xs
xsm
sm
md
lg

ความกลัว-ความกล้าในการเผชิญ COVID-19

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท



ผ่านพ้นไปแล้ว...สำหรับบรรดา “ม็อบเด็กๆ” ในบ้านเรา หรือถ้าจะเรียกกันตามสำบัดสำนวนของท่านประธานฯ บลจ.บัวหลวง คุณ “วรวรรณ ธาราภูมิ” ก็คงประมาณ “ม็อบไร้สาระ” อะไรประมาณนั้น โดยแม้ว่าความไร้แก่น ไร้สาร หรือความเป็นไปตามแบบฉบับเด็กๆ อาจส่งผลให้บรรดาพวกที่ถนัดในการ “เลียตูดเด็ก” ออกจะฝาดๆ เฝื่อนๆ อยู่บ้างตามสมควร แต่ก็ต้องถือเป็นโชคดีเอามากๆ...ที่อย่างน้อย ก็ไม่ถึงกับต้องไล่ทุบ ไล่ถีบ ไล่กระทืบ ให้ต้องกลายเป็นเรื่อง เป็นราว หรือน่าเกลียด น่าทุเรศมากมายเกินไปกว่านี้...

เพราะสำหรับบ้านอื่น เมืองอื่นนั้น...ช่วงหลังๆ นี้ มักหนีไม่พ้นต้องเจอกับม็อบโน่น ม็อบนี่ ชนิดอุตลุดชุลมุนวุ่นวายกันไปพอสมควร โดยเฉพาะหลังจากที่แนวโน้มแห่งการแพร่ระบาดของท่านเชื้อไวรัส “COVID-19” ท่านยังคงมาแรงแซงโค้ง แบบไม่คิดจะหัวตกเอาเลยแม้แต่น้อย ระหว่าง “ความกลัวป่วยตาย” กับ “ความกลัวอดตาย” เลยกลายเป็น “เงื่อนไข” และ “เหตุปัจจัย” ให้เกิดการลุกฮือกันเป็นระลอกๆ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ อย่างเช่น ประเทศลูกหลานกษัตริย์ดาวิดและโซโลมอน หรือประเทศอิสราเอลทุกวันนี้ แค่เจอกับม็อบที่เต็มไปด้วยสาระ แก่นสารเอามากๆ คือม็อบที่เหลือทน เกินทน กับการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี “เบนจามิน เนทันยาฮู” อันเต็มไปด้วยข่าวคราวเรื่องทุจริต คอร์รัปชัน จนกลายเป็นคดีความขึ้นโรง ขึ้นศาล อยู่ในทุกวันนี้ ก็ต้องเรียกว่า...เหนื่อยแล้ว!!!

แต่เมื่อจำต้อง “ปิดบ้าน-ปิดเมือง” รอบใหม่...เพื่อรับมือกับ “การแพร่ระบาดระลอกสอง” ของเชื้อไวรัส “COVID-19” โดยถึงแม้จะถือเป็นการมัดมือ-มัดเท้า บรรดาพวกนักประท้วงทั้งหลายภายในตัว แบบเดียวกับที่ “บิ๊กตู่” บ้านเราออกมาติงๆ เตือนๆ พวกนักประท้วง 19 กันยาฯ บ้านเราไปก่อนหน้านี้นั่นแหละ แต่สุดท้าย...ก็ดันต้องไปเจอกับพวกนักประท้วงฝ่ายขวา พวกนักศาสนานิยม ระดับ “Ultra-Orthodox” โน่นเลย ที่ออกจะอึดอัด-ขัดข้องใจเอามากๆ กับการสั่งห้ามโน่น-ห้ามนี่ ในการรับมือกับการแพร่ระบาดระลอกสอง เช่น ห้ามไม่ให้ออกจากบ้านเกินกว่า 0.6 ไมล์ อะไรประมาณนี้ อันส่งผลให้การเฉลิมฉลองเทศกาลทางศาสนาประจำปี ออกจะเป็นอะไรที่ “กร่อย” เอามากๆ เลยต้องตัดสินใจ “ลุกฮือ” หรือเดินหน้าลงถนน คลาคล่ำไปทั่วทั้งถนนสาย “Bnei Brak” ก่อนเคลื่อนย้ายขบวนไป “ปักหมุด” หน้าบ้านนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งจุดไฟเผาโน่นๆ นี่ๆ ชนิดออกจะดุเดือดรุนแรงพอสมควร หรืออย่างน้อยก็อาจส่งผลให้ “คะแนนนิยม” ของพวกฝ่ายขวา ที่เคยหนุนหลังนายกรัฐมนตรีรายนี้มาโดยตลอด น่าจะหดๆ หายๆ ลงไปมิใช่น้อย โดยเฉพาะถ้าหากต้อง “กลับไปเลือกตั้ง” กันใหม่ หลัง “รัฐบาลแห่งชาติ” แตกดังโพละขึ้นมาเมื่อไหร่ ตอนไหน ก็ย่อมได้...

