xs
xsm
sm
md
lg

ลาครั้งสุดท้าย ก่อน "สอาด" จะวายชนม์ !

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ลาครั้งสุดท้าย ก่อน "สอาด" จะวายชนม์ !

ทีมงาน "ละครออนไลน์" ร่วมกับทีมละคร “มนตรามหาเสน่ห์” เก็บเรื่องราวและฉากเด็ดๆของละครเรื่องนี้มาฝากกัน และหนึ่งในช่วงหนึ่งของ EP 1 เปิดด้วย "ฉากไหว้ครู" ซึ่ง สอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ กับบทบาท “พระยาศิลปบรรเลงรมย์" ....



“ไหว้ครูปีนี้… คงจะเป็นปีสุดท้ายในชีวิตของกู พวกมึงจงใช้วิชานาฏศิลป์ไปทำมาหากินเลี้ยงชีพ เลี้ยงชีวิต เลี้ยงครอบครัว จงรักกันไว้ เจอะเจอกัน ณ ที่ใด ให้ระลึกเสมอว่า พวกมึงมีกูเป็นครูคนเดียวกัน กูขอฝากไว้แค่นี้” (‘สอาด เปี่ยมพงศ์สานต์’ ศิลปินแห่งชาติ)

วันนั้นมีผู้ร่วมงานอยู่ในฉากนี้หลายคน ซึ่งวันนี้ ทุกคนได้เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับนักแสดงและศิลปินแห่งชาติ “สอาด เปี่ยมพงศ์สานต์” ครั้งสุดท้าย ก่อนจากไปอย่างไม่มีวันกลับ  "มนตรามหาเสน่ห์" เป็นละครเรื่องสุดท้ายในชีวิตของ ครูสอาด  แม้วันถ่ายทำ ท่านจะป่วย แต่ก็ไม่บอกใครและทำหน้าที่นักแสดงมืออาชีพได้อย่างเต็มที่จนเสร็จสิ้นหน้าที่นักแสดง

ละครออนไลน์ ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้มีส่วนร่วมกับฉากนี้ อาทิ หงษ์-ธัญญ์นิธิ, ผิน เกรียงไกรสกุลและ "ใหม่" สุคนธวา เกิดนิมิตร
แต่ละคนพูดถึงครูสอาด เปี่ยมพงษ์สานต์อย่างไรบ้าง มาฟังกันดู
หงษ์ – ธัญญ์นิธิ ฉันท์เอกสิทธิ์ (ผู้จัดละคร)
หงษ์ - ธัญญ์นิธิ ฉันท์เอกสิทธิ์ (ผู้จัดละคร)
"สำหรับผม ลุงอาด เป็นเหมือนครู วันแรกที่เราติดต่อไปว่าอยากให้ลุงมาเล่น เพราะไม่มีใครเหมาะกับบทนี้นอกจากลุง ซึ่งพอส่งบทไปให้อ่านลุงก็ตกลง ทางเราก็ดูแลลุงอย่างดี พอวันที่มาถ่ายลุงก็เรียกผม พี่ผิน (ผู้กำกับ) และโปรดิวเซอร์ไปคุย ตอนแรกก็คิดว่าแกจะบ่นอะไรหรือเปล่า แต่ไม่ใช่เลย!! ลุงแกเรียกไปถามว่าจะให้เล่นยังไง เพราะลุงทำการบ้านมาแล้ว แบบนี้ใช่ไหม หรือจะให้ลุงทำยังไงบ้าง คือต้องยอมรับว่านี่คือนักแสดง ทำการบ้านมาครบทุกอย่าง ผมคิดขึ้นมาแวบนึงเลยว่า นักแสดงสมัยก่อนจะทำความเข้าใจและลงลึกขนาดนี้ ทาง พี่ผิน ก็บอกแกว่าไม่ต้องทำอะไรแล้ว เป็นตัวของลุงเองได้เลย

