xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ยอมรับบทไอ้เสือถอย

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในสภาพเหมือนเสือลำบาก หลังจากทำผิดพลาดครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งด้านคำพูดและการกระทำ นอกจากความเชื่อมั่นของคนในพรรครีพับลิกันอาจจะแกว่งแล้ว ตัวทรัมป์ยังเผชิญกับความเข้มของกระบวนการถอดถอน

มีหลักฐานใหม่ปรากฏขึ้นจากคำให้การของอดีตข้าราชการ นักการทูต และคนที่เคยรับใช้ในทำเนียบขาว การพูดจาของคนเหล่านั้น นอกจากไม่ทำให้ทรัมป์ดูดีขึ้นแล้ว ยังทำให้ผู้นำทำเนียบขาวตกที่นั่งลำบาก แทบหมดสภาพความลื่นไหล

ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยใช้ทวิตเตอร์เป็นอาวุธ แก้ตัวสำหรับแนวคิดและนโยบายต่างๆ รวมทั้งการโจมตีคู่ต่อสู้ทางการเมือง กลุ่มผู้วิจารณ์ ตอบโต้สื่อ และบรรดาผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ซึ่งหาช่องทางเจาะยางทรัมป์เอาให้เดี้ยง

ความขลังในคำพูด การกล่าวหา และการโกหกซึ่งหน้า เริ่มไร้พลัง เมื่อหลักฐานต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าทรัมป์แยกเรื่องของรัฐกับเรื่องส่วนตัว และธุรกิจไม่ออก โดยเฉพาะกรณีล่าสุดที่จะให้เวทีประชุมผู้นำประเทศกลุ่มจี 7 ในรีสอร์ตของตัวเอง

เป็นรีสอร์ตชื่อ “ทรัมป์ เนชันแนล ดอรัล” กะว่าจะช่วยทำเงินก้อนงาม!

ช่วงแรกที่เป็นข่าว ทำเอาคนในพรรครีพับลิกันแทบไม่เชื่อว่าทรัมป์จะกล้าทำในสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน จนเป็นประเด็นเรื่องการใช้อำนาจเพื่ออวยธุรกิจของตัวเอง และเป็นการคอร์รัปชันชัดเจน แต่ยังไม่หวั่นการโจมตีโดยสื่อและฝ่ายตรงข้าม

จนกระทั่งเริ่มมีข้อเสนอให้รวมเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการถอดถอน ทรัมป์จึงเริ่มเสียงแผ่ว จากเดิมที่อ้างว่าการประชุมที่รีสอร์ตในรัฐฟลอริดาตัวเองไม่ได้กำไรอะไร เป็นการประหยัดงบประมาณภาครัฐด้วยซ้ำ แต่เมื่อโดนรุกหนัก ก็จำเป็นต้องถอย

ทรัมป์มองว่าเงินที่จะได้จากรีสอร์ต หรือการโฆษณาแหล่งท่องเที่ยวของตัวเองไม่คุ้ม เพราะคนในพรรครีพับลิกันจะมองว่าลำบากในการต้องคอยแก้ตัว แก้ต่างให้ และเมื่อถึงจุดหนึ่งจะเอือมระอากับปัญหาของทรัมป์มากจนเกินไป ช่วยต่อไปไม่ไหว

ถือว่าเป็นการยอมถอยครั้งแรกของทรัมป์ สร้างความผิดหวังให้พรรคเดโมแครตเป็นอย่างมาก เพราะหมายมั่นปั้นมือว่าเรื่องรีสอร์ตสำหรับการประชุมกลุ่มจี 7 เป็นหลักฐานชัดเจนในการเล่นงานจอมลื่นไหล โกหกไฟแลบไม่ซ้ำคำอย่างทรัมป์

สุดท้าย ทรัมป์บอกว่าต้องการที่ใหม่สำหรับการประชุม อาจเป็นแคมป์เดวิดก็ได้ เพราะเป็นสถานที่ของรัฐอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับรีสอร์ตของทรัมป์ในรัฐฟลอริดา ซึ่งดูแล้วเป็นเพียงสถานที่อาจหรูกว่าระดับธรรมดาบ้าง แต่ทำรายได้ให้ทรัมป์แน่

การเปลี่ยนใจของทรัมป์ถือว่าเป็นการจนมุม จำยอมอย่างแท้จริง!

