xs
xsm
sm
md
lg

ตี๋ใหญ่ 2 ดับ เครื่อง ชน ตอนที่ 6

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตี๋ใหญ่ 2 ดับ เครื่อง ชน ตอนที่ 6

ชื่อภาษาอังกฤษ : THE LEGENDAEY OUTLAW
บทประพันธ์ : “ปีเตอร์” นพชัย ชัยนาม

ภายในเซฟเฮ้าส์เวลากลางวัน

ตี๋ใหญ่ลดปืนลงเมื่อเห็นเป็นพาสเวิร์ด
ตี๋ใหญ่ตกใจ“เวิร์ด...!”
พาสเวิร์ดที่อยู่ในสภาพโทรมและสโหลสะเหลเดินเข้ามาในห้อง
พาสเวิร์ดโงนเงนและยิ้ม“พี่ตี๋..”
พาสเวิร์ดพุ่งมากอดล้มลงตี๋ใหญ่รับเอาไว้
“เวิร์ด! เวิร์ด!”
พาสเวิร์ดเหมือนๆจะสลบ
ตี๋ใหญ่ทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่พาลงนอนก่อน
พาสเวิร์ดลืมตาขึ้นมา
“พี่ตี๋!”
พาสเวิร์ดจับแขนตี๋ใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นตัวจริง
“พี่ตี๋จริงๆด้วยหิวอ่ะหิว”
“หายไปไหนมา”ตี๋ใหญ่ถาม

ต่อมา ตี๋ใหญ่ฟังเรื่องที่พาสเวิร์ดเล่า
“พอหนีมาผมก็มาบ้านหลังนี้มาอยู่นานมากกินของหมดเลยหิวมากผมไปขอพี่ๆแถวนี้กินบางคนก็ให้บางคนไล่ผม”
“พี่ตี๋ผมขอโทษนะที่ตอนนั้นผมไม่ยอมอยู่เฝ้าบ้านพี่ตี๋เลยโกรธผมเลยทำเป็นไม่รู้จักผมใช่มั้ยผมจะไม่ทำอีกแล้วพี่ตี๋..”พาสเวิร์ดบอก
ตี๋ใหญ่รู้สึกละอายใจที่ทำแบบนั้นกับพาสเวิร์ด
“ไม่หรอก... เวิร์ดไม่ได้ทำอะไรผิด”
“พี่ตี๋ผมอยากกลับบ้านแล้วผมขอโทษนะคราวนี้ผมจะไม่หนีมาหาพี่อีกแล้ว”
พาสเวิร์ดนั่งกลัวเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตัวเองผ่านมา
ตี๋ใหญ่มองพาสเวิร์ดแบบตัดสินใจบางอย่าง

บริเวณหน้าห้องกบดาน ไซเรนเดินถือถุงกับข้าวเดินมองซ้ายมองขวาเมื่อไม่เห็นว่ามีใครตามมาจึงไขกุญแจเข้าห้องไป
ไซเรนเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าข้าวของในห้องกระจัดกระจาย
ไซเรนวางกุญแจห้องลงที่โต๊ะใกล้ประตู
ไซเรนเดินไปที่ห้องน้ำก็พบว่าไผ่หวานนั่งตัวสั่นอยู่ในห้องน้ำ
ไซเรนเดินไปนั่งข้างๆไผ่หวาน
“หวาน!ทำไมไปอยู่ตรงนั้น”
ไซเรนประคองตัวไผ่หวานขึ้นมาจากห้องน้ำ
แต่ไผ่หวานก็ผลักไซเรนออกแล้ววิ่งไปที่ประตู
ไซเรนวิ่งไปตะครุบไผ่หวานล้มลงกับพื้น
ไผ่หวานกรีดร้อง
“พี่เรนปล่อยหวานไปเหอะหวานไม่ไหวแล้ว”
“อดทนหน่อย ... อีกไม่นานเธอจะไม่ต้องใช้มันแล้ว”
“พี่เรนไหน ...ของ...ของล่ะ ... ไปหามาให้หวานหรือเปล่า?”
ไซเรนส่ายหน้า
หวานเริ่มร้องไห้ไซเรนเริ่มประคองไผ่หวานขึ้นมาไผ่หวานเริ่มอาละวาดอีกครั้งตบตีไซเรนแบบไม่ยั้งมือ
“มึงจับกูมาทรมานทำไมมึงอยากให้กูตายเหรอ!”
“ไผ่หวาน !! มีสติ .... อดทนอีกหน่อยนะ”
ไผ่หวานเหลือบไปเห็นกุญแจห้องเลยวิ่งไปหยิบ
ไซเรนตามไปจับมือที่ถือกุญแจไว้
“เธอออกไปข้างนอกไม่ได้ถ้าอาการเป็นแบบนี้”
“มึงปล่อยกูไปปล่อยกูไปเดี๋ยวนี้”
ไผ่หวานดิ้นทุรนทุรายยื้อแย่งกุญแจมาจากไซเรนแล้วไผ่หวานก็เอามือที่ถือกุญแจตบไปที่หน้าไซเรน
ใบหน้าไซเรนมีรอยเลือดออกจมูกจากแรงตบ
ไผ่หวานช๊อกกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป
ไซเรนน้ำตาซึม“เธอต้องผ่านมันไปให้ได้!ไผ่หวานเธอทำได้!!”
ไผ่หวานตัวสั่นร้องไห้แล้วทิ้งกุญแจลงกับพื้น
“เราจะผ่านมันไปด้วยกันเชื่อใจพี่นะ”
ไซเรนกอดไผ่หวาน

ภายในLast Day Pub เวลากลางวัน
สัวนั่งกินเป็ดย่างอยู่ลูกน้องพาแรมลงมานั่งตรงข้ามกันแรมก้มหน้าท่าทางสะบักสะบอมเลือดเปรอะเต็มตัวถูกมัดอยู่ที่เก้าอี้
“คิดจะยึดอำนาจกูเหรอ?”สัวถาม
แรมยังคงก้มหน้าเห็นเลือดหยดลงมาจากปากของเขา
“มึงลืมไปรึเปล่าว่าใครสร้างธุรกิจนี้มา ...”
สัวกินอาหารไปพูดไป
แรมเงยหน้ามองเผยให้เห็นเลือดเปรอะเต็มหน้าของเขา

ในอดีต ... มือปืนที่กำลังประกอบปืนและใส่หูฟังเพลงนั้น
ภายในหูฟังคือเพลงแจ๊สคนที่เป็นมือปืนก็ฮัมเพลงตามซึ่งก็คือแรม

แรมมองหน้าสัวด้วยความแปลกใจ
“มึงอยากจะเก็บกูแบบเนียนๆแล้วขึ้นแทนกูใช่มั้ย?แต่กูเสือกดวงแข็งรอดไง
แต่ก็ขอบใจมึงนะที่กูจะได้ใช้โอกาสสร้างสถานการณ์เก็บพวกเอเย่นของสโมสรแล้วก็โยนความผิดให้มึงตัดกำลังคู่แข่งแล้วก็ได้เก็บมึงไปพร้อมๆกันด้วย”สัวบอก
“กูจะให้โอกาสมึงกลับไปเป็นคนส่งของแถวชานเมือง”
แรมส่ายหน้าหัวเราะออกมาเบาๆ
“หึๆๆๆ”
สัวหมดความอดทนลุกขึ้น
ทันใดนั้นแรมยืนขึ้นชูมือว่าหลุดจากเชือกแล้ว
ลูกน้องทุกคนก็ยกปืนขึ้นเล็งไปที่แรม
สัวยิ้มว่ายังไงก็เหนือกว่า
แรมทำท่าเหมือนร่ายมนต์แล้วมือที่จ่อปืนก็ย้ายไปจ่อที่สัวตามมือสั่งของแรม
“อุ๊บส์….หึหึหึ”
สัวอึ้ง
“พวกมึง”
“งง… หรอพี่สัวเรายอมรับนะว่าแผนของนายแม่งก็เจ๋งดีเว้นแต่ว่าถ้าพวกสโมสร
แม่ง…รู้ว่านายเป็นคนทำคงออกมาดูไม่ดีนะ”
แรมเดินไปใกล้ลูกน้องคนหนึ่งที่ถือโทรศัพท์ชี้ไปที่ลูกน้องคนนึงที่ถือโทรศัพท์ที่ถ่าย VDO ไว้
“พี่สัว..เซย์ฮัลโหลกับปารเมศหน่อยสิ”
สัวมองเห็นว่ามีลูกน้องคนหนึ่งกำลังถือมือถือถ่ายทอดผ่านเฟชบุ๊กไลฟ์

ที่สโมสรห้องทำงานปารเมศ
ปารเมศมองจอแลปทอปเห็นภาพสัวจ้องมาในกล้อง

สัวยังคงไม่อยากเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ลูกน้องส่งกระดาษทิชชูให้แรมเช็ดเลือดปลอมออก
แรมเอานิ้วเช็ดเลือดที่เปรอะอยู่ที่หน้าตัวเองแล้วดูดเลือดที่ติดนิ้วแรมสนุกกับเกมส์ของเค้า
แรมพูดกับลูกน้อง
“นายเคยทำงานกองถ่ายเหรอ”
“เคยแต่งหน้ากองละครครับพี่”ลูกน้องบอก
“เหมือนดีว่ะพี่สัวยังจับไม่ได้เลยเอาเค้กมาอวยพรพี่เค้าหน่อย”
ลูกน้องเอาเค้กออกมาหน้าเค้กเขียน HAPPY DEATH DAY มีเทียนปักแรมกวนต่อเริ่มร้องเพลง
“HAPPY DEATH DAY TO YOU HAPPY DEATH DAY TO YOU
HAPPY DEATH DAY HAPPY DEATH DAY HAPPY DEATH DAY TO YOU”
แรมชักปืนลูกโม่ออกมาเทลูกออกลูกหล่นไปบนเค็กแรมหยิบลูกปืนจากเค็กเอาลูกปืนมาดูดกินเค้ก
“ของขวัญพี่สัว” แรมบอกสัว “ความจริงเราก็ไม่ได้เป็นคนเนรคุณอะไรขนาดนั้นเอางี้ … เราจะนับ 1 -10 …แล้วเราจะให้พี่สัว….วิ่ง ..!!”
แรมใส่ไปหนึ่งนัดในรังเพลิงแล้วปั่นโม่
“หนึ่ง !!”
“ไอ้แรมให้พวกมึงเท่าไหร่กูเพิ่มให้เป็นสองเท่า!”
สัวมองลูกน้องทุกคนแต่ก็ไม่มีใครมีท่าทีที่จะรับข้อเสนอของสัว
“พี่สัว..ยังไม่เรียนรู้อีกเหรอว๊ะ!! ว่าไอ้พวกนี้มันไม่สนใจเงินเล็กน้อยๆของพี่สัวหรอกมันสนใจมากกว่าว่าใครจะพาพวกมันรอดไปยาวๆได้…..สอง!”
แรมยิงแล้วแชะสัวสะดุ้ง
แรมยังยิงต่ออีกแชะสัวกัดกรามแน่นด้วยความโกรธ
“สี่... เราว่าพี่สัวรีบไป!!”
สัวหันหลังวิ่งแรมยิงแชะจนสัวหายไป
ลูกน้องถาม “ให้ตามไปมั้ยพี่แรม”
“อ่า….ช่างมันแค่นี้พี่สัวเค้าไม่มีที่จะยืนอยู่แล้วเรามีอย่างอื่นน่าสนใจกว่า”