เมื่อถึงเวลาเข้าฉาก ลุงแกจำบทแม่นมาก ท่องมาเป๊ะมาก เทคเดียวผ่าน คือในฉากไปคัทที่คนอื่น แต่ตัวลุงแกผ่านแล้ว ผมรู้สึกว่าเจ๋งมากๆ โดยเฉพาะฉากที่แกถูกยิงแล้วล้มลงไป ผมนั่งดูอยู่ที่หน้ามอนิเตอร์ อยู่ดีๆรับเข้าเฟรมมา แกล้มตึงลงไปเลย ศรีษะกระแทกพื้น ผมก็มองหน้ากับพี่ผินว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วรีบวิ่งไปดู ซึ่งปรากฎว่าลุงแกล้มเอง ล้มจริงให้ จะได้ไม่ต้องใช้คนแสดงแทน ผมตกใจเลย รีบบอกแกว่าผมสามารถให้คนอื่นล้มแทนได้ ดังนั้นถ้าใครที่ได้ดูละคร มนตรามหาเสน่ห์ ซีนทั้งหมดที่แกเล่น เป็นการแสดงครั้งสุดท้ายในชีวิตของแก และแกเล่นเองจริงทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่รู้เลยคือ ขาแกเจ็บอยู่ แกไม่เคยบอกใครเลย เพราะแกถามมาว่าจะให้ใส่ถุงเท้าสีอะไร แกเอามาจากบ้านเลย เราเลยไม่รู้ว่าเท้าแกเจ็บ จนมารู้ตอนถ่ายจะเสร็จว่าแกเป็นแผลอยู่ จะพาไปหาหมอแกก็ไม่ไป บอกทำแลเองได้ ทุกคนก็เลยช่วยแกทำแผลให้และถ่ายจนเสร็จ แกรับเชิญมาแค่ 2 ฉากเอง แต่แกเต็มที่มากๆ ผมรู้สึกเป็นเกียรติในชีวิตการทำละคร อย่างน้อยครั้งนึงได้ทำงานกับ “ลุงอาด”  นักแสดงมืออาชีพ"
ผิน เกรียงไกรสกุล (ผู้กำกับ)
ผิน เกรียงไกรสกุล (ผู้กำกับ)
“ฉากที่คุณอาเล่นในเรื่องนี้ เป็นฉากต้นเรื่องเลย แกเป็นครูซึ่งเป็นบรมจารย์ของตัวเอกของเรื่อง แล้วเป็นผู้ที่มอบหมายคาถาให้  ใหม่ สุคนธวา คงความงามได้ตลอด มีโจรมาปล้นและแกถูกยิงตาย ซึ่งเป็นฉากที่ผมประทับใจมาก เพราะอาอาดผมเคยร่วมงานกับแกมาแล้ว แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้กำกับ นี่นับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมมีโอกาสได้กำกับแก ผมเองคุ้นเคยกับแกตั้งแต่เรียนชั้นประถม ผมดูทีวีขาวดำ แกก็เป็นคนพากษ์เสียงก็เลยจะคุ้นกับแกมาก มีโอกาสได้ดูหนังไทยของแกหลายเรื่อง โตมาก็เคยมาทำงานกับแก ได้เคยเจอกันบ้าง แต่ครั้งนี้ไม่คิดไม่ฝันเหมือนกันว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกัน มีความประทับใจหลายๆอย่างที่เจอกัน แกเป็นกันเอง มีสอนอะไรต่างๆด้วย ไม่ถือตัว และที่สำคัญแกเต็มที่มากๆ เราพยายามที่จะเลี่ยงความรุนแรง แต่เวลาแกเล่นแกใส่เต็มแบบเกินร้อย ต้องบอกว่าแกสุดยอดจริงๆ แกมีแผลผ่าตัดที่เท้ามา เนื่องจากเป็นเบาหวาน แผลผ่าตัดเป็นปีแล้วมันยังไม่หาย มันอักเสบและบวม แต่ฉากที่เล่นต้องถูก ใหม่ เข้ามากอดและทับที่แผลแกโดยที่แกไม่ได้บอกก่อน ดังนั้นไม่มีใครรู้ แล้วชุดนางรำที่ใหม่ใส่หนักหลายสิบกิโล แล้วทับแก ฉากตอนที่แกตายไม่มีใครรู้เลยว่าแกมีอาการเจ็บมาก หลังจากเสร็จฉากนั้น ถึงรู้ว่าแกเจ็บที่แผลมาก แล้วแผลก็บวม นี่คือสปิริตนักแสดง แกไม่บ่น ไม่ร้องอะไรเลย การแสดงก็ทำอย่างลื่นไหลมากๆโดยที่ไม่สนใจกับความเจ็บปวดของร่างกายของตัวเองเลย อันนี้ต้องบอกว่าเป็นครูของศิลปินจริงๆ

