xs
xsm
sm
md
lg

‘ความมั่นคงของชาติ’ ในมิติใหม่

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


ประชาชนทุกหมู่เหล่า ยังอยู่ดีมีสุข หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ไร้ทุกข์ กินอิ่มนอนหลับ ไม่มีปัญหา มองไปข้างหน้าเห็นอนาคตแจ่มใส ไม่ต้องห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของลูกหลาน ทำมาหากินง่าย มีเงินทองจับจ่ายใช้คล่อง ใช่หรือไม่?

ยิ่งจากนี้ไป งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาทยังรอวาระ 2 และ 3 จากนั้นเงินจากภาครัฐจะกระจายผ่านโครงการต่างๆ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พัฒนาบ้านเมือง ยังมีโครงการประชานิยมจมไม่ลง ถมไม่เต็มให้ชาวบ้านได้รับของฟรีต่อเนื่อง ใช่หรือไม่

ประชาชนไม่ว่าระดับไหน ถ้าไม่ต้องดิ้นรนตีนถีบปากกัดทุกวัน มีเงินออมสำหรับภาวะฉุกเฉิน ความมั่นคงด้านการเงิน การเงินเยี่ยม ก็คงตอบว่าเป็นสุขดี

แต่คนส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นหรือไม่ ประเด็นนี้คำตอบขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าอยู่ดีมีสุข จมปลักอยู่ในกองทุกข์ ไม่มีหนทางจะลืมตาอ้าปาก ด้อยโอกาสพลิกฟื้นชีวิต บางส่วนต้องยอมรับสภาพ ถูกมองว่าเป็นซอมบี้ สิ้นหนทาง ต้องรอให้รัฐช่วย

เดี๋ยวนี้จะพูด หรือแสดงความเห็นอย่างไร ต้องระวังอย่างมากกับวาทกรรมใหม่ ซึ่งกล่าวว่าคนวิพากษ์ผลงานของรัฐบาลลุงด้านลบต่อเนื่อง เป็น “พวกชังชาติ” ทั้งๆ ที่รัฐบาลเป็นคณะบุคคล ได้ดีมีวาสนาได้กุมอำนาจรัฐ จัดการบ้านเมืองเท่านั้น

รัฐบาลไม่ได้เป็นชาติ เว้นแต่ว่าคนกุมอำนาจรัฐหลงระเริง ผยองอำนาจ อยู่ไปนานๆ นึกว่าประชาชนพอใจ ก็กำเริบ ตัดพ้อ ทวงบุญคุณชาวบ้านเมื่อมีเสียงติติง

อย่างที่ว่า “รัฐบุรุษคิดว่าตนเป็นคนของชาติ และคนอุบาทว์คิดว่าชาติเป็นของตัวเองและพวก” ข้อกล่าวหา ตราหน้าคนไม่เห็นด้วยกับคณะรัฐบาลว่าเป็น “คนชังชาติ” มาจากหลายกลุ่มซึ่งได้รับผลประโยชน์ทางตรงและทางอ้อมจากคนกุมอำนาจ

เป็นธรรมชาติของผู้กุมอำนาจต้องหวงแหนอำนาจ หาทางรักษาไว้ทุกวิธี แม้ต้องจ่ายเงินซื้อความนิยม เอาใจชาวบ้านผู้ยากไร้ทั้งทรัพย์สินและโอกาส ไม่ให้ลุกฮือเรียกร้องสิทธิของตัวเอง ดังนั้นวาทกรรมเรื่องชังชาติยังมีตัวหนุนคือ “ความมั่นคง”

ความมั่นคงของผู้กุมอำนาจก็คือความมั่นคงของสถานภาพของตัวเอง แต่อ้างความมั่นคงของชาติมาบังหน้า ปั่นหัวพวกคนบ้องตื้นที่หลงระเริงกับคารมร้อยลิ้นกะลาวน ไม่รู้สึกว่าตัวเองโดนปล้นและเงินส่วนหนึ่งถูกเอามาซื้อความนิยม

ความมั่นคงไม่ใช่เพียงการต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์สำหรับกองทัพ และจะเป็นการคิดไม่ซื่อ ทรยศต่อชาติด้วยซ้ำ ถ้าซื้ออุปกรณ์ตกรุ่น ล้าสมัย ประสิทธิภาพไม่คุ้มค่าเงิน สู้รบกับใครก็ไม่ได้เพราะอาวุธของเขาเหนือกว่า

