xs
xsm
sm
md
lg

พยัคฆ์ร้ายสาย(ส)ลับ ตอนที่ 19 : ไลฟ์สด! กระชากหน้ากาก "เจน"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พยัคฆ์ร้ายสาย(ส)ลับ ตอนที่ 19 : ไลฟ์สด! กระชากหน้ากาก "เจน"

บทประพันธ์ - บทโทรทัศน์ : จรูญพร ปรปักษ์ประลัย

ซูซี่ยิ้มตอบ แล้วก็หยิบหน้ากากเหล็กมาให้เคนดู

"เคนจำมันได้ไหม"
ก่อนที่ซูซี่จะถาม เคนเหมือนอยู่ในภวังค์ ภาพที่เคนโดนซ้อม จากหน้ากากเหล็ก วิ่งผ่านเข้ามาในหัวอย่าง
เร็ว เคนโดนหน้ากากเหล็กต่อยสามครั้ง แล้วหน้ากากเหล็กก็ถอดหน้ากากให้เห็นเป็นธงรบ
"ธงรบ"
ซูซี่ดีใจที่เคนเริ่มจำได้
"ไช่ ธงรบ"

ภาพวันนั้นผ่านเข้ามาในสมอง
ธงรบหยิบโซ่ขึ้นมาพันมือไว้ กะจะกระหน่ำ King Crow ด้วยหมัดหุ้มโซ่ ทันใดนั้นเอง ซูซี่ก็ก้าวเข้าไปหาธงรบ
"คุณธงรบค่ะ"
ธงรบหันมาซูซี่โดยไม่พูดอะไร
"ให้ซูซี่จัดการต่อเองเถอะค่ะ"
"แน่ใจนะ ว่าเธอจะทำให้มันยอมพูดออกมา"
"ค่ะ"
ธงรบโยนโซ่ทิ้งลงกับพื้น หันหลังเดินออกมา แต่เมื่อถึงลูกน้องคนหนึ่งเขาก็หยุด สั่งพอให้ได้ยิน
"คอยเฝ้าพวกมันไว้"
"ครับนาย"
ธงรบเดินจากไป ซูซี่มองหน้าเคน
"คิง !"
เคนเงยหน้ามองซูซี่ แต่ไม่เอ่ยคำใด ๆ
"คุณจะยอมตายไปกับของนั่นจริงเหรอ"
เคนยังคงนิ่งเงียบ
"พูดออกมาสิ พูดออกมา"
ซูซี่หยิบโซ่ขึ้นมา แล้วฟาดไปบนร่างของเคน เสียงโซ่กระทบร่างดังลั่น แต่เคนก็กัดฟันข่มความเจ็บ
ธงรบหันกลับมามอง แล้วยิ้มอย่างพอใจ สะใจ
"พูดออกมาเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้ !"
แล้วน้ำตาซูซี่ก็ไหลออกมา โดยไม่มีใครเห็น นอกจากเคนเท่านั้น

ลูกน้องธงรบสองคนช่วยกันหามเคนเข้ามา ซูซี่สั่งอย่างแสร้งวางอำนาจ
"โยนมันไว้ตรงนี้แหละ"
ร่างเคนถูกวางลงอย่างไม่ไยดี
"พวกแกไปได้แล้ว" ลูกน้องธบรบรั้ง ๆ รอ ๆ ซูซี่ตะคอก "ไปซี่ !"
ลูกน้องธงรบก้าวออกไป ทันทีที่ประตูปิด ซูซี่ก็โผเข้าหาเคนอย่างทั้งรัก ทั้งห่วง และสงสาร
"คิง !"
เคนอยู่ในสภาพที่ไม่อาจสื่อสารใด ๆ ได้
"ขอโทษนะที่ต้องทำแบบนี้ แต่ถ้าฉันไม่ทำ ป่านนี้เขาคงฆ่าคุณไปแล้ว ... อดทนไว้นะ ฉันจะหาทางช่วยคุณให้ได้"
ซูซี่พยายามนึกหาทางออก แล้วเธอก็นึกบางอย่างได้ เธอรีบตรงไปที่ตู้ ดึงลิ้นชักออก แล้วหยิบกล่องไม้ออกมา ในนั้นมีเข็มฉีดยาซึ่งเธอยกขึ้นดูอย่างสองจิตสองใจ

เคนหันกลับไปหาซูซี่อีกครั้ง
"คุณนั่นเองที่เป็นคนลบความทรงจำของผม"
"ตอนนั้นฉันคิดว่านี่เป็นทางเดียวที่จะช่วยคุณได้ เพราะถ้าคุณไม่หลงเหลือความทรงจำ ธงรบก็ไม่จำเป็นต้องทรมานคุณ เพื่อให้บอกที่ซ่อนแฟลชไดร์ฟ"
"แต่เขาอาจฆ่าผมก็ได้"
"ไม่ ! แฟลชไดร์ฟนั่นสำคัญเกินกว่าที่เขาจะยอมปล่อยให้หายไปเฉย ๆ เพราะถ้าเผื่อมีใครไปพบมันเข้า นั่นหมายถึงหายนะของเขาและไททัน... เขาถึงยังคงเก็บคุณไว้ รอให้ความทรงจำของคุณคืนกลับมา"
"ทำไม ? ทำไมคุณถึงทำ ในเมื่อคุณก็รู้ ว่าถ้าความทรงจำของผมถูกลบ คุณก็จะหายไปจากชีวิตผมด้วย"
"ใช่ ! ฉันรู้ แต่ฉันก็ยอม เพราะฉันรักคุณไง"
ซูซี่พูดแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา เคนมองซูซี่อย่างซาบซึ้งใจ ก่อนเดินเข้าไปหาเธอ
"ซูซี่ ขอบคุณนะ"
ซูซี่เดินเข้าไปกอดเคน เคนกอดซูซี่ไว้แน่น
เคนขยับร่างออกจากซูซี่ แต่สายตายังคงจดจ้องเธอ
"สิ่งที่คุณทำมันมีความหมายกับผมมาก แต่ยกโทษให้ผมด้วยนะ เรามาไกล เกินกว่าจะย้อนทุกอย่างคืนกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว"
"ค่ะ ฉันเข้าใจ และอย่างที่ฉันบอก ฉันเตรียมใจไว้สำหรับทุกสิ่งอยู่แล้ว ฉันแค่อยากรู้ว่าสิ่งที่เขารู้สึกต่อฉันตอนนั้น..คือ..ความรักหรือเปล่า หรือเขาแค่หลอกไช้ฉัน"
"ซูซี่"
เคนพยายามปลอบซูซี่
"ฉันรู้แค่รู้ว่าฉันรักเขา"
เคนยิ้มให้ เข้าใจในความรู้สึกของซูซี่ ...เคนเข้าไปกอด..กอดซูซี่
จังหวะนั้นเอง พุฒิเดินออกมาจากมุมตึก แล้วพูดโดยไม่รู้ว่าสองคนนั้นยืนกอดกันอยู่
"เฮ้ย ไอ้เคน ฉันว่า..." พุฒิอ้าปากค้างไว้แค่นั้น
สีหน้าพุฒิเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเดินมาเบื่อๆ เป็นแปลกใจ แล้วก็กลายเป็นโกรธ พูดไม่ออกเสียง
"เชี่ย !"