แต่ก็คงไม่ใช่เฉพาะประเทศลูกหลานกษัตริย์ดาวิดและโซโลมอน อย่างอิสราเอลเท่านั้น ที่ต้องเจอกับการหวนกลับมาเยือนของเชื้อไวรัส “COVID-19” รอบใหม่ แม้แต่ประเทศ “คู่กัด” อย่างชนิดเป็นการถาวรของอิสราเอล อย่างประเทศอิหร่าน ก็ต้องออกอาการ “ผงะ” อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ เมื่อหัวหน้าหน่วยต่อต้าน รับมือกับการแพร่เชื้อ “COVID-19” หรือ “ISNA” (Iran’s national anti-coronavirus task force) อย่าง “นายAlireza Zali” ต้องออกมาป่าวประกาศเมื่อช่วงวันอาทิตย์ (20 ก.ย.) ที่ผ่านมานี่เอง ประมาณว่า... “โดยตัวเลขสถิติในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สามารถชี้ให้เห็นว่า...การแพร่ระบาดระลอก 3 กำลังอุบัติขึ้นมาในกรุงเตหะราน” คือจากตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อ “COVID-19” ที่เคยทำท่าว่าค่อยๆ ลดลงไปจนเหลือประมาณวันละ 1,642 คน ในช่วงปลายเดือนสิงหาฯ แต่วัน-สองวันหรือช่วงกลางๆ เดือนกันยาฯ มันกลับเด้งดึ๋งขึ้นไปถึง 3,000 กว่าราย หรือเพิ่มขึ้นในระดับ 2 เท่า 3 เท่า เอาเลยถึงขั้นนั้น...

หรือไปไกลถึงประเทศอังกฤษ แม้จะแยกตัวเองโดดเดี่ยวอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แนวโน้มที่อาจต้อง “ปิดบ้าน-ปิดเมือง” รอบใหม่ ชักมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ คือแม้ว่าบรรดาพวกผู้ดีอังกฤษชัก “กลัวอดตาย” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพราะเท่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศก็หดตัวลงไปไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หนี้สาธารณะพุ่งแบบติดจรวดขึ้นไปถึง 2 ล้านล้านปอนด์เป็นอย่างน้อย ชนิดถือเป็นครั้งแรกของประเทศเอาเลยก็ว่าได้ ผู้คนต้องตกงาน ว่างงาน ไปไม่น้อยกว่า 200,00 ราย แต่รัฐบาล “หัวกระเซิง” ของนายกรัฐมนตรี “บอริส จอห์นสัน” ก็ทำท่าว่าอาจต้องขอปิดบ้าน-ปิดเมือง หรือต้องขอ “ล็อกดาวน์” กันอีกรอบ หรือไม่ อย่างไร ก็ยังมิอาจสรุปได้ แต่นั่น...ย่อมส่งผลให้บรรดาพวกไร้สาระ หรือไม่ไร้สาระก็ตาม ทำท่าว่ากำลังตัดสินใจรวมตัว ลุกฮือ ขึ้นประท้วงรัฐบาลกันอีกซะแล้วว์ว์ว์...

