xs
xsm
sm
md
lg

เพื่อไทยกับมาตรา112 และภารกิจพาพ่อกลับบ้านของอุ๊งอิ๊ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หนึ่งความคิด
สุรวิชช์ วีรวรรณ

การเปิดตัวอุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร ชินวัตร ของพรรคเพื่อไทย ทำให้หลายคนเชื่อว่านี่คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของพรรคเพื่อไทย สอดคล้องกับที่ทักษิณ พูดย้ำว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรจะเป็นเรื่องของคนเจนเอ็กซ์เจนวายไม่ใช่เบบี้บูม

ดังนั้นคนในพรรคคนอื่นย่อมไม่มีใครมีปากเสียงหรือไม่เห็นด้วย ต้องยอมรับเงื่อนไขนี้แต่โดยดี ไม่มีใครสงสัยว่าทำไมอุ๊งอิ๊งถึงก้าวกระโดดข้ามชั้นได้ถึงเพียงนี้ เพราะรู้กันอยู่แล้วว่านี่เป็นพรรคของทักษิณที่เขามีอำนาจเหนือทุกคนในพรรค เพียงแต่กฎหมายเรื่องบุคคลภายนอกครอบงำพรรคไม่อาจเอื้อมไปเอาผิดได้เท่านั้น

ดูเหมือนว่า ตอนท้ายของการเปิดตัวของอุ๊งอิ๊งนั้นจะเปิดจุดมุ่งหมายที่แท้จริงออกมาว่า จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ในฐานะที่ปรึกษา มุ่งมั่นทำงานอย่างแท้จริง ในฐานะลูกของทักษิณ ซึ่งไม่เคยลืมบุญคุณแผ่นดินไทย ไม่เคยลืมคนไทย ท่านปรารถนาอย่างมากอยากกลับเมืองไทย อยากกลับมากราบผู้มีพระคุณ

ชัดเจนว่าเป้าหมายของเธอก็คือ พาพ่อกลับบ้าน หลังจากล้มเหลวและกลายเป็นความผิดพลาดมาแล้วในยุคที่อา คือยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี หลังใช้เสียงข้างมากดันกฎหมายนิรโทษกรรมแบบสุดซอยจนม็อบออกมาเต็มถนนแล้วตามมาด้วยรัฐประหาร

การเปิดตัวของอุ๊งอิ๊งนอกจากเป้าหมายในใจของเธอที่อยากพาพ่อกลับบ้านมากราบผู้มีพระคุณแล้ว ทุกฝ่ายเชื่อกันว่า จุดประสงค์หลักก็คือ การแย่งชิงมวลชนคนรุ่นใหม่กับพรรคก้าวไกล

อย่างที่เราเชื่อกันว่า ฐานมวลชนจากความขัดแย้งของสังคมไทยนั้นจะไม่สวิงข้ามฝ่าย แม้ความเป็นสีเหลืองแดงจะเจือจางลงแล้ว แต่ทัศนคติความเชื่อของแต่ละฝ่ายยังคงอยู่ มวลชนเสื้อเหลืองที่เคยต่อสู้กับระบอบทักษิณอาจจะเปลี่ยนใจไปบ้างตามความคิดและอิทธิพลของคนรุ่นลูกที่เชื่อมั่นในพรรคก้าวไกลและไม่เอาสถาบันกษัตริย์ รวมถึงเหตุผลของการเปลี่ยนรัชกาล แต่ก็เชื่อว่า มวลชนสองฝ่ายยังมีความก้ำกึ่งกัน

ขณะเดียวกันมวลชนเสื้อแดงแม้ส่วนหนึ่งจะเริ่มเอนไปตามคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดไม่เอาสถาบันกษัตริย์แล้ว แต่เชื่อว่า มวลชนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อยที่ยังคงยึดมั่นกับสถาบันกษัตริย์อยู่

