xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กเหลี่ยม” กลับมาหวังสอย “บิ๊กตู่”! (ตอนสามสิบ) ประชาธิปไตยต้อง “เหมือน” กับ “ไม่เหมือน” กัน?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


โลกนี้มีทั้งเรื่อง “เหมือน” กับ “ไม่เหมือน” กัน มีทั้ง “สิ่งเก่า” กับ “สิ่งใหม่” มีเรื่อง “เหมาะสม” กับ “ไม่เหมาะสม” ฯลฯ

“ทุกชาติ” จึงมีทั้งเรื่อง “แตกต่าง” และ “ไม่แตกต่าง ”กัน รวมทั้งมีวิวัฒนาการใหม่เกิดขึ้น บนพื้นฐานความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ของชาติและประชาชนคนส่วนใหญ่..

ทั้งนี้ สิ่งที่ “คนส่วนน้อย” ในทุกชาติ แม้จะมีสิทธิ์จะ “คิดใหม่-ผลักดัน” เพื่อ “ทำให้สิ่งใหม่” ปรากฏเป็นจริง มาแทนที่ “สิ่งเก่า” ซึ่งดำรงอยู่มาก่อน นั่นถือเป็น “สิทธิ-เสรีภาพ” พึงกระทำได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษ คือ “ต้องคิด-ต้องผลักดัน-ต้องทำ” โดยไม่ผิดต่อกฎหมายของแต่ละชาติ!

ดังนั้น “ใครหน้าไหน” ทำผิดกฎหมาย ย่อมต้องถูกลงโทษ หนักเบาตามกฎหมาย..จริงไหม?

ระบอบการเมืองโลกมีหลากหลาย..! หลักใหญ่ๆมี 3 ระบอบ นั่นคือ “ราชาธิปไตย-สังคมนิยมผสมทุนนิยม-ประชาธิปไตยเสรีนิยม” ที่อยู่ใต้การควบคุมของ “ทุนนิยมสามานย์”..จริงไหม?

ทว่า..ยังต้องขอเน้นให้คิดรอบด้านว่า มิติหลากหลายทาง “เศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม” ฯลฯ ในระบอบการเมืองของแต่ละชาติ จะ “ดีขึ้น” หรือ “เลวลง” ล้วนเกิดจาก “คน” ทั้งสิ้น โดยเฉพาะ “คนมีอำนาจทางการเมือง” ซึ่งก็คือ “นักการเมือง-รัฐสภา-นายกฯ-คณะรัฐมนตรี” รวมถึง “ข้าราชการ” ที่เป็นกลไกรัฐนั่นเอง

สรุปได้เลยว่า..“คนดี” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขณะที่ “ระบอบดี” ก็สำคัญเช่นกัน “คนดี” ย่อมสร้าง “ระบอบดี” ขึ้นมา และจะพัฒนาให้ “ระบอบดียิ่งขึ้น” อยู่เสมอ..

ที่สำคัญถัดมาคือ “คนมีอำนาจ” เพราะเป็นผู้เลือกวิธีบริหารการปกครอง และต้องปฏิรูประบอบการเมือง และบริหารชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ชาติเจริญยิ่งขึ้น และประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นเรื่อยๆ

ทุกชาติจึงอยากได้ “ผู้นำชาติดี” มีคุณภาพ มากคุณธรรม เข้าทำงานในรัฐสภาฯ และเป็นรัฐบาล!

แต่..เอ..ชาติไทยคงได้แต่ “เพ้อฝัน”.. อยากได้อยากมี “นักการเมืองส่วนใหญ่-ผู้นำชาติ-รัฐบาลดี” มาบริหารชาติ งานนี้ “ฟังธง” ล่วงหน้าได้เลยว่า “ยาก-โคตรยาก” กระทั่งแทบเป็นไปไม่ได้เลยล่ะเฟ้ย..!

เพราะชาติไทยยังเป็น “ประชาธิปไตยกำมะลอ” ภายใต้ “การเลือกตั้งจอมปลอม” ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างที่ควร

เพราะ “ผู้นำชาติ” ทุกยุค จงใจปล่อยให้ “ผู้สมัคร ส.ส.” ใช้เงินซื้อเสียงกับโกงได้สารพัด เพื่อเอาชนะกันอย่างสามานย์ในสนามเลือกตั้ง

ทุกคนที่อยากเป็น “นักการเมือง” ต้องรู้และควรเข้าใจหลักการ ว่าระบอบ “ประชาธิปไตยเลือกตั้ง” ของทุกชาตินั้น ต้องมีหลายเรื่องที่ “เหมือนกัน” กับหลายเรื่องต้อง “ไม่เหมือนกัน” ทั้งนี้เพราะในสภาพความเป็นจริงของสังคมแต่ละชาติ มีหลากมิติทางด้าน เศรษฐกิจ-การเมือง-การศึกษา-สังคม ฯลฯ ที่มีทั้ง “เหมือนกัน” กับ “ไม่เหมือนกัน” นั่นเอง ฯลฯ