พุฒิหันหลังเดินไปอย่างหงุดหงิด ใจแป้ว เคน ซูซี่เห็นวิ่งตามไป

พุฒิเปิดประตูออกมาสีหน้าบูดบึ้ง เคนตามมาถามอย่างไม่พอใจ

"ไอ้พุฒิ ชั้นมีเรื่องสำคัญจะพูดกับแก"
พุฒิเงียบ พุฒิเบือนหน้าหนี
"ไอ้พุฒิ มีอะไรก็พูดสิวะ"
"อ๋อ จะให้พูดเหรอ ได้ !"
จบคำว่า ‘ได้’ พุฒิก็ทิ่มหมัดเข้าใส่หน้าเคน จนเคนเซไป
"โอ๊ย !"
ซูซี่รีบมาขวางพุฒิไว้
"คุณพุฒิ ! คุณเป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย"
"นั่นสิ ต่อยฉันทำไมวะ"
"นี่ยังน้อยไป คนอย่างแกต้องเจอยิ่งกว่านี้"
"อะไรของแกวะไอ้พุฒิ พูดให้มันรู้เรื่องหน่อยสิ"
"แกมันใช้ไม่ได้ พอผิดหวังจากพิงก์ แกก็มาแย่งคุณซูซี่ไปจากฉัน"
"แกเข้าใจผิดแล้วไอ้พุฒิ"
"ใช่แล้วค่ะ คุณเข้าใจผิด"
"เข้าใจผิดยังไงเหรอครับ"
ซูซี่นิ่งบอกพุฒิ ก่อนเปลี่ยนจากมือที่ผลักอก เป็นดึงคอเสื้อพุฒิเข้ามาแล้วจูบ พุฒิจูบทั้งที่หน้ายังเหวอ
เคนมองซูซี่กับพุฒิแบบอึ้งพูดไม่ออก
หลังจากผ่านไปชั่วครู่ ซูซี่ก็ดันพุฒิออกไป ก่อนบอก
"ยังจำจูบแรกของเราได้ไหมคะ"
"ไม่เคยลืม"
"ที่นี้จะเข้าใจหรือยัง"
โทรศัพท์เคนดัง เบอร์โทรขึ้นบนหน้าจอ ไม่ใช่เบอร์ที่คุ้นเคย เคนกดรับ
"สวัสดีครับ ผมเคน"
"สวัสดีเคน นี่พิงก์นะ"

พิงก์พูดโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เคน นี่พิงก์นะ"
เคนมีสีหน้าทั้งแปลกใจและดีใจ
"พิงก์ คุณอยู่ที่ไหนน่ะ"
"พิงก์อยากเจอเคน มีเรื่องสำคัญที่ต้องบอก"
"คุณจะให้ผมไปพบที่ไหน เมื่อไร"
"สถานที่ เวลา เดี๋ยวจะส่งตามมา แต่สัญญาได้ไหม ว่าเคนจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร"
เคนนิ่งคิดรู้สึกสับสน การพบกันครั้งนี้ระหว่างเขากับเธอมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
พิงก์ถามย้ำ "เคน"
"ครับ ผมสัญญา"
สายตัดขาดหายไป พิงก์มองโทรศัพท์ด้วยสายตาครุ่นคิดอย่างหนัก

ต่อมา เคนออกจากห้องนอน เปลี่ยนเสื้อแล้ว เดินลงบันใดมา พุฒิเดินมาดักหน้า
"เคน มึงจะไปไหน"
"ไปธุระ เดี๋ยวมา"
เคนจะเดินไป พุฒิมาดัก
"มึงบอกกูก่อนว่ามึงจะไปไหน"
เคนจะเดินหนีอีก
"ตอนนี้กูไม่มีเวลาจริงๆไอ้พุฒิ เดี๋ยวกูกลับมาอธิบาย"
พุฒิดักหน้าอีกและกระชากเสื้อเคนไว้
"มึงไปไหนไม่ได้ จนกว่ามึงจะบอกว่ามึงจะไปไหน"
เคนเริ่มหัวเสีย ปลดมือพุฒิออก
"ทำไมกูต้องบอกมึงด้วยวะว่ากูจะไปไหน กูกำลังเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่หรือไง"
พุฒิเงียบ เคนเข้าใจแล้วว่า ความเงียบจากพุฒิคือสิ่งยืนยันคำถามของเคน
"เฮ้ย อะไรวะ ทำไมกูถึงเป็นผู้ต้องสงสัยได้วะ ใครสั่งมึงให้มาเฝ้ากู พี่เจนเหรอ"
พุฒิเงียบ
"แล้วมึงก็คิดแบบนั้นด้วยเหรอ"
"ไม่ กูไม่ได้คิดแบบนั้น"
"แล้วถ้ามึงไม่ได้คิดแบบนั้น มึงจะทำแบบนี้ทำไม"
พุฒิไม่รู้จะพูดยังไง เพราะหลักฐานที่เจนมี มันขัดแย้งกับและความรู้สึกเป็นเพื่อนกับเคน
"ก็กูอยากให้มึงช่วยบอกหน่อยว่ามึงไม่ไช่อย่างที่พี่เจนบอก"
เคนผลักอกพุฒิ
"กูต้องบอกมึงด้วยเหรอ กูเป็นเพื่อนมึงนะ"
พุฒิจับคอเสื้อเคน
"กูก็เป็นเพื่อนมึงไง กูเลยต้องการหลักฐานมาช่วยมึง"
เคนสบัดมือพุฒิออก
"ก็กูกำลังจะไปเอานี่ไง"
ทั้งสองนิ่ง
"ถ้ามึงยังเห็นว่ากูเป็นเพื่อน มึงอย่าตามมา"

เคนเดินลงบันไดไป พุฒิมองตามด้วยความสับสน

เจนลุกขึ้นหัวสีย เมื่อรู้จากพุฒิว่าเคนไปแล้ว

"ทำไมเธอถึงปล่อยเคนไป เธอคิดอะไรอยู่ เขาคือสิ่งสุดท้ายที่จะพาเราไปเอาแฟลชไดรฟ์นั้นคืนมานะ"
"ผมขอโทษครับ"
เจนมองพุฒิก็รู้ว่าพุฒิไม่เชื่อว่าเคนผิด
"ชั้นขอพูดตามตรงนะ ตอนนี้ชั้นไม่รู้จะสงสารใครดีระหว่างเธอกับซูซี่ เขาหลอกไช้พวกเธออยู่นะ หลักฐานมัดตัวเขาแน่นซะขนาดนี้ พวกเธอยังเชื่อเขาอีก"
เจนถอนหายใจ
"เอาละ ถ้าเธอเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ อยากช่วยเพื่อนเธอจริงๆ เราก็ต้องรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนโดยเร็วที่สุด ก่อนที่จะสายไป"
"หมายความว่าไงครับ"
"ตอนนี้องค์กรของพิงก์ได้ออกหมายจับตายพิงก์และเคนแล้ว ถ้าเราเอาตัวเขามาได้ก่อน พวกเขาก็จะสามารถมีชีวิตอยู่พิสุทธิ์ได้ว่าพวกเขาไม่ผิด"
พุฒิอึ้ง
"ผมไม่รู้จริงครับว่าพวกเขาอยู่ไหน"
"แต่น่าจะมีคนรู้ว่าสองคนนั้นอยู่ที่ไหน"
"ใครครับ

เคนมายังที่นัดหมาย ...
เคนเดินลงมาที่หน้าผาริมทะเล แต่ไม่มีวี่แววของพิงก์ เขายืนคอย คิดถึงช่วงเวลาที่ดีของสองคน
พิงก์โผล่จากข้างหลัง
"ไม่มีใครตามผมมาหรอก ผมสัญญา"
พิงก์รูสึกผิดที่ต้องระแวดระวังคอยดูว่ามีใครตามเคนมาหรือเปล่า แต่ก็ต้องทำเพื่อความปลอดภัย
"เคน"
พิงก์อยากจะขอโทษและอธิบาย แต่เธอไม่สามารถพูดออกมาได้ เธอไม่กล้าพอแม้แต่มองหน้าเคน ทั้งคู่ได้แต่มองไปข้างหน้า
"เคน พิงก์ขอโทษ ถ้าพิงก์ไม่ทำอย่างนั้น พวกเขาจะฆ่า..."
"พอเถอะไม่ต้องพูดแล้ว ผมไม่เชื่อคุณแล้ว"
"เคน...จะให้พิงก์ทำอย่างไง เคนถึงจะเชื่อพิงก์"
พิงก์ล้วงไปในกระป๋าเพื่อหยิบแฟลชไดรฟ์ และบอกเคนเรื่องที่เจนเป็นตัวการของเรื่องทั้งหมด เมื่อพิงก์จะเริ่มพูด เคนก็ห้ามไว้แล้ว
"ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องพูด"
พิงก์นิ่ง

ปลายกระบอกปืนของมือสังหารโผล่เล็งไปที่ทั้งคู่ ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นพูด
"เป้าหมายทั้งคู่อยู่ตามที่นัดพบ ใครคือเป้าหมายหลัก"
มือปืนเอากระสุนใส่ไปในปืนแล้วขึ้นลำ เล็งไปที่เคน
"ล่าก่อนนะ โรมิโอ"

สองคนยังยืนนิ่ง มีระยะห่างกันเหมือนคนเพิ่งเคยรู้จักกัน
"หันมาซิ"
พิงก์งงในอารมณ์ของเคน แต่ก็หันไปหาเคนตามคำสั่ง
"มองตาผม"
พิงก์มองตาเคน
"ตอนนี้ ผมไม่สามารถเชื่อคำพูดของคุณได้ ... แต่ผมเขื่อในคำพูดของผม"
พิงก์เสียใจที่ทำให้คนที่รักเจ็บปวด จะเดินเข้าไปกอดขอโทษ แต่เคนยกมือห้ามใว้