ทักษิณและพรรคเพื่อไทยรู้ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้านั้นคู่แข่งสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการแย่งชิงมวลชนเสื้อแดงก็คือ พรรคก้าวไกล ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจในร่างทรงของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่กำลังแรงเมื่อดูจากยอดบริจาคภาษีที่มียอดเงินสูงกว่าทุกพรรครวมกันด้วยซ้ำไป รวมไปถึงผลโพลของสวนดุสิตที่สำรวจนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ดังนั้นพรรคเพื่อไทยจะปฏิเสธความร้อนแรงของพรรคก้าวไกลไม่ได้ ยิ่งพรรคก้าวไกลได้รับเลือกตั้งมากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะตัดคะแนนและจำนวนส.ส.ของพรรคเพื่อไทยลง

การแย่งชิงคะแนนกันเองในพรรคฝ่ายค้านนั้นอาจทำให้เพื่อไทยไม่มีเสียงมากพอที่จะชนะอย่างเด็ดขาดได้ ทำให้มีความคิดว่าจะต้องขายความคิดกับมวลชนเสื้อแดงให้ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดเดียวไม่ให้เสียงแตกว่า จะต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะอย่างขาดลอย หากเสียงส่วนหนึ่งแตกไปเลือกพรรคก้าวไกลแล้ว สุดท้ายฝ่ายรัฐบาลปัจจุบันซึ่งมีเสียง 250 ส.ว.ค้ำยันอยู่แล้วก็จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีก

ขณะเดียวกันเพื่อไทยก็ต้องแย่งชิงมวลชนคนรุ่นใหม่จากพรรคก้าวไกลให้ได้ ด้วยความพยายามที่จะแปลงร่างทักษิณเป็นโทนี่ในคลับเฮ้าส์เพื่อซื้อใจคนรุ่นใหม่ และเปิดตัวอุ๊งอิ๊งลูกสาวให้เป็นทางเลือก

ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งหน้าจะบีบหัวใจของคนเสื้อแดงมากว่าจะลงให้พรรคก้าวไกลที่มีความร้อนแรงและกล้าที่จะท้าทายสถาบันกษัตริย์ หรือจะเลือกพรรคเพื่อไทยซึ่งมีโอกาสจะได้เสียงข้างมากที่จะชนะฝ่ายรัฐบาลมากกว่า

และส่งสัญญาณว่าไม่ใช่พิธาเท่านั้นที่เป็นคนรุ่นใหม่ แต่อุ๊งอิ๊งก็เป็นคนรุ่นใหม่เหมือนกันแถมเลือกอุ๊งอิ๊งก็เหมือนเลือกทักษิณที่มวลชนรัก

แต่การเอาใจคนรุ่นใหม่สิ่งที่ต้องทำอย่างไม่อาจเลี่ยงได้ก็คือก้าวเข้าไปเล่นในประเด็นเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เราจึงเห็นพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์มาว่าจะผลักดันให้สภาแก้ไขมาตรา 112 และ 116

โดยแถลงการณ์นั้นอ้างว่า ปัญหาการใช้กฎหมายอาญาดำเนินคดีเพื่อจำกัดความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างอย่างล้นเกิน ไม่ว่าจะเป็นประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 116 พระราชบัญญัติการกระทำอันเป็นความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ หรือความผิดฐานฝ่าฝืนประกาศที่ออกตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างผลกระทบให้ประชาชนเสียหายจากกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนสงสัยว่า ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐนิติธรรม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวโดยมิชอบด้วยหลักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในหลักกฎหมายและหลักความยุติธรรมของประเทศ

ถ้าถามว่าประชาชนทั่วไปมีปัญหากับมาตรา 112 หรือ 116 หรือไม่ ก็คงต้องตอบว่าไม่ มีแต่คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่เท่านั้นที่เคลื่อนไหวก้าวล่วงต่อสถาบันกษัตริย์และเรียกร้องให้เปลี่ยนรูปแบบของรัฐบนท้องถนนและในโซเชียลมีเดีย ที่กฎหมายไม่อาจละเว้นได้ และเจ้าหน้าที่จะต้องดำนินคดีตามกฎหมายไม่เช่นนั้นจะมีความผิดเสียเอง เพราะคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ถูกดำเนินคดีนั้นกระทำอย่างเปิดเผยเพื่อท้าทายต่อกฎหมาย