ประชาธิปไตยเลือกตั้งหลายเรื่องจึงเหมือนกันได้! และหลายเรื่องก็จำเป็นจะต้องไม่เหมือนกันเป็นธรรมดา! ประชาธิปไตยลักษณะเฉพาะของไทย จึงเป็น “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” มีเรื่องมากมายที่เหมือนกับ “ประชาธิปไตยอเมริกา-อังกฤษ-ฝรั่งเศส” ฯลฯ แต่ “ประชาธิปไตยแบบไทยๆ” อีกนั่นแหละ ก็มีเรื่องมากมายที่ไม่เหมือน “ประชาธิปไตยเมืองอินทรี-เมืองผู้ดี-เมืองน้ำหอม” ฯลฯ
เฮ้ย!..โลกนี้ไม่มี “ประชาธิปไตยเลือกตั้ง” แบบสำเร็จรูป ที่สอดคล้องเหมาะสมทุกมิติกับ “ทุกชาติ” นี่หว่า จริงไหม?
เมื่อปี พ.ศ.2475 ประเทศไทย.. ท่ามกลางความไม่พร้อมในหลายหลากมิติของชาติกับประชาชน ได้เกิดเหตุการณ์ทางการเมือง ที่มี “ทหาร-กับ-พลเรือน” กลุ่มหนึ่งในนาม “คณะราษฎร” ได้ใช้แผนลักไก่ แอบ “ทำรัฐประหาร” บังคับชาติไทยให้ยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชอย่างกะทันหัน ด้วยการใช้ “อำนาจรัฐเผด็จการ” เปลี่ยน “สถาบันพระมหากษัตริย์” ให้ไปอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญของ “คณะราษฎร”

ด้วยความไม่พร้อมของ“ คณะราษฎร” ที่นำเอา “ระบอบประชาธิปไตยเลือกตั้ง” ของ “ทุนสามานย์ตะวันตก” ที่ไม่เหมาะสมสอดคล้องกับชาติไทยเท่าที่ควร เข้ามาใช้ทั้งดุ้น

แถมจิตใจที่ยังโลภหลงมิรู้จักพอ ใน “อำนาจ-เงินทอง-ทรัพย์สิน” จึงเกิดเรื่องหักหลังแย่งชิงอำนาจรัฐขึ้นใน “คณะราษฎร” โดย “ฝ่ายทหาร” ได้ทำรัฐประหารกันเอง

ซ้ำร้าย..“ผู้มีอำนาจ” ฝ่ายทหารใน “คณะราษฎร” ยังแปรเปลี่ยนเป็น “มหาโจรการเมือง” จนถึงกับมีการใช้อำนาจรัฐ ไม่เพียง “ปล้น” เงินงบประมาณแผ่นดินชาติ ยัง“ปล้น”ทรัพย์สินของชาติกับประชาชน และ “ปล้น” สมบัติของ “พระมหากษัตริย์” และ “ราชวงศ์” อย่างหน้าด้านๆ อีกด้วย ฯลฯ

“มรดกการเมือง” ที่เลวร้ายไม่สมประกอบ อีกทั้งมิใช่ “ประชาธิปไตยของประชาชน” อย่างแท้จริง หากแต่เป็น “ประชาธิปไตยทุนสามานย์” แถม “การเลือกตั้ง” ก็ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

รวมทั้ง “ผู้มีอำนาจ” บางคนในยุค “รัฐบาลคณะราษฎร” ยังได้ก่อวัฒนธรรมการเมืองสามานย์ ด้วยการใช้อำนาจรัฐคอร์รัปชั่นโกงชาติ กับใช้กำลังทหารในกองทัพ “ทำรัฐประหาร” เพื่อแสวงหากอบโกยประโยชน์ชาติ ให้ “ตัวเอง” กับ “พวกพ้อง” ชนิดมิรู้จักพอ ฯลฯ

จึงเป็นที่ประจักษ์ว่า ตลอดเวลาเกือบ 90 ปี “ประชาธิปไตยทุนสามานย์” ของชาติไทย อยู่ในวังวนของความเลวร้าย เป็นได้เพียงแค่ “ย่ำเท้าอยู่กับที่” สลับกับการ “ถอยหลังลงคลองน้ำเน่า” วนเวียนซ้ำซากครั้งแล้วครั้งเล่า

นั่นคือ มีการ “เลือกตั้งสกปรก” เพื่อยึดอำนาจรัฐ! เกิด “รัฐบาลเลือกตั้ง” โกงชาติมโหฬาร! แถมเกิด “รัฐบาลเลือกตั้งเหลี่ยม” กับเครือข่าย ที่นอกจากจะโกงชาติไม่รู้จักพอแล้ว ยังเหิมเกริมบังอาจหนุน “ขบวนการล้มเจ้า” อีกด้วย!

