xs
xsm
sm
md
lg

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ตอนที่ 7

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ตอนที่ 7

ธรรมจากหลวงปู่พุทธะอิสระ


ใครทำดีให้ก็ไม่เท่าจิตของตน

“มารดา บิดา หรือญาติอื่น ๆ ทำความดีบางชนิดให้ไม่ได้ จิตที่ตั้งไว้ชอบแล้ว ทำบุคคลให้ดีได้ยิ่งกว่านั้น.”

จิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้

“ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยาก ละเอียดอ่อน มักตกไปในอารมณ์ตามที่ใคร่ เพราะจิตที่คุ้มครองดีแล้วนำความสุขมาให้.”

จิตผ่องใสเศร้าหมองได้ หลุดพ้นได้

“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! จิตนี้ผ่องใส ก็แต่ว่าจิตนั้นแล เศร้าหมองเพราะอุปกิเลสที่จรมา.”

“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! จิตนี้ผ่องใส ก็แต่ว่าจิตนั้นแล หลุดพ้นได้จากอุปกิเลสที่จรมา.”

โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง

“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! เราไม่เห็นธรรมอื่นสักข้อหนึ่งที่มีโทษมากเหมือน มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) นี้ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! โทษทั้งหลาย มีมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) เป็นอย่างยิ่ง.”

สะอาดด้วยน้ำ หรือด้วยความประพฤติ

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ ตำบลคยาสีสะ ใกล้แม่น้ำคยา สมัยนั้น ชฎิล (นักบวชเกล้าผมเป็นเชิง) มากหลาย ดำผุดบ้าง ดำหัวบ้าง เอามือวักน้ำรดตนเองบ้างในแม่น้ำคยา บูชาไฟบ้าง ในสมัยที่มีหิมะตกระหว่างราตรีฤดูหนาวอันเย็นเยียบ ด้วยคิดว่า ความบริสุทธ์จะมีได้ด้วยวิธีการนี้ พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นชฎิลเหล่านั้น ทำอาการเหล่านั้น จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

“ความบริสุทธิ์เพราะน้ำในแม่น้ำ ที่คนเป็นอันมากอาบนั้น ย่อมไม่มี ผู้ใดมีสัจจะ มีธรรมะ ผู้นั้นเป็นผู้สะอาด เป็นพราหมณ์.”

สิ้นหลงย่อมไม่หวั่นไหว

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนารามของอนาถปิณฑิกคฤหบดีใกล้กรุงสาวัตถี สมัยนั้น ท่านพระสารีบุตรนั่งคู้บัลลังก็ ตั้งกายตรง ดำรงสติเฉพาะหน้าไม่ไกลพระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นพระสารีบุตรเช่นนั้น จึงทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้นว่า

“ภูเขาศิลา ไม่หวั่นไหว ตั้งอยู่ด้วยดีฉันใด เพราะสิ้นความหลง ภิกษุย่อมไม่หวั่นไหว เหตุเพราะสิ้นจากความหลง ดุจภูเขา ฉะนั้น.”

ผู้หลับน้อยตื่นมากในราตรี

“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! บุคคล ๕ ประเภทเหล่านี้ ย่อมหลับน้อยตื่นมากในราตรี คือ

๑. สตรีผู้มีความประสงค์บุรุษ
๒. บุรุษผู้มีความประสงค์สตรี
๓. โจรผู้มีความประสงค์จะลักทรัพย์
๔. พระราชาผู้ประกอบในราชกรณียกิจ
๕. ภิกษุผู้มีความประสงค์จะปราศจากสัญโญชน์
“ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! บุคคล ๕ ประเภทเหล่านี้แล ย่อมหลับน้อยตื่นมากในราตรี.”

ละธรรม ๑๐ อย่างไม่ได้ยังไม่ควรเป็นพระอรหันต์

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลยังละธรรม ๑๐ อย่างเหล่านี้ไม่ได้ ก็ไม่ควรทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล ธรรม ๑๐ อย่าง คือ

๑. ราคะ ความกำหนัดยินดี
๒. โทสะ ความคิดประทุษร้าย
๓. โมหะ ความหลง
๔. โกธะ ความโกรธ
๕. อปนาหะ ความผูกโกรธ
๖. มักขะ ความลบหลู่บุญคุณท่าน
๗. ปลาสะ ความตีเสมอ
๘. อิสสก ความริษยา
๙. มัจฉริยะ ความตระหนี่
๑๐. มานะ ความถือตัว

“ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! บุคคลยังละธรรม ๑๐ อย่างเหล่านี้แลไม่ได้ ก็ไม่ควรทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล.”

ฟังรายการ ธรรมะกับชีวิต ได้ทุกวัน
ตั้งแต่เวลา 05.00 - 06.00 น.
ทาง คลื่นสามัญประจำบ้าน
www.managerradio.com
 
กำลังโหลดความคิดเห็น...