xs
xsm
sm
md
lg

Open house ชม"วัยแสบ" ตอนแรก !

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


Open house ชม"วัยแสบ" ตอนแรก !

ละคร "วัยแสบสาแหรกขาด" เมื่อปี 2559 ประสบความสำเร็จมาก เป็นละครที่มีรางวัลการันตีจากหน่วยงานและสถาบันมากมาย ปีนี้ ... 2562 วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2 กำลังจะออนแอร์ตอนแรก ทางช่อง 3 ในวันศุกร์ที่ 29 มีนาคมนี้

เมื่อวันศุกร์ที่ 22 มีนาคม ณ ห้องบอลรูม 1 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล มีงาน "Open house วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2" และได้ฉายละครตอนแรกของเรื่องนี้ให้ได้ชมกัน ...พร้อมทั้งมีการพูดคุยในประเด็นที่น่าสนใจในละครกัน
เมื่อได้ชมละครเรื่องนี้ ...

"Listen to the unspoken words, We'll understand more... - ฟังเสียงจากข้างใน เราจะเข้าใจกันมากขึ้น"

จะเห็นว่า ละครเรื่องนี้ใส่ใจในรายละเอียดมาก ไม่ง่ายเลยที่จะเกลี่ยข้อมูลทั้งหลายให้อยู่ในรูปของการแสดง หรือใช้งานมโนล้วนๆ เท็จบ้าง จริงบ้าง เหมือนละครเรื่องอื่นๆที่เน้นความบันเทิงโดยทั่วไป ...

เสียงจากข้างใน .... ถูกแปรเป็นภาษากาย !
ผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ต้องหมั่นสังเกต และต้องสัมผัสกับเสียงนั้นให้ได้ อาจจะผ่านสีหน้า แววตา พฤติกรรมและอารมณ์บางอย่าง

สังคมอาจจะเคยชินกับบทบาทของผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่ "สั่ง-บอก-กำหนดสิ่ง" ที่เชื่อว่า เป็นความความถูกต้อง ดีที่สุด โดยไม่ฟังเสียงของอนาคต ! และหากผู้ใหญ่ "ฟัง" เรื่องราวของเด็กๆที่จะเล่า รับฟังอย่างตริตรอง และทำหน้าที่ประคับประคองวัยที่กำลังจะเติบโต จะดีกว่ามั้ย !
ผู้ใหญ่ไม่ควรทำหน้าที่ "บั่นทอน" การเติบโตความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ! แต่ควรจะเสริมและสร้างความมั่นใจของเด็กๆ บางครั้งคุณต้อง "ฟัง" ในบางเรื่องที่คุณอาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม !

ตอนหนึ่งบนเวที รศ.นพ. สุริยเดว ทรีปาตี กุมาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ยอมรับว่า ระบบนิเวศของเด็ก "อ่อนแอ" ป่วยยิ่งกว่าตัวเด็กเสียอีก ! ใน 100 เคสที่มาปรึกษา พบว่า ครึ่งหนึ่งต้องรักษาคนพามา และอีก 25 เปอร์เซนต์ต้องตามไปรักษาคนที่ส่งมา

แม้ว่า เด็กทั้ง 5 คนในละคร จะสะท้อนปัญหาของเด็กที่ต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่พบและได้เห็นคือ ผู้ใหญ่มักจะไม่รู้ตัวว่า ตนเองไม่ฟังเสียงของลูกหลานเลย เคยชินกับการเลี้ยงลูกแบบที่ตนคิดว่าดีและถูกต้องทั้งนั้น ส่วนเด็กก็แสวงหาวิธีการที่จะสร้างโลกของตัวเองขึ้นจนแปลกแยกไปจากสังคม
วันนี้ เหล่าครูจากโรงเรียน "เปี่ยมคุณศึกษา" กลับมาทำหน้าที่ประคับประคอง และคลี่คลายปัญหาของเด็กต่างๆเหล่านี้ เพื่อพัฒนา "ศักยภาพ" ของเด็กให้เติบโตอย่างที่ควรจะเป็น ...

