xs
xsm
sm
md
lg

“บิ๊กตู่” เปิดช่องโหว่ให้ “ข้าศึกโจมตี”?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”


มนุษย์-สรรพสิ่ง-ทุกสังคม-ทุกชาติ มีทั้งสิ่งที่เหมือนกับไม่เหมือนกัน..จริงไหม?

เช่น ทุกชาติมี “คนรวย” ที่เป็นคนส่วนน้อย กับ “คนจน” ที่เป็นคนส่วนใหญ่! เหมือนกัน..

แต่เมื่อวิเคราะห์เจาะลึก จะพบว่า “การเมืองทุกชาติในโลก” มีรายละเอียดมากมายในสิ่งที่เหมือนกับไม่เหมือนกัน ทั้งมิติ “ผู้นำชาติ-คณะรัฐบาล-สภาพของประชาชน” มิติด้านเศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม-วัฒนธรรม ฯลฯ โลกจึงไม่มีอะไรที่จะเหมือนกัน ชนิดเป๊ะๆร้อยเปอร์เซนต์..จริงไหม?

ดังนั้น จึงมีคำพูดที่ว่า “คนเหมือนกันแต่คนไม่เหมือนกัน” กับ “คนดี-คนชั่วเหมือนกัน แต่คนดี-คนชั่วไม่เท่ากัน” และ “การเมืองเหมือนกัน แต่คนในการเมืองไม่เหมือนกัน” เมื่อ “คน” มาอยู่รวมกันมากขึ้นๆ ก็ “เกิดสังคม-กฎหมาย-ตำรวจ-ศาล-สภา-ผู้นำ-รัฐบาล” ฯลฯ สุดท้ายก็ “เกิดระบอบการเมือง” ต่างๆ ตามมา ฯลฯ
การเมืองของแต่ละชาติ มีทั้งระบบการเมืองเก่าผสมใหม่ มีทั้งการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงมิติสำคัญๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยเปลี่ยนทีละน้อย เป็นการเปลี่ยนอย่างสันติ แต่ในบางชาติก็เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ชนิด “หักโค่นกัน” ด้วยสงครามเลือดนองท้องช้าง ฯลฯ

ทั้งหมดขึ้นกับสภาพการณ์ทางการเมือง “ผู้นำชาติ-รัฐบาล”ข องแต่ละชาติว่า “ดี-เลว” มากน้อยเพียงใด อีกทั้งประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเช่นไร..จริงไหม?

การเปลี่ยนทางการเมืองทั้ง “ปฎิรูป” และ “ปฎิวัติ” ล้วนมีทั้งเสียงไชโยของ “ผู้ชนะ” กับเสียงร้องไห้ของ “ผู้แพ้” เรื่องการต่อสู้ยื้อแย่งอำนาจรัฐ จึงไม่มีวันยุติลงได้ตลอดไป..

ชาติใด-ได้ระบอบการเมืองสอดคล้องกับสภาพประชาชนคนส่วนใหญ่ และถ้าได้ “สมาชิกสภาดี-ผู้นำชาติดี-ครม.ในรัฐบาลดี” ชาติย่อมเจริญ สังคมย่อมสงบศานติ ผู้คนจะมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น..ต้องถือว่าประชาชนในชาตินั้น-โชคดีจริงๆ!

ถ้าชาติใด-ได้ระบอบการเมืองไม่เหมาะสม กับสภาพความเป็นจริงในสังคม อีกทั้งไม่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพชีวิตประชาชน เพราะชาติมี “นักการเมืองส่วนใหญ่” เป็นคนเลว จึงทำให้ได้“สมาชิกสภาเลว-ผู้นำชาติเลว-ครม.ในรัฐบาลเลว” นั่นต้องถือว่าประชาชนในชาตินั้น-โคตรซวยจริงๆ(ว่ะ)!

ดูสิ..ระบอบการเมือง “ราชาธิปไตย” ทุกวันนี้ ก็มีทั้งสิ่งที่เหมือนกับไม่เหมือนกัน!

เมื่อดู..ระบอบการเมือง “เผด็จการทหารของแต่ละชาติ” ก็มีทั้งสิ่งที่เหมือนกับไม่เหมือนกันอีก!

หลังดู..ระบอบการเมือง “ประชาธิปไตยของแต่ละชาติ” ซึ่งชูคำขวัญ “การค้าเสรีของทุนสามานย์” ก็ยังคงมีทั้งสิ่งที่เหมือนกับไม่เหมือนกัน!

ส่วนระบอบ “สังคมนิยมในแต่ละชาติ” ของค่าย “คอมมิวนิสต์” ที่ประกาศเป็น “เผด็จการชนชั้นผู้ใช้แรงงาน” ก็มีทั้งสิ่งที่เหมือนและไม่เหมือนกัน!

