออกมาเสียส่วนใหญ่
แม้จะมีหลากหลายเหตุผล ทั้งความประพฤติของตัวดาราเองที่เป็นเช่นนั้น, ความเปลี่ยนแปลงของสังคมที่กำลังเดินเข้าสู่ ยุคที่ "ความดี" แพ้ "ความดัง" อย่างสมบูรณ์แบบ, ความไร้ซึ่งจรรยาบรรณแต่มากด้วยความเห็นแก่ได้ของสื่อฯ เอง และอีกมากมายที่ถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างถึงที่มาของ "สีดำ" แต่ใช่หรือไม่ว่า ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่อิงอยู่บนผลประโยชน์ที่ลงท้ายด้วยคำว่า "ขายได้" ทั้งสิ้น
..........
"แฉ" ไม่ว่าจะด้วยคอลัมน์เมาท์แสบๆ ที่ใช้ตัวอักษรย่อ เล่นคำกันอร่อยเหาะหรือที่ฮิตๆ ในช่วงนี้ก็ออกพ็อคเก็ตบุ๊คแฉแบบทีเดียวรวบหัวรวบหาง ซึ่งต้องบอกว่าข่าวชนิดนี้เป็นที่น่าเจ็บใจของดาราสุดๆ เพราะจะไปเอาเรื่องฟ้องร้องคนเขียนก็หาช่องชนะยากเหลือเกิน (ก็คอลัมน์นิสต์เขาไม่ได้เอ่ยชื่อตรงๆ น่ะ) ฉะนั้นประเด็นที่ถูกแฉจึงแรงและเลวได้ถึงใจสุดๆ
อย่างเช่น ดาราสาว XXX เป็นเมียเก็บเสี่ยนักการเมือง XXX ได้ค่าตัวทีคืนละเป็นแสน หรือ ดาราชายหล่อ ล่ำ XXX ได้ทั้งประตูหน้าและหลัง ถูกทั้งผู้กำกับ, ผู้จัดจิ้มมานักต่อนัก ประเด็นแบบนี้นักข่าวสำนักไหนไม่ตามต่อก็มีหวังได้ชื่อว่า "สุดเอาท์-ตกข่าว" เสียชื่อสถาบันหมด
"คู่เกาเหลา" ในเมื่อละครยังมี "ตัวดี-ตัวร้ายตี" ในชีวิตจริงมีแบบนั้นบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แถมมีในแบบที่ในละครไม่มีให้ดูเสียด้วยยิ่งชวนให้น่าติดตามหาความจริงเป็นไหนๆ ก็ข่าวนางเอกตบนางเอกเพราะเรื่องผู้ชายหรือนึกหมั่นไส้อิจฉากันเองเลยขุดรากเหง้ากันมาด่าต่อหน้าสาธารณะชนนั่นอีก ข่าวประเภทนี้มีหลายแบบอาจมาจากการยุแยงจากคนนอกให้ดาราตีกันเองให้เสื่อมเสียชื่อเสียงก็เป็นได้
ทั้งนี้ก็จะมีข่าวจริงและโคมลอยแต่ส่วนใหญ่กล้าฟันธงว่าจริง ก็แหม! ข่าวซุบซิบแบบนี้จะเล็ดลอดออกมาไม่ได้เลยหากคนในกองฯ หรือคนใกล้ชิดดาราไม่เปิดปากพูดเพราะเหตุนี้นักข่าวยิ่งละเลยไม่ได้ต้องตามไปฟื้นฝอยหาตะเข็บกันให้เจอ ตัวอย่างที่มีให้เห็นจนเป็นข่าวใหญ่โตก็ "บี มาติกา - ขวัญ อุษามณี" แม้ว่าฝ่ายบีที่ถูกต่อว่าตามข่าวว่า "สถุน" จะไม่ปริปากพูดถึงเรื่องนี้และแม่ของอีกฝ่ายออกมาบอกว่าลูกสาวไม่มีพฤติกรรมเยี่ยงนั้นแต่ "เกรซ กาญจน์เกล้า" ดาราสาวที่อยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า "ขวัญด่าบีจริง" แต่ด่าว่าอะไรนั้นเกรซออกตัวว่าได้ยินไม่ถนัด!?
