xs
xsm
sm
md
lg

“ธนาธร”เปลือยล่อนจ้อน เหยียบ“แม้ว”ต่อรองศาลเอาตัวรอด!?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**“ผมตั้งใจอย่างจริงจังที่จะทำงานการเมืองโดยไม่อยากให้มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างที่ นายทักษิณ ชินวัตร โดนมาก่อน ต้องการให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย”
**“หากศาลตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายด์ทรัสต์ทันที เพราะต้องการใช้มาตรฐานนักการเมืองตะวันตกในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน”
**“ผมไม่ต้องการเข้ามาเพื่อมีผลประโยชน์ หรือบริวารห้อมล้อมเหมือน นายทักษิณ เพราะผมอยากเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ ซึ่งถ้ายังอยู่แบบนี้ ก็จะเดินต่อไปไม่ได้”
หรืออีกหลายคำพูด เช่น“จำไม่ได้”หรือ “ครอบครัวผมไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน”เมื่อถูกซักถามในเรื่องที่น่าสงสัย เกี่ยวกับวันโอนหุ้นว่า ทำไมถึงเป็นที่ 8 มกราคม ปี 62 จริงหรือไม่ หรือคำถามที่สงสัยว่า ทำไมถึงเพิ่งนำเช็คไปขึ้นเงินในเดือนพฤษภาคม หลังจากโอนขายหุ้นในเดือนมกราคม เป็นต้น
อากัปกิริยาท่าทางของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในวันไต่สวนพยานในศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่18 ตุลาคม ในคดีที่ถูกร้องกรณีถือหุ้นสื่อจาก บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ทำให้ขาดคุณสมบัติในการรับสมัครส.ส.หรือไม่ ในวันดังกล่าว หากสังเกตจะพบว่าเขาไม่มีอาการที่สงบ ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่แทบตลอดเวลา หลายครั้งที่มี
อารมณ์ฉุนเฉียว และมีหลายคำพูดที่ “หลุด”ออกมา ในแบบที่เรียกว่า น่าแปลกใจว่าเหตุใดถึงได้พูด หรือแสดงท่าทีแบบนั้นออกมา เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นผลลบ มากกว่าผลบวก
การแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวออกมาในศาล ถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะนักการเมืองที่มักประกาศโปรโมตตัวเองว่าเป็น“ความหวังใหม่”ของบ้านเมือง ความไม่นิ่งเมื่อมีแรงกดดัน ทำให้เหตุการณ์ในวันนั้น เขาได้รับการประเมินใหม่จากสังคมที่จับจ้องในตัวเขา ว่าเขาจะใช้โอกาสนั้นมีการนำเสนอหลักฐาน และเหตุผลที่น่าเชื่อถือต่อศาลรัฐธรรมนูญ และต่อสังคมภายนอกที่กำลังสังเกตการณ์อยู่อย่างไร โดยส่วนใหญ่เขาเสียเวลาไปกับการแสดงอารมณ์โกรธ ตอบโต้ข้อซักถามแบบยียวน หรืออาจเป็นเพราะไม่มีหลักฐานอื่นที่มาหักล้างข้อกล่าวหาได้ จึงต้องแสดงท่าทีดังกล่าวออกมา หรือบอกว่า “จำไม่ได้”เพื่อตัดบท และเป็นแท็กติกทางกฎหมาย ตามคำแนะนำจากทนายความ ป้องกันไม่ให้ พลาดท่ามากไปกว่านี้ หรือเปล่า
