xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

กินเจ 2563 เงียบเหงา “คนไม่จ่าย” เหตุเศรษฐกิจทรุด-ตกงาน-รายได้ลด คาดโตต่ำสุดในรอบ 13 ปี

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - “เทศกาลกินเจ” หรือบางแห่งเรียกว่า   “ประเพณีถือศีลกินผัก” ถือเป็นประเพณีสำคัญอีกประเพณีหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเป็นความเชื่อของพุทธศาสนานิกายมหายาน และลัทธิเต๋า ในประเทศจีน กำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี

มีจุดเริ่มต้นโดยชาวเปอรานากันในประเทศมาเลเซียและภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีตำนานเล่าขานกันหลายตำนาน

 ตำนานที่ 1 รำลึกถึงนักรบ “หงี่หั่วท้วง”  - ตามความเชื่อในตำนานแรกกล่าวถึงการรำลึกถึงทหารชาวบ้าน “หงี่หั่วท้วง” ที่ต่อสู้กับกองทัพแมนจูที่ใช้ปืนไฟต่อสู้ นักรบหงี่หั่วท้วงประกอบพิธีกรรมนุ่งขาวห่มขาว งดกินเนื้อสัตว์และผักที่มีกลิ่นฉุน พร้อมท่องคาถาอาคมที่เชื่อว่าจะป้องกันลูกกระสุนจากปืนไฟได้ แต่สุดท้ายเมื่อจีนพ่ายแพ้แมนจูชาวบ้านที่ถูกบังคับให้ไว้ผมยาว ก็รำลึกถึงกลุ่มนักรบหงี่หั่วท้วงด้วยการปฏิบัติกินเจเช่นกัน


 ตำนานที่ 2 กินเจเพื่อสักการะพระพุทธเจ้าในอดีตกาล 7 พระองค์ - การกินเจในตำนานนี้เล่าว่าพุทธศาสนิกชน บำเพ็ญศีลงดกินเนื้อสัตว์ และแต่งกายด้วยชุดชาว 9 วัน เพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้าในอดีต 7 พระองค์ และพระมหาโพธิสัตว์อีก 2 พระองค์รวมเป็น 9 องค์ หรืออีกความหมายสื่อถึง “ดาวนพเคราะห์” ทั้ง 9 ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอังคาร พระพุธ พระพฤหัสบดี พระศุกร์ พระเสาร์ พระราหู และพระเกตุ

**ตำนานที่ 3 รำลึกถึงจักรพรรดิ์ซ่งตี๊ปิง แห่งราชวงศ์ซ้อง** -ตำนานนี้กล่าวถึง การนุ่งขาวห่มขาวเพื่อรำลึกถึงการทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ซึ่งมีสาเหตุเกิดจากการเมือง ขณะที่เสด็จไต้หวันทางเรือ ชาวมณฑลฮกเกี้ยนร่วมกันทำพิธีบูชาเพื่อระลึกถึงราชวงศ์ซ้อง และได้ส่งอิทธิพลนี้มาประเทศไทยผ่านผู้ที่อพยพมาเผยแพร่

ในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน 9 คืน ผู้ที่ต้องการกินเจอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตามประเพณีการกินเจ จะต้องปฏิบัติดังนี้

1.รับประทาน “อาหารเจ” ซึ่งเป็นอาหารที่ปรุงขึ้นโดยไม่มีเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ (เช่น นม ไข่ น้ำผึ้ง น้ำปลา เจลาติน คอลลาเจน ) และไม่ปรุงด้วยผักที่มีกลิ่นฉุน ได้แก่ กระเทียม หอม (ทุกชนิดอาทิ ต้นหอม หัวหอม หอมแดง) หลักเกียว กุยช่าย และผักชีเพราะผักเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อธาตุในร่างกาย บ้างเชื่อว่าผักเหล่านี้เพิ่มความกำหนัดหรือมาจากเลือดของสัตว์ตามตำนานจีน
2.งดอาหารรสจัด ซึ่งหมายถึงอาหารเผ็ด หวานมาก เปรี้ยวมาก เค็มมาก งดผักที่มีกลิ่นฉุนทั้งหลาย แยกภาชนะสำหรับอาหารเจเท่านั้น
3.รักษาศีลห้า

4.รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์ ไม่พูดคำหยาบคาย รวมถึงงดการมีเพศสัมพันธ์