มือปืนปรับความชัดและล็อกเป้าไปที่เคน

เคนพูดต่อ
"ผมจะพูดตามที่ผมคิด แล้วสายตาคุณจะบอกผมเองว่าผมคิดผิดหรือถูก"
พิงก์พยายามมองเคนและกลั้นไม่ให้น้ำตาออกมา
"ที่คุณพยายามให้ผมจำเรื่องทั้งหมดให้ได้ ไม่ไช่เพราะคุณอยากให้ตัวตนของคิงโคร์วและยูซ่าหายไป ไช่ไหม"
 
ทุกคำพูดของเคนช่างเจ็บปวดยิ่งนัก เพราะมันคือความจริง

มือปืนเอานิ้วเข้าไกปืนพร้อมลั่นกระสุน

"แต่คุณต้องการให้ผมจำให้ได้ว่าแฟลชไดรฟ์อยู่ที่ไหน เพื่อที่คุณจะเอาไปให้เจ้านายคุณ ตามหน้าที่"
พิงก์พยักหน้า เธอไม่อยากแก้ตัว เพราะจริงๆแล้วตอนนั้นเธอไม่ต้องปิดบังเขาก็ได้
"คุณไม่บอกผม...ไม่ปรึกษาผม....เพราะคุณเองก็ไม่มั่นใจในตัวผมในอดีตเหมือนกัน ไช่ไหม"
พิงก์พยักหน้าทั้งน้ำตา เธอแทบควบคุมตัวเธอไว้ไม่ได้เพราะเธออยากจะเข้าไปกอดเคนเหลือเกิน

มือปืนเล็งไปที่เคน นิ้วเลื่อนเข้าไปในไกปืนพร้อมยิง

เคนพูดต่อ
"คุณคิดว่า ถ้าคุณเอาแฟลชไดรฟ์ไปให้นายคุณ เขาจะไม่ฆ่าผม"
พิงก์พยักหน้า
"คุณทำทุกอย่างไปเพราะเหตุการณ์มันบังคับยอมเสี่ยงช่วยผม...ทั้งๆที่คุณก็รู้ว่า..คุณเองอาจจะเป็นเป้าหมายต่อไป"
พิงก์พยักหน้า
"คุณทำทุกอย่างไปเพราะคุณรักผม"
พิงก์พยักหน้าพร้อมน้ำตา
"ผมรักคุณ พิงก์"
ในจังหวะที่เคนเดินเข้าไปโผกอดพิงก์ มือปืนก็ลั่นไกแต่พลาดไปโดนต้นไม้ด้านหลัง แฟลชไดรฟ์ในมือพิงก์หล่น ลูกปืนยิงเฉี่ยวหัวเคนมาอีกนัด พิงก์ตกใจถลาเข้าหาเคน สองคนมองหน้ากัน
"พิงก์ขอโทษที่สงสัยในตัวเคน"
"ไม่ต้องขอโทษหรอก"
กระสุนอีกลูกโดนเข้าที่ต้นไม้ไกล้ทั้งคู่ พิงก์หันไปเห็นแฟลสไดร์วที่ตกอยู่จะไปหยิบ ก็โดนยิงจนแฟลชไดรฟ์กระจุย เคนดึงตัวพิงก์เข้ามาหลบให้พ้นวิถีกระสุน
"เราต้องเอาแฟลชไดรฟ์มาให้ได้นะเคน นี่เป็นหลักฐานเดียวที่จะเอาผิดพี่เจนและพวกของธงรบ"
"พี่เจน"
พิงก์พยักหน้า เคนแค้น
"ไม่น่าละ"
เคนขยับตัวจะเอื้อมมือออกมายิง แต่มือปืนยิงใส่อีก โดนปืนเคนกระเด็นไป
"มันเม่นมาก..เราต้องหลบตรงนี้ก่อน เรายังไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน"
เคนคิด
"เราต้องหลอกล่อให้มันบอกตำแหน่งเรา"
สองคนมองหน้ากันคิดแผน
ที่กล้องส่องทางไกลไม่เห็นความเคลื่อนใหว มือปืนเริ่มอยู่ไม่ติด
ตำแหน่งที่เคนพิงก์อยู่ เสื้อเคนโผล่ขึ้นมา มือปืนยิ่งไปที่เสื้อ เสื้อทะลุและไปโดนต้นไม้ทำให้เห็นเส้นทางของกระสุนได้ ก่อนที่มือปืนจะทันโหลดกระสุนนัดต่อไป เคนบอก สิบเอ็ดนาฬิกา เคนกระโดดไปเอาปืนสองคนออกมากระหน่ำยิงไปทางมือปืน มือปืนก้มหลบแทบไม่ทัน มือปืนลุกขึ้นมาหลังห่ากระสุนหยุด แล้ววิ่งลงมาดู สองคนไม่อยู่แล้ว มือปืนวิ่งหาโดยรอบแต่ไม่มีวีแวว มือปืนโมโหเดินจากไป เคนพิงก์ออกมาจากที่ซ่อน เคนชี้
"มันต้องคอยเราอยู่ทางโน้นแน่"
เคนหันมองไปทางหน้าผาแล้วเดินไปทางชายทะเล
มือปืนดักอยู่ แต่เคนพิงก์เดินไปอีกทาง

ซูซี่นั่งอยู่ในห้องคิดถึงเรื่องที่ผ่านๆมา ตอนที่ธงรบเอามีดให้ซูซี่ดูแล้วบอกว่าเป็นของหัวหน้าฟีนิกซ์ ซูซี่จะเดินออกไปจะไปบอกพุฒิถึงเรื่องที่เธอสงสัย
"เจน"
ซูซี่สีหน้าโกรธ

ซูซี่และพุฒิต่างเดินมาหากัน
"ฉัน/ผม มีเรื่องสำคัญจะบอก/ถาม"
สองคนชะงัก
"ฟังฉัน/ผม ก่อน"
"คุณรู้ไหมว่าไอ้เคนน่าจะอยู่ที่ไหน"
ซูซี่ส่ายหน้า
"คุณไม่รู้จริงๆเหรอ"
"ฉันต้องรู้ด้วยเหรอ"
"ผมนึกว่าคุณน่าจะรู้จักเขาดี"
"นี่เคนนะ..ไม่ไช่คิง"
พุฒิทั้งเครียดเรื่องที่เคนโดนหมายจับตายอยู่ และหึงเมื่อได้ยินซูซี่พูดถึงคิงโคร์ว
"ไม่ว่าจะเป็นเคนหรือคิงโคร์ว ตอนนี้มันคือคนที่โดนหมายจับตายอยู่"
ซูซี่ตกใจ
"พุฒิฉันเชื่อว่าเคน ทั้งเคนและคิงไม่ไช่สายลับสองหน้า คนที่....."
ไม่ทันที่ซูซี่จะพูดหมดประโยค พุฒิก็โพล่งมา
"ถึงผมไม่ไช่อดีตคนรักผมก็อยากคิดเหมือนกันว่ามันบริสุทธิ์ แต่ผมไม่มีหลักฐาน"
ซูซี่เหนื่อยในความหึงของพุฒิ
"แต่ฉันคิดว่าฉันมี"
พุฒินิ่ง
"อย่าลืมว่าข้อมูลนี้มีมูลค่ามหาศาล ถ้าจะมีคนเอาข้อมูลนี้ไปไช้เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว แล้วคนสงสัยน้อยสุด น่าจะเป็นพี่เจนไม่ไช่เคน"
"แล้วคุณมีหลักฐานเหรอ"
"ยัง"
พุฒิเข้าไปจับ แขนซูซี่สองข้าง
"คุณนี่สุดยอดจริงๆ คุณปั่นหัวผมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ตกลงคุณยังไม่ได้หยุดรักมันเลยไช่ไหม"
"คุณพูดอะไรกันนะพุฒิ"
"ก็คุณเขื่อว่าพี่เจนเป็นสายลับสองหน้าทั้งๆที่คุณยังไม่มีหลักฐานสักชิ้น แต่พอหลักฐานมัดตัวเคนอย่างแน่นหนา คุณกลับไม่เชื่อ คุณเอาตรรกอะไรมาคิด ถ้าไม่ไช่เพราะคุณยังรักไอ้เคน"
ซูซี่เสียใจและโมโหที่พุฒฺไม่เข้าใจ ทุบพุฒิแล้วสลัดตัวออกมา
"ฉันไม่ได้รักเคน...คุณไม่เข้าใจหรือไง..ฉันรักคิงโคร์ว"
"รักคิงโคร์ว แต่มันไม่มีตัวตนคุณก็รู้"
"สำหรับคุณนะใช่...แต่สำหรับชั้นเขามีตัวตน แล้วมันก็ไม่มีหลักฐานที่สามารถมายืนยันได้ เพราะมันอยู่ในนี้" เธอชี้ไปที่หัวใจ "และชั้นรู้ว่าสิ่งที่ชั้นรู้สึกคืออะไร"
"ช่วงเวลานิดเดียวที่คุณรู้จักคิงโคร์ว..คุณรักเขาขนาดนี้เลยเหรอ"
"ใช่ฉันรักเขา ถึงมันจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆแต่มันเป็นเวลาที่เขาทำฉันมีความสุขที่สุดในชีวิต"