ผมโชคดีมากที่ได้ทำงานกับคุณอา ครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายของแก เป็นอะไรที่ประทับใจและจะอยู่ในความทรงจำของผมไปตลอด เป็นบุญของผมครับที่ได้ร่วมงานกับอาสอาด มีความยินดีมากๆและจะจารึกไว้ตลอดไปครับ”
ใหม่ – สุคนธวา เกิดนิมิตร
ใหม่ – สุคนธวา เกิดนิมิตร
"ใหม่เคยมีโอกาสเล่นละครกับคุณอามาก่อน อาเล่นเป็นพ่อของใหม่ในเรื่อง ตั้งแต่เล่นเรื่องนั้นจบก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย จน 18 ปีผ่านมา ได้มาเจอท่านอีกครั้ง รับรู้ว่าคุณอาได้เล่นเรื่องนี้ด้วย ใหม่ดีใจมาก ตอนแรกไม่รู้ว่าท่านจะจำใหม่ได้ไหม เพราะไม่เจอกันมานานมาก พอได้เจอกันใหม่ก็สวัสดีท่าน  และก่อนเข้าฉากใหม่เลยลองทักท่านว่า จำได้ไหมคะว่าใหม่เลยเล่นละครเป็นลูกคุณอา ซึ่งตอนนั้นเป็นปีแรกที่ใหม่เล่นละคร อาแกบอกว่า ไอ้บ้า! จำได้สิ อาไม่เห็นทักก็นึกว่าจำไม่ได้ (ยิ้ม)  กลายเป็นว่าต่างคนต่างกลัวว่าจะจำไม่ได้ อาน่ารักมาก เมตตาเอ็นดูใหม่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่ได้เจอ

วันนั้นที่ถ่ายทำ ใหม่รู้สึกเหมือนว่าเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เจอกันยังไงก็ไม่รู้ ใหม่รู้สึกแปลกๆว่าทำไมมองหน้าอาแล้วรู้สึกว่าจะได้เจอครั้งสุดท้าย ฉากสุดท้ายที่ได้เข้าด้วยกัน เป็นฉากเปิดตัวของละครเรื่องนี้ วันนั้นไดอาล็อคที่อาพูดเป็นเหมือนลางสังหรณ์เหมือนเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ วันนั้นเหมือนอาอวยพรเราครั้งสุดท้ายจริงๆและเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ

และฉากวันนั้นที่แกต้องโดนยิง ในฉากใหม่ต้องรีบวิ่งไปดูแก ผ้าถุงชุดนางรำไปโดนเท้าแก แต่ใหม่ก็เล่นจนจบเพราะต้องระเบิดอารมณ์ที่ในฉากพ่อครูต้องเสียชีวิต พอสั่งคัทมีคนมามุงอาเยอะมาก บอกว่าอาเป็นแผลที่เท้าแต่ไม่ได้บอกใคร เพราะกลัวว่าทุกคนจะไม่ให้เข้าฉาก ไม่ให้เล่นละครเรื่องนี้ อาเปิดให้ดูเป็นแผลเบาหวาน เลือดไหลเยอะมาก เลยคิดว่าผ้าถุงที่ใส่ไปโดนแน่ๆ ตลอดการถ่ายอาอดทนมากๆ อาให้กำลังใจใหม่ว่าใหม่ไม่ได้ผิดอะไร เท่ากับว่าคุณอาเล่นละครกับใหม่ตั้งแต่เรื่องแรกและเรื่องสุดท้ายที่เจอกัน"

สำหรับประวัติของศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับท่านนี้  
สอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ ชื่อเล่นว่า "เล็ก"  เป็นนักแสดง นักพากย์ ผู้เขียนบทโทรทัศน์ และผู้กำกับการแสดงชาวไทย จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยนิฮง กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในสาขาวิชาการภาพยนตร์ และวิชาโทรทัศน์จาก N.H.K. TV เมื่อ พ.ศ. 2498 ก้าวสู่วงการโทรทัศน์ด้วยการชักชวนของ จำนง รังสิกุล โดยเข้าเป็นพนักงานรุ่นบุกเบิกด้านการจัดรายการ ในปีแรกทำการของไทยทีวี ช่อง 4 บางขุนพรหม พร้อมกับปรากฏตัวบทพระเอกในละครทีวีเรื่องแรก ดึกเสียแล้ว ของ อุษณา เพลิงธรรม

อีกทั้งยังเป็นนักพากย์หลักของช่อง 4 ที่ช่วยสร้างอรรถรสสนุกสนานแก่ผู้ชมชาวไทยหน้าจอแก้วคู่กับ ดาเรศร์ ศาตะจันทร์ ในซีรีส์หลายเรื่อง เช่น มนุษย์ค้างคาว, ขวัญใจสายลับ, กลอยใจจอมเปิ่น ฯลฯ และยังเป็นนักเขียนเกี่ยวกับบุคคลและเรื่องราวในแวดวงโทรทัศน์และบันเทิง ทางหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ และได้รับประกาศให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี พ.ศ. 2557
ตลอดระยะเวลาการเป็นนักแสดง ครูสอาด เป็นที่รักของคนวงการอย่างมาก ท่านเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2562 เวลา 08.04 น. ที่โรงพยาบาลวชิระ จากภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต ขณะอายุได้ 86 ปี
สอาด เปี่ยมพงศ์สานต์


กำลังโหลดความคิดเห็น...