มีความพยายามที่จะบอกว่า ฝ่ายรัฐใช้กฎหมายมาตรา 112 เพื่อจะขจัดคนเห็นต่างทางการเมืองอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่ความจริงแล้วปริมาณของผู้ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ที่มากนั้นก็เพราะมีผู้กล่าวถ้อยคำและแสดงออกในการดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายสถาบันกษัตริย์จำนวนมากนั่นเอง

แต่แม้เพื่อไทยออกแถลงการณ์นี้มาเพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่และแย่งชิงมวลชนจากพรรคก้าวไกล แต่เราจะเห็นว่า แม้แถลงการณ์จะใช้หัวกระดาษพรรคเพื่อไทยที่ตัดสีน้ำเงินออกจากสีพรรคเหลือเพียงสีแดงสีเดียว แต่แถลงการณ์นั้นก็ลงชื่อ ชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด เพียงคนเดียว

ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เลยพยายามทำให้กำกวมว่า เป็นความเห็นของพรรคหรือของชัยเกษมเพียงลำพัง

แต่ถ้าไม่แตะเรื่องสถาบันกษัตริย์เลย พรรคเพื่อไทยก็รู้ว่า ไม่สามารถซื้อใจคนรุ่นใหม่ได้

ทักษิณรู้ว่า ท่าทีของพรรคเพื่อไทยต่อสถาบันกษัตริย์นั้นจะส่งผลกระทบต่อตัวเองเลยออกมาพูดทำนองว่า มาตรา 112 ไม่เคยมีปัญหา มีปัญหาที่กระบวนการยุติธรรม และคนที่นำมาสร้างความแตกแยกในสังคม แต่สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ออกมาแฉว่า ทักษิณเคยพูดกับทูตสหรัฐว่า เขาต้องการถอดมาตรา 112ออกจากประมวลกฎหมายอาญา

การตัดสินส่งลูกสาวที่รักและมีดีเอ็นเอของพ่อมากที่สุดลงมาสู่การเมืองของทักษิณนั้น จึงเป็นการเดิมพันอีกครั้งของทักษิณที่ได้กลับประเทศ ซึ่งเห็นได้ว่ามีทางออกสองทางคือ พยายามออกกฎหมายนิรโทษกรรมหากมีเสียงข้างมากแบบที่ยิ่งลักษณ์เคยทำแต่ล้มเหลว และอีกหนทางก็คือการได้รับพระราชทานอภัยโทษ

อุ๊งอิ๊งบอกแล้วว่า พ่อของเธออยากกลับไป และกลับมากราบผู้มีพระคุณ ลองคิดดูว่า จะมีสักกี่คนในประเทศนี้ที่มีพระคุณต่อทักษิณจนยอมกลับมากราบได้

และนี่อาจเป็นทางเดียวที่ทักษิณต้องการซื้อใจคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนไปสนับสนุนพรรคก้าวไกล เพราะถ้าคนเสื้อแดงรักเขาก็ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ถล่มทลาย เพื่อไม่ให้เสียงแตกและแพ้พรรคฝั่งรัฐบาลในที่สุด และอย่างที่รู้กันคือ เมื่อมีเสียงของ 250 ส.ว.เป็นกำแพงขวางอยู่ก็ยิ่งจะต้องให้พรรคเพื่อไทยชนะให้มากที่สุด ดังนั้นการห้ำหั่นกันเองระหว่างพรรคที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทักษิณรู้แหละว่าอุ๊งอิ๊งนั้นมีบาดแผลมาจากตอนสอนเอนทรานซ์ แต่รู้ว่าสังคมไทยนั้นแบ่งข้างกันชัดเจนแล้วประเด็นนั้นไม่ได้ส่งผลต่อการตัดสินของคน เช่นเดียวกับที่คนเสื้อแดงไม่เชื่อว่าทักษิณโกงแต่เป็นการถูกกลั่นแกล้งใส่ร้าย

ถ้าทักษิณทำให้คนรุ่นใหม่แบ่งคะแนนพรรคก้าวไกลมาให้พรรคเพื่อไทยได้และทำให้คนเสื้อแดงไม่ปันใจไปพรรคก้าวไกล ก็มีโอกาสมากที่เราจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงสืบทอดประชาธิปไตยทางสายเลือดเป็นคนที่สามของตระกูลชินวัตรและคนที่สี่ของเครือญาติ

ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan


กำลังโหลดความคิดเห็น