นอกจาก "ละคร" แล้ว ยังมีสารอีกประเภทหนึ่งคือ "นวนิยาย" 2 เล่มจบ (580 บาท) โดย สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ จัดจำหน่ายโดย บริษัทสถาพรบุ๊คส์ จำกัด

ณัฐิยา ศิรกรวิไล กล่าวไว้ใน "คำนำผู้เขียน" ตอนหนึ่งว่า
"หัวใจสำคัญในการเขียน วัยแสบสาแหรกขาด ทั้ง 2 ภาคคือ "การหาข้อมูล" เพราะเรื่องราวทั้งหมดต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ความขัดแย้ง ปมปัญหา การแก้ปัญหา และแก้ปมขัดแย้งนั้นๆ ต้องเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง ทีมงานที่อยู่ในกระบวนการเขียนจึงไม่ได้มีแค่นักเขียน แต่มี "ฝ่ายข้อมูล" ที่ทำงานอย่างหนัก ทั้งติดต่อ สัมภาษณ์ ถอดคำสัมภาษณ์เพื่อให้ทีมนักเขียนได้อ่านและทำความเข้าใจก่อนเขียน รวมถึงที่ปรึกษาผู้ให้ข้อมูลในทุกๆมิติ ไม่ว่าจะเป็นจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ปรึกษาปัญหาเด็กและเยาวชน นักการศึกษา ศึกษานิเทศ ครู นักเปียโน นักสร้างเกม นักเล่นเกม นักเรียน ผู้ปกครอง และอีกมากมาย ที่ให้ความกรุณาส่งต่อข้อมูล แนวคิด และประสบการณ์ต่างๆ ที่มีประโยชน์มากๆในการเขียน"
เครดิตขอบคุณผู้มีส่วนในการสนับสนุนด้านข้อมูลทั้งหลายมากถึง 4 หน้า นวนิยายเรื่องนี้ อ่านแล้วได้ทั้งความบันเทิงและได้ความรู้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหานั้นๆ หรือบางเรื่อง จำเป็นต้องมี "เชิงอรรถ" เพื่ออธิบายทำความเข้าใจกับคนอ่านยิ่งขึ้น

คงจำกันได้ เด็ก 5 คนในภาคแรก "โชกุน" เด็กชายจอมโกหก , มินนี่สาวน้อยที่เอาชีวิตไปผูกติดอยู่กับโลกโชเชียล, ตังเม เด็กหญิงที่ทำร้ายตัวเอง, ปิ๊กปิ๊ก เด็กหญิงจอมฉก ชอบหยิบฉวยคนอื่นไปโดยไม่มีความรู้สึกผิด, หวาย หนุ่มน้อยที่มักมีเรื่องชกต่อยกับเพื่อนเป็นประจำ ทุกคนมาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย่าร้าง !
"ทรายทิพย์ " ทำหน้าที่คลี่คลายปัญหาของเด็กใน "โรงเรียนเปี่ยมคุณศึกษา"

2 ปีผ่านมา ...ไม่ว่าจะเป็น ชวนากร (ธีรเดช เมธาวรายุทธ) และ ทรายทิพย์ (จิดาภา แจ่มปฐม) ต่างใจเย็นมากขึ้น
เมื่อปีการศึกษาใหม่มาถึง โครงการ "ผูกสาเเหรก" เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง เด็ก 5 คนในภาคนี้ประกอบด้วย