แรมยิงปืนไปทางลูกน้องดันลั่นเปรี้ยงขึ้นมาลูกน้องกระโดดโหยงแรมหัวเราะ

ตี๋ใหญ่กับพาสเวิร์ดนั่งรอรถอยู่

“เราจะได้กลับบ้านจริงๆแล้วใช่มั้ยพี่ตี๋”
“อืม”
รถไฟเคลื่อนออกได้ยินเสียงคลื่นวิทยุผ่านรายการเพลงแล้วไปรายการข่าว
“สำหรับคดีฆ่าเอเย่นค้ายาต่อเนื่องกันมา”
ตี๋ใหญ่นิ่งแล้วฟังข่าว
“นับเป็นวันที่สามแล้วนับตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีบรรจงการุณพรหมให้สัญญาว่าจะจัดการอย่างสิ้นซากเหลืออีกสี่วันเท่านั้นที่เราจะได้ทราบว่าตำรวจจะทำได้จริงหรือไม่”
ตี๋ใหญ่มองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองที่มีรูปของบัญชีธนาคารของทองดีอยู่พาสเวิร์ดชะโงกหน้ามาดู
“0782189834”
“อะไร...”
พาสเวิร์ดชี้ในโทรศัพท์
“0782189834 เคยเห็นเลขนี้จำได้ไม่ลืม”
ตี๋ใหญ่มองเลขที่พาสเวิร์ดบอกแล้วมองที่หน้าจอโทรศัพท์เห็นว่าเป็นเลขที่บัญชีทองดี
“ที่ไหน??”
“ที่คอมฯ .. ที่เล่นเกมส์กับพี่ผมยาว”

พาสเวิร์ดเห็นเลขบัญชีต่างๆในคอมปราเมศมีเลขบัญชีทองดีอยู่
รถจอดที่ท่ารถพอดีตี๋ใหญ่นิ่งคิด

ตี๋ใหญ่พาพาสเวิร์ดนั่งไกลๆปลายท่ารถ
“รออยู่นี่นะเวิร์ดพี่ไปซื้อตั๋ว”
ตี๋ใหญ่เดินไปซื้อตั๋วผ่านซอกรถทัวร์เขาพิมพ์เมสเสจหารองฯ เผด็จ จะส่ง smsว่า
“ผมมีหลักฐานว่าทองดีเกี่ยวข้องกับสโมสร”
แต่ตี๋ใหญ่ยังไม่ทันกดส่งเผด็จเข้าล็อคจ่อปืนจากด้านหลังตี๋ใหญ่ก็เก๋าพอ
ทั้งคู่ชิงเชิงจับเหวี่ยงกันสั้นๆก่อนที่เผด็จจะจ่อปืนไปที่ตี๋ใหญ่
“มอบตัวซะ !!”
“ผมมีหลักฐานเกี่ยวกับทองดี..”
ตี๋ใหญ่ขยับตัวจะหยิบมือถือ แต่เผด็จขยับล๊อคตี๋ใหญ่แน่นขึ้นอีก
“ที่ต้นคอของทองดีมีรอยสักรูปนกอินทรีย์ใช่มั้ย ?” ตี๋ใหญ่ถาม
เผด็จชะงัก
“ทำไม ?”
“ผมได้ยินพวกสโมสรติดต่อกับคนชื่ออินทรีย์หลายครั้ง คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญเหรอ?” ตี๋ใหญ่ถาม
“คิดว่าผมจะเชื่ออะไรที่คุณพูดอีกเหรอหลังจากที่คุณยิงทองดี”
เผด็จกดปืนหนักขึ้น
พาสเวิร์ดเดินเข้ามาพอดี
“อ้าวอาเผด็จ...”
เผด็จเผลอมองพาสเวิร์ด ตี๋ใหญ่เลยใช้จังหวะนี้แย่งปืนจากเผด็จมาได้แล้วเอาปืนจ่อที่เผด็จ
“พี่ตี๋ !”
“ผมมีหลักฐาน”
“ผมไม่เชื่อว่าจะหลักฐานนั้นจะเป็นของจริง”
“คุณจะไม่ตรวจสอบอะไรก่อนเลยเหรอ … แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องอะไรของผมอยู่แล้ว
คุณจะเชื่อหรือไม่ ผมก็จะไปอยู่ดี”
ตี๋ใหญ่ขึ้นไกปืน
รองฯ เผด็จมองตี๋ใหญ่แบบไม่รู้สึกกลัวอะไร
ตี๋ใหญ่เอานกสับกลับเข้าที่เดิมแล้วเอาปืนยื่นให้เผด็จ
เผด็จมองไปที่พาสเวิร์ด
เผด็จมองปืนที่มือตี๋ใหญ่
เผด็จคว้าปืนมา ถาม
“หลักฐานอะไร”

ในร้านค้า บริเวณท่ารถ
ตี๋ใหญ่ เผด็จ พาสเวิร์ดที่นั่งรออยู่ใกล้หลับเต็มที
ตี๋ใหญ่เอาซองเอกสารรายชื่อคนที่โอนเงินให้ทองดีที่ได้จากพนักงานแบ็งค์ให้เผด็จดู
“ผมเชื่อว่าน่าจะมีซักชื่อนึงที่คุณจะโยงความเกี่ยวข้องกับสโมสร M ได้ ผมเคยให้เรย์ดูแล้ว แต่เค้าคงยังไม่ได้เช็ค”
“คุณคิดว่าคนของสโมสร M โอนเงินให้ทองดี”
“อาจจะไม่ใช่โดยตรง .... แต่น่าจะเป็นไปไปได้สูง”
เผด็จยกหูโทรศัพท์มองหน้าตี๋ใหญ่ขณะพูดกับปลายสาย
“พี่มีเรื่องให้นายช่วยหน่อย”

ภายในห้องทำงานปารเมศ เวลากลางคืน
แรมกำลังนั่งอยู่ตรงข้ามปารเมศ มีลูกน้องปารเมศยืนคุมอยู่เต็มห้อง
“เรามาแนะนำตัวกับนายอย่างเป็นทางการน่ะ … ว่าต่อไปนี้ Last day เป็นของเรา
เราดูแลคนเดียวไม่มีสัวมาทำให้นายสับสนสำหรับการเจรจาธุรกิจอีกต่อไป … เรารู้ว่านายเป็นนักธุรกิจไม่สนเรื่องทะเลาะกันในแก๊งหรอก"
ปารเมศมองแรมนิ่งๆ ไม่ตอบอะไร
“ธุรกิจของเราทั้งสองจะอยู่ด้วยกันไปด้วยความราบรื่น”
“ผมว่าคุณประมาทคุณสัวมากเกินไป ถึงเค้าจะไม่มีเงิน ไม่มีลูกน้องแล้วเค้าก็ยังมีคอนเนคชั่นอยู่ ถ้าปล่อยไว้อาจเป็นปัญหากับเราทีหลังได้นะครับ”
“ก็ลองให้มันทำอะไรซักอย่างสิจะได้เจอมัน ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งหา อีกอย่างตอนนี้เรามีอย่างอื่นที่สนุกกว่าเลยไม่มีเวลาไปตามล่ามัน !”
แรมหยิบเงินปึกหนึ่งจากกระเป๋ามาวาง
“นี่เป็นเงินพิเศษที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเรา นายเอาเงินกองนี้ไปได้เลย”
“ยินดีที่ได้ทำธุรกิจกันครับ ผมขอแค่อย่าขวางการทำงานกันก็พอ” ปารเมศบอก
แรมยิ้มร่า “รู้สึกดีว่ะฮ่ะฮ่ะฮ่าาาา..." แรมมองปารเมศ "นายน่าจะลองบ้างนะ อะไรที่มันเป็นของตัวเองไม่ต้องรับคำสั่งคนอื่นมันดีกว่านะ”
ปารเมศยื่นมือให้แรมจะเชคแฮนด์
แรมมองมือปารเมศยิ้มๆแล้วจับมือปารเมศ
ทันใดนั้นแรมก็ดึงตัวปารเมศเข้ามาใกล้ๆ
ลูกน้องปารเมศทุกคนชักปืนออกมาเล็งไปที่แรม
“ผมพอใจกับสิ่งที่ผมมีอยู่แล้วครับ”
แรมยิ้ม
“พอใจอะไรง่ายจัง งั้นเราฝากบอกหัวหน้านายด้วยว่า... ถ้าอยากทำงานกับเราก็ให้มาเจอเราเอง เราขี้เกียจพูดผ่านร่างทรงอย่างนาย”
“ทุกอย่างที่ตกลงกับผม ผมก็ถือว่าเป็นการตกลงกับนายจ้างผมครับ” ปารเมศบอก
แรมหัวเราะออกมาแล้วก็ปล่อยมือปารเมศ
“เค้าว่ากันว่าอย่าไว้ใจคนที่ไม่เคยเห็นหน้า แต่ว่าคราวนี้เราจะยกเว้นไว้ก็ได้ งั้นบอกนายจ้างนายด้วยว่า ถ้ามีอารมณ์เมื่อไหร่ก็เรียกเราไปหาละกัน”
แรมเริ่มลุกออกไปจากห้อง
“เราอยากรู้เหมือนกันว่า ทำตัวลึกลับแบบนี้มันเท่ห์ตรงไหน หรือว่าเป็นใครบางคนที่ทุกคนรู้จักดีอยู่แล้วเลยต้องปิดเอาไว้”

ถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง
มีรถคันนึงจอดเข้ามา
มีคนวิ่งออกมาจากความมืด
สัวโทรมๆเยินๆ วิ่งออกมาจากความมืดกล้องตามไปจนเห็นว่าเรย์เป็นคนขับ
“เรย์ช่วยพี่นะ !”

ที่กบดานเวลากลางคืน
ไซเรนยกชามโจ๊กมาให้ไผ่หวาน
“หวานยังไม่หิว... เดี๋ยวหวานกินแล้วก็อ๊วก พี่เรนกินเลย”
“รู้รึเปล่าว่าไม่อ๊วกมากี่วันแล้ว”
ไผ่หวานส่ายหน้า
“อาทิตย์นึงแล้ว”
ไผ่หวานนิ่ง
“คิดไปเองว่าจะอ๊วกจริงๆเธอหายแล้ว”
ไซเรนยื่นถ้วยโจ๊กมาใกล้ไผ่หวานมากขึ้น ไซเรนรู้สึกว่าไผ่หวานนิ่งไป
ไซเรนเงยหน้าเห็นไผ่หวานน้ำตาไหล
“อ้าวเฮ้ย! เป็นอะไร ?”
ไผ่หวานเอาแต่ร้องไห้ ไซเรนเอาทิชชู่ให้
“หวาน...ดีใจ” ไผ่หวานบอก
ไซเรนยิ้มเอ็นดูไผ่หวาน
“ไผ่หวานจะได้เริ่มต้นใหม่จริงๆแล้วนะ”
ไผ่หวานพยักหน้าดีใจแล้วกอดไซเรนแน่น
ไซเรนแอบตกใจ แต่ก็รู้สึกดีกับการกอดของไผ่หวาน
“ขอบคุณนะพี่เรน ขอบคุณจริงๆ”
ไผ่หวานเริ่มจูบแก้มไซเรน ไซเรนมองหน้าไผ่หวานจูบแก้มอีก ไซเรนอึ้งๆแล้วถอยออก
สองคนมองหน้ากัน
ไผ่หวานจะเข้ามาหอมแก้มอีก ไซเรนจูบไผ่หวาน

ไผ่หวานจูบตอบ ทั้งสองคนมีอะไรกัน

...ผ่านเวลา...