หรือข่าว "อั้ม พัชราภา-สเตฟาน" ไม่ลงรอยกันตั้งแต่บวงสรวงละครเหตุเพราะสเตฟานเผลอปากให้สัมภาษณ์ประมาณว่า..อั้มไม่พอใจที่นักข่าวมาให้ความสนใจตนกับแฟนสาว(น้ำฝน)ที่เล่นเรื่องเดียวกันมากกว่าตัวนางเอกอย่างอั้ม แค่นั้นแหละ...เป็นเรื่องให้มีข่าวตามมาว่านางเอกอั้มไปขอถอนตัวจากละครกับคุณแดงทันทีซึ่งบิ๊กบอสวิกหมอชิตถึงกับต้องออกโรงปรามนักแสดงของช่องไปหนึ่งยกกว่าเรื่องจะยุติไปได้ด้วยดี ล่าสุดจากวิกหนองแขมก็ไม่ให้น้อยหน้ามีข่าวเกาเหลา(สู้)กับเขาบ้างอย่างข่าว "เบนซ์ พรชิตาตบกับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุรรณ" ในกองละครเรื่องหนึ่ง เป็นต้น
"จูบจริง" ละครเรื่องไหนเรื่องนั้นที่มีฉากเลิฟซีนหากไม่มีข่าวประเภทนี้ถือว่าหลักการประชาสัมพันธ์ไม่ชนะเลิศ ทำเอาฮือฮาทั่วบ้านทั่วเมืองแถมเกิดในช่วงจังหวะเดียวกันอีก ก็ตอนที่ "ต่าย ณัฐพล" ประกบปากนางเอกใหม่ "จินนี่" บวกกับอีกช่อง "นุ่น วรนุช"จูบจริงครั้งแรกกับ "พอล ภัทรพล" นั่นก็ช่วยเรียกเรตติ้งคนดูไปถล่มทลายไม่พอ ยังทำเอาหลายคนเกิดอาการ "อึ้ง-ทึ่ง-เสียว" ไปกับความใจกล้าของนักแสดงแถมไปด้วย
บางคนอาจจะคิดว่าก็เป็นแค่การแสดงแต่มันไม่จบแค่นั้นเมื่อมีกรณีพ่วงตามมาว่าแฟนตัวจริงของเหล่านักแสดงใจกล้าเกิดอาการหึงขึ้นมาจริงๆ หนึ่งในนั้นที่เป็นข่าวถึงขั้นเดินออกจากโรงหนังกลางคันในการฉายรอบปฐมฤกษ์ของภาพยนตร์เรื่อง "คู่แท้ปาฏิหาริย์" มาแล้วก็นักร้องหนุ่ม "แมทธิว ดีน" ที่ทนเห็นแฟนสาว "จ๋า ณัฐฐาวีรนุช" จูบปาก "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ในหนังไม่ได้เป็นเหตุให้แมทธิวต้องออกมาแก้ข่าวพัลวันว่าตนเปล่าหึง หรือมีข่าวว่า "ไหม วิสา" ถึงขั้นน้ำตาร่วงเลยทีเดียวที่ได้เห็นภาพจูบปากของ "ต่าย"
"รัก-เลิก" ต้องบอกว่าฮิตสุดๆ นักข่าวต้องถามความเคลื่อนไหวกันอยู่ตลอดทำเอาคนถามและคนถูกถามเบื่อที่จะต้องถามและตอบกันไปข้างเลยทีเดียวเพราะเดี๋ยวนี้ดารารัก-เลิกกันเร็วเหลือเกิน แบบที่เล่นละครเล่นหนังด้วยกันเป็นคู่พระ-นาง, พระเอก-นางร้ายในจอกันอยู่ดีๆ จะด้วยแรงเชียร์จากแฟนคลับหรือเพราะสนิทสนมคุ้นชินจนเกิดเป็นความเสน่หากลายเป็น "รักจริงนอกจอ" ก็มีให้เห็นกันหลายคู่