แต่ก็ทิ้งรอยสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์ สอบสวนต่อไปสำหรับพฤติกรรมของทรัมป์ในการใช้รีสอร์ตของตัวเองแสวงหารายได้จากงานของรัฐ ที่ผ่านมามีหลักฐานว่าทหารอากาศส่วนหนึ่งพักที่โรงแรมของทรัมป์ในสกอตแลนด์เสมอ

สหรัฐฯ มีฐานทัพในสกอตแลนด์ ดังนั้นมีนายทหารอากาศหมุนเวียนไปปฏิบัติหน้าที่ และเลือกรีสอร์ตของทรัมป์เป็นที่พัก ทั้งๆ ที่อยู่ห่างไกลจากฐานทัพเมื่อเทียบกับจุดอื่นๆ แม้ยอดรวมการเข้าพักมีเพียงประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ของการพักทั้งหมด

ทรัมป์ยังต้องเผชิญกับการตรวจสอบหลักฐานอย่างอื่นอีกเพียบ โดยเฉพาะเรื่องยูเครนซึ่งพัวพันกับการหาเสียงและหาเรื่องเล่นงานคู่แข่ง นั่นคืออดีตรองประธานาธิบดี โจ ไบเดน ซึ่งทรัมป์อยากให้ผู้นำยูเครนสอบสวนลูกชายของโจ ไบเดน

การขอให้ยูเครนช่วยสอบสวนเป็นเพื่อแลกกับการที่ยูเครนจะได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินและด้านอื่นๆ จากสหรัฐฯ ในรูปแบบ “หมูไปไก่มา” ซึ่งถือว่าเป็นประเด็นหลักในกระบวนการถอดถอน ทั้งมีการให้ปากคำจากอดีตทูตและข้าราชการ

ทรัมป์ไม่พอใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ คนใกล้ชิด ทั้งทนายความส่วนตัว รูดี้ จิวลิอานี กำลังถูกสอบโดยหน่วยต้านการจารกรรมของสำนักงานเอฟบีไอ ซ้ำร้ายรักษาการหัวหน้าสำนักงานของทรัมป์ดันปากโป้งว่าการใช้วิธี “ยื่นหมูยื่นแมว” เป็นเรื่องปกติ

แถมยังย้ำอีกว่ารูปแบบเช่นนี้เป็นเงื่อนไขที่ใช้เป็นข้อต่อรองระหว่างสหรัฐฯ กับรัฐบาลอื่นๆ ในการให้ความช่วยเหลือต่างประเทศ ก็ยิ่งทำให้เป็นหลักฐานมัดแน่น

แต่เรื่องที่ทำให้แกนนำพรรครีพับลิกันรับไม่ได้อย่างแรงคือการที่ทรัมป์ได้ประกาศถอนทหารจากซีเรีย และให้กองทัพตุรกีบุกเข้าโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดตามชายแดนซีเรีย-ตุรกี ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรร่วมกับกับทหารอเมริกันต่อต้านกลุ่มไอซิส

ทั้ง ส.ว.รีพับลิกัน ลินด์ซีย์ เกรแฮม ประธานกรรมาธิการงานยุติธรรม และผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา มิตช์ แมคคอนแนล มองว่าการกระทำของทรัมป์เป็นการทรยศหักหลังมิตรร่วมรบ เป็นความผิดพลาดซึ่งทำให้สหรัฐฯ หมดความน่าเชื่อถือ

ส.ว.แกนนำทั้งคู่มองว่าเป็นประเด็นที่เกี่ยวโยงกับการถอดถอนทรัมป์ได้!

ทรัมป์ถูกมองว่าการไปอี๋อ๋อกับผู้นำตุรกี ยอมให้บุกซีเรียเป็นเพราะทรัมป์นิยมผู้นำติดแนวเผด็จการ แม้จะหาทางให้ตุรกีหยุดการรุก แต่กองทัพตุรกียังลุยต่อ เพราะประธานาธิบดีเออร์โดกันมองว่าทรัมป์ไม่กล้าทำอะไรแม้จะมีมาตรการคว่ำบาตร

หลายเรื่องประดังเข้ามาทำให้ทรัมป์แทบเคลื่อนไหวลำบาก ทั้งพรรคเดโมแครตยังอาจได้ตัวเลขการเสียภาษีเงินได้ของทรัมป์ซึ่งหวงแหนปกปิด ถือว่าเป็นความลับสูงสุด ทำให้ทั้งนักการเมืองและประชาชนอยากรู้เรื่องภาษีของทรัมป์

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ทรัมป์ได้ทำให้สหรัฐฯ สิ้นความน่าเชื่อถือ เป็นเพื่อนที่ไม่น่าไว้ใจ ทำให้คู่แข่งหลักคือรัสเซียได้เข้ากุมอิทธิพลในซีเรียอย่างเด็ดขาด และสร้างบารมีในตะวันออกกลาง รวมทั้งได้เพื่อนใหม่คือกลุ่มเคิร์ดซึ่งซีเรียได้เข้าช่วยเหลือ

ทรัมป์จะเหลือใครเป็นพวกทั้งงานราษฎร์งานหลวง เส้นทางเริ่มแคบลงแล้ว!
กำลังโหลดความคิดเห็น...