5.ทำบุญทำทาน ไหว้พระ สวดมนต์

6.นุ่งขาวห่มขาวตลอดเทศกาลกินเจ และควรแต่งกายชุดขาวเข้าร่วมพิธีกรรมต่างๆในแต่ละศาลเจ้า
นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่เคร่งครัดเพื่อการกินเจให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์โดยแท้ จะเพิ่มการปฏิบัติโดยการกินอาหารเฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นผู้ปรุงเท่านั้น รวมถึงจะล้างหม้อไหจนสะอาดเอี่ยมแยกภาชนะสำหรับการปรุงอาหารเจไว้โดยเฉพาะขณะเดียวกันยังมีการจุดตะเกียงไว้ 9 ดวงตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน โดยไม่ปล่อยให้ดับเพื่อเป็นพุทธบูชาและรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้องตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด

ปัจจุบัน เทศกาลกินเจจัดขึ้นในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย ตลอดจนหมู่เกาะเรียวในอินโดนีเซียและอาจมีในบางประเทศเอเชียซึ่งการกินเจในเดือน 9 นี้ เชื่อกันว่าน่าจะเกิดขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2170 ตรงกับสมัยอาณาจักรอยุธยา

ทั้งนี้ ตามปกติเเล้ว  “เทศกาลกินเจ” เป็นช่วงที่กระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้ดีในช่วงปลายปี โดยในปี 2563 จะตรงกับวันที่ 17-25 ตุลาคม รวมเป็นระยะเวลา 9 วัน เเต่ผลพวงจากการเเพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ทำให้ปีนี้ “ไม่คึกคัก” เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดผลวิจัยพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจ จากการสำรวจระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 2 ตุลาคม 2563 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,393 ราย ทั่วประเทศ พบว่า ปีนี้มูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 46,967 ล้านบาท เติบโตจากปี 2019 เพียง 0.9% เท่านั้น


 สาเหตุหลักๆ มาจากผลกระทบของ COVID-19 ที่ 39.8% รองลงมาคือภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี 28.6% ค่าครองชีพสูงขึ้น มีหนี้สินเพิ่มขึ้น 19.1% และคนตกงาน รายได้ลดลง 11.6% 

ผลสำรวจระบุว่า ประชาชนกว่า 60.2% จะไม่กินเจ ส่วนอีก 39.8% กินเจ โดยประเมินว่า ประชาชนหนึ่งคนจะใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจอยู่ที่ราว 11,469.34 บาท แบ่งเป็นค่าอาหาร 1,016.19 บาท, ค่าทำบุญ 2,863.52 บาท, ค่าเดินทางไปทำบุญต่างจังหวัด 3,762.21 บาท และค่าที่พัก (หากไปต่างจังหวัด) 4,722.62 บาท

ส่วนความคิดเห็นที่ว่า ราคาอาหารเเละวัตถุดิบในการปรุงอาหารเจ ปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2562 จะเป็นอย่างไรนั้น ประชาชนกว่า 58% มองว่าจะสูงขึ้น สาเหตุมาจากค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้พ่อค้าเเละแม่ค้าปรับขึ้นราคา รวมถึงปัญหา COVID-19 เเละค่าแรงสูงขึ้น ขณะที่อีก 41.1% มองว่าราคาจะเท่าเดิมกับปีก่อน
สำหรับช่องทางในการเลือกซื้ออาหารเจ พบว่ากว่า 76.45% เลือกซื้อเองในตลาดสด ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าทั่วไป ส่วนอีก 23.6% ไมได้ไปซื้อด้วยตนเอง เเต่จะสั่งซื้อผ่านตัวกลางขนส่ง อย่างบริการเดลิเวอรี่ วินมอเตอร์ไซค์ หรือซื้อผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์

โดยประชาชนกว่า 47.8% มองว่า เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในจุดต่ำสุด ขณะที่อีก 27.3% มองว่าประเทศอยู่ในภาวะถดถอย ไม่สอดคล้องกับสถาบันด้านเศรษฐกิจหลายแห่งที่ออกมาประกาศว่าเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว หลังพ้นไตรมาสที่ 2/2563 ส่วนอีก 20.7% มองว่ากำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยส่วนใหญ่ 48.8% เชื่อกันว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง 2564