จะยิ่งกว่าทรยศ ถ้าการจัดซื้อจัดจ้างเพียงหวังค่านายหน้า เงินทอน อย่างที่เคยเกิดขึ้นกับการจัดซื้อหลายอย่าง เป็นเรื่องฉาวโฉ่ แต่ไม่มีใครกล้าตรวจสอบจริงจัง ทั้งรถถัง รถรบยูเครน เรือเหาะ เครื่องตรวจระเบิด ล้วนเป็นความอัปยศต่อชาติทั้งสิ้น

ความมั่นคงในมิติปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงแค่มีอาวุธดี กองทัพแข็งแกร่ง แต่ต้องหมายถึงประชาชนมีสุขภาพดี ทั้งกาย และจิต มีความมั่นคงด้านรายได้ มีเงินออม มีอนาคต ไม่เป็นคนอมโรค ในร่างกายมีแต่สารพิษสารพัดต้นเหตุของความเจ็บป่วย

การปล่อยให้สารพิษเคมีเกษตรฆ่าประชาชนผู้ใช้และผู้บริโภคต้องเสี่ยงกับอันตรายต่อสุขภาพ ตายผ่อนส่งกับโรคร้าย สิ้นเปลืองงบประมาณด้านสาธารณสุขคือการทำลายความมั่นคงของชาติ เพราะทรัพยากรมนุษย์สำคัญกว่าทุกสิ่ง

ถ้าในกองทัพมีทหารที่รับสารพิษจากเคมีเกษตรเรื้อรัง ห่วงพะวงกับญาติพี่น้อง ครอบครัวที่เจ็บป่วย ขาดเงินทองรักษา จะเป็นกองทัพแข็งแกร่งได้อย่างไร

ถ้าประชาชนขาดการศึกษา เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ต่ำค่า ขาดทักษะ ความรู้ความสามารถ จะแข่งขันกับใครได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคมระดับนานาชาติ

ถ้าผู้กุมอำนาจรัฐ มุ่งกอบโกยผลประโยชน์ เอื้ออวยกลุ่มทุนใหญ่ ประชาชนยากไร้ ยากจน มีหนี้สินทั้งแผ่นดิน อย่างนี้ถือว่าเป็นการทำลายความมั่นคงของชาติ

ถ้าบริหารบ้านเมืองโดยขาดหลักความรับผิดชอบ ตรวจสอบไม่ได้ ไร้คุณธรรม ศีลธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “Accountability Probity” บ้านเมืองก็ขาดระบบที่เป็นหลักประกันว่าจะมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกคนอยู่ใต้กฎหมาย

ทุกวันนี้สื่อบางพวกซึ่งควรเป็นมืออาชีพรับบทเป็นหมาเฝ้าบ้านเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน กลับทำหน้าที่ปกป้อง แก้ต่างให้รัฐบาล โจมตีฝ่ายไม่เห็นด้วยกับคนกุมอำนาจอย่างแข็งขัน ยิ่งกว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์รัฐซึ่งแทบไม่มีงานทำ

กลุ่มนี้จัดได้ว่า “อยู่เป็น” เพราะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ ลืมไปว่าบทบาทแท้จริงต้องดูแลผลประโยชน์ของประชาชนสมกับความไว้วางใจ

“คนชังชาติ” ไม่ใช่คนชังประเทศ แต่ชังคนกุมอำนาจรัฐที่มุ่งหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ทำให้ระบบคุณธรรม กฎหมาย ไร้ความหมาย ประเทศนี้มีดีทุกอย่าง แต่ผู้กุมอำนาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งได้โอกาสกอบโกยความมั่งคั่งอย่างเต็มที่

สภาพบ้านเมืองปัจจุบัน ถ้าจะสรุปง่ายๆ คือ ประชาชนผู้ด้อยโอกาส อยู่ในระดับต่ำกว่ากลางสู่ระดับหาเช้ากินค่ำ กำลังมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองว่าจะดีขึ้นได้อย่างไร ทำมาหากินฝืดเคืองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า

มีคนเถียงว่าถ้างอมืองอเท้า ไม่ทำมาหากิน จะมีรายได้อย่างไร? ต้องบอกว่าโอกาสที่เคยมี ปัจจุบันได้ถูกทำลายไปเกือบสิ้นแล้วโดยระบบทุนนิยมสามานย์ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ภายใต้การค้าเสรี แต่มีการเอื้ออวยผลประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่

การมุ่งกู้เงินก้อนใหญ่ สร้างหนี้สินต่อเนื่อง ก็เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ!
กำลังโหลดความคิดเห็น...