ทุกวันนี้มหาเศรษฐีอดีตนายกฯ “เหลี่ยม” ยังคงแอบร่วมมือทั้งลับและเปิดเผย กับ “ตี๋ทอน” หลอกลวงยุยงส่งเสริม ให้ข้อมูลผิดๆ และไม่ครบถ้วน ให้กับ “แกนนำม็อบล้มเจ้า” นำไปเคลื่อนไหวให้ร้ายป้ายสีหยามเกียรติ “สถาบันพระมหากษัตริย์” ด้วยถ้อยคำและพฤติกรรมสถุลต่ำช้า บังอาจแสดงอาการทั้งอาฆาตมาดร้ายอย่างต่อเนื่อง..

การกระทำผิดกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่าของ “กลุ่มม็อบล้มเจ้า” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก “นักการเมืองลูกมหาเศรษฐี” กับ “อดีตนายกฯ หนีคุก” อีกทั้งการให้ข้อมูลผิดๆ ของ “กลุ่มนักวิชาการสามานย์” ในมหาวิทยาลัยหลายแห่ง รวมทั้ง “พ่อค้านักธุรกิจ” ในเครือข่ายกลุ่ม “เหลี่ยม-ทอน” ฯลฯ

และที่ต้องเปิดโปงก็คือ “บางชาติตะวันตก” ที่แอบยุยงส่งเสริม “กลุ่มม็อบล้มเจ้า”ด้ วย!

วันเวลากำลังเดินหน้าเข้าสู่ปี พ.ศ.2565 “ประชาธิปไตยเลือกตั้งทุนสามานย์” ยุครัฐบาลโกงชาติล้มเจ้าเครือข่ายของ “บิ๊กเหลี่ยม” ถูกประชาชนขับไล่ต่อสู้อย่างสันติแรมปี และถูก “คณะนายทหาร” ทำรัฐประหารโค่นลงถึงสองครั้ง.. การเมืองและสังคมของชาติไทยก็ยังไร้ความมั่นคง ไร้เสถียรภาพ

เพราะ.. “นายกฯ รปห.บิ๊กตู่” ไม่ทำตามคำพูด ไม่ได้ปฏิรูปชาติแม้แต่น้อยก่อนเลือกตั้ง..

“เหลี่ยม-ทอน” จึงยังคงมีทั้งเงินทองและอิทธิพล และถึงแม้ “ทั้งคู่” ต้องยื้อแย่งความนิยมจากประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ “ทั้งคู่” ก็ยังคงร่วมกัน เดินหน้าสนับสนุนให้ “กลุ่มนักการเมือง” กับ “กลุ่มม็อบล้มเจ้า” เล่นเกมป่วนทางการเมืองในสภาฯและบนท้องถนน โดยใช้บรรดา “ผี-โม่แป้ง” อาละวาดป่วนชาติไม่หยุด โดยหวังจะ “ล้มตู่” กับ “ล้มเจ้า”ให้ได้โดยเร็วที่สุด..

เอ๊ะ..“นายกฯ ป.ตู่” กับ “รองนายกฯ ป.ป้อม” และ “รมว.มท.ป.ป๊อก”! “ผู้มีอำนาจสามปอ” ในชาติไทยมานานเกือบ 8 ปี เคยเป็นถึง “สามขุนทหาร” เคยถวายสัตย์ปฏิญาณว่า “พวกเขาจะปกป้องไม่ยอมให้ผู้ใดทำลายพระเกียรติ และความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี..ด้วยชีวิต”

แล้วเหตุไฉน? “ผู้มีอำนาจสามปอ” จึงปล่อยให้ “เหลี่ยม-ทอน” กับพลพรรค และ “กลุ่มม็อบล้มเจ้า” บังอาจเหิมเกริมมาทำร้ายทำลายพระเกียรติและความมั่นคง อย่างรุนแรงทุกรูปแบบต่อเนื่องในวันนี้ ทั้งลับและเปิดเผย โดยหวังจะโค่นล้ม “สถาบันพระมหากษัตริย์” ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายชาติบ้านเมืองแม้แต่น้อย

อืม..“ตู่-ป้อม-ป๊อก” ช่วยตอบ “ประชาชน” ด้วย..?


กำลังโหลดความคิดเห็น