ซูซี่วิ่งร้องให้ ทิ้งให้พุฒิยืนสับสนกับความรู้สึก

เงาผู้ชายยืนอยู่นอกระเบียงในชุดนักบวช เขายืนโทรศัพท์อยู่ ...

"เธอหายดีแล้วนะเอมมี่ ดี ถึงเวลาที่จะเอาจริงกับพวกมันแล้ว เธอไปสืบซิว่า ใครเป็นคนคอยทำงานสกปรกให้เจน"
ที่แท้ ! ธงรบ - เอมมี่ ยังไม่ตาย ....

มือปืนรายงานเจน
"เป้าหมายหนีไปได้ครับ ขอพิกัดใหม่ด้วยครับ"

เจนเปิดจอคอมพิวเตอร์แทร็กหาที่อยู่ของเคนและพิงก์
"เดี๋ยวชั้นส่งไปให้"
พุฒิเดินเข้าห้องเจนมาอย่างรีบร้อน
"พี่เจนครับ ผมว่าไอ้เคนไม่...."
พุฒิเห็นบางสิ่งที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เจนแล้วชะงักเป็นหน้าจอจีพีเอส เหมือนเจนกำลังเฝ้าดูใครอยู่ เจนรีบปิดจอ
"มีอะไรพุฒ เคนทำไม"
"เอ่อ ผมว่าไอ้เคนมันน่าจะไปเจอพิงก์นะครับ"
"ที่ไหน"
เจนถามด้วยความอยากรู้
"ที่คอนโดพิงก์ครับ ผมขอไปดูนะครับ"
เจนผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ต้อง เขาไม่ได้อยู่ที่นั่น เธออยู่ที่นี่แหละ คอยเฝ้าดูซูซี่ไว้"
"ครับ"
พุฒิออกจากห้องไปด้วยสีหน้าสงสัย เจนมองตามพุฒิอย่างครุ่นคิด

พุฒิเดินเข้ามาที่ห้องคอมพิวเตอร์ จนท. นั่งพิมพ์คอมฯ อยู่กำลังสอนวิธีการไช้ซ่อมเครื่องมือต่างๆ เห็นพุฒิมองก็ลุกขึ้นจะทำความเคารพ
"ชั้นมีเรื่องจะถามนายหน่อย"
"คือ..ผมเรคคอร์ดวิธีการซ่อมอุปกรณ์ให้ลูกน้องไว้ดูนะครับ"
"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ทำต่อไปซิ"
"ครับ แล้วจะถามผมเรื่องอะไรครับ"
"นายถนัดเรื่องการไช้เครื่องติดตามตัวคนไช่ไหม"
"ครับ อุปกรณ์ติดตามตัวที่เรามีผมไช้ได้เกือบหมดครับ ยกเว้นแต่เครื่องที่พี่ไกป์เขาโมเองนะครับ"
พุฒิยืนงง จนท. ยื่นรูปมาให้พุฒิดู
"แต่นายเป็นหัวหน้าฝ่ายเทคนิคที่นี้ไม่ไช่เหรอ นายต้องรู้ทุกอย่างซิ แล้วไกป์เป็นใคร"
"พี่ชายผม เขาโดนฆ่าเมื่อคราวที่เราโดนปล้นข้อมูลไปนะครับ"
"เสียใจด้วยนะ"
จนท.ยื่นรูปพี่ชายให้ดู พุฒิคิด ตอนที่ไกป์ตาย ...

เคน พุฒิ พิงก์เข้ามาในห้อง ซึ่งเจนยืนรออยู่แล้ว
"พี่เจน เกิดอะไรขึ้นหรือครับ" เคนถาม
"มีคนลอบเข้ามา"
ชาคริตเข้ามาเป็นคนสุดท้าย ทุกคนหันไปมอง ก่อนที่จะหันกลับมาสนใจเจนที่พูดต่อจากนั้น พร้อมโชว์รูปเจ้าหน้าที่ตอนตาย
"เขาฆ่าคนของเรา"
เคน พุฒิ พิงก์ดูรูปของ จนท. ที่นอนตายอยู่ ต่างหน้าเสีย ขณะที่ชาคริตยังคงนิ่ง
พุฒิถาม "เป็นไปได้ยังไง ไม่มีใครผ่านระบบป้องกันของฟีนิกซ์มาได้หรอกครับ"
"ได้สิ ถ้ามีคนในนี้ช่วยเปิดทางให้ หรือไม่ก็คนในนี้แหละที่เป็นฆาตกรซะเอง"
"ภาพจากกล้องวงจรปิดล่ะครับ" เคนถาม
"กล้องถูกตัดการทำงานในช่วงนั้น"
เคน พุฒิ พิงก์ มองอย่างตกใจและสะเทือนใจ ขณะที่ชาคริตยังคงนิ่งเหมือนเดิม
"โห แบบนี้จะไปรู้ได้ไงว่าใคร"
"แล้วฆาตกรได้อะไรไปมั่งคะ" พิงก์ถาม
"hard drive ของเคน"
"ว่าแล้วเชียว"

พุฒิมองรูปแล้วคิด พุฒิ มองรูปอีกครั้ง ... แล้วคิดอะไรออก
"ธรรมดาพี่ชายนาย ใส่แว่นตาตลอดเวลาเลยใหม"
"ครับ แกสายตาสั้นมาก ถ้าไม่มีแว่น มองอะไรไม่เห็นหรอกครับ"
"แต่วันที่เขาถูฆ่า เขาไม่ไส่แว่นนี่"
"เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ก่อนแกตายไม่ถึงชั่วโมงแกยังแซทกับผมออนไลน์อยู่เลยครับ"
พุฒิมองตามมือ จนท. ไปเห็นกล้องเว็ปแคม แล้วมองไปที่เจ้าหน้าที่
"แล้วเมื่อกี้นายบอกว่า นายเรคคอร์ดวิธีซ่อมอุปกรณ์ไว้สอนลูกน้องไช่ไหม"
พุฒิคิดได้
" ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"เปล่า ชั้นขอยืมคอมนายหน่อยซิ นายไปพักก่อนไป"
พนักงานออกไป พุฒิเสิร์ซในโฟลเดอร์ พุฒิเห็นว่าเจนเป็นคนหักคอไกป์ และเห็นว่าเจนก็อปปี้ข้อมูล
"พี่เจน"
พุฒิโกรธ

