xs
xsm
sm
md
lg

เทศบาลซื้อวัคซีนโควิดฉีดให้ประชาชนเอง โชคดีที่ทำไม่ได้จริง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"ฝั่งขวาเจ้าพระยา"
"โชกุน"


วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 เป็นความหวังเดียวของโลก ในการยับยั้งการระบาด ขณะนี้มีวัคซีน 3 ตัวที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานด้านอาหารและยาของสหรัฐ อเมริกา และอังกฤษคือ วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค, โมเดอร์นา และวัคซีนของแอสตราเซเนกา จากประเทศอังกฤษ ซึ่งมีการฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้ว

การระบาดในสหรัฐฯ และอังกฤษ รุนแรงอยู่ในขั้นที่เรียกว่า เอาไม่อยู่ ต้องพึ่งวัคซีนอย่างเดียว จึงไม่สามารถรอผลการทดลองที่สมบูรณ์ ตามกระบวนการปกติได้เพราะต้องใช้เวลาอีก 1-2 ปีเป็นอย่างเร็ว ต้องอนุมัติให้ฉีดแบบฉุกเฉิน คือ ผ่านการทดลองในคลินิกระยะ 2 ได้ผลน่าพอใจ ปลอดภัย ก็ฉีดให้ประชาชนเลย แล้วรอดูว่า จะมีผลข้างเคียง จะสร้างภูมิต้านทานได้มากน้อยเพียงไร หลังจากฉีดไปแล้ว

อิสราเอล เป็นอีกประเทศหนึ่งที่เริ่มฉีดวัคซีนให้ประชาชนแล้ว เพราะมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยยอมจ่ายเงินซื้อวัคซีนไฟเซอร์ในราคาแพงกว่าปกติ และสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนกว่า 1 ล้านคนแล้ว ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศว่า ภายในเดือนกุมภาพันธ์ จะฉีดได้ครบ 5 ล้านคน จากประชากรประมาณ 9 ล้านคน

ในเดือนมีนาคม อิสราเอลจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 23 มีนาคม เนทันยาฮูมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชัน และความล้มเหลวในการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด การเร่งรีบฉีดวัคซีนให้กับประชาชน อาจจะกอบกู้ภาพลักษณ์ ช่วยดึงคะแนนเสียงให้เขาได้

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีกระแสองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ เทศบาลหลายๆแห่งเสนอตัวว่า จะจัดซื้อวัคซีนต้านโควิดเอง โดยใช้เงินสะสมที่มีอยู่ ฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐบาล เริ่มจากข้อเสนอของนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ตามมาด้วย เทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลนครภูเก็ต ชุมพร ขอนแก่น รวมทั้งข้อเสนอ ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กทม.ที่เสนอให้ กทม.เอาเงินสะสะที่มีอยู่ถึง 50,000 กว่าล้านบาท ซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับคนกรุงเทพฯ 6 ล้านคน และคนจากที่อื่นที่มาอยู่กรุงเทพฯ อีก 2 ล้าน รวมเป็น 8 ล้านคน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับเรื่องนี้ โดยบอกว่า เป็นสิทธิของแต่ละท้องถิ่นจะไปซื้อที่ไหน อย่างไรก็แล้วแต่ ขอให้เป็นวัคซีนที่ได้มาตรฐานของ อย.ก็แล้วกัน

วัคซีนต้านไวรัสโควิดไม่เหมือนสินค้า หรือยาทั่วๆ ไปที่มีเงินก็ซื้อได้มากเท่าที่ต้องการ แต่วัคซีนโควิดเพิ่งจะเริ่มต้นการผลิต มีจำนวนจำกัด มีความต้องการสูงกว่ากำลังการผลิตเป็นหลายร้อยเท่า ที่ผลิตออกมาก่อนหน้าที่จะมีการรับรอง และที่กำลังผลิตอยู่ ก็ถูกประเทศที่ร่ำรวยอย่างสหรัฐฯ อังกฤษ สิงคโปร์ แคนาดา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส เยอรมนี จองซื้อไปหมดแล้ว