ไซเรนเดินออกมาหน้าห้องเพื่อสูบบุหรี่แล้วมองโทรศัพท์เขาที่ธารใสเพิ่งขึ้นรูปคู่กับแฟน
ไซเรนมองแล้วกดอันฟอลโลว์แล้วมองไปทางไผ่หวาน
ใครสักคนมองไซเรนอยู่

ภายในเซฟเฮ้าส์ เวลากลางวัน
พาสเวิร์ดนั่งเล่น ipad อยู่กับตี๋ใหญ่ เจ้าหน้าที่หาความเกี่ยวข้องของพงศักดิ์กับปารเมศ
เจ้าหน้าที่บอก
“มีอยู่คนนึงเป็นคนที่อยู่อเมริกาและเป็นญาติห่างๆของปารเมศครับ”
เผด็จนิ่งไป
“ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วใช่มั้ย?”
“ครับผม.. ผมตรวจอย่างละเอียดสามครั้งแล้วครับ”
เผด็จทรุดลงนั่งที่เก้าอี้นึกถึงสิ่งต่างๆ

ภายใน แฟลตตำรวจเวลากลางวัน
ทองดีมีเพื่อนๆตำรวจพามาที่ห้องพัก ทองดีใส่เฝือกที่แขน
“ที่มาช่วยพากูออกจากโรงพยาบาลเนี่ย กูไม่มีค่าน้ำมันให้นะเว้ย มีแต่ค่าเหล้า”
เพื่อนตำรวจ 1 บอก “ค่าเหล้าอะไรไม่เอาเว้ย ขอค่าบุหรี่ดีกว่า”
เพื่อนหัวเราะล้อเล่นกันแล้วออกไปข้างนอก
ทองดีดูโทรศัพท์แล้วเปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มๆเมื่อกี้เป็นซีเรียส แล้วกดโทรหาใครบางคน
“หมายความว่าไง ...?”
“ผมได้รับแจ้งว่ามีคนตรวจสอบบัญชีของคุณ” ปารเมศบอกเล่ามาตามสาย
“ใคร…..”
ทองดีวางโทรศัพท์อึ้งไป
ทองดีไล่เพื่อนไป
“ไปๆกลับกันได้แล้วกูเหนื่อย”
ทองดีเครียดคว้าแก้วเหล้ามาเทเหล้าดื่มแล้วมองไปที่ปืน

สัวทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ ในคอนโดของเรย์
“ขอบใจมากนะที่ช่วยพี่”
“ชั้นก็แค่ไม่อยากเห็นคุณตายอยู่ข้างถนนก็แค่นั้น”
“ตอนนี้พี่ไม่เหลืออะไรแล้วทุกอย่างก็ถูกไอ้แรมยึดไปหมดแล้ว พี่อยากจะไปเริ่มต้นใหม่”
“คุณก็มอบตัวในฐานะพยานสิ คุณเปิดเผยข้อมูลแลกกับการคุ้มครองความปลอดภัย”
“แล้วเรย์คิดว่าให้พวกนั้นจะปล่อยให้พี่รอดถึงวันขึ้นศาลเหรอ พวกมันมีเส้นสายเต็มไปหมด โดยเฉพาะในกรมตำรวจ”
“งั้นคุณก็ออกไปได้แล้ว”
เรย์จะลุกออก
“พี่เลิกแล้วเรย์ ….พี่พอแล้ว…พี่แค่อยากจะไปหาที่สงบๆเริ่มต้นใหม่”
เรย์ลุกเดินหายไปกลับมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์
“ลองเซิร์ชหาตั๋วดู”
สัวยิ้มที่เรย์เห็นใจแล้วคว้าโน้ตบุ๊ค

ต่อมา ... เผด็จเข้าไปจับตัวทองดี
“ทองดี !”

ทองดีแอบกดมือถือระหว่างที่นั่งรถไปจับคนร้ายด้วยกัน เผด็จเห็น
“เตรียมตัวได้แล้ว”
ตี๋ใหญ่หันไปทางพาสเวิร์ด “ ... ไปเหวิ่ด”

ทองดีใส่เสื้อกล้ามคุยเล่นเห็นรอยสักอินทรีย์ที่คอ

ตี๋ใหญ่เรียกอินทรีย์ ทองดีมีอาการสะดุ้ง

ภายนอก เซฟเฮ้าส์ เวลากลางวัน
เผด็จสูบบุหรี่ท่าทางเครียดนึกถึงลูกน้องที่ตายไปทั้งหมด

เผด็จนึกถึงตอนที่คุยกับตี๋ใหญ่
“เรื่องเรย์ผมมีคนตรวจสอบอยู่แล้ว”
“ใครล่ะ?”
“ทองดี”
เงียบไปซักพักแล้วหันมามองเผด็จ
“แล้วใครเป็นคนตรวจสอบทองดี..”

เผด็จสูบบุหรี่จนหมดแล้วทิ้งก้นบุหรี่
เขาเข้าไปหาตี๋ใหญ่
“ผมจะไปส่งคุณขึ้นรถกลับแม่สอด”
"เวิร์ด.." ตี๋ใหญ่เรียก พาสเวิร์ดไม่ตอบ "เวิร์ด"
ตี๋ใหญ่จับตัวพาสเวิร์ดพบว่าพาสเวิร์ดตัวร้อนจี๋
“เวิร์ด!!”
เผด็จเข้ามาดูแล้วจับพาสเวิร์ด
“ไป... ไปรถผม”
ตี๋ใหญ่มองหน้าเผด็จ ไม่มีทางเลือก เขาพาพาสเวิร์ดขึ้นรถเผด็จ

ภายใน คอนโดเรย์เวลากลางวัน
สัวแอบโทรศัพท์
เรย์ย่องไปแอบฟัง
“มึงไปเจอกูที่ซูริกซ์นะ กูต้องไปตั้งหลักที่นั่นซักพัก มึงมาช่วยกูคิดว่าจะเล่นแม่งยังไง
ไอ้ขี้ยาเมื่อวันซืนมันรู้จักกูน้อยไป”
เรย์โกรธที่สัวไม่กลับตัว แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์ สัวเดินออกมา
“เครื่องออกกี่โมง”
“สี่โมงเย็น”
“งั้นก็น่าจะออกกันได้แล้ว”
สัวเปิดประตูห้องเรย์เดินตาม

ภายในโรงแรมกรุณาพิทักษ์
เผด็จอ่านข้อความที่เรย์ส่งมา
“สัวกำลังหนี กักตัวไว้สอบน่าจะได้เรื่อง กำลังไปสนามบิน”
เผด็จได้รับข้อความจากเรย์ เขาลุกขึ้นทันที
ตี๋ใหญ่ที่เฝ้าพาสเวิร์ดอยู่ ... มอง
“พรุ่งนี้พาสเวิร์ดน่าจะดีขึ้น พรุ่งนี้ผมจะแวะมา”
เผด็จเดินออกไป เสียงข้อความของตี๋ใหญ่ดัง ตี๋ใหญ่มองว่ามาจากเรย์

เผด็จกำลังจะขับรถออกไป แต่ตี๋ใหญ่เข้ามาขวาง เผด็จจอด
“ผมรู้คุณไม่ไว้ใจใคร แต่ผมขอไปด้วยเถอะ ผมไม่ทำให้แผนคุณเสียหรอก”
“ผมนึกว่าคุณไม่ได้สนใจเรื่องนี้แล้ว” เผด็จบอก
“ผมอยากรู้ความจริงบางอย่าง ... เกี่ยวกับเรย์”
เผด็จขยับตัวเหมือนจะไปจับเกียร์ แต่กลับไปเปิดประตูให้ตี๋ใหญ่
ตี๋ใหญ่ขึ้นรถ ทั้งสองออกไปด้วยกัน
“ถามเรย์ให้หน่อยว่าจะให้เราไปดักที่ไหน” เผด็จว่า

สัวเองก็ง่วนกับการแมเสจติดต่ออยู่เบาะหลัง ข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของเรย์
ขณะที่เรย์ขับรถพาสัวไปเรื่อยๆ
สัวดูนาฬิกา
“เรย์เร่งให้พี่หน่อยใกล้เวลาเครื่องจะออกแล้ว”
เรย์พยักหน้ามองกระจกหลัง
สัวยิ้ม
“ถ้าพี่ไปแล้วเลิกเป็นตำรวจก็ดีนะมันอันตราย”
“คุณจะมาห่วงอะไรชั้น”
“เรามีกันแค่สองคนพี่น้อง”
เรย์นิ่งไม่ตอบอะไร
“ถ้าพี่เริ่มต้นใหม่ได้จริงๆ เรย์จะกลับมาเป็นน้องพี่ได้ใช่มั้ย”
เรย์นิ่ง
“ทำไมต้องไปสวิส”
“พี่วางมือแล้ว สวิสน่าจะปลอดภัยที่สุด”
เรย์เกินจะสะกดความโกรธ
“ไม่ใช่เพราะพรรคพวกพี่อยู่นั่นเหรอ”
“เรย์พูดอะไร”
เรย์ตัดสินใจเบียดรถเข้าข้างทาง ฝุ่นตลบ แล้วจอด

“อะไรกันเรย์ !!”

