xs
xsm
sm
md
lg

ปัญหาของสมาชิกวุฒิสภา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ปัญญาพลวัตร"
"พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต"

การมีอยู่ของอำนาจสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันในเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีและอำนาจในทางนิติบัญญัติเป็นรอยด่างของระบอบประชาธิปไตย เพราะอำนาจของประชาชนในการเลือกผู้บริหารประเทศและบัญญัติกฎหมายถูกตัดเฉือนไปอยู่ในมือของกลุ่มอภิสิทธิ์ชนบางกลุ่มที่เคยยึดอำนาจรัฐด้วยกระบอกปืน ด้วยเหตุนี้นโยบายและการตัดสินใจทางการเมืองจึงมีแนวโน้มตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนส่วนน้อยมากกว่าประชาชนส่วนใหญ่ และจะกลายเป็นเชื้อเพลิงที่โหมไฟแห่งความขัดแย้งของสังคมให้ลุกโชนในอนาคต


การได้มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ชุดนี้ถูกกำหนดลงในบทเฉพาะกาลมาตรา ๒๖๙ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการสรรหาที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคณะรัฐประหารเป็นกลุ่มคนที่คัดเลือก ส.ว. การกำหนดเช่นนี้หมายความว่า ส.ว.ชุดนี้มิได้มาจากการเลือกของประชาชน แต่มาจากการเลือกของกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนที่ได้อำนาจจากปากกระบอกปืนดังนั้นการอ้างว่าส.ว.เป็นตัวแทนปวงชน จึงเป็นการอ้างที่ผิดหลักการประชาธิปไตย และไร้ความชอบธรรมใด ๆ มารองรับ

บทเฉพาะกาลข้อนี้ขัดแย้งกับบทหลักของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓ ที่ระบุว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย หากอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยจริงก็หมายความว่าประชาชนต้องเป็นผู้เลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญํติ แต่เมื่อส.ว.ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมิได้มาจากการเลือกของประชาชนเสียแล้ว การดำรงอยู่ของส.ว.ชุดนี้จึงขัดแย้งกับบทหลักอันสำคัญยิ่งและเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตยที่ได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ

การมีที่มาไม่ชอบธรรมและไม่ได้เป็นตัวแทนที่ถูกต้องของประชาชนตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ย่อมส่งผลให้เกิดความไม่ชอบธรรมในการทำหน้าทางนิติบัญญัติและหน้าที่อื่น ๆ ที่กำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญตามมาด้วย แม้ว่ามีการเขียนเอาไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ส.ว.เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ก็ตาม แต่การเขียนในลักษณะนั้นเป็นการอ้างถึง ส.ว. ที่ต้องมาจากการเลือกตั้งที่ระบุเอาในมาตรา ๑๐๗ ของบทหลักที่ว่าด้วยที่มาของส.ว. มิใช่บทเฉพาะกาลดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ยิ่งกว่านั้น การที่บทเฉพาะกาลมาตรา ๒๗๒ กำหนดให้ ส.ว.ชุดนี้มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร เท่ากับว่าเป็นการละเมิดหลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยมากขึ้นไปอีก และกลายเป็นว่าอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยถูกแย่งชิงและประเคนให้แก่ ส.ว. ที่เป็นตัวแทนคณะรัฐประหาร การดำรงอยู่ของมาตรา ๒๗๒ จึงเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความอัปลักษณ์ของชนชั้นปกครองไทย ที่กระหายอำนาจอย่างปราศจากศีลธรรมและธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง

การปราศจากศีลธรรมคือการโกหกประชาชนว่า รัฐบาลเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยและส.ว.เป็นตัวแทนประชาชน จะพูดเต็มปากเต็มคำว่ารัฐบาลเป็นประชาธิไตยได้อย่างในเมื่อ ส.ว. ที่เป็นผู้มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรีมิได้เป็นตัวแทนของประชาชน แต่เป็นตัวแทนของคณะรัฐประหาร ยิ่งกว่านั้นการคัดเลือกส.ว.ก็เต็มเป็นด้วยความสกปรกของการใช้อำนาจในลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน และการเล่นพรรคเล่นพวกที่ปราศจากความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน
นับวันการทำหน้าที่ของ ส.ว. เพื่อตอบสนองความมั่นคงในอำนาจและผลประโยชน์ของตนเอง กลุ่มที่เลือกตนเองตนเองเข้ามา กลุ่มอภิสิทธิ์ชน และกลุ่มทุนใหญ่ ก็ชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ ขณะเดียวกันก็ดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อขัดขวางผลประโยชน์ของประชาชนและการพัฒนาของระบอบประชาธิปไตย ดังเห็นได้จากการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ยิ่งกว่านั้น ส.ว.จำนวนมากก็ได้แสดงออกถึงทัศนคติเชิงดูถูกประชาชนหลายครั้งหลายคราวด้วยกันในการอภิปราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกที่ไม่เคารพประชาชนและไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นตัวแทนประชาชนแต่อย่างใด

การดำรงอยู่วุฒิสมาชิกชุดนี้ยังสร้างความอับอายแก่ประเทศไทยอย่างยิ่ง เพราะในสายตาของชาวโลกสิ่งนี้เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงซากหลงเหลือของระบอบเผด็จการทหารนั่นเอง นานาประเทศที่ยึดมั่นในอำนาจของประชาชน ใช้ระบอบประชาธิปไตยและใช้กฎหมายที่ชอบธรรมในการปกครองประเทศ จึงมองประเทศไทยด้วยสายตาที่แปลกประหลาด เพราะประเทศไทยอ้างต่อชาวโลกว่า เราใช้ระบอบประชาธิปไตยปกครองประเทศ แต่ในความเป็นจริงแล้วชาวโลกต่างก็รู้ว่าผู้ครองอำนาจรัฐไทยเป็นพวกปากว่าตาขยิบ มักย่ำยีหลักการประชาธิปไตย และนิยมใช้อำนาจตามอำเภอใจตลอดมา

การดำรงอยู่สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้จะกลายเป็นเงื่อนไขที่สร้างความขัดแย้งที่รุนแรงแก่สังคมไทยมากขึ้นในอนาคต เพราะว่า ประการแรก ส.ว.ชุดนี้มีแนวโน้มขัดขวางการปฏิรูปประเทศและการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ลดอำนาจตนเอง ชนชั้นนำและกลุ่มอภิสิทธิ์ชนอย่างแข็งขัน ประการที่สอง การเลือกบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในอนาคต ที่อาจเลือกบุคคลที่ขัดแย้งกับเสียงส่วนใหญ่ของสภาผู้แทนราษฎร และ ประการที่สาม การแสดงทัศนคติและการกระทำในลักษณะดูถูกประชาชนและด้อยค่าระบอบประชาธิไตย

หากถามคนในสังคมว่า นอกเหนือจากการสนับสนุนรัฐบาลอย่างไม่ลืมหูลืมตาและปฏิบัติตามคำสั่งของผู้แต่งตั้งตนเองอย่างคนหัวอ่อน ปราศจากคำถามแล้ว วุฒิสมาชิกชุดนี้ทำอะไรที่เป็นคุณูปการแก่ประชาชนและประเทศไทยบ้าง คงไม่มีใครนึกอะไรออกสักอย่างเดียว เพราะเมื่อนึกถึงส.ว.ชุดนี้ทีไรก็นึกภาพการยกมือสนับสนุนรัฐบาลอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมทุกที หรือไม่ก็นึกถึงภาพการอภิปรายในสภาที่เปี่ยมล้นไปด้วยท่าทีและทัศนคติที่ดูถูกประชาชน หรือเหตุผลแบบตรรกะวิบัติในการโจมตีหรือวิพากษ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สังคมการเมืองไทยคงยากที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าไปได้ หากวุฒิสมาชิกชุดนี้ยังดำรงอยู่ในตำแหน่ง มีอำนาจ และใช้อำนาจดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การยกเลิกวุฒิสมาชิกชุดนี้จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับการสร้างอนาคตที่ดีแก่ประเทศไทย นอกเหนือจากการพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของพลเอกประยุทธ์ จันท์โอชา




กำลังโหลดความคิดเห็น...