เอาแบบรุ่นดึกดำบรรพ์หน่อยก็ "หนุ่ม สันติสุข - แหม่ม จินตหรา" "ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง - นิ้ง กุลสตรี" รุ่นใหม่ที่ถูกพูดถึงอย่างมากก็คู่ "เต๋า สมชาย - นัท มีเรีย" , "นุ่น วรนุช - เขตต์ ฐานทัพ" , "บรู๊ค ดนุพร- กบ สุวนันท์" ฮ็อตสุดๆ ต้อง "เคน ธีรเดช - หน่อย บุษกร" สังเกตได้ชัดหากคู่ไหนยังคบกันอยู่งานจะไหลมาเทมาแถมมีงานแบบยกแพ็คคู่เกื้อหนุนให้เห็นกันบ่อยๆ แต่คู่ไหนที่เลิกรากันไปแล้วจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากใจไม่รักงานบันเทิงและความสามารถไม่ถึงจริงๆชื่อเสียงก็มีอันต้องดับไปตามกาลเวลา
"มือที่สาม" ประเด็นนี้นอกจากเป็นเรื่องคาวแล้วยังเป็นเรื่องของการบกพร่องทางศีลธรรมอีกด้วย หน้าที่สื่อหากเป็นเรื่องที่คนสนใจก็ยิ่งต้องนำมาเปิดเผยให้รู้กันซึ่งอันที่จริงหากดาราที่ตกเป็นข่าวนี้ได้ใช้สมองไตร่ตรองสักหน่อยว่าการไปแย่งของรักของหวงเขาจนสำเร็จได้ความสะใจหรือของมากมายที่อีกฝ่ายปรนเปรอแล้ว แต่ต้องถูกสังคมตราหน้าว่าเป็น "พวกลักลอบแอบขโมยกิน" แบบนี้ มันเข้าตำรา "ได้ไม่คุ้มเสีย" จริงๆ
ลองไปดูกันว่ามีดาราคนไหนบ้างที่เคยตกเป็นข่าวผิดศีลข้อ 5 มาแล้วบ้าง สุดฮือฮาต้องยกให้ "ทาทา - บอล ภราดร - โอเด็ต" ก็เจ้าบอลควงหนูโอเด็ตไปนู่นมานี่อยู่บ่อยๆ แถมซื้อตุ๊กตาตัวน้อยให้เป็นของดูต่างหน้า วันดีคืนดีก็มีภาพข่าวขึ้นหราสาวน้อยมหัศจรรย์ป้อนไอติมฝ่ายชายคาสนามเทนนิสแถมลุกขึ้นมาประกาศตนว่าเป็นแฟนสาวตัวจริงซะงั้น , ข่าวรักสามเส้าระหว่าง "กบ สุวนันท์ -บรู๊ค ดนุพร-เก๋ กัลยณัฐ" แรงไม่แพ้กันเล่นเอาตอนเริ่มมีข่าวพระเอกปันใจให้นางร้าย(ในจอ)เก๋ใหม่ๆ แฟนคลับสาวกบถึงกับไม่พอใจต่อต้านบรู๊คอย่างหนักในที่สุดฝ่ายชายก็แพ้(ใจ)สาวกบยอมศิโรราบมาถึงทุกวันนี้
ทีเด็ดต้องยกให้ข่าวนี้เมื่ออดีตนางงาม "หมิง ชาลิสา" ใช้เสน่ห์แย่งชิงแฟนหนุ่มไฮโซของ 2 นางเอกสาว "แอ๊ฟ ทักษอร - ชมพู่ อารยา" มาได้ในเวลาไล่เลี่ยกันแม้จะมีภาพปาปารัซซีช่วยยืนยันแต่เจ้าตัวก็นอนยันปฏิเสธข่าวทำเอาภาพลักษณ์นางสาวไทยสั่นสะเทือนกันไปเลย , ล่าสุด "พลอย เฌอมาลย์ -โดม ปกรณ์ ลัม" มีข่าวรัก-เลิกออกมาให้ชวนปวดหัวจู่ๆ ก็มีชื่อหนุ่ม "มาร์ค กฤษฎา" ที่เล่นละครเรื่องเดียวกับฝ่ายหญิงออกมาเป็น "มือที่3" นักข่าวตามสัมภาษณ์สาวพลอยเล่นเอาสาวเจ้าหงุดหงิดบอก..."เดี๋ยวก็เลิกกันจริงๆ ให้ดูซะเลย"