เรย์ดับเครื่องแล้วเดินออกมานอกรถ เรย์ชักปืนออกมา

“ลงจากรถ”
“เรย์พี่ไม่มีเวลาแล้วนะ”
“บอกให้ลงจากรถ !”
สัวส่ายหน้าแล้วตัดสินใจเปิดประตูรถลงไป เรย์หยิบกุญแจมือออกมาเตรียม
แต่สัวเดินอ้อมรถมาหาเรย์ เรย์ก็จ่อปืนที่สัว สัวหยุดยืนห่างออกไป 1 ช่วงแขน
แล้วเอามือวางไว้บนหลังคา
“เรย์... เครื่องจะออกแล้วเดี๋ยวพี่ไปไม่ทัน”
“คุณหลอกชั้น คุณไม่ได้เลิก คุณจะไปเพื่อกลับมาทำไอ้ธุรกิจนี้อีกใช่มั้ย”
“เรย์ ... พี่เลิกแล้วจริงๆ พี่อยากไปอยู่ที่สงบๆ”
สัวดูนาฬิกาเดินไปจะเข้าไปที่คนขับ เรย์ชิงเดินไปหยิบกุญแจออกมา
“เรย์พี่ขอกุญแจ”
เรย์ตัดสินใจขว้างกุญแจนั้นทิ้งไปอีกฝั่งถนนหนึ่งที่มีรถเร็วๆวิ่งผ่าน สัวลังเลที่จะข้ามไปเอา
“เรย์อยากให้พี่ตายที่นี่จริงๆใช่มั้ย”
เรย์นิ่ง สัวยิ้มนึกถึงอดีต
“นึกถึงสมัยเด็กๆเลยเนอะ เรย์ชอบเล่นเป็นตำรวจ แล้วพี่ก็ต้องเล่นเป็นโจร
สุดท้ายพี่ก็ยอมให้เรย์จับทุกที”
ภาพในอดีต ผ่านเข้ามา

เรย์ได้แต่เล็งตอนที่สัวเก็บกุญแจได้ข้ามถนนกลับมา สัวรีบๆ มองเรย์เศร้าๆ เดินไปขึ้นรถ
เรย์ขยับเข้าไปจ่อปืน
“หยุดแค่นี้เถอะ อย่าบังคับชั้นไปมากกว่านี้เลย”
“เรย์ต่างหากที่บังคับให้ตัวเองมาอยู่ตรงนี้”
“คุณนั่นแหละที่ทำให้ชั้นอยู่ตรงนี้!”
สัวจะเปิดประตู
เรย์พุ่งเข้ามาเอาปืนจ่อสัว
สัวยิ้มเศร้า
“ถ้าไม่ให้พี่ไปเรย์คงต้อง…ยิงพี่!!”
เรย์พยายามกลั้นน้ำตาเต็มไปด้วยความสับสน
เรย์ยิงลงพื้นด้านหน้าสัวไปหนึ่งนัด

สัวหยิบปืนออกมา สัวพูดเบาจนเหมือนกับพูดกับตัวเองมากกว่า
“บางที... นี่อาจทำให้เรย์ตัดสินใจง่ายขึ้น”
และตอนนั้นเองที่สัวค่อยๆยกปืนขึ้นจ่อเรย์เช่นกัน สัวน้ำตาคลอเช่นกัน
เรย์สั่นไปหมด
“ทิ้งปืนทิ้งปืนลง !”
ทั้งสองคนเอาปืนจ่อกัน
“เรย์พี่แค่จะรักษาสิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ ไม่ใช่ให้ใครที่ไหนมาเอาสมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้ไป
พี่ผิดเหรอและสิ่งที่พ่อทำก็เพราะเลี้ยงเราสองคนมาจนโตไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ไง!! แต่ตอนนั้นชั้นไม่รู้ว่ามันผิด ... พอชั้นโตพอที่จะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ..
ชั้นถึงต้องหนีออกมาไง!!”
“เรย์จะไม่มีวันกลับมาเป็นน้องพี่แล้วใช่มั้ย”
“คุณเลือกที่จะไม่เป็นพี่ชั้นก่อน”
ก่อนที่ทั้งสองคนเหนี่ยวไก และทันใดก็ได้มีรถคันหนึ่งพุ่งมาจอดขวางหน้ารถเรย์ไว้ สัวและเรย์ตกใจ

เรย์ยิงสัว
ในอดีต ... บ้านเก่าหลังหนึ่ง ตอนกลางวัน ขณะที่ทั้งคู่ยังเด็ก
เรย์ในวัยเด็กยิงปืน ปัง! ปัง! ปัง!
สัวทำท่าโดนยิงล้มลงและกระอักเลือด
“ตายแล้วยัง ไอ้โจรนิสัยไม่ดี!”
“ตายแล้ว”สัววัยเด็กบอก
“คนตายเค้าไม่พูดต่างหากเล่า!”
ทั้งคู่หัวเราะกัน สัวเข้ามากอดน้องสาวอย่างรักใคร่หมุนไปรอบๆ
กล้องหมุนต่อไปที่ฉากต่อไป

8 ชั่วโมงก่อนหน้านี้
สัวกับเรย์จ่อปืนกันเศร้าๆ
รถเผด็จพุ่งเข้ามาขวาง
รถเพิ่งหยุดนิ่ง ตี๋ใหญ่เปิดประตูกลิ้งม้วนตัวออกมา
สัวตัดสินใจเข้าไปในรถ
เรย์จ่อปืนตะโกน
"หยุด... หยุด !”
สัวพยายามถอยรถ เรย์ขวาง เรย์ยิงไปที่ยาง
สัวพยายามหักหนี เผด็จกันไว้ เรย์พยายามเข้าไปขวางหลังรถ
สัวพยายามถอยรถอีกครั้งพุ่งรถเบี่ยงเรย์ แต่เรย์ก็จะขวางให้ได้
เผด็จลงมาชักปืน
สัวยิงใส่เผด็จ
สัวหักถอยไปมาจนบังเอิญจะชนเรย์
เรย์ถูกตี๋ใหญ่รวบไม่ให้โดนชนล้มไปด้วยกัน เสียงปืนก็ดังขึ้นอีก
มุมจากรถสัว เห็นเผด็จยิงใส่ล้อก่อน ต่อด้วยรถไม่หยุดก็เลื่อนปืนมายิงใส่สัวสองนัดซ้อน
เผด็จมาเปิดประตู เผด็จจ่อปืนมาที่สัวก่อนลดปืนลงเดินออก
เรย์เข้ามาดูต่อ ช็อกไป
ตี๋ใหญ่มองเรย์อย่างเป็นห่วง
ทุกอย่างสงบนิ่ง รถสัวควันโขมงขึ้นที่หม้อน้ำ เผด็จออกมาวอเรียรถพยาบาล

ตอนกลางคืน ไผ่หวานพาไซเรนมาหาป้า ภายในร้านมีหุ่นเต็มไปหมดรกๆทึบ
“ป้า….ป้าหวานกลับมาแล้วจ้ะ”
ทั้งคู่เดินลึกลงเข้าไปหาในส่วนต่างๆของร้าน
“ป้าอยู่ไหน...”
ไผ่หวานเดินนำไซเรนจนไปเจอป้านั่งหลับอยู่เมื่อเข้าไปเขย่าตัวก็ต้องตกใจ ป้าโดนปาดคอตายแล้ว
ไผ่หวานช็อกถอยกรูดไปชนหุ่นตัวหนึ่งแต่ก็คือแรม แรมล็อคคอไผ่หวานไว้ ไซเรนตกใจ แรมยิ้มเย็นๆ
ไซเรนหยิบปืนเล็งไปที่ลูกน้อง แรมจ่อปืนไปที่ไผ่หวาน ไซเรนจึงหยุด
“เรามารับพวกนายกลับบ้าน...”

เวลาเดียวกัน เรย์ยืนอยู่หน้าห้อง มองสัวที่อยู่ในห้องไอซียู

เผด็จมาหาเรย์ที่โรงพยาบาล ส่วนหนึ่งอยากจะมาขอโทษที่มองเรย์ผิดไป
เรย์แอบตกใจนิดหน่อยว่าหัวหน้ามาทำไม
“สวัสดีค่ะหัวหน้า”
“ผมเสียใจด้วยนะเรื่องสัว”
“ไม่เป็นไรค่ะหัวหน้า”
เผด็จมองเรย์อย่างเป็นห่วงแล้วเปลี่ยนเรื่อง
“เรื่องที่ผมเคยสงสัยคุณ ผมเข้าใจผิดเอง ผมอยากจะขอโทษคุณ”
“ชั้นก็ต้องขอโทษหัวหน้า…. ที่ไม่เคยบอกว่าสัวเป็นพี่ชายค่ะ”
“ครับ..”
“แล้วพี่ทองดีเข้ามารายงานตัวกับหัวหน้าหรือยังคะ”
“ยังเลย … หลักฐานการโอนเงินที่โอนเข้าบัญชีของทองดี มาจากญาติของปารเมศ”
“ชั้นขอกลับมาช่วยได้มั้ยคะ”
เผด็จนิ่งไปนิดนึง
“เรื่องนี้….ขอผมจัดการเอง”
แล้วเผด็จก็เดินออกไป

ภายใน ห้องไอซียูรพ. เวลากลางคืน
กราฟชีพจรแสดงว่ายังมีชีวิตอยู่ มันดังเป็นระยะๆ
น้ำเกลือหยดลงมาทีละหยด
อุปกรณ์อิเล็คทรอนิครอบเตียงเต็มไปหมด
ไอน้ำเกาะที่ครอบที่ให้ออกซิเจนเป็นจังหวะตามการหายใจ