เคนพิงก์เดินมาตามชายหาดเห็นรีสอร์ทร้างเลยย่องเข้าไป ไม่มีใครอยู่ แต่โทรทัศน์เปิดอยู่ สองคนเดินเข้าไป ลุงโผล่มาด้านหลัง ด้วยลูกซองในมือ
"พวกแกเป็นใคร มาทำอะไรที่นี่"
เคนเอาตัวบังพิงก์พยายามอธิบาย
"ใจเย็นๆครับลุง เราหลงทางมานะครับ"
"หลงทาง โกหก ชั้นให้โอกาสพวกแกอีกที พวกแกเป็นใคร"
ลุงยกลูกซองขึ้นเล็ง
"เราถูกตามฆ่าอยู่คะ"
"ใคร"
"หน่วยงานของรัฐที่เราทำงานให้ครับ"
ลุงยกปืนขึ้นอีก
"เราถูกใส่ความ เพราะเราสืบเรื่องถึงตัวการที่แท้จจริงซึ่งในนั้นก็คือหัวหน้าเราเอง"
ลุงลดปืนลง
"ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการ์ณแบบนี้ยังเกิดขึ้นได้อยู่อีก เอาละพวกเอ็งนอนที่นี่เลยแล้วกัน เดี๋ยวชั้นจะเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้"
ลุงกำลังจะเดินออกไป
"ขอบคุณมากคะลุง"
"ไม่เป็นไร"
"ขอโทษนะครับลุง ทำไมลุงถึงเชื่อพวกเรา ไม่คิดว่าพวกเราโกหกละครับ"
"ก็ถ้าพวกคุณเป็นโจร ไอ้สองกระบอกนั่นคงถูกไช้งานแล้วละจริงไหม"
ลุงที่ไปที่ปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวของเคนและพิงก์
"และการที่เอ็งเอาตัวบังคนที่เอ็งรัก จากปืนลูกซองที่เล็งอยู่ ก็พอบอกได้ว่าเอ็งก็เป็นคนกล้าหาญ เชิดชูเกียรติและความรักมากกว่าชีวิตของเอ็ง เอ็งคงไม่ไช่พวกหนักแผ่นดิน..ขี้ขลาดตาขาว..นั่งเสวยสุขอยู่แต่ในห้องแอร์..แล้วสั่งให้ลูกน้องไปตายโดยไม่แยแสเพื่อเอาเงินหรอก จริงไหม"
เคนพูดไม่ออก ลุงจะเดินไปแล้วหันมายิ้มพูดอีก
"แล้วเอ็งก็ซื่อเกินไปที่จะโกหก ไม่งั้นคงไม่ถามคำถามนี้หรอก"

สองคนมองตามลุงไปแล้วหันมายิ้มให้กัน อย่างน้อยคืนนี้ก็คงได้นอนอย่างมีความสุข

ที่แห่งหนึ่ง เจนเดินมาเสมอกับหัวหน้าพิงก์

"ทำไมคุณถึงปล่อยให้เรื่องบานปลายถึงขนาดนี้ ผมบอกคุณแล้วว่าให้เก็บมันทั้งสองคน ถ้ามันเอาข้อมูลมาเผยแพร่เราจบแน่"
"แต่ถึงตอนนี้พวกมันก็ยังไม่ทำ..เพราะอะไร คุณเคยคิดหรือเปล่า"
หัวหน้าพิงก์เดินหัวเสียไปหาเจนจับคอเสื้อเจน
"ผมไม่อยากคิด ผมรู้แต่ว่ายังไงคุณต้องรับผิดชอบ เพราะคุณประมาทปล่อยมันให้มีชีวิตจนเกิดเรื่องนี่….ถ้าไม่งั้น"
เจนจับมือหัวบิดลงแล้วเอาปืนจ่อหัว
"ถ้าไม่งั้นจะทำไม...ฮึ รู้ไหมทำไมฉันถึงจะไม่ระเบิดสมองแกตอนนี้"
"เพราะผมยังมีประโยชน์กับคุณอยู่"
เจนเอาปืนเก็นแล้วพยุงหัวหน้าพิงก์ขึ้นมา
"งั้นก็ทำตัวให้มีประโยชน์ซิ ไปได้แล้ว"
หัวหน้าพิงก์เดินไป

เวลากลางคืน ประตูห้องเจนถูกเปิดขึ้น พุฒิปิดบังใบหน้าเดินเข้ามาในห้องเจน ตรงมาที่โต๊ะเก็บของๆเจน
พุฒิหาของอยู่ พุฒิหาไปตามโต๊ะจนเจอชุดมีดของเจน พุฒิแกะออกมาดู หางตาพุฒิเห็นเงาคนเข้ามาประชิดตัว
"แกเป็นใครเข้ามาในนี้ทำไม"
ซูซี่ใส่หน้ากากเอาปืนจี้พุฒิไว้ พุฒิหมุนตัวรวบปืนแล้วกดตัวซูซี่ลง พุฒิดึงหน้ากากซูซี่ออก
"คุณซูซี่"
ซูซี่จำเสียงพุฒิได้
"คุณพุฒิ"
สองคนต่างถามพร้อมกัน
"คุณมาทำอะไรที่นี่"
สองคนมองหน้ากัน
"คุณก่อน"
สองคนมองหน้ากันหงุดหงิด
"พี่เจนคือตัวการทั้งหมด"
ทั้งสองคนแปลกใจที่ข้อมูลทั้งสองตรงกัน ซูซี่มองพุฒิ พยักหน้าให้พุฒิอธิบายก่อน
"ข้อมูลที่เราเอามาจากธงรบอยู่ที่พี่เจน เขาวางแผนให้เหมือนว่ามีคนนอกเข้ามาโขมย"
"ชั้นก็สงสัยมานานแล้วว่า สายของธงรบในฟีนิกซ์เป็นใคร คนๆนั้นถึงสามารถเอาข้อมูลลับขนาดนั้นมาขายให้ธงรบได้ จนชั้นได้เห็นมีดในห้องเจน ซึ่งเป็นมีดอันเดียวกันที่ธงรบเอาให้ชั้นดู"
"แสดงว่าเขาติดต่อกับธงรบมานานแล้ว มิน่าเราถึงจับตัวไอ้ธงรบไม่ได้ซักที แล้วทำไมคุณไม่บอกผมก่อนหน้านี้ละ"
"คุณยังจะมีหน้ามาถามอีกเหรอ"
พุฒงง ซูซี่เดินไปหยิบมีดมาดูแล้วพูดประชด
"เพราะฉันยังไม่มีหลักฐานนะซิ พี่เจนเป็นใคร ฉันเป็นใคร"
ซูซี่มองพุฒิ
"คนเลวอย่างฉัน ถ้าขืนพล่ามพูดออกไปอาจจะโดนเก็บได้ง่ายๆ ขนาดคนที่บอกว่ารักฉัน ยังไม่ฟังฉันเลย"
พุฒิจุกพูดอะไรไม่ออก

จังหวะนั้น เจนเดินขึ้นบันไดมา

พุฒิรู้สึกผิดที่เข้าใจซูซี่ผิดมาตลอด เดินเข้ามาหาซูซี่
"ผมขอโทษ ผมยอมรับว่าผมพลาด ผมมัวแต่อคติมองแต่หลักฐานที่พี่เจนปั้นขึ้นมา ใช้แต่สมอง จนลืมใช้สัญชาติญาณ และหัวใจ"
"ฮึ..ง่ายดีนะ"
"อะไรเหรอ"
"เวลาเข้าใจผิดไม่เคยคิดที่จะฟังช่างสรรหาคำพูดเจ็บๆมาว่า แต่พอเวลาขอโทษช่างสั้นเหลือเกิน....ผู้ชาย"
ซูซี่จะเดินออกไป พุฒรู้ว่าซูซี่พูดประชด รีบคว้าแขนซูซี่เข้ามากอด
"คุณจะทำอะไร"
"อยู่นิ่งๆ แล้วผมจะบอก"
"ผมจะบอกว่า ที่ผมทำไปทั้งหมดเพราะผมเห็นแก่ตัว ผมหึงคุณจนขาดสติ นั่นเป็นเพราะผมรักคุณมาก ผมสัญญาว่าต่อไปนี้"
ซูซี่เอานิ้วปิดปากพุฒิ
"อย่าสัญญา เพาะว่ามันจะทำให้ชั้นคาดหวังในตัวคุณ แล้วเผื่อวันไหนคุณต้องผิดสัญญา ชั้นจะได้ไม่เจ็บไงเราแค่ทำวันของเราให้ดีที่สุดก็พอ"
พุฒิยิ้ม ก้มลงจูบซูซี่ ทั้งสองจูบกับแบบคู่รัก
"ความรักที่ชั้นมีต่อคิง"
พุฒิมองหน้า ซูซี่ก่อนที่ซูซี่จะพูดได้หมดประโยค ทั้งสองได้ยินเสียงที่ประตู
"พี่เจน"
สองคนตกใจ

เจนเดินเข้าห้องมาอย่างระวัง เดินตรวจหาคนบุกรุกแต่หาไม่เจอ เจนเดินไปที่โต๊ะคอมแล้วหยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องไป พุฒิและซูซี่มองหน้ากัน