"บุ๊ค" มหาสมุทร ขุมเหรียญทอง (Gaming Addiction ติดเกม) เด็กหนุ่มวัย 16-17 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 : ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์
ปราบ พ่อของบุ๊คเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์ของทางหลวง ทำงานกะกลางคืน แยกทางกับแม่ชื่อ ลิลลี่ ที่หย่ากับพ่อ ไปทำงานที่ร้านอาหารในนิวยอร์ก และส่งเงินค่าเล่าเรียนกลับมา การกลับมาครั้งนี้ เธอช็อกที่เห็นลูกติดเกมอย่างหนัก
บุ๊ค พูดจาไม่ค่อยไม่รู้เรื่อง ยกเว้นเรื่องเกม ไม่มีเพื่อนในโลกความจริง แต่มีเพื่อนในโลกออนไลน์เยอะมาก ภาพกำยำของ "เทพโอเชี่ยน" ซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังในการใช้อาวุธต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามในเกมที่บุ๊คเล่น สวนทางกับบุคลิกของบุ๊ค การติดเกมอย่างหนัก ทำให้เขานอนน้อย ตัวซีดขาว สีหน้าไม่ผ่องใส ไม่แข็งแรง ดูเชื่องช้า ไม่สนใจการแต่งตัว กิน นอนไม่เป็นเวลา
"ถ้าพ่อแม่ทำบ้านเป็นสนามรบ ลูกๆต้องมี "หลุมหลบภัย" ของตัวเอง หลุมหลบภัยที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย ปกป้องไม่ให้หัวใจเขาเจ็บปวด หลุมหลบภัยของบางคนคือ ดนตรี กีฬา การอ่านหนังสือ ถ้าเป็นหลุมหลบภัยที่ดี เด็กจะได้พักและอยู่กับตัวเอง พร้อมแล้วออกมาสู้กับความจริง แต่บางครั้งหลุมหลบภัยก็กลายเป็นหลุมดำที่ดึงดูดให้ถลำลึกลงไปจนพวกเขาหาทางกลับสู่ความเป็นจริงลำบาก" (เล่ม 1 หน้า 37)

"เด็กชายพีท" ลักษณ์พงษ์ (Temper Tantrum เด็กกรี๊ด) เด็กชายจากชั้นประถมปีที่ 1 วัย 4-5 ขวบ : ด.ช.ธนพัชญ์ จันทศร
พ่อของพีทเสีย โมรากุล แม่ของพีท ทำงานเป็นผู้จัดการกองถ่าย ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ลูกชายจึงอยู่กับธรรมชนะและครองพร ผู้เป็นตาและยาย ด้วยเหตุที่ตากับยายตามใจหลานรัก จึงทำให้พีทเข้าใจและมองตัวเองว่าสำคัญ ทุกคนต้องให้ความสนใจ ไม่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่น มีบุคลิกโวยวาย ฟูมฟายไม่เลิก คุมตัวเองยาก ไม่รู้จักการเข้าสังคม ไม่มีเพื่อน ไม่มีใครอยากเล่นด้วย ร้องดัง คนมอง ยิ่งชอบ
"การกรี๊ดเป็นได้ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย มันเป็นเหมือนการแสดงออกทางอารมณ์ในเวลาที่เขาต้องการต่อรอง หรือต้องการเรียกร้องความสนใจ ... เด็กๆ เขาเรียนรู้ที่จะต่อรอง เอาชนะ เพื่อให้ได้ตามที่เขาต้องการ ถ้าการกรี๊ด การลงไปชักดิ้นชักงอที่พื้น การทำร้ายตัวเอง ส่งเสียงร้องดังๆ มันทำให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ เขาก็จะจำ แล้วก็ดึงมันมาใช้เพื่อต่อรองกับผู้ใหญ่ (เล่ม 1 หน้า 105)

