xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กเหลี่ยม”กลับมาหวังสอย“บิ๊กตู่”! (ตอนสี่) “เหลี่ยม-ทอน-ตู่”ทำชาติ“เรือหาย”?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


การแย่งอำนาจของทุกยุค ล้วนต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย เสมือน“ช้างชนช้าง” ที่หญ้าแพรก(“ประชาชน”) ต้องเคราะห์ร้ายก่อนเสมอ!

ดังตำนานการศึก“สามก๊ก” ที่แย่งอำนาจกัน ซึ่งมีเรื่องราวมากมาย โดย“สามก๊ก”มีตัวละครเด่น เป็นก๊ก หรือที่ยุคนี้เรียกว่า“เป็นแก๊ง”(ว่ะ)..

ยุค“ตั๋งโต๊ะ” มีขุนพล“ลิโป้”เป็นลูกบุญธรรม ซึ่งภายหลัง“ลิโป้”ได้ฆ่า“ตั๋งโต๊ะ” จากเรื่องแย่งสาวสวย“เตียวเสี้ยน” ก่อนเรื่องของ“สามก๊ก”จะเกิดตามมา..

ก๊ก“ซุนกวน” มีขุนพลบู๊-บุ๋นชื่อ“จิวยี่” แต่การศึกแพ้“ขงเบ้ง”มาตลอด บ้างว่า“จิวยี่”แค้นใจจนกระอักเลือดตาย?

ส่วนก๊ก“เล่าปี่” มีพี่น้องร่วมสาบาน“กวนอู-เตียวหุย” และยังมียอดฝีมือผู้ซื่อสัตย์“จูล่ง” มาเติมเต็มกองทัพให้แกร่งยิ่งขึ้น แถม“เล่าปี่”ได้“ขงเบ้ง”มาเป็นเสธ.ใหญ่ บัญชาการศึกทัพ“เล่าปี่”ให้ผงาดขึ้น ต่อกรกับอีกสองก๊กได้ในทันที..
ก๊ก“โจโฉ” พลิกผันในตอนจบ! เพราะ“สุมาอี้”เสธ.ใหญ่ ได้ต่อสู้กับ“เล่าปี่”ชนิดถึงลูกถึงคน สองเสธ.“ขงเบ้ง”กับ“สุมาอี้” ควักกลศึกต่อสู้ชิงชัยกันอุตลุด ถึงขั้น“สุมาอี้”ถูก“ขงเบ้ง”ล้อมในหุบเขา โดย“ขงเบ้ง”ยืนบนภูรอดูทัพ“สุมาอี้”ถูกเผาทั้งเป็น ..

แต่ชัยชนะของ“ขงเบ้ง”ต้องสูญสลาย ด้วย“ฝน”ดันตกมาราวฟ้ารั่ว จนแผนเผาทัพ“สุมาอี้”พังครืน! ปราชญ์“ขงเบ้ง”รู้ทันทีว่า “คนกำหนดมิเท่าฟ้าลิขิต”(ว่ะ)?

หลัง“โจโฉ”สิ้นชีพ “สุมาอี้”ได้รวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว “สุมาอี้”ได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิองค์ใหม่แห่ง“ราชวงศ์จิ้น” และสิ้นสุดศึก“สามก๊ก” ที่ต่อสู้ยืดเยื้อนานถึง 111 ปี

ในยามนี้ เปรียบ“สามก๊ก”กับการเมืองไทย ก็ให้นึกถึงคำคมของ“ใครบางคน”ใน“สามก๊ก” ที่ว่า..

“ทุกครั้งที่มีการแย่งชิงอำนาจกัน คนที่ร้องไห้เงียบๆคือประชาชน”

เออ..จริง(ว่ะ)!! ก๊ก“บิ๊กตู่”ยึดอำนาจรัฐมานานกว่า 7 ปี โดยเริ่มจาก“บิ๊กตู่”ทำรัฐประหาร ด้วยข้ออ้างว่าเกิดสถานการณ์ความรุนแรง บ้านเมืองไม่สงบ จากที่ประชาชนชุมนุมขับไล่รัฐบาลเครือข่าย“บิ๊กเหลี่ยม”ที่โกงชาติล้มเจ้า..