เคนเดินดูไปรอบๆบ้าน เห็นรูปลุงเป็นภาพเก่าๆในชุดตำรวจ ข้างๆเป็นคัทเอ้าท์จากหนังสือพิมพ์ “มือปราบดังปฏิเสธข้อหาค้ายาบ้า ลั่นโดนกลั่นแกล้ง” เคนส่งให้พิงก์ดู..เคนเดินไปเปลี่ยนช่องทีวี นักข่าวรายงานหมายจับทั้งสองคน เคนโมโหลุกขึ้น
"ไม่น่าเชื่อว่าพี่เจนจะเลวได้ขนาดนี้"
"อีกไม่นานหรอกเคน ขอแค่เราเอาหลักฐานไปให้นักข่าวได้ เขาไม่รอดแน่"
พิงก์เดินไปเอาแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในเสื้อออกมา
"ไม่นะ ไม่นะ ไม่"
เคนตกใจเดินไปหาพิงก์
"อะไรพิงก์"
พิงก์พูดไม่ออกไ ด้แต่ชี้ไปที่แฟลชไดรฟ์ในมือถูกยิงไปครึ่งหนึ่ง จนไม่เหลือส่วนของที่เก็บข้อมูลเหลืออยู่เลย
"โธ่โว้ย...ทำไมโชคถึงเข้าข้างแต่คนเลวๆวะ"
เคนนั่งนิ่งแล้วลุกขึ้นไปหยิบปืนจะออกไปข้างนอก ลุงเดินเข้ามาพร้อมเสื้อผ้าใหม่
"ใจเย็นๆ ค่อยๆคิด เราเอาผิดมันวันนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ซักวันเราต้องทำได้"
พิงก์หมดหวังแต่ก็รู้สึกขอบคุณลุงที่ยังให้กำลังใจ
"ขอบคุณครับลุง แต่ตอนนี้พวกผมไม่เห็นว่าจะเอาผิดพวกมันได้ยังไง"
"อะไรวะ จะยอมแพ้แล้วเหรอ งั้นชั้นคงผิดที่คิดว่าแกกล้าหาญ เชิดชูเกียรติมากกว่าชีวิต"
ทั้งคู่นิ่งไม่ได้ตอบ
"พวกเอ็งไม่สงสัยบ้างเหรอว่าทำไมชั้นถึงมาอยู่ที่นี่ ชั้นก็คอยวันของชั้นอยู่เหมือนกัน ถ้าชั้นยังไม่ตาย ชั้นก็ไม่มีวันยอมแพ้หรอก"
สองคนนั่งนิ่งคำปลอบของลุงก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่
"ค่อยๆคิด อยู่ที่นี่ไปก่อน ยังไงก็ไม่มีใครหาพวกเอ็งเจอหรอก"
ลุงเดินออกไป ปืนของเคนที่ตั้งอยูบนโต๊ะ ในด้ามปืนเห็นแสงไฟสีแดงกระพริบอยู่

เจนดูที่จอมอนิเตอร์เห็นว่าสัญญาณของเคนไม่ขยับเขยื่อน
"ชั้นส่งพิกัดที่อยู่พวกมันให้แล้วนะ เอาข้อมูลมาให้ได้ก่อนนะ แล้วค่อยจัดการพวกมัน"
เจนยิ้มเหี้ยม

พิงก์เดินออกมาไกลจากบ้าน มองหาเคน
ที่ชายหาดเคนนั่งมองฟ้า พิงก์มองเคนเข้าใจความรู้สึก พิงก์นั่งลงข้างๆเคน
"เอาน่าเคน ถ้าเราลองมองในแง่บวก มันก็นานแล้วนะเราก็ได้อยู่สองต่อสองแบบนี้"
เคนยิ้มแห้งๆให้พิงก์ พิงก์ทำเป็นโมโห
"หรือเคนไม่อยากอยู่กับพิงก์"
"พิงก์ ไม่ไช่อย่างนั้น"
พิงก์ยิ้มเข้าไปกออดเคน ถอนหายใจ
"พิงก์แหย่เล่น พิงก์แค่อยากเชียร์อัฟเฉยๆ"
เคนยิ้มเข้าใจ
"แต่มันจะดีมากเลยนะถ้าเราได้อยู่กันสองคนแบบนี้ไปตลอด"
"ผมกลัวจะไม่แค่สองคนนะซิ ไหน ยูซ่า แล้ว คิงโคร์วอีก"
พิงก์เงียบ เคนแหย่
"เอา..ไหง.ถึงเงียบไปเลยละ"
เคนโน้มตัวมาหาพิงก์ หน้าใกล้กัน
"พิงก์ ไม่ต้องกลัวหรอกนะ ผมจะใช้ทั้งสามคนดูแลพิงก์ ให้พิงก์มีความสุข"
พิงก์มองเคนคิ้วขมวด
"เคน จะเข้มแข็งให้พิงก์อุ่นใจ ยูซ่า จะนุ่มนวลคอยเป็นเพื่อนสาวให้ ส่วนคิงโคร์วจะดุดันกระโจนใส่ทุกเวลา"
เคนก้มลงอย่างเร็วจะจูบพิงก์ พิงก์หลบ เคนลงไปจูบทราย พิงก์ลุกขึ้นวิ่งหนีเคน
"คิดว่าจะหนีคิงโคร์วได้เหรอ มาให้คิงโคร์วจูบซะดีๆ"
"ไม่เอานะเคน อย่าเล่นอย่างงี้ พิงก์ไม่ชอบ พิงก์กลัว"
"จะกลัวอะไร"
พิงก์ยิ้ม
"กลัวไม่ดุดันนะซิ"
"ไม่ดุดันเหรอ ได้"
สองคนวิ่งไล่กันท่ามกลางแสงจันทร์

เคนตื่นมาที่ชายหาด แต่พิงก์ไม่ได้อยู่เคียงข้าง
"พิงก์ พิงก์อยู่ไหน"
เคนมองหาพิงก์ไปทั่วแต่พิงก์ก็ไม่อยู่ เคนมองไปทางบ้าน

เคนเข้ามาไม่เจอพิงก์เห็นร่องรอยการต่อสู้ ที่ลุงนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น เคนเข้าไปดูลุงแต่ลุงหมดลมไปแล้ว
ที่ตัวลุงมีกระดาษโน้ตเขียนไว้ "หวังว่าเคนยังไม่ได้เอาข้อมูลไปให้ใครนะ พรุ่งนี้เอาแฟลชไดรฟ์มาแลกตัวพิงก์"

เคนขยำกระดาษทิ้งด้วยความโกรธ

ที่บาร์ยูโทเปีย ตอนกลางวัน เจ๊หว่าง เฮียฮะกำลังดุพวกเจ๊ดิว พี่หล ที่เต้นไม่ลงจังหวะ

"หล ดิว เต้นให้มันมีชีวิตชีวาหน่อยกันหน่อยซิยะ เต้นยังกับพวกผีดิบเอาลองเต้นใหม่"
หล ดิวพยายามเรียกช่วงเวลาที่รุ่งโรจกลับมาแต่ไม่เป็นผล
"โธ่ เราตกอับขนาดนี้เลย" หลว่า
เจ๊หว่างมองดุ
"ก็มากนะซิ มิงั้นชั้นคงไม่ให้พวกเธอขึ้นเวทีหรอก"
"คะคุณแม่"
"อ้าย...แล้วพวกเธอห้ามเรียกชั้นว่า คุณแม่"
"ทำไมละ"
"ไม่ดูสารรูปตัวเองเลย ลูกแก่ขนาดนี้ แล้วแม่ไม่ลงโลงไปแล้วเหรอ เอาไม่ต้องพูดมาก
เต้นไหม่"
เพลงขึ้นไหม่ในขณะที่แดนเซอร์กำลังเต้นกันอยู่ ก็หยุดเต้นหน้าซีดมองไปที่หน้าประตู
"เอ้าเป็นอะไรกันอีก ชั้นบอกว่าให้เต้นท่าผีดิบ ไม่ไช่ให้ทำหน้าเหมือนผีดิบ"
ดิวยกมือขึ้นชี้..."เจ๊"
"นั่น ยังจะมาเล่นมุกอีก"
เจ๊หว่างหันไปตูตามที่แดนเซอร์ชี้ แต่เมื่อหันไปก็ต้องตกใจ ที่เคนยืนอยู่ตรงนั้น
"เจ๊หว่าง ผมอยากให้เจ๊ช่วยผมหน่อย"
เจ๊หว่างสงสัย

วันใหม่ที่ตึกร้าง เจนยืนอยู่ตรงกลางตึกพูดกับมือปืน
"เดี๋ยวฉันได้ของจากมัน ฉันจะพยักหน้าเป็นสัญญาณ แกยิงมันได้เลย"
เจนยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