"กินเด็ก" ประเด็นนี้ก็ยอดนิยมไม่แพ้ประเด็นไหน ส่วนมากผู้ตกเป็นข่าวมักมีกิจกรรมทำร่วมกันมาก่อนคืออาจเล่นละครเรื่องเดียวกันมาก่อนอย่างที่ทำเอาคนตกอกตกใจคิดกันไปไกลว่าดาราอมตะ "จิ๊ก เนาวรัตน์" จะยอมสละโสดอีกครั้งเพราะแพ้ลูกอ้อนนักแสดง-นางแบบหนุ่มสุดล่ำ "เอ็กซ์ ปิยะ" ที่ไปให้สัมภาษณ์สุดหวานว่าปลื้มพี่สาวคนนี้มากถึงกับสมัครเป็นแฟนคลับกันไปเลย กอปรกัปนิตยสารเล่มหนึ่งจับทั้งคู่มาขึ้นปกถ่ายหวิวด้วยกันอีก ทำให้ทุกรายการต่างจ้องสัมภาษณ์ประเด็นฮ็อต "จิ๊กกินเด็ก" กันทั่วจอ
เรื่องนี้จะจริง-ไม่จริงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดแต่ที่แน่ๆหนังสือขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไปเสียแล้ว
"อ้อม พิยดา - ซันนี่ จากเพื่อนสนิท" ก็มีข่าวด้วยกันประเดี๋ยวประด๋าวว่าฝ่ายหญิงตามไปเฝ้าถึงผับที่ฝ่ายชายเล่นดนตรีอยู่บ้าง แอบนัดดินเนอร์ด้วยกันบ้าง เหตุของเรื่องนี้เกิดเพราะว่า "อ้อม-ซันนี่" ไปถ่ายหนังสือชุดสุดโรแมนติกไกลถึงเมืองนอกด้วยกันมาก่อนนั่นเอง ส่วนคู่นี้ไม่ได้ตั้งใจจะขายของแต่ "มาช่า - กฤษณ์" เคยอยู่ก๊วนเดียวกันมาก่อนเพราะอดีตแฟนของทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนกันหมดจนเกิดประเด็น "เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด" และ "ช่าสวยใสเพราะกินเด็ก" ตามมา
"ภาพหลุด" มีหลายกรณีมาก อาทิ "หลุดของจริง" ที่ตัวดาราก็ออกมายอมรับว่าเป็นตัวเองถ่ายไว้จริงแต่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่าหลุดได้อย่างไรจนเกิดกรณีตัวอย่าง "แตงโม ภัทรธิดา - ด็อจ บีมิกซ์" กับรูปภาพนอนกอดกันบนที่นอนและภาพจุ๊บปาก ซึ่งทั้งคู่ก็ให้สัมภาษณ์ด้วยหน้าตาอันเรียบเฉยถึงภาพชุดดังกล่าวว่า "พวกตนก็แค่แสดงความรู้สึกออกมาตามประสาคู่รักปกติทั่วไป"
"หลุดหน้าคล้าย" ก็ทำเอาแฟนละครของตัวดาราคนนั้นหายใจกันไม่ทั่วท้องกันอยู่นานเพราะไม่รู้จะเชื่อหรือไม่เชื่อดีเนื่องจากภาพในคลิปช่างคล้ายดาราที่ตนเองชื่นชอบเหลือเกิน ยกตัวอย่าง "คลิปวิดีโอแอนนา" ที่มีความยาวเป็นชั่วโมงซึ่งกำลังทำกิจกรรมบนเตียงกับชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยท่วงท่าที่หลายคนที่ได้ดูลงคะแนนเอกฉันท์ว่านี่คือหนังโป๊ชัดๆ ทำเอาจำเลยคนหน้าคล้ายอย่าง "แอนนา วง แจ๊มป์" เก็บตัวไม่กล้าออกมาเจอผู้คนอยู่นาน หรือ "คลิปช่วยตัวเองและอมเจ้าโลก" ที่ออกมาติดต่อกันจนนักแสดงสาวหน้าคล้ายคนในคลิปอย่าง "เมย์ เฟื่องอารมย์" ต้องจูงมือแฟนหนุ่ม "หนุ่ม กรรชัย" ขึ้นโรงพักแจ้งความจับผู้ผลิตคลิปฉาวเหล่านี้ที่ทำให้สาวเมย์ต้องเสียชื่อเสียงอย่างมาก