แม้แต่ใกล้ๆ บ้านเรา...อย่างประเทศพม่า ก็เห็นว่าน่าจะหนักหน่วงมิใช่น้อย อาทิตย์ที่แล้วเห็นว่า “ติดเชื้อ” ไปไม่น้อยกว่าวันละ 671 คน เอาเลยถึงขั้นนั้น ต้องหันมาสั่งห้ามผู้คนในเมืองย่างกุ้งไม่ให้ออกจากบ้าน ต้องงดเที่ยวบินเข้าประเทศถึงช่วงสิ้นเดือนกันยายนโน่นเลย เพราะตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมที่ปาเข้าไปถึง 5,541 คน ตายไปแล้ว 92 คน ต้องถือเป็นจำนวนมิใช่น้อยสำหรับประเทศเล็กๆ และไม่ถึงกับมีกิจกรรม กิจการ อะไรมาก ส่วนในระดับโลกทั้งโลกก็แทบไม่ต้องเสียเวลาพูดถึง ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อที่ปาเข้าไปถึง 31 ล้านคนไปแล้วเป็นอย่างน้อย ตายไปแล้วเกือบ 1 ล้านคน หรือ 9 แสน 5 หมื่นกว่าราย ต้องถือเป็นตัวเลขที่ต้อง “ผงะ” กันอย่างมิอาจปฏิเสธได้ โดยมีคุณพ่ออเมริกายังคงมาแรงแซงโค้งเป็นอันดับหนึ่ง คือติดเชื้อไปแล้วเกือบ 7 ล้านราย เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปถึงกว่า 200,000 ขณะที่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก” อย่างอินตะระเดีย ก็ไม่คิดจะน้อยหน้า ติดเชื้อไปแล้วเกือบ 6 ล้านราย ตายไปเกือบแสน หรือ 8 หมื่น 9 หมื่นราย ตามด้วยบราซิลของ “ทรัมป์สอง” ที่พยายามเบียด พยายามแซงชนิดตัวเลขผู้ติดเชื้อปาเข้าไปถึง 4.5 ล้านไปแล้วในทุกวันนี้...

แต่ก็นั่นแหละ...สำหรับประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่บรรดาผู้ “กลัวอดตาย” ชักเริ่มมาแรงแซงโค้ง กว่าบรรดาผู้ที่ “กลัวป่วยตาย” ยิ่งเข้าไปทุกที ชนิดสามารถลุกฮือ ก่อม็อบไร้สาระ ได้นับเป็นหมื่นๆ แสนๆ ซึ่งหลังจากนี้จะต้อง “ติดเชื้อ” กันไปอีกสักเท่าไหร่ ก็มิอาจคาดคะเนได้ โดยเฉพาะผู้ที่มุ่งมั่น ขยันที่จะ “เลียตูดเด็ก” ซะเหลือเกิน หรือแม้กระทั่งรัฐบาล “บิ๊กตู่” ที่ต้องออกมาเตือน หรือออกมา “ขู่” ก็แล้วแต่ ให้ระวังการแพร่เชื้อในระหว่างม็อบไป-ม็อบมาอย่างเป็นพิเศษ ขณะต้องพยายามบริหารจัดการความ “กลัวอดตาย” ไม่ให้ลุกลามบานปลายเกินไปกว่านี้ ด้วยการคิดเปิดบ้าน-เปิดเมืองกันบ้างในบางระดับ หรืออาจเปิดให้มี “วีซ่าพิเศษ” สำหรับ “นักท่องเที่ยว” ที่เคยเป็นตัวทำรายได้หลักให้ประเทศไทยมาโดยตลอด โดยจะให้มีโอกาสพำนักอยู่ในประเทศ 90 วัน หรือต่อไปอีกถึง 270 วัน ภายในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึงนี้ หรือไม่ อย่างไร ก็ยังไม่ถึงกับชัดเจน...

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...สำหรับบรรดา “นักท่องเที่ยวชาวจีน” ที่นิยมเข้ามาขี้ เข้ามาเยี่ยว แถวๆ “วัดร่องขุ่น” ของอาจารย์ “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” อย่างเป็นพิเศษ คงไม่น่าเกิดแรงกระตุ้น แรงจูงใจมากมายสักเท่าไหร่นัก หรือ “ไม่น่าจะง่าย” เหมือนอย่างที่บทความ “Global Times” เขาได้แสดงความคิด ความเห็น ไว้เมื่อสองวันนี้นั่นแหละว่า “No easy task for Thailand to revive tourism in October despite policy easing” พูดง่ายๆ ว่า...สู้หันมาลด “ความกลัว” ในทุกๆ เรื่อง แล้วหันมาเพิ่ม “ความกล้า” ในการบริหารจัดการ บ้านเมือง ให้เกิดความถูกต้อง ชอบธรรม เป็นธรรมในแต่ละเรื่องๆ ให้มากๆ เข้าไว้นั่นแหละ น่าจะ “เข้าท่า” กว่ากันเยอะเลย...




กำลังโหลดความคิดเห็น...