"ใบพัด" กายภัทร ศุภนันตกุล (Autism ออทิสซึ่ม) อายุ 16-17 ปี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 : ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร
พ่อกับแม่ของใบพัดเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ใบพัดมีมรดก 40 ล้านบาท ในพินัยกรรม ระบุว่า หากลุงกองพล เซลส์แมนขายประกัน ปากกัดตีนถีบ รับดูแลหลานชาย จนอายุครบ 25 ปี จะได้เงิน 10 ล้านบาท โดยที่กองพลไม่รู้มาก่อนว่า หลานชายเป็นเด็กออทิสซึ่ม
บุคลิกของใบพัด ชอบพูดจาซ้ำๆ ย้ำไปมา เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง สังคมส่วนใหญ่จะมองว่า เป็นเด็กน่าขบขัน ไม่มีมารยาท จะพูดกับใครก็พุ่งเข้าประชิดตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนอีกฝ่ายกลัว พูดตรงตามความคิด ไม่แสแสร้ง ไม่โกหก ไม่มีกาละเทศะ ไม่ชอบเสียงดัง ภาษากาย ที่เราเห็นคือ ชอบใจจะหัวเราะเสียงดัง ผิดหวังจะเดินวนไปมา หรือเอาหัวโขกกำแพง
ใบพัดมีความสามารถทางด้านดนตรีที่โดดเด่น เล่นเปียโนได้ดีเยี่ยม เรียกว่า ฟังครั้งเดียวเล่นได้เลย แม้ไม่มีเปียโน ก็สามารถจินตนาการการเล่นออกมาได้อย่างมหัศจรรย์
"ทรายทิพย์เดินถือเป้ของใบพัดเข้ามาในบ้าน รื้อหาไอพอด พอเจอแล้วรีบบอกกองพลให้ต่อเข้ากับลำโพง รออยู่อึดใจ เสียงเพลง "Moonlight Sonata" ก็ดังลอยออกมาถึงหน้าบ้าน
ใบพัดชะงัก เงี่ยหูฟังบทเพลงคลาสสิกนั้น พอเสียงเพลงดังเข้ามาในโสตสัมผัส เด็กหนุ่มก็สามารถเชื่อมต่อกับดนตรีได้ทันที ใบพัดดูสงบลง หยุดเอาหัวโขกกำแพง และนั่งหลับตาให้เสียงเพลงซึมผ่านเข้าไปในสมอง มือไม้ค่อยๆขยับตามตัวโน้ต เพราะความรู้สึกที่คุ้นเคยเริ่มกลับมาแล้ว และในที่สุดก็ลุกพรวดขึ้นเดินเข้าบ้านไปช้าๆ คล้ายกับปล่อยตัวล่องลอยตามเสียงเพลงไป" (เล่ม 1 หน้า 63)

"วีหนึ่ง" วิธารี เอื้อนันทวัฒน์ (The Perfectionism มนุษย์สายท็อป) เด็กสาวจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อายุราว 17-18 ปี : ณิชภาลักษณ์ ทองคํา
พ่อกับแม่ของวีหนึ่งหย่ากัน ไวทิน ผู้เป็นพ่อได้เมียใหม่ฐานะดีชื่อ กิ่งแก้ว มีลูกติดคนหนึ่งคือ ไททัน เรียนไม่เก่ง แม่ของวีหนึ่งคือ จุลมาศ หญิงสู้ชีวิต เปิดร้านขายกิ๊ฟท์ชอป เธอฝากความหวังกับลูกสาวว่า ต้องสอบเข้าคณะดีๆ ทำงานดีๆ ลึกๆคือต้องการให้วีหนึ่งชนะไททัน ลูกติดของเมียใหม่พ่อ
บุคลิกภายนอกดูปกติดี เป็นเด็กเรียบร้อย สุภาพ เป๊ะทุกกระเบียดนิ้ว พูดจาดี มีเหตุผล รอบรู้ ดูเหมือนว่า จะควบคุมอารมณ์ได้ แต่แววตา มีแววของความกลัวและกังวลอยู่ตลอดเวลา
เรื่องความเป๊ะ เด็กบางคนถึงขนาดผูกหูรองเท้าต้องเท่ากัน ใช้ไม้บรรทัดวัดความยาวของถุงเท้าที่พับทั้งสองข้างต้องเท่ากัน
วีหนึ่งกลัวความล้มเหลว เพราะโดนกดดันจากความคาดหวัง กลัวผิด คิดเยอะ ยกตัวอย่าง เช่น เขียนผิดคำเดียว แต่ลบทั้งประโยค เพราะฉะนั้น ... เธอจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากครอบครัวและเพื่อนฝูง ทั้งที่ความจริงแล้ว มีเพื่อนน้อย เพราะไม่ไว้ใจใคร ห่วงภาพลักษณ์มากกว่าธาตุแท้ซึ่งเป็นธรรมชาติของตัวเอง จากความกลัวนี้ ทำให้กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นโรคกระเพาะ ลำไส้แปรปรวน มักมีอาการตื่นเต้น มือไม้สั่น เกร็ง หายใจไม่ออก ไม่ทัน จนเป็นลมก็มี
"ความคาดหวังคือ ความรักที่ถูกบิดเบือน พ่อแม่คาดหวังกับลูกเพราะรัก ลูกอยากตอบแทนความรักด้วยการทำให้พ่อแม่ได้รับสิ่งที่คาดหวัง ทำให้กดดันตัวเองเพื่อทนให้ได้ และความกดดันเป็นต้นเหตุของความเครียด เครียดเพราะกลัวจะทำให้ผิดหวัง เครียดเพราะกลัวว่า พ่อแม่จะไม่มีความสุข โดยเฉพาะพ่อแม่ที่คาดหวัง โดยไม่รู้จักตัวตนจริงๆของลูก เป็นความคาดหวังที่ไม่มีทางเป็นจริง เหมือนการเดินอยู่ในอุโมงค์ที่ไร้แสงสว่างและไม่มีทางออก
ความคาดหวังไม่ได้มีแค่ในครอบครัว แต่ในสังคมมักถูกคาดหวังจากคนอื่นเสมอ การรับมือกับการถูกคาดหวังที่ดีที่สุดคือ รู้จักตัวเอง รู้ว่าเรามีศักยภาพแค่ไหน..." (เล่ม 2 หน้า 50-51)