สัวนอนอยู่บนเตียงยังไม่ได้สติ

ภายในห้องหนึ่งลับใต้ดินของ Last day เวลากลางคืน

ไซเรนถูกผูกห้อยหัวอยู่เลือดค่อยๆไหลลงมาตามแขนไล่ไปที่มือจนมันหยดลงที่พื้น
ไผ่หวานอยู่ในกรงสุนัข มันแกว่งไปมา
ประตูบานหนึ่งถูกเปิดออก แรมเดินเข้ามา เขาเดินมาเรื่อยๆ พร้อมกับฮัมเพลง
ลูกน้องรีบลากเก้าอี้มาให้ แรมนั่งลงอย่างใจเย็น
ไซเรนถูกแขวนห้อยหัวลงมาจากเพดาน เขาสะลึมสะลือยังไม่ค่อยได้สติ
ข้างๆโต๊ะแรมมีอุปกรณ์เสพยาวางอยู่บนโต๊ะ ถูกจัดอย่างสวยงาม ลูกน้องชงเหล้า
แล้วส่งให้แรม แรมรับมาแล้วนั่งจิบ
ลูกน้องสาดน้ำใส่ไซเรนไซเรนได้สติ
แรมกระดิกนิ้วส่งสัญญาณให้ลูกน้อง ลูกน้องกระตุกเชือก ไซเรนรั่วลงมากองกับพื้น
เขาพยายามดันตัวลุกขึ้น เขาหันไปรอบๆ จนไปเห็นไผ่หวานที่นั่งตัวสั่นอยู่ในกรงหมา
ไซเรนเสียงสั่น
“พี่แรมปล่อยหวานเถอะพี่”
แรมเสพยาสูบควันอย่างไม่ใส่ใจแล้วยิ้มให้ไซเรน
ลูกน้องลากกรงไผ่หวานมาข้างๆแรม
แรมหยิบกับแกล้มมาชิ้นหนึ่งแล้วยื่นให้ไผ่หวาน
ไผ่หวานกลัวจนตัวสั่น ได้แต่ก้มหน้าไม่กล้ามอง
“กินสิเราว่า เธอน่าจะหิว”
ไผ่หวานไม่กล้าขยับ
“เราบอกให้กินไง..!”
ไผ่หวานค่อยๆคลานมา ... แต่พอไผ่หวานเข้ามาใกล้ แรมก็ปล่อยกับแกล้มลงพื้นไผ่หวานมองแรม แล้วมองกับแกล้มนั้นแล้วก้มลงไปคาบมากิน
ไซเรนมองไผ่หวานอย่างสงสารปนแค้น
“พี่จะเอายังไงกับผมก็ได้พี่ ... ผมผิดเอง”
แรมไม่สนใจที่ไซเรนพูด เขาเปิดกรงไผ่หวานออก
ไผ่หวานมองแรมอย่างไม่แน่ใจ
แรมเลยกวักมือเรียกไผ่หวานออกมาพร้อมกับทำเสียงคิกๆๆๆแบบเรียกหมา
ไผ่หวานค่อยๆคลานออกมานั่งที่พื้นข้างๆแรม
แรมยื่นมือไปลูบหัวไผ่ไหวาน ทันทีที่มือแรมโดนไผ่หวาน ไผ่หวานสะดุ้งผงะหนี
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้แรมลูบหัว
แรมลูบหัวไผ่หวานอย่างเบามือแล้วค่อยๆช้อนคางไผ่หวานขึ้นมามอง
“เธอไม่ได้บอกไซเรนเหรอ...ว่าถึงหนีไปไหนก็ไม่พ้นหรอก”
ไผ่หวานกลัวจนร้องไห้
แรมไม่สนใจเขาหันไปหาไซเรนแล้วพูดต่อ
“นายรู้มั้ยว่า ทำไมไปไม่รอด”
ไซเรนมองแรม มองไผ่หวาน ไม่รู้จะพูดอะไร
แรมก็เอานิ้วเขี่ยหน้าไผ่หวาน ทันใดนั้นเขาก็ดึงไผ่หวานเข้ามาหาตัวแล้วเอามือบีบจมูก ปิดปากไผ่หวานไว้ ไผ่หวานเริ่มดิ้นเพราะหายใจไม่ออก
ไซเรนมองไผ่หวานแล้วรีบตอบ
“ปล่อยหวานไปเถอะนะพี่แรม ผมยอมแล้วพี่ ... ทำผมแทนเถอะนะพี่...”
แรมหันมามองไผ่หวานที่กำลังดิ้นเพราะหายใจไม่ออก
“ว่าไง.... เพราะอะไรนายถึงหนีไม่รอด ?”
ไผ่หวานยังคงดิ้น
“พี่แรมหยุดๆ ผมยอมแล้ว ผมยอมทำทุกอย่างเลยพี่”
แรมยิ้มก่อนจะปล่อยมือง่ายๆ
ไผ่หวานสูดหายใจเข้าอย่างแรงเพื่อหายใจ
แรมล้อๆ “ผมยอมทำทุกอย่างเลยครับพี่แรม นี่ไง !.. พอรู้ว่าจะสูญเสียถึงยอมทำทุกอย่าง.. นี่แหละคือเหตุผลที่นายไปไม่รอด ถ้านายอยากไปกับไผ่หวานจริง สิ่งที่ต้องทำคือฆ่าเรา!!! เพราะเราไม่มีวันปล่อยพวกนายแน่ ! ตอนนายมีโอกาสนายก็ไม่ทำ นายถึงต้องมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ไง กว่าจะรู้ว่าอยากทำอะไรก็ตอนใกล้ตาย !”
แรมหยิบปืนลูกโม่ออกมา ออกลูกออกมา และใส่ลูกกลับไปลูกหนึ่ง หมุนมันเลย
แล้วสะบัดมันกลับเข้าไป
ไผ่หวานถอยหนี
“เรามาดูกันว่า... นายอยากมีชีวิตรอดมากแค่ไหน?”
แรมโยนปืนนั้นให้ไซเรน แล้วค่อยๆผายมือออกช้าๆ
“เอ้า… มาสิ! ลองดู" แรมชี้ไปที่หน้าผากตัวเอง "ผลัดกันคนละนัด”
แรมยิ้มกว้าง
ไซเรนมองไผ่หวาน เขาค่อยๆหยิบปืนขึ้นมาช้าๆ เงยหน้ามองแรมแล้วเล็งปืนไปที่แรม
เขามือสั่นตามัวแล้วไซเรนก็ยิงออกไป แชะ! ไม่มีลูก
แรมยิ้มกว้าง
“ตาเราละนะ”
แรมเดินมาหาไซเรน
ไซเรนไม่สนใจยิงปืนอีกสามนัด แต่มันไม่มีลูกทั้งหมด
แรมเดินมาถึงตัวไซเรนพอดี บีบโม่ค่อยๆดึงปืนออกมา
“ต้องแบบนี้สิถึงจะมีโอกาส…รอด ...ฮ่ะฮ่ะฮ่าาาา... สนุกจังโว๊ยยย”
แรมถีบไซเรน ไซเรนกระเด็นกลิ้งออกไป
แรมควงปืนในมือเล่นไปมา
แรมจ่อปืนไปที่ไซเรน
ไซเรนมองกลับมาท่าทางหวาดกลัว
แล้วแรมก็หันปืนไปทางไผ่หวานแบบไม่มอง
ไซเรนตกใจตาเบิกกว้าง
“ยิงผมเถอะยิงผม !”
ไซเรนพุ่งเข้าเกาะขาแรม
แรมไม่สนใจลั่นไกทันที ไผ่หวานกรีดร้องเสียงดัง

เรย์เดินอยู่ในรพ. แต่ตี๋ใหญ่เดินเข้ามาพอดี ตี๋ใหญ่มองหน้าเรย์แบบเห็นใจ เรย์มองหน้าตี๋ใหญ่กลับไป
แล้วน้ำตาของเธอก็ค่อยๆไหลออกมา เธอเอามือปาดน้ำตา พยายามกลั้นมันเอาไว้แต่กลั้นไม่อยู่
ตี๋ใหญ่มองเห็นใจ ตี๋ใหญ่ยืนให้กำลังใจอยู่เงียบๆ
ทั้งคู่นั่งอยู่ด้วยกัน พาสเวิร์ดออกมาพอดี
“หมอว่าไงบ้าง”
“กลับบ้านได้แล้ว หมอบอกเป็นไข้ครับ ไข้หวัดสายพันธุ์บีมีความรุนแรงไม่มาก
และไม่อันตรายอย่างไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอหรือไข้หวัด 2009 หมอบอกว่าแค่ให้ล้างมือบ่อยๆไม่อยู่ในที่อากาศเย็นไม่คลุกคลี...”
“โอเคๆงั้นก็ต้องทำตามที่หมอบอกทุกอย่างนะ”
“ครับ”
พาสเวิร์ดหันมาเห็นเรย์ที่ยังมีน้ำตาคลออยู่
“พี่เรย์เป็นอะไรอ่ะ ทำไมตาแดง ร้องไห้เหรอ ร้องทำไมอ่ะ?”
“เออ....ไปๆเป็นหวัดต้องพักผ่อนเยอะๆ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่เซฟเฮ้าส์”
เรย์เดินหนีนำออกไป ตี๋ใหญ่มองเรย์อย่างเป็นห่วง

ทองดีนั่งเครียดอยู่ที่แฟลตตำรวจทั้งคืน เขากำโทรศัพท์ตัดสินใจโทร.หาใครสักคน
ที่สโมสร M โทรศัพท์ปารเมศดัง
“สวัสดีครับคุณอินทรีย์ ปกติไม่โทร. เบอร์นี้หนิครับ มีเรื่องด่วนเหรอครับ”
“ผมต้องการเงินสด”
“เกรงว่ายังไม่ใช่เวลารับค่าจ้างนะครับ”
“นี่มันเรื่องสำคัญ ผมต้องเลิกแล้วเข้าใจมั้ย ผมต้องการเงินสักก้อน ผมคิดว่าพวกเค้ากำลังจะตามถึงผมแล้ว เดี๋ยวผมจะส่งที่อยู่ไป”
ปารเมศนิ่งคิด “ได้ครับ”
ทองดีวางโทรศัพท์เขาคว้าปืนแล้วออกไป ขณะที่มือถือกดส่งที่อยู่ให้ปารเมศ
ปารเมศมองที่อยู่เลื่อนโทรศัพท์ให้ลูกน้อง
“รู้มั้ยว่าทำงานกับคนก็เหมือนซื้อหุ้น ถ้ามันให้กำไรดีก็ควรเก็บไว้ แต่ถ้ามันเริ่มมีกลิ่นไม่ดีเมื่อไหร่ก็ต้องขายทิ้ง ไปตามมือดีๆของเรามา”

ภายในเซฟเฮาส์ เวลากลางวัน
เรย์รินน้ำให้พาสเวิร์ด
“ทานยาก่อนเลย เดี๋ยวไม่หายนะ”
“แล้วคุณจะเอาไงต่อเรื่องสัว” ตี๋ใหญ่ถาม
“ชั้นก็ยังไม่รู้เหมือนกันคะ”
“คุณโอเคใช่มั้ย?”
เรย์เงียบไปนิดนึง
“ชั้นผิดเอง ถ้าชั้นใจแข็งจับเค้าซะตั้งแต่แรกก็คงไม่เป็นแบบนี้”
ตี๋ใหญ่เป็นห่วง
“คนเราก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก ... คุณทำดีที่สุดแล้ว”
เรย์น้ำตาซึมมองตี๋ใหญ่

ตี๋ใหญ่เดินออกมาส่งเรย์
“พรุ่งนี้ผมคงพาเวิร์ดกลับบ้านซะที”
“เราคงไม่เจอกันแล้ว ... โชคดีนะคะ”
ตี๋ใหญ่กับเรย์มองตากันซึ้งๆนิดๆ แล้วตี๋ใหญ่ก็เปลี่ยนเรื่อง
“แล้วเผด็จเค้าจะจัดการเรื่องทองดียังไงเหรอครับ”
เรย์กังวล
“ไม่รู้เหมือนกัน หัวหน้าบอกจะจัดการเอง .. เค้าคงผิดหวังเรื่องพี่ทองมาก คงหาจังหวะบุกจับทองดีพร้อมกับปารเมศมากกว่า แต่ที่เค้าไม่บอกใครคงเพราะระแวงว่าเรื่องจะรั่วไปอีก”
“คุณพูดเหมือนเผด็จไปคนเดียวเหรอ”
เรย์เป็นกังวล

ตี๋ใหญ่นึกถึง .... เรื่องทองดีเป็นหนึ่งในสาเหตุให้หลินตาย จนถึงคนของสโมสรรุมยิงตี๋ใหญ่ไฟแค้นในใจ ตี๋ใหญ่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

บริเวณลานจอดรถ

ทองดีรับกระเป๋าเงินที่ลูกน้องปราเมศโยนมาให้
ลูกน้อง1บอก “เอาไป”
“แล้วปารเมศล่ะ” ทองดีถาม
“ติดธุระ”
ทองดีหยิบเงินมา “แค่นี้เองเหรอ..? ไม่ใช่แล้วมั้งไอ้น้อง!!”
“เอาไปแล้วให้มันจบๆ”
ทองดีโมโหมากเดินตรงไปหาลูกน้อง1
“เงินแค่นี้กูจะหนีพอยังไง กูไม่เอา!”
ทองดีโยนกระเป๋าเงินกลับไป
ลูกน้อง1 เลยโยนกระเป๋าลงตรงหน้าทองดี
“จะเอาหรือไม่เอา มันก็เรื่องของมึง !”
ลูกน้อง1 หันหลังแล้วจะเดินออกไป ทองดีมองอย่างโมโห โทรศัพท์หาปารเมศ
“ฮัลโหล .... คุณปราเมศเจ้าของบ่อนที่รับฟอกเงินใช่มั้ยครับ คุณคิดว่าเศษเงินแค่นี้จะพอให้ผมหนีไปอยู่ที่ไหน อินเดียเหรอ งั้นผมคงต้องหาเงินทางอื่นเช่น ขายข้อมูลเรื่องของคุณ แต่ถ้าคุณจะซื้อไว้เองผมก็ไม่ว่านะ เดี๋ยวลดราคาให้....”
“งั้นเชิญคุณที่ออฟฟิศผมดีกว่านะครับ”
ทองดียิ้มเครียดๆ