ส่วนภาวะสภาพคล่องของครอบครัวในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประชาชนกว่า 60.9% มองว่า “เเย่ลง” ขณะที่อีก 34.0% มองว่าไม่เปลี่ยนแปลง

นอกจากนี้ ผลสำรวจเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่น่าห่วง พบว่าประชาชน 24.7% ห่วงด้านเศรษฐกิจ รองลงมา 24.1% คือห่วงการเมือง และ 17.8% ห่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19
สอดคล้องกับ   “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย”  ที่คาดว่า ในช่วงเทศกาลกินเจปี 2563 คนกรุงเทพฯ จะมีเม็ดเงินค่าใช้จ่ายตลอดช่วงเทศกาลคิดเป็นมูลค่า 3,930 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 17.4 เมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อน เนื่องจากจำนวนผู้เข้าร่วมที่ลดลง ขณะที่คนเข้าร่วมบางส่วนก็ปรับพฤติกรรม โดยควบคุมค่าใช้จ่ายลงตามภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว รวมถึงประชาชนบางกลุ่มยังคงมีความกังวลผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19

ดังนั้น กลยุทธ์การตลาดสำหรับผู้ประกอบการอาหารเจในปีนี้ นอกจากการบริหารระดับราคาอาหารเจให้มีความแตกต่างกับอาหารทั่วไปไม่มาก รวมถึงไม่แตกต่างกับราคาของปีก่อนโดยเปรียบเทียบ เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ส่วนผู้ประกอบการเองก็ควรปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับกลุ่มคนกินเจดั้งเดิม และกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีพฤติกรรมการกินเจที่แตกต่างกัน เพื่อเข้าถึงความต้องการผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ ได้มากขึ้น

จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า คนกรุงเทพฯ ที่สนใจเข้าร่วมกินเจในปีนี้ มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 63.0 ของกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจ ซึ่งถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลกินเจปีก่อน ที่มีผู้สนใจเข้าร่วมสูงถึงร้อยละ 66.7 และกลุ่มที่เข้าร่วมกินเจส่วนใหญ่ในปีนี้ จะกินเจไม่ครบทั้ง 9 วัน โดยจะกินเพียงบางมื้อคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 64.6 ของผู้ที่กินเจทั้งหมด

โดยกลุ่มคนที่กินเจบางมื้อมีการปรับพฤติกรรมจากเดิมที่ปีก่อนกินเจ 6 วัน เฉลี่ยวันละ 2 มื้อ รวม 12 มื้อตลอดช่วงเทศกาล ก็ปรับลดลงมาเหลือกินเจ 5 วัน เฉลี่ยวันละ 2 มื้อ รวมเป็น กินเจ 10 มื้อตลอดช่วงเทศกาล คิดเป็นจำนวนมื้อที่ปรับลดลงเฉลี่ย -12.3% ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการจำหน่ายอาหารเจที่ต้องวางแผนรับมือ โดยเฉพาะปริมาณอาหารที่ผลิตจำหน่ายออกมาในแต่ละวัน

สำหรับงบประมาณกินเจเฉลี่ยต่อมื้อปรับลดลง ทั้งในกลุ่มที่กินเจทุกมื้อตลอด 9 วัน และกลุ่มที่กินเจบางมื้อ โดยกลุ่มที่กินทุกมื้อปรับงบประมาณลงจาก 105 บาทต่อมื้อในปีที่ผ่านมา ลงมาเหลือเฉลี่ย 100 บาทต่อมื้อ และสำหรับกลุ่มที่กินเจบางมื้อ ปรับลดลงจาก 100 บาทต่อมื้อเป็น 92 บาทต่อมื้อ คิดเป็นงบประมาณเฉลี่ยต่อมื้อที่ลดลงประมาณ -5.9%

อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่า ในช่วง 2-3 ปีผ่านมา มูลค่าการใช้จ่ายในช่วงกินเจ ก็มีอัตราการหดตัวอย่างต่อเนื่องอยู่เเล้ว ยิ่งเมื่อซ้ำเติมด้วยวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยิ่งทำให้เทศกาลถือศีลกินผักปี 2563 นั้น เงียบเหงาไปถนัดใจ โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายโดยรวม  “เติบโตต่ำที่สุด”  ในรอบ 13 ปี (นับตั้งเเต่ที่ทาง ม.หอการค้าเก็บข้อมูลครั้งเเรกในปี 2551)


กำลังโหลดความคิดเห็น...