“ขงเบ้ง”ได้บอก“ผู้มีอำนาจ”ว่า “ผู้ใดขาดความซื่อสัตย์ ผู้นั้นย่อมขาดสัจจะ” และ ถ้า“ปกครองไม่เข้มงวด ใช้คนไม่เหมาะสม จึงต้องพ่ายแพ้” ที่สำคัญ“ขงเบ้ง”ยังเฉลยถึงสันดานคนด้วยว่า “ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่คนคดเคี้ยว ใช้ทำอะไรไม่ได้เลย”

คำพูดติงเตือนถึง“ผู้มีอำนาจ” เป็นสิ่งที่“นายกฯบิ๊กตู่”พึงต้องสำเหนียก อย่าได้หลงลืมเด็ดขาด เพราะ“ขงเบ้ง”ได้ย้ำว่า “จุดอ่อนของผู้มีอำนาจ คือ คิดว่าตนเองอยู่ค้ำฟ้า”(ว่ะ)!

“นายกฯรัฐประหารตู่” ยึดอำนาจนานกว่า 5 ปี และใช้ทุกวิถีทางสืบทอดอำนาจ จนสำเร็จได้เป็น“นายกฯเลือกตั้งตู่” ถึงวันนี้ก็นานกว่า 2 ปีแล้ว..

โดย“นายกฯบิ๊กตู่” ไม่ได้ทำตามคำพูด แล้วยังไม่แก้ต้นเหตุปัญหาสำคัญๆให้ชาติ ทั้งไม่ปราบคนโกงชาติจริงจัง! ไม่ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะไม่กระจายรายได้ให้กับคนส่วนใหญ่ แต่กลับไปเอื้อ“คนรวย”ที่เป็นคนส่วนน้อยให้รวยมากขึ้น ขยายความเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมยิ่งขึ้นไปอีก

ทว่า..ไฉน“ใครบางคน”ใน“สามก๊ก” จึงพูดเหมือนใจ“นายกฯบิ๊กตู่”ยามนี้ ที่ว่า“การชิงอำนาจนั้นยาก แต่การรักษาอำนาจยากกว่าหลายเท่า เพราะอำนาจเป็นสิ่งที่หอมหวานที่สุดในโลก”

การทำศึกก็เปรียบได้กับการทำความดีให้ชาติ ดัง“บังทอง”ได้ระบุไว้ว่า “การศึกสำคัญที่กุมโอกาส หากปล่อยโอกาสทองไป จะหาไม่ได้อีก”นะเว้ยเฮ้ย..

แต่น่าเสียดายที่“นายกฯบิ๊กตู่”ไม่ทำดีดังควร จนกลายเป็นหนึ่งในต้นเหตุปัญหาของชาติและประชาชน ปัญหาได้บานปลายกลายเป็นต้นเหตุอีกหลายปัญหาอันเลวร้าย

เวลาผ่านไปนานกว่า 7 ปี “นายกฯบิ๊กตู่”ยังคงไม่ได้ปฏิรูปชาติ โดยเฉพาะไม่ปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง “นักการเมืองไทย”จึงด้อยคุณภาพ “คนการเมือง”ส่วนใหญ่กลายพันธุ์ เปลี่ยนสันดานเป็นดั่ง“เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด-ควาย-สุนัข-เหี้ย” เดินยั้วเยี้ยอยู่ในสนามเลือกตั้ง ใช้เงินซื้อเสียงและโกงกันสารพัดเพื่อเป็น“สส.”ฯลฯ

“นักการเมืองสามานย์”ส่วนใหญ่ ก็ได้เข้าสภาฯ กับอยู่ในรัฐบาลที่โกงชาติกับล้มเจ้า จนประชาชนต้องออกมาชุมนุม ขับไล่รัฐบาลเลือกตั้งที่ชั่วช้าสามานย์ และ“คณะทหาร”ออกมาทำรัฐประหาร!