เผด็จขับรถตามทองดีไปตามถนน จนรถทองดีไปจอดที่สโมสร M รองฯ เผด็จจอดรถอยู่ไกลๆ
เขาซุ่มดูอยู่ในรถ รถของทองดียังคงจอดนิ่ง ทองดีไม่ลงจากรถ
ทันใดนั้น ... เสียงเคาะกระจกรถก็ดังขึ้น เผด็จยกปืนขึ้นส่องทันที เผยให้เห็นว่าเป็นตี๋ใหญ่
เผด็จลังเล แต่ก็ปลดล็อคเข้ามานั่งในรถ เห็นได้ชัดว่าเผด็จใส่เกราะไว้ข้างใน
เผด็จขยับเกราะให้เข้าที่
“คุณจะทำอะไร ?” ตี๋ใหญ่ถาม
รองฯ เผด็จเช็คปืนสำรอง
“ผมต้องแก้ไขเรื่องที่ผมทำพลาดไว้.. แค่ผมคนเดียว!!”
“คุณลืมไปแล้วเหรอว่าพวกมันทำอะไรไว้กับหลิน”
ขณะเดียวกันนั้น ทองดีก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในสโมสร M กับลูกน้องปารเมศ
เผด็จเหน็บปืนไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว
“คุณห้ามเข้าไป” เผด็จบอก
“คุณเข้าไปทำเรื่องของคุณ ผมก็จะไปจบเรื่องของผมซะที”
ตี๋ใหญ่สไลด์ปืน เผด็จเหมือนจะห้าม แต่ไม่ทันแล้ว ตี๋ใหญ่เปิดประตูออกไป
ทั้งคู่เดินตรงไปที่สโมสร M เขาอ้อมไปด้านหลังประตูหลังที่เชื่อมกับลานจอดรถ
เผด็จมองไปที่ประตูบานหนึ่ง เขารีบตรงไปที่ประตูนั้นแล้วเปิดเข้าไป

ภายในโรงพยาบาล เครื่องวัดชีพจรกำลังแสดงกราฟชีพจรอยู่
สัวค่อยๆลืมตาขึ้น เขามองไปรอบๆเห็นว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง
สัวมองไปรอบๆแล้วหันมามองที่มือของตัวเองที่มีสายน้ำเกลือติดอยู่เขายกมันขึ้นมาดูหน่อย แล้วมองต่อไปที่เท้า เขามองมันอยู่นาน
เรย์นั่งอยู่มุมหนึ่ง สัวหันไปมองเรย์ เรย์ก็มองกลับมา เธอมองสัวนิ่งๆ ทั้งสองมองตากันอยู่นาน
แล้วสัวก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ
“หิวน้ำ”
เรย์ไม่ตอบเดินไปหยิบน้ำมาให้
สัวพยายามชันตัวขึ้นเองแล้วก็รู้สึกถึงความผิดปกติสัวหน้าเสีย
“เดี๋ยวเรียกพยาบาลให้นะ” เรย์บอก
“ไม่ต้อง”
เรย์หันกลับมาหาสัว
“พี่เป็นอะไรทำไม...”
เรย์ลำบากใจมาก
“คุณถูกยิง…กระสุนแฉลบไปโดนกระดูกสันหลัง….”
เรย์เล่าอาการของสัวให้สัวฟัง ....
สัวนิ่งและช๊อกไป
สัวไม่เชื่อ พยายามลุก แต่เสียศูนย์จนตกเตียง
เรย์กำลังจะเข้าไปช่วย แต่พยาบาลก็มาพอดีช่วยกันขึ้นเตียง
สัวโกรธไปหมดไม่เชื่อว่าจะเกิดกับเค้า
เรย์พยายามกลั้นตาแล้วเดินออกจากห้องไป
สัวได้แต่มองตามเรย์แล้วก็กลับมามองขาตัวเองแล้วก็นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น

ต่อมา ... สัวหงุดหงิด อาละวาดนิดๆ ปัดข้าวกระจายเต็มห้อง
เรย์แอบมองอยู่นอกห้องเศร้า

ทองดีเดินมายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะของปารเมศ
ปารเมศนิ่ง
“เชิญนั่งครับเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”
ทองดีนั่งลงตรงข้ามปารเมศ มีลูกน้องสองคนอยู่เยื้องหลังทองดี
ทองดีบอก “ห้าล้านขอเป็นเงินสด ! ผมต้องหนี เผด็จคงใกล้จะรู้ทุกอย่างแล้ว”
ปารเมศหยิบสมุดเช็คขึ้นมากำลังจะเขียนให้ทองดี
“เป็นจำนวนที่ผมพิจารณาตามความเหมาะสมแล้ว”
“บอกแล้วไงว่าเงินสด! ผมจะไปแล้ว ผมทำงานให้คุณแต่ไม่ใช่ลูกน้องคุณนะโว้ย
ไปเอาเงินสดมา!!”
ปารเมศยิ้ม
“แล้วที่รับเงินจากผมทุกเดือนมันเรียกว่าอะไร คุณรับเงินในฐานะอะไรเหรอครับ”
ทองดีขำ
“คุณไม่เคยรู้เลยใช่มั้ยว่า ที่ผมยอมทำงานกับคุณเพราะอะไร”
“ที่ผ่านมาเราก็ทำงานกันดี เราจากกันดีๆจะดีกว่า แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วใช่มั้ยครับ"
ทองดียังนั่งอยู่ที่เดิมแล้วทองดีก็ค่อยๆชักปืนออกมาจากใต้โต๊ะ เขาหันมันไปทางปารเมศ
ปารเมศมองทองดีแบบรู้ทัน
ทองดียิ้ม
“อืม ผมก็คิดงั้นแหละ ที่มานี่ผมก็แค่อยากจะมาบอกลา.. เซย์กู้ดบายไง
ไปเอาเงินสดมา !!!”
ทั้งคู่จ้องกัน

ปารเมศเดินไปเปิดเซฟหยิบเงินออกมาเป็นตั้งๆ ปารเมศเหลือบไปมองจอเห็นเผด็จในกล้องวงจรปิด
“แม่งเอ้ย! นี่กูมาถึงจุดนี้ได้ไงว๊ะ” ทองดีเครียดๆ
“ไหนคุณว่ามาคนเดียว”
ทองดีงง ปารเมศชี้ไปที่จอ เห็นเผด็จ... ทองดีตกใจ ปารเมศฉวยโอกาศเดินอ้อมไปหลังทองดี ทองดีเพ่งมอง
“เฮ้ย!!! หัวหน้า!! แม่งเอ้ยยย!! ผมไม่น่ารับเงินจากคุณเลย ผมมันก็แค่ไอ้โง่...”
ทองดีจ้องปารเมศกลับมาอย่างแค้น ทองดีสับสนทำอะไรไม่ถูก ปารเมศหยิบ
วอ.ส่วนตัวขึ้นมาทำท่าจะพูด

ต่อมา ทองดีเก็บเงินลงกระเป๋าล่กๆ
“เงินจำนวนเท่านี้จะพอให้คุณได้ไปเริ่มชีวิตใหม่เอาทำประโยชน์ให้ใครได้อีกเยอะ
คุณไม่จำเป็นต้องมาจบที่ตรงนี้หรอกนะ”
ทองดีสติจะแตกสะพายกระเป๋าขึ้น
“เพราะมึงคนเดียว!!”
ทองดีหันไปยิงลูกน้องปรเมศที่อยู่บริเวณประตูเพียงคนเดียวล้มลง
ทองดีจ่อปืนไปที่ปารเมศ
ลูกน้องปารเมศเข้ามาจากทางด้านหลัง
ทองดีหันไปยิงปืนใส่ลูกน้องปารเมศ ทรุดลง
แต่ตอนนั้นเองปารเมศก็โถมตัวเข้าแทงที่คอทองดีไม่ยั้งจนทรุดลง
“ครับ .. ขอบคุณนะครับที่ร่วมงานกับสโมสร M มาโดยตลอด”
ทองดีมองหน้าปารเมศอย่างเคียดแค้น พยายามที่จะสูดอากาศเข้าปอด แต่ก็หายใจไม่ออก
ทองดีพยายามยกปืนมาเล็งที่ปารเมศ แต่ปารเมศก็ค่อยๆเอาปืนออกจากมือทองดีที่ไม่มีแรงอย่างง่ายดาย
ปารเมศมองต่อไปที่จอวงจรปิด เผด็จ ตี๋ใหญ่เริ่มดันลูกน้องปรเมศให้พ้นทาง
ปารเมศมองไปที่เอกสารบางชิ้นและปิดแล็ปท็อป

ภายในเซฟเฮ้าส์ เวลากลางวัน
พาสเวิร์ดมองไปที่ตั๋วรถทัวร์
“เอาอีกแล้วพี่ตี๋ตกรถแน่เลย”

ภายในสโมสร
เผด็จกำลังยืนคุยกับลูกน้องอยู่ที่ทางเดิน โชว์บัตร ลูกน้องที่ดูแลโซนชั้นในของปารเมศนั้นก็ไม่ธรรมดา
“ตำรวจขอตรวจค้น !”
“ไหนหมาย ?? ไม่ตลก !!! เชิญทางออกเลยครับ”
ลูกน้องดันเผด็จออกไป
เผด็จชักปืนออกมาให้ดู
“นี่ไงหมาย!!”
ลูกน้องถอยออกไปทันที
“อ้าวคุณตำรวจทำแบบนี้ผิดกฎหมายนะครับ!!”
ขณะเดียวกันนั้นลูกน้องอีกสองคนก็เข้ามาทางด้านหลังเผชิญหน้าตี๋ใหญ่เช่นกันพร้อมชักปืน จ่อไปที่หัวตี๋ใหญ่
“ผมว่าคุณกลับไปดีกว่า”
ลูกน้องคนหนึ่งด้านหน้าเผด็จชักปืนออกมา สถานการณ์ตึงเครียด
“แล้วถ้าผมไม่กลับล่ะ”
เผด็จพูดพลางกำปืนแน่น
ลูกน้องยังยืนนิ่ง
“กลับไป!!! อย่างมากร่างที่นี่มึงไม่กล้ายิงหรอก”
“แต่กูกล้า !!!” ตี๋ใหญ่บอก
ทันใดนั้นตี๋ใหญ่ก็แย่งปืนจับลูกน้องคนหนึ่งล็อคทำเป็นโล่อย่างรวดเร็วลูกน้องคนหน้ายกปืนขึ้น
ตี๋ใหญ่ยิงขาคนหนึ่งทรุดลง เผด็จก็จับนั้นคนมาเป็นโล่ห์เช่นกัน
“ถอยไป!!!”
ลูกน้องมองตี๋ใหญ่อย่างกลัวๆ
ตี๋ใหญ่เผด็จมองหน้ากัน