ส่วนรายที่ถูกครหาว่า "ตั้งใจ(ทำ)หลุด" ก็มีให้เห็นสดๆ ร้อนๆ กับคลิปของนักแสดงสาว "พริก กานต์ชนิต" คิดสั้นถ่ายทำคลิปสุดหวิวโชว์เรือนร่างวับๆแวมๆชวนสยิวออกมาถึง 3 ภาคซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นคนในคลิปจริงพร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ต้องการเผยแพร่คลิปดังกล่าวแต่ก็ยังมีข่าวตามมาว่าเป็นแผนโปรโมตงานถ่ายแบบสุดหวือของเธอนั่นเอง
"ปาปารัซซี" ก็เป็นประเด็นที่เหล่านักข่าวตามสัมภาษณ์กันมากเพราะมาจากแหล่งข่าวที่ดีและน่าเชื่อถือนั่นก็คือจาก "ภาพแอบถ่าย" เหล่านั้นก็ช่วยยืนยันว่าสื่อไม่ได้มั่วถามหรือเต้าข่าวกันเองแต่มีหลักฐานทนโท่แสดงโจ่งแจ้ง ซึ่งก็เพราะเจ้าภาพปาปารัซซีนี่แหละที่ทำให้ดาราหลายคนเหวอแก้ตัวไม่ออกต้องยอมรับความจริงไปเลยก็มี แต่ก็มีเยอะที่เตรียมตัวเตรียมใจและเห็นภาพตัวเองมาก่อนก็พอถูไถๆ คิดคำปฏิเสธได้เนียนกว่าพวกแรกนิดหน่อย
ภาพปาปารัซซีที่ว่านี้นอกจากจะเป็นภาพเดินควงแฟนตัวจริง, ควงกิ๊กหรือควงพี่ควงพ่อควงญาติห่างๆ คนไหนก็ว่ากันไปตามแต่เหตุผลที่เหล่าดาราจะหามาเป็นข้ออ้างได้นั้นหมายรวมถึงภาพหวอออก-นมหลุดบนเวทีแคทวอล์คหรือเพราะช่วงจังหวะเผลอไม่ระวังตัวด้วย ซึ่งที่กำลังเป็นประเด็นให้พูดถึงกันอย่างหนักกับภาพ "เมย์ พิชญ์นาฎ" สับราง วันนี้ยังเดินควงแฟนตัวจริงอยู่ดีๆ แต่วันรุ่งขึ้นก็ควงกิ๊กหนุ่มอีกคนซะแล้ว
โดยสาวเมย์ออกมาพูดถึงภาพเหล่านี้แล้วว่า "ตอนนี้ตนโสดตนจะเดินกับใครก็ได้" หรือภาพเห็นกางเกงในของสาว "จ๋า ณัฐฐาวีรนุช" ที่สาวจ๋าแค่เห็นข่าวก็ถึงกับดกรธหน้าเขียวเตรียมฟ้องคนเอาไปเผยแพร่เลยทีเดียว
"โป๊โชว์ของลับ" ไม่ว่าจะเป็นตั้งใจแต่งตัวโป๊ออกงานแล้วพลาดทำของลับโผล่ หรือไปถ่ายแบบหวิวแล้วโชว์เลือนร่างอล่างฉ่างล้วนเป็นข่าวที่คนให้ความสนใจและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากที่สุด
ด้วยวัฒนธรรมไทยที่ดาราหลายคนหลงลืมไปแล้วว่า "การรักนวลสงวนตัว" ในที่นี้นั้นโดยพื้นฐานย่อมหมายถึงการแต่งตัวที่มิดชิด สุภาพรวมอยู่ด้วย หากใครจะสวนกระแสกล่าวว่าก็นี่ยุคโลกาภิวัฒน์กันแล้วไม่ใช่ยุคอนุรักษ์นิยมนั้นในฐานะสื่อมวลชนก็ไม่ใคร่จะเห็นด้วยนัก ก็เมื่อถึงยุคโลกาภิวัฒน์แล้วแปลว่าเราจะไม่ต้องรักษา "ขนบธรรมเนียม" ของไทยเอาไว้แล้วหรือ?
