xs
xsm
sm
md
lg

มหัศจรรย์แมกนีเซียม รักษาโรคหัวใจ – ชะลอความแก่

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


แรงจูงใจเรื่อง “ ฝรั่งตื่นน้ำ ” เขียนโดยคุณวสัน สรรประดิษฐ์ เมื่อ 3 ปีก่อนเกี่ยวกับน้ำแร่แมกนีเซียมในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งฝรั่งชาวออสเตรเลียสนใจถึงขนาดไปเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อไปรอซื้อน้ำแมกนีเซียมมารับประทาน แถมยังตั้งสมญาว่าเป็นน้ำแร่มหัศจรรย์ ชนิดร่ำลือกันปากต่อปาก เช่น หากผู้ใดดื่มวันละ 2 ลิตร เป็นเวลา 2 สัปดาห์ จะหายจากโรคเรื้อรังและโรคผิวหนังบางชนิดได้ ทำให้ ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข เกิดประกายความคิดเขียนเรื่อง “ THE MAGIC MAGNESIUM ” หรือ “ มหัศจรรย์ แมกนีเซียม ” ที่ว่าธาตุแมกนีเซียมยังมีความลี้ลับซ่อนอยู่อีกมาก เพื่อเป็นประโยชน์การศึกษาและเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานของบุคคลทั่วไป

นพ.สมศักดิ์เกริ่นว่า น้ำแร่ผลิตโดย Dr. Russel J Beckett จบปริญญาเอกด้านพยาธิชีววิทยา(Pathobi ology) วิธีทำก็เพียงแต่เอาน้ำดิบมาจากหุบเขาแมนโกร๊ฟ ซึ่งเป็นหุบเขาหิมะอยู่ใกล้กรุงแคนเบอรา เอามากรองเสียก่อน แล้วจึงผสมกับเกลือแร่แมกนีเซียมคาร์บอเนตที่ในโรงงาน โดยเติมเกลือแร่ดังกล่าวลงไปอีก จนได้ความเข้มข้นของแมกนีเซียมอยู่ระหว่าง 90 – 100 ppm( 90 – 100 ส่วนของแมกนีเซียม ต่อน้ำ 1 ล้านส่วน) หรือ 90 – 100 มิลลิกรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ซึ่ง Dr.Beckett ได้จดสิทธิบัตรน้ำแมกนีเซียมทั้งในออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐ ฯ ว่า เป็นน้ำที่เติมเกลือแร่แมกนีเซียมสำหรับใช้ดื่ม(Mineralised Water Drink) ซึ่งทาง FDA จัดอยู่ในกลุ่มFood
“ แมกนีเซียมเป็นเกลือแร่หลัก สำคัญต่อชีวิตมนุษย์ในฐานะเป็นตัวเร่งเอนไซม์ทำงานหรือปฏิกิริยาเคมีในร่างกายถึงร้อยละ 75 ว่าไปแล้ววิตามินทั้งหมดรวมทั้งเกลือแร่ทุกชนิด ยังทำงานไม่เท่าแมกนีเซียมเพียงชนิดเดียว และคุณสมบัติของมันยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคเรื้อรัง(Chronic Disease) โรคแห่งความเสื่อม(De generative Disease) โรคชรา(Aging) และที่สำคัญที่สุดคือช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด อันเป็นโรคมัจจุราชที่คร่าชีวิตคนไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้ยังสำคัญต่อผู้เล่นกีฬาประเภทใช้ความอดทน ป้องกันตะคริวกล้ามเนื้อ เพราะแมกนีเซียมเป็นผู้สร้างพลังงานเคมีชื่อเอทีที ”

นพ.สมศักดิ์ ยกตัวอย่างหัวใจและหลอดเลือดให้เห็นว่า หัวใจเปรียบเหมือนชีวิต เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่างในตัวเรา เป็นกล้ามเนื้อเรียบต้องทำงานหนักอย่างสม่ำเสมอตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยงตัวมันเองสูงมาก เพื่อให้หัวใจได้เต้นปกติ
นับตั้งแต่ ค.ศ. 1960 เป็นต้นมา นักวิจัยทั้งหลายยอมรับว่าประชากรกลุ่มที่ดื่มน้ำกระด้าง(Hard Wa ter) คือน้ำที่แมกนีเซียมและแคลเซียมสูง มีอัตราการเป็นโรคหัวใจต่ำกว่ากลุ่มดื่มน้ำอ่อน(Soft Water) สอด คล้องกับนักวิทยาศาสตร์ยืนยันทางวิชาการเช่นกัน แมกนีเซียมสามารถช่วยป้องกันและชะลอกระบวนการต่างๆ ต้นเหตุของโรคหัวใจ นายแพทย์แชปิโรได้รายงานถึงผลสำเร็จของการใช้แมกนีเซียมรักษาผู้ป่วยด้วยโรคกล้าม เนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือดเฉียบพลันในกลุ่มผู้ป่วย 64 คน ผลการรักษาพบว่ามีตายเพียง 1 ราย(1.6%)เท่า นั้น ในขณะที่การรักษาโดยไม่ใช้แมกนีเซียมร่วมด้วยมีอัตราตายสูงถึง 34.5 เปอร์เซนต์มีการศึกษาต่อมาอีกหลายครั้ง ซึ่งยืนยันประโยชน์ของแมกนีเซียมต่อโรคหัวใจขาดเลือดว่าเป็นที่น่าพอ ใจโดยตลอด การวิจัยในประเทศอิสราเอลให้ผลออกมาว่า การรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยแมกนีเซียม สามารถลดอัตราตายลงได้ถึง 88 เปอร์เซนต์ทีเดียว ฉะนั้นเพื่อสุขภาพของหัวใจที่ดี ควรดื่มน้ำกระด้างหรือน้ำแร่ที่มีแมกนีเซียม