ทั้งกลุ่มจ่อปืนกันและกลุ่มปารเมศค่อยๆถอยตามการดันของตี๋ใหญ่และเผด็จ

ต่อมา เผด็จผลักประตูเข้ามาในห้องทำงาน ปารเมศและลูกน้อง 2 คนรีบตามเข้ามา

ปารเมศนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ทองดีหายไปแล้ว ไม่มีร่องรอยแต่อย่างใด
ลูกน้องของปารเมศอีก 2 คนเพิ่งกลับเข้ามาจากห้องติดกันมองเผด็จแบบประหม่า
ปารเมศใช้มือส่งสัญญาณให้ลูกน้องวางปืนลง
“สวัสดีครับคุณตำรวจเป็นเกียรติมากเลยครับที่มาเยี่ยมกันถึงที่นี่”
เผด็จมองไปที่กองไฟ
ปารเมศมองตามแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ
“ขยะน่ะครับอันไหนไม่จำเป็นก็ต้องทำลายทิ้งให้หมด” ปารเมศพูดแบบมีนัย
เผด็จฉุนเพราะรู้ว่าน่าจะเป็นหลักฐานที่ถูกเผาทิ้ง “ทองดีอยู่ไหน?”
“ใครนะครับไม่เคยได้ยินชื่อ”
เผด็จมองปารเมศอย่างเครียดๆ
ตี๋ใหญ่มองไปที่จอกล้องวงจรปิดที่อยู่มุมหนึ่งของห้องและพยักเพยิดให้เผด็จดู
“มันรู้ว่าเรามา!” ตี๋ใหญ่บอก
เผด็จคุยกับปารเมศ
“ลูกน้องผมอยู่ไหน?”
“ผมไม่ทราบครับ”
ตี๋ใหญ่มองไปรอบๆมีคราบเลือดที่พื้น
“เผด็จ”
“ผมไม่ไปไหนจนกว่าจะเจอคนของผม”
“ตามสบายครับ”
ปารเมศเดินตรงไปที่ประตู

ทันใดนั้นทองดีก็คลานออกมาจากมุมหนึ่งตัวเขาเต็มไปด้วยเลือด
ทุกคนมองไปที่ทองดี
“หัวหน้า...”
ทองดีชูแล็ปท็อปที่มีควันขึ้นมาให้ทุกคนเห็น
ปารเมศตัดสินใจเปิดฉากยิงทุกคน ยิงกระสุนและเศษวัสดุปลิวไปทั่ว
ปารเมศยิงใส่ทองดีแล้วต่อที่เผด็จ แต่โดนเสื้อเกราะ
ตี๋ใหญ่ยิงปารเมศร่วงไป
ลูกน้อง 1 ที่มุมห้องยิงใส่ทองดี
เผด็จยิงใส่ลูกน้องคนนั้น
ลูกน้อง 2 ที่อยู่อีกมุมนึงจะยิงใส่เผด็จ แต่ตี๋ใหญ่ยิงใส่คนนั้นก่อน
ลูกน้อง 3 และ 4 ที่เพิ่งออกมาจะห้องข้างๆชักปืนออกมาพร้อมกัน
ลูกน้องอีกคนกรูกันเข้ามาจากนอกห้องแล้วยิงปืนกลกราดไปทั่วทั้งห้องพรุนไปด้วยรูกระสุน
รวมทั้งซ้ำไปที่ศพของปารเมศที่นั่งอยู่อยู่ที่โต๊ะทำงานด้วย
เผด็จและตี๋ใหญ่กระโดดหลบและทั้งสามยิงใส่ลูกน้องที่มาใหม่พร้อมกันๆจนลูกน้องคนนั้นล้มลงไป
เมื่อควันจากการยิงจางลงเผด็จและตี๋ใหญ่ก็ลุกขึ้นมา
ตี๋ใหญ่หันไปเห็นบางอย่างที่มุมห้องจ่อปืนแต่ก็ลดลงในที่สุด ทองดีที่ใกล้ตาย
เผด็จมองตามแล้วเข้าไปหาทองดีที่นั่งพิงอยู่ที่ผนัง ทองดียังมีชีวิตอยู่

เผด็จเข้าไปประคองทองดีที่มีแผลกระสุนเต็มตัว
“ทำใจดีๆไว้เดี๋ยวผมจะเรียกรถพยาบาล”
ทองดีเอามือเปื้อนเลือดมาจับมือห้ามเผด็จไว้
“หึๆไม่ต้องหรอกหัวหน้าผมสมควรโดนแล้ว”
“หยุดพูดได้แล้ว”
“ผมขอโทษนะครับหัวหน้า ผมคิดว่าถ้าผมยอมช่วยมันเล็กๆน้อยๆ ถ้าไม่มีใครเจ็บตัวก็ไม่เห็นเป็นไร”

ในอดีต ตำรวจเกษียณนอนป่วยอยู่บนเตียงในห้องที่โทรมๆ
“ผมอยากได้เงินไปช่วยพวกตำรวจดีๆที่ทำงานให้ประเทศชาติ แล้วพอเกษียณหรือพิการแล้วกลับไม่ได้รับการเหลียวแล”
ทองดีเปิดดูสมุดบัญชีแล้วเก็บสมุดลงไปในหนังสือมังกรหยกแล้วเก็บหนังสือเข้าชั้น
“ที่ผมทำอย่างงี้เพื่อหาเงินช่วยพวกอีกทางนึง”
ทองดีหยิบโทรศัพท์ขึ้นโทร
“นี่อินทรีย์นะ...”

เรื่องราวในอดีตทั้งหมดผ่านเข้ามา
ในป่า ทองดีเก็บห่อข้าวที่กินเสร็จแล้วแล้วเขาก็แอบส่งข้อความบอกเสือ "กำลังไปดักจับที่ริมแมน้ำเลี่ยงไปทางอื่น"

ในป่า ทองดีหันไปมองเรย์
“ไปลุยกันอีกมะตัวซวย”

แล้วทองดีก็ส่งข้อความบอกเสือว่า "เสือโดนตามรอย"

ชั้นกลางของตึกร้าง
ทองดีกับเรย์ถูกยิงใกล้จนมุมกระสุนหมด
ทองดีโดนกระสุนล้มลงเรย์ท่าทางตกใจ
“พี่ทองดี!”
ขณะเดียวกันนั้นทองดีก็แอบทำสัญญาณมือบอกกับพวก 21 เป็นเลขชั้นที่เผด็จอยู่
พวก21 ถอยออกไป

รถตำรวจ
เผด็จมองตรงไปข้างหน้า... แววตาเด็ดเดี่ยว
ทองดี เรย์นั่งอยู่เบาะหลังเผด็จ
เรย์สีหน้ากังวล ส่วนทองดีนั่งกดมือถือเล่นตลอดเวลา
ทองดีส่งข้อความไปหาสารวัตรนัท เพื่อให้สารวัตรปะทะกับพวกมุ้ยแทนเผด็จ
"ของล๊อตใหญ่อยู่ที่ท่าเรือตอนนี้"

ท่าเรือ
ทองดีแอบดูสารวัตรนัทกับเรย์คุยกัน เผด็จมองเรย์อย่างไม่พอใจ ทองดีแอบยิ้มที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน

ตี๋ใหญ่มองเผด็จที่ยังประคองทองดีอยู่
“แต่สุดท้ายคนไม่รู้กี่คนต้องตายเพราะผม”
ทองดีมองหน้าตี๋ใหญ่แบบรู้สึกผิด
ตี๋ใหญ่มองหน้าทองดีแบบเหมือนจะให้อภัย
ทองดีชี้ที่แลปทอปที่วางอยู่ใกล้ๆ
“แลปทอปเครื่องนั้นน่าจะมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพวกสโมสรครับหัวหน้า”
“ไม่ต้องเป็นห่วงนะทองดี”
ทองดีตายต่อหน้าเผด็จ
ตี๋ใหญ่มองไปที่ปารเมศอย่างเหี้ยมก่อนสายตาจะอ่อนลงเมื่อมามองทองดีและเผด็จ
เผด็จหยิบแล็ปท็อปขึ้นมามอง

เรย์เก็บอารมณ์เดินออกมาเจอตี๋ใหญ่ทั้งคู่มองกันเงียบๆ
“ผมไปซื้อตั๋วรถมาได้รถไปรอบค่ำ ผมเลยแวะมาลาคุณก่อน”
เรย์ระเบิดอารณ์ออกมาแบบเก็บไม่ไหวร้องไห้ออกมา
ตี๋ใหญ่ทำอะไรไม่ได้ลูบไหล่ปลอบ เรย์กอดตี๋ใหญ่โหออกมา ตี๋ใหญ่ตกใจเพราะเห็นหญิงแกร่งคนนี้ร้องไห้อย่างหมดรูปเป็นครั้งแรก
“ชั้นไม่อยากเป็นตำรวจอีกแล้ว”
“ทำไมล่ะ”
“ชั้นทำให้เค้าเดินไม่ได้อีกต่อไป”
“มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก”
เรย์ร้องไห้อยู่กับตัวเอง ตี๋ใหญ่พูดต่อ
“คุณทำดีที่สุดแล้วหล่ะ”

เรย์สะอื้นตัวโยน

ในห้องใต้ดิน ของ Last Day Pub มิวสิควิดีโอเพลง magic hour ของ g twenty ถูกฉายขึ้นผนัง เสียงถูกเปิดดังสนั่นห้อง

ไผ่หวานนั่งกอดเข่าอยู่ในห้องที่มุมมืดๆในห้อง เอามือปิดหู หน้าตาเหมือนไม่ได้นอนมาหลายวัน
แสงไฟจากประตูลอดเข้ามาในห้อง ประตูเปิด แรมเดินเข้ามาในห้องหลังจากนั้น
ไซเรนก็ถูกโยนเข้ามา
ไฟในห้องสว่างขึ้น
ไซเรนลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่แรมแล้วกระหน่ำต่อยแบบไม่ค่อยมีแรง แรมป้องกันขำๆ
เขาปล่อยให้ไซเรนต่อยอยู่อย่างนั้น
ไซเรนกระหน่ำต่อยจนหมดแรง
แรมยิ้มอย่างโรคจิต
“มึงเก็บกูไว้ทำไมจะฆ่าก็ฆ่ากูเลย!!”
“เป็นคำถามที่ดีเราคิดว่านายยังไม่รู้จักตัวเองดีก็แค่นั้น เราแค่อยากให้นายเจอเส้นทางของตัวเองวั นนึงนายจะขอบใจเรานะ” แรมบอก
ไซเรนมองตาแรม เคียดแค้นแล้วถุยน้ำลายใส่หน้าแรม แรมยิ้มอย่างโรคจิต
“สิ่งที่นายทำมีผลกระทบถึงคนอื่นเสมอไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม..”
แรมหยิบแบตเตอร์รี่และสายพ่วง
“ไอ้เหี้ยหยุดนะ มึงจะทำอะไรก็มาทำกับกู!! มึง!! อย่าทำอะไรไผ่หวานนะไอ้เหี้ย!!”
แรมไม่สนใจเข้ากระโดดไปหาไผ่หวานแล้วหยิบปลอกคอที่ล็อคอยู่ที่คอไผ่หวานลงมา
ปไผ่หวานกลัวตัวสั่น
“หยุดนะ!!! ไอ้สัตว์! กูบอกให้หยุด!”
แรมใส่ถุงมือยางกันไฟฟ้าที่พ่วงทั้งสองอันสปาร์คกันจนเกิดประกายไฟ
“มึงฆ่ากูก็ได้กูยอมแล้ว” ไซเรนบอก
แรมเดินเข้าไปหาไผ่หวานช้าๆ
แรมเอาที่พ่วงแบตคีบลง
แรมเดินไปต่อปลั๊ก
“ผมยอมแล้ว พี่อย่าทำอะไรไผ่หวาน ผมยอมแล้วจะให้ผมทำอะไรก็ได้”
“ตอนนี้นาทีนี้วินาทีนี้... รู้แล้วใช่มั้ยว่าชีวิตต้องการอะไรห๊ะ!!”
“ปล่อยหวานเถอะนะพี่”
“แค่พูด..พิสูจน์อะไรไม่ได้หรอกนะ”
แรมพยักเพยิดแรมเอาหูฟังขึ้นใส่ ทุกอย่างเป็นความบันเทิงของแรม
แรมเอาแท่งชาร์ตให้ไซเรนจับแล้วไซเรนก็เอามือจับปลายแบตอีกข้าง
เขาถูกไฟช็อตอย่างแรงจนหมดสติไป แรมสะใจ ไผ่หวานตกใจร้องโหยหวน