ภาพการถ่ายชุดว่ายน้ำในท่วงท่าที่เหมาะสมเหมือนกับกำลังจะไปว่ายน้ำจริงๆ นั่นก็ยังดูว่าน่าจะไม่ทำให้สังคมเสื่อมเสียนักแต่ถ้านั่งแหกแข้งแหกขาให้ผู้ชายจินตนาการไปไกลเกินกว่าที่จะพานางแบบไปสระว่ายน้ำนั้นน่าจะไม่ใช่เรื่องสมควรแล้ว หากจะแย้งว่าให้มองเป็นภาพศิลปะก็ถ้าผู้ชายทั้งประเทศดูแล้วไม่โกหกว่าภาพที่เห็นมันไม่ก่ออารมณ์ทางเพศได้ก็จะยอมรับกันเดี๋ยวนี้เลย
"ดาราแต่งตัวโป๊ออกงาน" ที่เป็นที่โจษขานกันมากก็เมื่อครั้งที่นักแสดงสาว "ต้องรัก อัศวรัตน์" ใส่ชุดราตรีเกาะอกแต่อกไม่เกาะชุดร่วงผล็อยเผยให้เห็น 2 เต้าแบบเต็มๆ ตา แถมเจ้าตัวก็ความรู้สึกช้าปล่อยให้เต้าตัวเองถูกช่างภาพทุกสำนักถ่ายได้และเอาไปประจานขึ้นหน้า 1สร้างยอดขายหนังสือทะลุเป้ากันไปเลย
ล่าสุด "เอมี่ โชติรส" กับกระแสชุดแหวกไปถึงเอวจนสาหร่ายโผล่ในขณะที่ก้าวเดินนั้น เจ้าตัวได้ยืนยันเสียงแข็งไม่มีทางที่ใครจะเห็น "ของลับ" ของเธอได้เนื่องจากเซฟมาอย่างดีนั่นก็ด้วย น่าจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดีหากใส่ชุดที่มิดชิดกว่านี้คงไม่เกิดเรื่องจนเป็นข่าวฉาวอย่างแน่นอน
"บู๊นอกจอ" เป็นเรื่องที่ว่ากันด้วยเรื่องของอารมณ์กันล้วนๆ แถมเป็นอารมณ์ที่ควบคุมไม่อยู่ เป็นอารมณ์ชั่ววูบซึ่งเป็นความรู้สึกภายในที่อยู่ใต้คำว่า "จิตสำนึก" ด้วยแล้ว เป็นใครก็อยากรู้ทั้งนั้นว่าพระเอกหนุ่มหน้าใส ขี้เล่นที่อยู่ในจอนั้นนอกจอกลับเป็นคนละคนได้อย่างไร และเพราะสาเหตุอะไรที่ทำให้พวกเขาต้องกระทำการอันไร้สติโชว์สเต็ปหมัด-ตีนขนาดนั้นออกมาได้?
คดีและเหตุการณ์ตัวอย่างมีให้เห็นก็ตอนที่มีข่าวว่า "เต๋า สมชาย" ชก ผู้กำกับแฟนฉันด้วยเหตุทัศนะไม่ตรงกันแถมมีฤทธิ์น้ำเมาผสมอยู่ด้วย "เบียร์ สรณัฐ" ก็สร้างชื่อเสียๆ กับข่าวทำนองนี้ค่อนข้างบ่อยล่าสุดไปต่อยยามไกลถึงหัวหินจนเกือบโดมรุมยำเละกลับมา หรือ "น้ำ รพีภัทร" ร่วมกับพวกก่อเหตุรุมทำร้ายนักบินเรืออากาศตรีภายในผับจนเป็นคดีความ สุดท้ายฟากพระเอกหนุ่มต้องออกมาขอโทษคู่กรณีเป็นอันจบข่าวกันไป ฟากนางเอกสาว "อั้ม พัชราภา" ก็เคยขึ้นโรงพักเพราะใช้ไม้กอล์ฟฟาดอดีตกิ๊กมาแล้ว หรือ "เมย์ เฟื่องอารมย์" เป็นข่าวตามตบ โคโยตี้กิ๊ก "หนุ่มกรรชัย"นั่นก็ด้วย
มีคำถามตามมาว่าจนคล้ายเป็นปัญหาโลกแตกว่า...สื่อมวลชนควรงดเสนอข่าวทำนองเสื่อมเสียเพื่อไม่ให้คนเอาไปเป็นเยี่ยงอย่างหรือดาราควรละการประพฤติชั่วไม่ให้สื่อได้หยิบมาเป็นประเด็นข่าว อันไหนน่าจะเห็นผลดีได้เร็วกว่ากัน!?!