มือปืนวางปืนสไนเปอร์ลง เอากระสุนใส่รังเพลิง เล็งไปข้างล่าง เห็นเจนยืนอยู่
"ดาดฟ้าพร้อมครับ"
เจนในกล้องสไนเปอร์ยิ้มอย่างโหดเหี้ยม

เจนยืนนิ่งอยู่ตามที่นัดหมายอยู่คนเดียว
เคนเดินออกมา สองคนยืนตรงข้ามกัน
"เธอกล้ามากนะ ที่กล้ามาเจอชั้นแบบนี้ สมแล้วที่เป็นสายลับที่เก่งที่สุดของชั้น"
เจนยิ้ม เคนไม่สนใจคำพูดของเจน มองหาพิงก์
"ชั้นเอาสิ่งที่แกต้องการมาแล้วไหนละพิงก์"
"อยู่ในที่ปลอดภัย ชั้นเสียดายความสามารถของเธอ มาทำงานด้วยกันเถอะ ชั้นต้องการคนอย่างเธอ"
เคนมองเจนอย่างโกรธแค้น
"อย่าหวังเลย ชั้นไม่มีทางทำงานกับคนชั่วๆอย่างแกหรอก"
เคนเอาแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาโชว์ให้เจนดู
"ถ้าแกทำอะไรพิงก์แม้แต่นิดเดียว ชั้นเผยแพร่ข้อมูลพวกนี้แน่"
เจนยิ้ม
"ไม่เอาน่า เราโตๆกันแล้ว อย่าขู่กันสิ"
"ชั้นไม่ได้ขู่"
"งั้นก็ ทำเลยซิ ส่งไปให้นักข่าว ส่งให้ตำรวจสากล หรือ ซีไอเอดี"
เคนตกใจอึ้ง เจนหัวเราะ
"ถ้าแกมีข้อมูลพวกนั้นจริงป่านนี้แกคงไม่มาคนเดียวหรอก ป่านนี้ชั้นคงถูก Interpol ล้อมจับไปแล้ว จริงไหม"
เคนรู้ว่าเจนจับไต๋ได้แล้ว
"แต่ชั้นรู้ว่ายังไงแกก็ต้องมา แต่ถ้าเลือกไม่ทำงานกับชั้น ชั้นคงไม่มีทางเลือก"
เจนกำลังจะหันหน้าให้สัญญานสไนเปอร์
"ชั้นก็รู้ว่ายังไงแกก็ต้องไม่เก็บชั้นไว้แน่"
เจนหันมามองเคนที่เปิดเสื้อโคทออกเห็นระเบิดติดอยู่รอบตัว ที่มือมีปุ่มกดระเบิดอยู่
"แต่ถ้าชั้นตายใครก็แล้วแต่ที่อยู่ในรัศมี15เมตรก็ไม่รอดเหมือนกัน ชั้นว่าทางที่ดีแกบอกให้คนของแกเอานี้วออกจากไกปืนได้แล้ว เพราะเมื่อไหร่ที่ชั้นปล่อยปุ่มนี้ ระเบิดจะทำงานทันที"
เจนยังยิ้มอยู่ แต่มีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด
"แล้วถ้าชั้นยังไม่เห็นพิงก์ภายในห้านาที ชั้นจะพาแกไปนรกแน่ เดินเข้าไปข้างใน"
เคนเดินบังคับเจนให้เดินไปในอาคาร

มุมสไนเปอร์ เห็นเจนส่ายหน้าแล้วเดินไปในอาคาร สไนเปอร์เอาตาออกจากกล้องแล้วมองไปข้างล่าง ติดต่อไปยังคนอื่น
"หน่วย2 เจนเข้าไปในอาคารแล้ว"

เคนพาเจนเข้ามาในอาคารที่ลูกน้องเจนคุมตัวพิงก์มา
"ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้"
เจนหันไปพยักหน้ากับลูกน้อง พิงก์เดินมาหาเคน
"เคนเป็นไงมั่ง เคนไม่น่ามาเลย มันไม่เก็บเราไว้แน่"
"ไม่ต้องห่วง เราจะผ่านมันไปด้วยกัน เราต้องรอด"
"รอดเหรอ ต่อให้เธอสองคนหนีชั้นไปได้ พวกเธอก็ยังเป็นผู้ร้ายหลบหนีอยู่ไม่ไช่เหรอ"
เคนมองเจน แค้นที่ทำอะไรเจนไม่ได้

"ยังไงวันหนึ่งชั้นก็จะหาหลักฐานมามัดตัวแกให้ได้"

ที่ตึกร้าง เจ๊หว่างอยู่ที่อุปกรณ์เครื่องเสียงกับเฮียฮะ เจ๊หว่างใส่หูฟังแล้วปรับเครื่องเพื่อจะอัดเสียงเจน

"ไอ้ชั่ว"
เฮียฮะตกใจที่เจ๊หว่างอยู่ๆก็ด่าออกมาใส่หน้าพอดี ชักปืนมองไปทางข้างหลัง
"ขอโทษ ด่ามัน..เลวจริงๆ"
เจ๊หว่างชี้ไปที่เครื่องอัดเสียง เฮียฮะทำมือส่งสัญญานว่าเข้าใจ
"แล้วมันจะไช้เป็นหลักฐานมัดตัวมันได้จริงๆเหรอ"
เจ๊หว่างและเฮียฮะมองหน้ากัน

เจนมองเคน
"หลักฐานอะไร เธอพูดถึงเรื่องอะไร"
"เรื่องที่แกรับสินบนแล้วปล่อยให้ข้อมูลธงรบ แล้วฆ่าเจ้าหน้าที่เพื่อชิงข้อมูลมานะซิ"
เจนหัวเราะ
"หลักฐานที่แกว่าคืออะไรเหรอ คำพูดของผู้ต้องหาอย่างนี้เหรอ"
เคนพิงก์นิ่ง เจนหัวเราะ
"งั้นเราลากันแค่นี้นะ แล้วชั้นจะให้ลูกน้องชั้นไปเยี่ยมพวกแกในคุก"
เคนมองหน้าพิงก์
"ในอีกไม่กี่นาทีพวกตำรวจสากลคงจะมาแล้วละ พวกเขาก็จะได้ตัวสายลับสองหน้าที่ขายข้อมูลลับให้องค์กรผู้ร้ายข้ามชาติ และชั้นจะคอยเป็นเจ้าหน้าที่ที่คอยสนันสนุนพวกเขาด้วยหลักฐาน"
เจนจะเดินออกไป
"แกก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ที่ตายระหว่างการทำงานต่างหาก ถึงชั้นจะเปิดโปงแกไม่ได้ อย่างน้อยชั้นก็หยุดไม่ให้ทำชั่วต่อไปได้"
เจนหยุดหันมอง
"เคนคิดอะไรอยู่ ถ้าเธอทำอย่างนั้น พิงก์ก็ตายด้วยนะ"
เคนลังเลมองไปที่พิงก์ พิงก์พยักหน้า
"ผมรักคุณนะพิงก์"
"พิงก์ก็รักคุณคะ"
เจนโมโหเมื่อรู้ว่าสองคนพูดจริง
"พวกแกจะบ้าเหรอ จะทำอย่างนั้นไปทำไม ถึงชั้นจะตายไป มันก็ต้องมีคนชั่วคนอื่นมาแทนที่ชั้นอยู่ดี แต่พวกแกก็ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นคนชั่วตลอดไป"
"เป้าหมายของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไม่ไช่เพื่อได้รับการสรรเสริญเยินยอ" พิงก์ว่า
"แต่เพื่อ บำบัดทุข์ บำรุงสุข บลาๆๆๆ ชั้นรู้ชั้น ก็เรียนมาเหมือนกัน" เจนว่า
"แล้วทำไมแกถึงมาเป็นโจรเสียเองละ"
"วิธีคิดแบบพวกเธอมันไช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้ การที่จะคุมคนชั่วให้ๆได้ ต้องเป็นหัวหน้าคนชั่วก่อน"

เจ๊หว่างอยู่ที่อุปกรณ์เครื่องเสียงเตรียมอัดเสียงเจนเพื่อเอาผิดลุ้นให้เจนสารภาพ
"ชั่วจริงๆ"
เจ๊หว่างอุทานออกเสียงดังใส่หน้าเฮียฮะ เฮียฮะตกใจชักปืนมองไปทางข้างหลัง เจ๊หว่างชี้ไปที่เครื่องมืออัดเสียง เฮียฮะทำมือข้าใจ
"มันสารภาพหรือยัง"
"ใกล้แล้ว"
เจ๊หว่างก้มหน้าจัดการเครื่องอัดเสียงต่อ