"อุ่น" ไออุ่น เฉลิมชัยโกศล (Gender Creative ความหลากหลายทางเพศ) เด็กสาวจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 วัย 14-15 ปี : พลอย ศรนรินทร์
อุ่นอยู่กับพ่อเกริกฤทธิ์ 4 วัน กับแม่กวิตา 3 วันต่อสัปดาห์ พ่อฐานะดี ทำธุรกิจขนส่ง ส่วนแม่ทำธุรกิจแต่ล้มเหลวหลายครั้ง รบกวนเงินพ่อเป็นประจำ แม่มักโดนพ่อต่อว่า ดูถูกเสมอ อุ่นรู้สึกไม่ภูมิใจ ไม่พอใจกับเพศหญิงของตัวเอง และไม่ชอบให้ใครมาย้ำเพศหญิงของตัวเอง เป็นคนเก็บตัว ชอบอยู่เงียบๆ แววตาเศร้า ใส่เสื้อตัวใหญ่ไม่โชว์รูปร่าง เพื่อนสนิทน้อย ห้องนอนเหมือนที่พักพิง เกราะกำบัง
เพื่อนสนิทของอุ่นคือ แอนฟิลด์ เป็นชายใจหญิง แอ๊บเวลาอยู่บ้าน เวลาอยู่บ้านจะปล่อยตัวเต็มที่ เรียก "แอนเน่" ทั้งคู่โดนเพื่อนแกล้งอยู่บ่อยๆ ร่างกายสับสน หลงทาง ไม่ชอบว่ายน้ำ และกีฬาทุกประเภทที่บ่งบอกทางเพศ
"ถ้าเด็กยอมรับไม่ได้ที่ตัวเองมีความเบี่ยงเบนที่เกิดความละอาย ความอับอาย สับสน ขัดแย้งในตัวเอง บางคนจะเกลียดตัวเอง เกลียดสิ่งที่เป็นอยู่ ปฏิเสธความต้องการของตัวเอง เป็นความรู้สึกที่สู้รบกันตลอดเวลา ถ้าใครใกล้ชิดมากๆ ไม่ยอมรับจะเกิดอาการท้อ สิ้นหวัง และคิดเสมอว่า คนที่ตัวเองรัก คนในครอบครัวยังรับไม่ได้ แล้วใครจะรับได้ บางคนจมกับความคิดมากเข้าก็จะเกลียดตัวเอง รวมถึงขาดความเชื่อมั่นในตัวเองไปเลย ... สถิติการโดนทำร้ายร่างกาย โดนกลั่นแกล้ง รวมไปถึงอัตราฆ่าตัวตายในกลุ่มเด็กที่มีพฤติกรรมไม่ตรงเพศมีจำนวนสูงมากขึ้นเรื่อยๆ" (เล่ม 1 หน้า 110)

"วัยแสบสาแหรกขาด โครงการ 2" เป็นละครที่น่าติดตาม มีความเข้มข้น และดรามาหนักมาก พร้อมประเด็นปัญหาที่มีการสอดทัศนคติ จิตวิทยากับเรื่องราวสะเทือนสังคม ซึ่งจะออกอากาศ ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เริ่มตอนแรก 29 มีนาคม 2562 ทางช่อง 3 และช่อง 33 และโชเชียลมีเดีย Ch3 Thailand










กำลังโหลดความคิดเห็น...