เอ๊ะ..แล้วการเมืองแบบไหนดีกว่ากันล่ะ? งานนี้ต้องเน้นดูที่การเมือง ว่าระบอบใดบ้างที่จะทำให้ชาติกับประชาชนได้“นักการเมืองสามดี”?

“นักการเมืองสามดี” สำคัญต่อชาติกับประชาชนยิ่งนัก เพราะหนึ่ง-ได้สมาชิกสภาดี! สอง-ได้ผู้นำชาติดี! สาม-ได้รัฐบาลดี

“นักการเมืองสามดี” ต้องไม่กอบโกยผลประโยชน์ ให้ตนเองกับพวกพ้อง ที่สำคัญต้องไม่โกงชาติเด็ดขาด โดยทุกฝ่ายต้องยึดถือประโยชน์ชาติและประชาชนเป็นหลัก

ดังนั้น ถ้า “นักการเมืองสามดี” ได้ขึ้นบริหารชาติ แน่นอน..ชาติกับประชาชนจะต้องดีขึ้นแทบทุกมิติ เพราะ “นักการเมืองสามดี” จะใช้อำนาจรัฐ ปราบปรามคนโกงชาติ! ลดความเหลื่อมล้ำให้กับสังคม! ปฎิรูปชาติทุกภาคส่วนให้เสร็จสิ้นโดยไว ฯลฯ

“นักการเมืองสามดี” ย่อมทำให้การเมืองดีขึ้นโดยปริยาย ชาติกับประชาชนจะดีขึ้นเรื่อยๆ จากความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และจากการรักษาสิ่งเก่าในอดีตที่ดี โดย “นักการเมืองดี” จะยืนอยู่บนผลประโยชน์และทำให้กับส่วนรวมเป็นหลัก ฯลฯ แน่นอน..ชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์-ประชาชน ก็จะมั่นคงอย่างยั่งยืนต่อไป

เอ๊ะ..แล้วการเมืองรูปแบบไหนล่ะ ที่จะมีหลักประกัน ทำให้ชาติกับประชาชนมีโอกาสมากที่สุด ที่จะได้ “นักการเมืองดี” เป็นหลัก เพื่อเข้ามาเป็น “สมาชิกดีส่วนใหญ่” ในรัฐสภา และเข้าไปเป็น “ผู้นำชาติดี” อีกทั้งเป็น “คณะรัฐมนตรีดี” ในรัฐบาลดี

ส่วน “นักการเมืองสามเลว” แม้จะเป็นฝ่ายค้าน แต่ยังคงทำให้การเมืองวุ่นวายปั่นป่วน จากการสร้างสถานการณ์ทางการเมืองอันเลวร้ายต่อชาติ ทั้งในสภาและนอกสภา จนชาติกับประชาชนย่ำแย่ลงในแทบทุกมิติ ซึ่งจะส่งผลร้ายต่อความมั่นคงแข็งแรง ของชาติ-ศาสนา-พระมหากษัตริย์-ประชาชน

เฮ้อ..ยิ่งถ้า “นักการเมืองสามเลว” ได้ขึ้นบริหารชาติด้วยจิตละโมบโลภมากชนิดไม่รู้จักพอ ด้วยหลงใน “อำนาจ-เงินทอง-ทรัพย์สิน” และใช้อำนาจรัฐโกงชาติโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย โอ๊ย..ชาติบ้านเมืองกับประชาชนคงจะเสียหายวินาศสันตะโรอย่างแน่นอน..จริงไหม?

เพราะ “นักการเมืองเลว” มิใช่แค่ “แย่งอำนาจรัฐ” เท่านั้น แต่ยังปฏิบัติการ “ล้มเจ้า” อีกด้วย นับเป็นเรื่องของคนส่วนน้อยในชาติ ก่อความแตกแยกต่อคนส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลร้ายทำให้กับชาติบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ยากมาก จากน้ำมือของ “พวกนักการเมืองเลว” นั่นเอง

อ้าว..แล้วการเมืองแบบไหนหว่า ที่ทำให้ชาติได้ “สมาชิกเลวส่วนใหญ่” ในสภา รวมทั้งได้ “ผู้นำชาติเลว” กับ “ครม.เลว” เข้าไปสุมหัวกันอยู่ใน “รัฐบาลเลว” ตามสูตร “ฝนตกขี้หมูไหล-คนจัญไรมาพบกัน”?