เจนมองหน้าทั้งสองคน
"คิดว่ามีแค่ชั้นเหรอที่ทำงานให้ธงรบ"
เคนมองเจน
"ชั้นเคยได้ทำงานหนักเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเอาผิดมัน และพอถึงวันนั้น วันที่ชั้นมีหลักฐาน พร้อมจะเอาผิดมัน ชั้นก็โดนหักหลังโดยผู้บังคับบัญชาชั้นอีกที เพราะพวกเขาก็มีผลประโยขน์ร่วมกัน ชั้นก็เลยต้องยอมร่วมมือทำงานกับมันกับมันเพื่ออยู่รอด"

เจ๊หว่างอยู่ที่อุปกรณ์เครื่องเสียงเตรียมอัดเสียงเจน
"เหี้ยแล้วไหมละ เฮียฮะ"
เจ๊หว่างมองไปทางเฮียฮะ เฮียฮะพยักหน้าเข้าใจ
"ใช่ มันเหี้ยจริงๆ"
เฮียฮะชี้ไปที่เครื่องมือ
"ไม่ไช่ เฮียฮะ"
เจ๊หว่างชี้ไปข้างหลังเฮียฮะ เฮียฮะหันหลัง
"ใช่ เหี้ยแล้วล่ะ"

เจนเล่า
"สุดท้าย ชั้นก็คิดได้ว่า อย่างไงคนชั่วก็ไม่มีทางหมดไปจากโลกได้นี้หรอก แต่จะทำอย่างไรไม่ให้คนชั่วมีมากกว่าคนดี"
"แกเลยต้องทำหน้าที่คอยควบคุมคนชั่ว..ฮึ.ช่างดูดีเหลือเกิน แต่แกลืมพูดไปว่า การที่แกถือวิสาสะเข้ามายึดอำนาจทำหน้าที่นี้ แกคงต้องได้เงินทองและตำแหน่งการงานมาชดเชยการเสียสละของแกใช่ไหม"
"ชั้นยอมรับว่าไช่ แต่จริงๆแล้วชั้นก็แค่ต่อรอง เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสมดุล"
"ไม่น่าเชื่อว่าคุณสามารถเชื่อคำโกหกของตัวเองได้ขนาดนี้ คุณทำทุกอย่างก็เพื่อตัวเองทั้งนั้น เงินทองเพื่อสนองความอยากในสิ่งของ ตำแหน่งการงานเพื่อสนองแกอำนาจที่แกจะได้มา"
เคนเดินมา
"อย่างนาฬิกาเนี่ยเพื่อนให้ยืมมาไช่ไหม"
เสียงหวอของรถตำรวจมา เจนกำลังจะเดินไป
"ถ้าชั้นบอกว่าใช่แล้วแกจะว่าไง"
เจนหัวเราะ
"พูดไปกับคนอย่างพวกแก เสียเวลาเปล่าๆ"
เจนจะเดินออกไปข้างนอก
"ก็เอาสิเราจะได้ไปด้วยกัน เราพร้อมที่จะตายอยู่แล้ว"
"ชั้นรู้ว่าพวกแกพร้อมที่จะตาย แต่พวกเขาล้ะพร้อมหรือยัง"
ลูกน้องเจนเดินมาพร้อมกับเจ๊หว่างและเฮียฮะ
"เฮียฮะ เจ๊หว่าง"
"ชั้นผิดหวังในตัวเธอมากเลยนะเคน เธอตกต่ำจนต้องขอความช่วยเหลือจากสองคนนี้เนี่ยนะ"
เคนนิ่งเป็นห่วงเจ๊หว่าง
"ขั้นจะออกไปข้างนอกแล้วนะ ชั้นจะบอกว่าพวกแกยอมมอบตัวแต่โดยดี ถ้าพวกแก สารภาพ โทษก็อาจจะลดเหลือแค่จำคุกตลอดชีวิต"
เคนโกรธ
"เอาซิ ปล่อยมือให้มันระเบิดไปเลย ทุกคนในที่ก็จะตายกันหมด รวมถึงสองตัวนั้นด้วย"
เจ๊หว่างเฮียฮะกลัว เพราะรู้ถึงอานุภาพของระเบิด
"ชั้นอยากรู้เหมือนกันว่าถ้าถึงที่เวลาแกอยู่ในสถาณะการที่ต้องเลือก แกยังจะฆ่าได้แม้แต่คนบริสุทธิ์เพื่อหยุดชั้น ตามอุดมการณ์ หรือจะยอมร่วมมือกับคนเลวอย่างชั้น แล้วปล่อยชั้นไป"
เคนลังเล เจนยิ้ม เจนพูดผ่านอินเตอร์คอม
"ถ้าพวกมันตามชั้นออกมายิงได้เลย"

สไนเปอร์มองไปในกล้อง รับคำสั่ง
"ครับ"

ก่อนที่เจนจะเดินไปได้ไกล พุฒิก็เข้ามาจัดการลูกน้องเจนทั้งหมด แล้วให้เจ๊หว่าง เฮียฮะวิ่งหนีไป ส่วนเคนกับพิงก์ก็จัดการที่เหลือ
"มอบตัวเถอะพี่เจน แล้ว….."
เจนพูดต่อ "โทษหนักจะกลายเป็นเบานั้นต้องเป็นชั้นที่พูดกับพวกแก พวกแกไม่มีหลักฐานจะเอาผิดกับชั้น แกต่างหากที่จะโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวเจ้าพนักงานและอีกหลายกระทงเลย"
"เรามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดเห็นว่า พี่โขมยข้อมูลลับไป และฆ่าเจ้าหน้าที่ของเรา"
"ใช่ชั้นเอง ชั้นโขมยข้อมูลมาแต่แค่หลักฐานจจากกล้องวงจรปิด คงเอาผิดชั้นไม่ได้หรอก เดี๋ยวพวกของชั้นที่มีชื่ออยู่ในแฟลชไดรฟ์นี้ที่ชั้นโขมยมา"
เจนทำหน้าล้อเลียน ชูแฟลชไดรฟ์ขึ้นให้กลุ่มเคนดูแล้วเก็บเข้ากระเป๋า
"ก็จะบังเอิญทำฟุตเทจหายไป และเจ้าหน้าที่ชั้นฆ่า ก็จะมีพวกแกเป็นฆาตกร"
เจนหัวเราะ พุฒิเผลอ เจนเล่นงานแล้วหนีออกมา
"ชั้นกำลังออกมา ถ้ามันตามมายิงมันได้เลย"

เจนออกมา เรียกขอความช่วยเหลือจากตำรวจ
"ผู้ต้องหาอยู่ข้างใน เข้าไปจับได้เลย"
ยังไม่ทันที่ตำรวจจะเข้าไป เคนวิ่งตามมา
"นั่น เข้าไปจับเลยมันคือหนึ่งในผู้ต้องสงสัย"
ตำรวจหยุด
"หยุด อย่าขยับ"
เจนหันไปยิ้มโห้เคน ตำรวจเดินมาจับเจนแทน เจนงง
"คุณมีสิทธิที่จะไม่พูดอะไรจนกว่าได้พบทนาย คุณเข้าใจไหม"
"อะไรของพวกแกเนี่ยไปจับมันโน่นไม่ไช่ชั้น"
ตำรวจพูดซ้ำ
ตำรวจลากตัวเจนไป ผ่านรีออน ที่โชว์เฟซบุ๊กไลฟ์ สิ่งที่เจนเพิ่งพูดไป เจนหันกลับไปมอง พุฒิโชว์กล้อง
"กล้องวงจรปิดคนดูมันน้อยไป ไลฟ์สดเนี่ยคนดูเป็นหมื่นเลยนะ ดูซิเพื่อนๆแกที่มีชื่อในแฟลชไดรฟ์นี้จะว่าไง"
พุฒิหยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาโชว์ เจนเห็น โกรธโวยวาย
"ยิงมันเลยๆๆๆ"

พิงก์วิ่งมากอดเคน สไนเปอร์เล็งมาที่เคน เสียงปืนดังสนั่น

อ่านต่อตอนที่ 20


กำลังโหลดความคิดเห็น...