การซื้อไวรัสต้านโควิดมาฉีดให้กับประชาชน ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องเงิน เพราะมีเงิน ตอนนี้ก็ซื้อไม่ได้ ต้องรอไปจนกว่าบริษัทเจ้าของวัคซีนผลิตให้กับประเทศที่จองซื้อไว้ก่อนแล้ว ซึ่งกินเวลาอีก 1-2 ปี

การเสนอตัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะซื้อวัคซีนเอง จึงเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่เป็นเช่นนี้ เพราะสมมติว่า ปล่อยให้เทศบาลที่มีเงินสะสมเยอะ เพราะอยู่ในพื้นที่ที่เป็นเขตเมืองใหญ่ มีรายได้จากภาษีมาก ซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เอง จะเกิดสภาวะตัวใคร ตัวมัน เทศบาลที่มีเงินน้อย ไม่สามารถซื้อวัคซีนได้ ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับวัคซีนเหมือนที่อื่นๆ หรือแม้แต่ในพื้นที่เดียวกัน แต่ไม่มีชื่ออยู่ในเขตเทศบาล ก็อาจจะไม่ได้วัคซีนก็ได้ เพราะเป็นคนนอกเขตเทศบาล
สภาพความเหลื่อมล้ำในการได้รับวัคซีนแบบนี้ โชคดีที่จะไม่เกิดขึ้น

เรื่องสำคัญไม่แพ้การเข้าถึงวัคซีนคือ แผนการฉีดวัคซีน จะฉีดให้ใครก่อน ฉีดให้รวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น จะต้องฉีดอย่างไร ฉีดที่ไหน ตามหลักสากล คือ ฉีดเรียงตามลำดับกลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มแพทย์ บุคลากรทางสาธารณสุขที่ต้องทำการตรวจคัดกรอง รักษาผู้ติดเชื้อ หลังจากนั้นคือ กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต ความดันโลหิตสูง ฯลฯ หลังจากนั้น จึงจะเป็นกลุ่มประชาชนทั่วไป โดยไม่จำเป็นต้องฉีดทุกคน แต่ฉีดให้มากพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

การฉีดวัคซีนต้านโควิด จึงต้องมองภาพรวมของประชากรทั้งประเทศว่า ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องได้รับวัคซีนก่อน หลัง โดยไม่แยกตามภูมิลำเนา แต่แยกตามความเสี่ยง การให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกำลังซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เอง แม้จะมีแผนการฉีดที่จัดลำดับประชาชนตามความเสี่ยง แต่ก็จะครอบคลุมคนที่มีทะเบียนราษฎร์ในพื้นที่เท่านั้น วัคซีนที่เหลือจะถูกฉีดให้คนประชาชนทั่วไป ที่อาจไม่จำเป็นต้องได้รับวัคซีนก็ได้ เพราะไม่มีความเสี่ยง แต่ว่าอยู่ในเขตเทศบาลนั้นๆ ในขณะที่กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อื่น ที่ไม่มีเงินซื้อวัคซีนเอง ไม่ได้รับวัคซีน ต้องรอวัคซีนจากรัฐบาล

สุดท้ายแล้ว ข้อเสนอด้วยความหวังดีของเทศบาลหลายๆ แห่ง ไม่น่าจะเป็นจริง เพราะมีปัญหาหลายๆ อย่าง ตั้งแต่การเข้าถึงวัคซีนที่ต้องการซื้อไปจนถึงแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม และสอดคล้องกับแผนฉีดวัคซีนระดับชาติ

หวังว่า จะไม่มีใครเอาเรื่องซื้อวัคซีนมาฉีดเอง ไปหาเสียงในการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรี และสมาชิกสภาเทศบาลในวันที่ 28 มีนาคมที่จะถึงนี้


กำลังโหลดความคิดเห็น...