ถ้ารัฐบาลเลือกตั้งเครือข่ายของ“เหลี่ยม” ไม่โกงชาติกับล้มเจ้า ทุ่มเททำงานให้ชาติกับประชาชน ย่อมไร้เงื่อนไขที่ประชาชนจะชุมนุมขับไล่ และ“คณะนายทหาร”ก็ไม่อาจยกกองทัพ โผล่มาทำรัฐประหารได้..จริงไหมล่ะ?!

ทว่า..น่าเสียดายที่ผลงาน“นายกฯรัฐประหารตู่”-สอบตก! ทำให้การเลือกตั้งครั้งล่าสุด “พรรคเหลี่ยม”ได้ สส.เขตชนะ“พรรคหนุนตู่”! แถม“พรรคหนุนม็อบล้มเจ้า”ของ“บิ๊กทอน” พรรคใหม่แกะกล่อง โผล่พรวดได้สส.ถึง 80 คน!

แต่..“บิ๊กตู่”โชคดี เพราะมี“สว. 250 คน” ที่ตั้งโดย“นายกฯรัฐประหารตู่” ยกมือให้ราวฝักถั่ว “บิ๊กตู่”จึงได้เป็น“นายกฯเลือกตั้ง”ในวันนี้..

นั่นเป็นอีกหนึ่งความผิดพลาดใหญ่หลวง ที่“นายกฯบิ๊กตู่”ไม่ได้ปฏิรูปการเมือง จึงไม่เอื้อให้“คนดี”ส่วนใหญ่ได้ลงสมัคร ตรงกันข้าม กลับมีการใช้สารพัดวิธี เอื้อ“นักการเมืองสามานย์” ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น“สส.” แถมเสริมส่งให้เป็นถึง“รัฐมนตรี”โน่นเลย!

ทำให้ชาติไม่ได้“สส.น้ำดี”เป็นส่วนใหญ่ เข้าไปไล่“สส.น้ำเน่า”ในสภาฯ เพื่อจะได้“นายกฯ”กับรัฐบาลดีมีคุณภาพ ทว่า..ชาติกลับได้นายทหารทำผิดคำพูดอย่าง“นายกฯบิ๊กตู่” ที่กลายเป็นตัวการ ทำให้การเมืองไทย“ถอยหลังลงคลองน้ำเน่า”..

เมื่อก๊ก“บิ๊กเหลี่ยม-บิ๊กทอน”กับเครือข่าย ยังมีเงินไม่โปร่งใสอย่างมหาศาล จึงยังจ้าง“ผี-นักการเมืองโม่แป้ง”อยู่ในสภาฯ และทุ่มเงินหนุนหลัง“ม็อบล้มเจ้า”อยู่นอกสภา ป่วนชาติบ้านเมือง ด้วยการชุมนุมเคลื่อนไหว ให้ร้ายป้ายสีหยามหมิ่นเกียรติของ“สถาบันพระมหากษัตริย์” อย่างหยาบช้าถ่อยสถุล จนผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองหลายมาตราซ้ำซากครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะมาตรา 112

“ศึกการเมือง”แย่งอำนาจยุคนี้ ตรงกับที่“ซุนกวน”ได้พูดถึง“ศึกแย่งอำนาจ”ยุค“สามก๊ก”ว่า..