นายแพทย์ผู้นี้กล่าวถึงงานวิจัยแมกนีเซียมว่า เริ่มมีมากเมื่อ 10 ปีมานี้เอง จากหลายสถาบันของประเทศต่างๆ เกือบทั่วโลก ทำให้มองเห็นความมหัศจรรย์ของแมกนีเซียมต่อสุขภาพของร่างกายว่า เกลือแร่ราคาถูกและไม่ต้องใช้เทคโนโลยียุ่งยากในการใช้นี้ จะมีคุณอนันต์ประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ชาติอย่างไม่เคยคาดฝันมาก่อน โดยจะทำให้คนที่ด้อยโอกาสทั้งหลายสามารถมีอายุยืนยาวขึ้น ที่สำคัญมีสุขภาพที่สมบูรณ์เป็นที่น่าเสียดายว่า ความรู้เรื่องแมกนีเซียมไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ จึงอยากเขียนให้คนไทยทุกคนได้รับรู้แมกนีเซียม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่อาจเข้าถึงหมอดีๆ ยาแพงๆ และเทคโนโลยีทาง การแพทย์ที่ทันสมัยได้ พยายามหาข้อแนะนำให้เขาเหล่านั้นได้รู้จักการป้องกันตนเอง และครอบครัวจากโรคภัยไข้เจ็บอย่างมีประสิทธิผล ด้วยวิธีการที่ถูกที่สุด ทั้งสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย อันจะทำให้ครอบครัวของเขาเหล่า นั้นได้มีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่นและสุขภาพชีวิตของสังคมประเทศ
“ ผมพยายามรวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องแมกนีเซียมให้ได้มากที่สุด จากกองเอกสารของสถาบันในต่างประเทศ โดยเลือกใช้วารสารทางวิชาการ(Journal) เป็นหลัก กับอาศัยประสบการณ์ของตนเอง แล้วจึงบรรยายความออกมาตามแนวทางที่ผมคิดเขียนว่า น่าจะทำให้ผู้คนทุกระดับความรู้อ่านได้ง่ายและมีความเข้า
ใจพอที่จะนำไปเป็นแนวปฏิบัติตนต่อไป ”

นายแพทย์ผู้นี้กล่าวทิ้งท้ายว่า คนไทยส่วนใหญ่ของประเทศมีความรู้ทางด้านการแพทย์น้อยไปกว่าที่ควร เนื่องจากตำราวิชาการทั้งหลายจะเป็นภาษาต่างประเทศ ซึ่งคนไทยเองก็มีความรู้ภาษาอังกฤษในขอบเขตจำกัด หรือหลายท่านไม่ได้รับการศึกษามาก่อนเลย และถึงแม้ท่านผู้ที่มีความรู้ภาษาอังกฤษอย่างดี ก็ยากที่จะตามทันกับความก้าวหน้าทางวิชาการด้านการแพทย์ในยุคนี้ หนังสือมหัศจรรย์ –แมกนีเซียม ความยาวเนื้อหาร่วม 260 หน้าบอกอะไรให้เราได้รับรู้เรื่องสุขภาพ ว่าด้วยตั้งแต่บทแรกเกลือแร่มหัศจรรย์ บทต่อมาโรคสำคัญหัวใจหยุดเต้นได้ เมื่อร่างกายขาดธาตุแมกนีเซียม หรือผู้ป่วยโรคเบาหวานควรดื่มน้ำแร่ หรือบทถัดไปกล่าวถึงผู้ชายสูงอายุอาจตายกะทันหันขณะร่วมเพศ เพราะเสียแรงมาก จึงควรดื่มน้ำแร่ ฯลฯ ท่านใดอยากรู้เพิ่มเติมสามารถหาซื้อหาอ่านได้ที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ ทุกสาขา
“ วันนี้ท่านกินแมกนีเซียมแล้วหรือยัง ”
(หมายเหตุ – เรียบเรียง เนติ โชติช่วงนิธิ โครงการเผยแพร่ตำราวิชาการและวรรณกรรม ศูนย์หนังสือจุฬาฯ)
กำลังโหลดความคิดเห็น...