แรมที่เดินฟังเพลงคลาสิครอดออกมาจากหูฟังเบา แรมฮัมตาม ผ่านคนที่แพ็คยา หลายคนนั่งแพ็คอยู่ด้วย แรมเต้นหมุนตัวเดินผ่านไป

ณ สถานที่แห่งหนึ่ง รถสองคันจอดแลกยากัน แรมแลกกระเป๋าเปิดมามีเงิน แต่ฝั่งนู้นตุกติก แรมยิงอย่างเหี้ยมโหด
แรมเปิดกระเป๋าหลายใบมีเงินเต็มไปหมด แรมแฮปปี้สุดๆ
แรมเสพยาจากหน้ากากบังคับไผ่หวานด้วย ไซเรนแอบมองกลัว
ในห้องแรมแห่งหนึ่ง แรมจับมือกับคนมาซื้อยาล็อตใหญ่ เป็นชาวต่างชาติ เครื่องนับเงินทำงานไม่หยุด
แรมเอาเงินปาแจกลูกน้องกระจายไปทั่วห้อง
ในห้องใต้ดิน มีการดัดแปลงเครื่องจักรเป็นห้องที่ขังไผ่หวานไซเรนให้อยู่ด้วยกัน
ซึ่งห้องนี้จะหลอกเป็นทางผ่านเดินเข้าบาร์แรมด้วย

แฟลตตำรวจ
ซองงานศพถูกเรี่ยไร กลุ่มตำรวจกำลังเล่นหมากรุกกันอยู่ แต่ที่นั่งของจ่าทองดีที่เคยนั่งประจำว่างอยู่
ตำรวจ 1ถาม “เย็นนี้มึงไปงานศพไอ้ทองรึเปล่า”
ตำรวจ 2 บอก “ไปสิวันนี้ทางกรมเป็นเจ้าภาพกูนัดแท็กซี่ไว้แล้ว”
เสียงพาสเวิร์ดแทรกเข้ามา
“สอนเล่นหน่อยครับลุงจ่า”
เรย์ยืนอยู่อีกมุมกับตี๋ใหญ่
“ฝากด้วยนะคะ”
ตำรวจ 2 :บอก“เอ้าๆมาก็ได้หัดตั้งกระดานก่อน”
"ได้ครับๆ"
พาสเวิร์ดดีใจนั่งลงและตั้งกระดานหมากรุกใหม่อย่างชำนาญ พาสเวิร์ดยิ้มเหมือน
เด็กๆที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
“ผมฝากพาสเวิร์ดไว้ที่นี่พักนึงนะครับ ไม่มีใครอยู่ด้วย เดี๋ยวจะก่อเรื่องเอา”
“ทำไมคุณยังไม่พากลับบ้านไปล่ะ”
ตี๋ใหญ่บอกพลางยิ้มจางๆ
“อยู่โน่นเจอแต่ต้นไม้ใบหญ้า ... ให้เวิ่ดสนุกกับเมืองกรุงอีกซักพัก”
เรย์มองตี๋ใหญ่รู้ว่าตี๋ใหญ่โกหกเรย์พูดแบบเป็นห่วง
“เรื่องแรม…..ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะค่ะ”
ตี๋ใหญ่นิ่งไป
“ผมจะอยู่รอดูวันที่พวกคุณจับมันได้!!”

แรมลงไปห้องเครื่องจักรใต้ดินจนเข้าไปในห้อง
แรมยืนอยู่หน้าตู้เหล็กสองตู้ เมื่อแรมใกล้เข้ามาตู้ทั้งสองมีอาการสั่นมากขึ้นเรื่อยๆแรมไขล็อคตู้แรก ไซเรนในสภาพที่เน่าสุดร่วงลงพื้น สั่นแทบบ้า ร้องไห้พูดจาแทบไม่เป็นภาษา ลืมตาแทบไม่ขึ้น กระโจนเข้ากอดขาแรม
“ผมยอมแล้วพี่ผมกลัวแล้ว พี่จะให้ผมทำไรผมทำได้หมด ให้โอกาสผมนะ พี่แรมผมขอโทษพี่แรม ....”
แรมนั่งยองลงลูบหัวไซเรนอย่างเอ็นดู
“นายหายดื้อแล้วเหรอ .... เราว่า...ยังม้างงงงงง ….. อยู่ในนี้ออกจะสบาย ไม่ต้องทำอะไรกินแล้วก็นอน ….ฮ่ะฮ่าฮ่าาาา”
แรมเดินออกมา เผยให้เห็นว่า ไผ่หวานที่ถูกล่ามขารีบคลานมากอดไซเรน ทั้งคู่ดูโทรมมากๆ
แรมล็อคหน้าห้อง

เผด็จยืนอยู่ตรงกลางห้อง
ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยนั่งฟังเผด็จรายงานรูปคดีอย่างตั้งใจ เรย์นั่งอยู่ในห้องประชุมด้วย
ด้านหลังเผด็จ เห็นจอที่มีภาพนิ่งของทองดีฉายอยู่และห้องแฟ้มต่างๆ
แสงไฟจากเครื่องฉายสาดเข้าหน้าของเผด็จ
“จากข่าวลือที่ว่าจ่าทองดีเป็นสายและรับเงินจากสโมสรมหาสมุทรนั้น ผมขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงครับ จ่าทองดีทำตามภารกิจลับที่ทางทีมได้วางไว้ เพื่อแทรกซึมและล้วงข้อมูลของสโมสรก็อย่างที่ทราบเราพบเอกสาร และข้อมูลจำนวนมากว่า ทางสโมสรฟอกเงินให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติด ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินการคัดกรองหลักฐานทั้งหมดอยู่ครับ”
ทันทีที่เผด็จพูดจบไฟในห้องก็เปิดขึ้น เสียงปรบมือของชายคนหนึ่งดังขึ้นจนทุกคนหันไปมอง
หัวหน้าบรรจงเดินปรบมือและยิ้มเข้ามา บรรจงเดินตรงไปอยู่ข้างๆเผด็จ
“ผมขอชื่นชมกับผลงานและความกล้าหาญของคุณในครั้งนี้จริงๆ คุณสร้างชื่อเสียงให้กับหน่วยงานของเราเป็นอย่างมาก ผมดีใจจริงๆที่มีคุณอยู่ในหน่วยนี้ขอเสียงปรบมือหน่อย...”
บรรจงปรบมือให้เผด็จอีกครั้ง ตำรวจที่อยู่ในห้องประชุมเห็นบรรจงปรบมือจึงรีบลุกขึ้นปรบมือตาม
บรรจงยิ้มให้กับความสำเร็จของเผด็จในครั้งนี้
เรย์ยืนขึ้นปรบมือ เผด็จฝืนยิ้มรับ

บรรจงเดินออกมาจากห้องประชุม เผด็จเดินตามหลังออกมาส่ง
“หลักฐานทั้งหมดของสโมสรM อยู่กับคุณใช่มั้ย?”
“ครับผมกำลังตรวจสอบอย่างละเอียดเสร็จแล้วจะส่งให้ส่วนกลางครับ”
“รายงานผมโดยตรงอย่างละเอียดด้วย”
บรรจงใช้มือแตะไหล่เผด็จอย่างเป็นกันเองและยิ้มให้เผด็จและเดินจากไป

บรรจงเดินออกมาจากตึกปปส. และขึ้นรถไป ประตูรถปิด บรรจงนั่งคนรถส่งแฟ้มมาให้
"ประวัติของรองเผด็จครับท่าน"
บรรจงเปิดออกอ่าน

มือหนึ่งกำลังใช้อุปกรณ์แงะคอมฯที่ไฟไหม้ไปบางส่วนของปารเมศ ในที่สุดก็เปิดฝาออกมาต่อเนื่อง เผด็จเรย์เดินออก
“เปิดไม่ติดแล้วครับหัวหน้าเมนบอร์ดโดนไฟไหม้ครับ เดี๋ยวผมลองถอดฮาร์ดดิสออกมา” ช่างซ่อมว่า
“ผมฝากด้วย”
เผด็จกับเรย์เดินออก

ผับแห่งหนึ่ง ... เผด็จเดินมานั่งที่เคาน์เตอร์บาร์เพียงลำพัง
บาร์เทนเดอร์ที่หลังเคาน์เตอร์ เผด็จสั่งเครื่องดื่มนิ่งๆ
“เหมือนเดิม”
เผด็จหยิบบุหรี่ขึ้นมาเพื่อที่จะสูบ ภัทราเดินมาด้านหลัง
“เลิกสูบแล้วไม่ใช่เหรอคะ”
เผด็จถอนหายใจไม่พูดอะไร เคลื่อนซองบุหรี่ที่ยังที่อยู่เต็มซองไปอีกข้างนึง
“ทำไมคุณเสี่ยงเข้าไปคนเดียวแบบนั้นละคะ?”
“ตอนนั้นผมไม่รู้จริงๆว่าจะเชื่อใจใครได้บ้าง ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่มีทางจัดการกับคนพวกนั้นได้ …..ยังดีที่มีธาวินที่คอยช่วย”
“ธาวิน..คนที่คุณพามากรุงเทพน่ะเหรอคะ ... แล้วทำไมเค้ามาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้”
“ยังมีหลายอย่างที่ผม….ยังคงเล่าไม่ได้”
ภัทรามองเผด็จนิ่งๆ
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อไปคะ”
“เราปราบพวกตัวใหญ่ๆที่เราหมายหัวไว้ได้สองกลุ่มแล้ว ผมคงเดินหน้าวางแผนติดตามฝั่งของไอ้แรมที่ยังรอดอยู่”
“แล้วคุณเจอบัญชาหรือยังคะ”
เผด็จส่ายหัว ภัทรามองเผด็จอย่างเข้าใจ ภัทราจับมือเผด็จมองหน้าและให้กำลังใจ
“อย่ายอมแพ้นะคะ”

ภัทรายิ้มให้เผด็จเป็นการให้กำลังใจ

อ่านต่อตอนที่ 7


กำลังโหลดความคิดเห็น...