“สงครามมีหลายรูปแบบ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ขั้นตอนไม่สำคัญเท่ากับผลสุดท้ายที่ออกมา”

เพราะการแพ้-ชนะนั้น “คนชนะ”ย่อมได้“อำนาจรัฐ”ไว้ในกำมือ ทำให้“เหลี่ยม-ทอน”กับพลพรรค ใช้กลยุทธ์ทุกรูปแบบ ถล่มใส่“นายกฯบิ๊กตู่”มาโดยตลอด

ก๊กหนึ่งเดียวของ“บิ๊กตู่”ที่กุมอำนาจรัฐอยู่ จึงถูกสองก๊ก“เหลี่ยม-ทอน” รุมถล่มทั้งในและนอกสภามั่วไปหมด โดยหวังจะไล่“นายกฯบิ๊กตู่”ให้หลุดออกไป แต่ดูแล้วยังยากส์ส์ส์ ยากยิ่งกว่าการ“เข็นครกยักษ์สี่เหลี่ยมขึ้นเขา”

หรือว่า“เหลี่ยม-ทอน”จะทำเรื่อง“อึ้ง-ทึ่ง-เสียว” ด้วยการกระโจนลงไป“งมเข็มในมหาสมุทร”? ซึ่งกองเชียร์“กลุ่มแคร์รับเงิน” แต่ไม่แคร์“โทนี่แม้ว” เพ้อเจ้อส่งเดช ผลุบๆโผล่ๆ เป็น“เจ้าไม่มีศาล”อยู่ใน“คลับเห่า”!

การชิงอำนาจนั้นยาก แต่การรักษาอำนาจยากกว่าหลายเท่า เพราะอำนาจเป็นสิ่งที่หอมหวานที่สุดในโลก” จริงไหม“ตู่-เหลี่ยม-ทอน”?

ด้วย“ผลแพ้ชนะ”นั้น ก็เพื่อ“คนชนะ”จะได้“อำนาจรัฐ” ไปครอบครองในกำมือ ทำให้ก๊ก“บิ๊กเหลี่ยม-บิ๊กทอน”ต่อสู้แย่งชิงอำนาจ กับก๊ก“บิ๊กตู่”อย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่สนใจว่า ได้ทำให้ชาติกับประชาชนต้องเสียหายอย่างใหญ่หลวง สร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยทั้งชาติ!

อืม..การศึกกับการทำดีให้ชาติ ยามมีอำนาจ อย่างที่“นายกฯบิ๊กตู่”พึงกระทำโดยไม่รั้งรอ แต่“นายกฯบิ๊กตู่”กลับละเว้นการแก้ต้นเหตุปัญหาให้ชาติ เป็นผลให้บ้านเมืองไม่สุขสงบเท่าที่ควร

“สุมาอี้” ที่ได้เป็นจักรพรรดิองค์ใหม่ ได้สอนลูกชาย“สุมาสู”ว่า “การปกครองบ้านเมือง ต้องมีความยุติธรรม สาระสำคัญอยู่ที่ บำเหน็จ ลงโทษ”

“คำพูด”ของ“ใครอีกคน”ใน“สามก๊ก” บอกถึงสัจธรรมว่า

“ชีวิตคนเราก็เหมือนพระอาทิตย์ มีขึ้น มีลง ใหญ่แค่ไหนก็ต้องตกดินลับขอบฟ้าไป” ที่สำคัญ“ปัญหาทุกอย่าง ล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น”(ว่ะ)..เอ๊ะ!..จริงไหม“นายกฯบิ๊กตู่”?

ขอปิดท้ายด้วยคำพูดใน“สามก๊ก” มอบให้“นายกฯบิ๊กตู่”โดยตรง..

“ฉลาดแต่เข้าข้างคนผิด ชีวิตก็บัดซบ ฉลาดแต่เข้ากับใครไม่ได้ก็ไร้ประโยชน์ ฉลาดแต่ขาดคุณธรรม ไม่ทำให้ใครเจริญ”

อืม..ถ้า“ผู้มีอำนาจบิ๊กตู่”เป็นเช่นนั้น? ชาติกับประชาชนก็วายป่วง“เรือหาย”น่ะสิวะ..!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...