“ประชาธิปไตยเลือกตั้งสกปรก” ของ “ชาติมะกัน” และตะวันตกบางชาติ ได้พิสูจน์แล้วว่า ไร้หลักประกัน ที่ชาติกับประชาชนจะได้ “ผู้นำชาติดี” อย่างแท้จริง ส่วนเศรษฐกิจการค้าอย่าง “เสรี” นั้น ก็เป็นเรื่องโกหก เพราะเรื่องจริงคือ เป็นสังคมของ “ปลาใหญ่กินปลาเล็กได้อย่างเสรี” ที่สำคัญกลายเป็นสังคมที่ไร้ความเอื้ออาทร เพราะได้กลายเป็น “สังคมคนกินคน” ไปแล้ว(ว่ะ)..!

ประชาธิปไตยทุนสามานย์ ถือหลัก “กำไรสูงสุด” กับ “พระเจ้าเงินตรา” เป็นสรณะ ทำให้ “ผู้นำชาติ-รัฐบาล” ต้องมีนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้แก่นักธุรกิจผูกขาดขนาดใหญ่ยักษ์ รวมทั้ง “นักธุรกิจการเมืองบิ๊กเหลี่ยม” ที่รวยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากหลายหมื่นล้านบาทเป็นหลายแสนล้านบาท หลัง “บิ๊กเหลี่ยม” เป็น “นายกฯ” แค่สี่-ห้าปีเท่านั้น

เฮ้อ..ต้องยอมรับว่า หลายเรื่องที่ผิดพลาด ทำให้“นายกฯบิ๊กตู่”เครดิตติดลบลง แถมบริหารชาติมานานเกือบ 7 ปี ยังไร้ผลงานแก้ต้นเหตุปัญหาให้ชาติ แถมไม่สามารถแก้ปัญหารายได้ที่เป็นธรรม ให้ “ผู้มีรายได้น้อย-คนยากจน-นักธุรกิจเอสเอ็มอี.” ฯลฯ

ที่สำคัญ.. “ผู้นำชาติมะกัน”กับพรรคพวก ที่ล้วนเป็นนักล่าอาณานิคมในอดีต ทุกวันนี้“มะกัน”ยังไล่ล่าทรัพยากรอันมีค่า ด้วยการทำธุรกิจในหลายหลากมิติ โดย“มะกัน”ใช้แผนทั้งลับและแจ้ง เช่น อ้างต้องทำชั่วเพื่อ “ประชาธิปไตยจอมปลอม ” บ้าง! อ้างต้องทำเพื่อ “เศรษฐกิจการค้าเสรีกำมะลอ” บ้าง! อ้างต้องทำเพื่อ “ปกป้องสิทธิมนุษยชน” บ้าง! อ้างต้องทำเพื่อ “สิ่งแวดล้อมที่ดีของโลก” บ้าง ฯลฯ

บางครั้งยังอ้างแบบหน้าด้านๆ ว่าต้องทำเพื่อ “รักษาปกป้องสันติภาพโลก” โดย “ชาติมะกัน” กับชาติพรรคพวก ยกกองทัพบุกเข้าไปเข่นฆ่า ทั้ง “ผู้นำชาติและประชาชน” ก่อนจะเข้ายึดครองชาตินั้น แล้วขนทรัพยากรมีค่าออกขาย นำเงินกลับชาติตนกับพวกพ้อง ฯลฯ

“มะกัน” กับชาติตะวันตก ชอบอ้างเป็น “ชาติประชาธิปไตย(จอมปลอม)” โกหกว่าเป็น “ชาติที่มีสิทธิมนุษยชนเท่าเทียมกัน” ตอแหลว่าเป็น “ชาติที่ใช้นิติรัฐมีนิติธรรม” ขณะที่ “ชนผิวสี” ในมะกันกลับถูกทำร้ายเข่นฆ่า อย่างทารุณใจกลางเมืองมาตลอดทุกวี่วัน ฯลฯ

“มะกัน” กับตะวันตกบางชาติ จึงมิใช่ “ชาตินักบุญ” หากแต่เป็น “ชาติมหาโจรโลก” ที่ชอบสร้างสถานการณ์ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากเหตุ “จลาจล-ก่อการร้าย-ก่อสงคราม” ฯลฯ

การจะทำเรื่องชั่วช้าในชาติอื่นได้นั้น “มะกัน” ต้องใช้ “คนในชาติ”นั้น “เป็นไส้ศึก” เพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ..จริงไหม?

“คนแดนไกล-ตี๋ทอน-จารย์นักวิชาการ-แกนนำม็อบล้มเจ้า” ล้วนเป็น “ไส้ศึกแอบเปิดประตูเมืองให้มะกัน” ทั้งนั้น..

ซ้ำร้าย..“นายกฯ บิ๊กตู่” ที่ไร้การปฏิรูปชาติ! ไม่ยอม “ปิดจุดอ่อน” แต่กลับ “เปิดช่องโหว่” ให้ “ข้าศึกโจมตี” ทุกวี่วัน(ว่ะ)..

เวรกรรม..“บิ๊กตู่” ทำตัวเองแท้ๆ เล้ย..!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...