**ขณะเดียวกันสิ่งที่ถือว่า“พลาด”อย่างที่ไม่ควรให้อภัยสำหรับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็คือ การไปพูดพาดพิงไปถึง "ทักษิณ ชินวัตร" จนสร้างกระแสความไม่พอใจกับพวกบรรดาสาวก “ลิ่วล้อ”อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาความไม่พอใจในลักษณะแบบนี้ มักเป็นการวิเคราะห์ในแบบที่ว่าต่างคนต่างแสวงหาผลประโยชน์ระหว่างกัน หรือแม้แต่กรณีที่ พรรคอนาคตใหม่ และตัว ธนาธร เองที่ได้กระแส คะแนนที่ไหลเทมาให้ หลังจาก"พรรคไทยรักษาชาติ"ถูกยุบไป แต่ก็ไม่เคยชัดเจนเท่ากับการพูดแบบที่ว่าของ ธนาธร ในครั้งนี้
หากจะบอกว่าคำพูดดังกล่าวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นการ “ด่า”หรือจงใจ“เหยียบ”ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นไปเพื่อให้ตัวเองเอาตัวรอด เพราะคำพูดที่ย้ำว่า“หากศาลตัดสินเป็นคุณกับผม ผมจะออกไปทำเรื่องบลายด์ทรัสต์ทันที เพราะต้องการใช้มาตรฐานนักการเมืองตะวันตกในการจัดการผลประโยชน์ทับซ้อน”
“ผมไม่ต้องการเข้ามาเพื่อมีผลประโยชน์หรือบริวารห้อมล้อมเหมือน นายทักษิณ เพราะผมอยากเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ ซึ่งถ้ายังอยู่แบบนี้ก็จะเดินต่อไปไม่ได้”ซึ่งความหมายที่เข้าใจได้ก็คือ การ“ต่อรอง”กับศาลนั่นแหละ แต่ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งในอารมณ์ของฝ่าย ทักษิณ มันก็เหมือนการถูก “ตบหน้าซ้ำกลางตลาด”ไม่มีผิด และอย่าได้แปลกใจ ที่บรรดาพวกที่เคยสนับสนุน ทักษิณ ชินวัตร ทั้งพวกคนเสื้อแดง หรือคนอื่นๆ ที่ต่างดาหน้าออกมาโจมตี ด่าทอ ตอบโต้กลับไปอย่างรุนแรง เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนกับ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน
และด้วยกระแสตอบโต้กลับมาอย่างรุนแรงดังกล่าว จนทำให้เขาต้องรีบดับกระแสอย่างรวดเร็ว ด้วยการโพสต์ข้อความ “ขอโทษ”โดยอ้างว่า เป็นเพราะบรรยากาศกดดันในศาล ขณะเดียวกัน เขาต้องเดินทางไปขอโทษโดยตรงถึงที่พรรคเพื่อไทย กับ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" หัวหน้าพรรค ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมได้รับการอภัย เนื่องจากภารกิจของพรรคฝ่ายค้านที่ต้องทำงานร่วมกันต่อไป ก็ต้องกล้ำกลืนความรู้สึกเอาไว้ก่อน
อย่างไรก็ดี สำหรับบรรดาสาวกของ ทักษิณ ชินวัตร งานนี้คงไม่แฮปปี้แน่นอน เพราะเมื่อพิจารณาจากอารมณ์ และความรู้สึกที่สื่อออกมาหลังจาก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูด “เหยียบ”ให้จมดินแบบนั้น ทุกอย่างคงไม่เหมือนเดิม และในอนาคตการ “เทใจ”ให้กับพรรคอนาคตใหม่อีกหรือไม่ คงต้องคิดกันหนักแน่ ขณะเดียวกันในด้านของ ธนาธร ถือว่างานนี้พลาดอย่างไม่ควรให้อภัย แต่อีกด้านหนึ่งมันก็สะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะ ทั้งทางอารมณ์และความคิด ในแบบตัวตนของเขา เพราะงานนี้เป็นการ“เปลือยตัวตน”ออกมาอย่างล่อนจ้อนที่สุด
** ที่สำคัญ ยังเป็นการทำลายฐานสนับสนุนที่เคยได้รับมาในอดีตลงไปอย่างน่าเจ็บใจ แม้ว่าทั้งสองฝ่ายคงต้องกัดฟันกอดคอกันต่อ แต่สำหรับบรรดาสาวกพรรคเพื่อไทยของ ทักษิณ ชินวัตร เชื่อว่าคงต้องคิดกันหนักแน่ เพราะงานนี้มันเสียความรู้สึกจนยากที่จะถอนกลับมาเหมือนเดิมแล้ว !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...