xs
xsm
sm
md
lg

“สุขุม”คาดแบน 3สารพิษสำเร็จ ติงรัฐอย่าโอนอ่อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"ดร.ยุทธพร" ชี้ คกก.วัตถุอันตราย มีสิทธิโหวตสวนรัฐมนตรีเรื่องแบนสารพิษ แต่ถ้ามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องต้องโดนสอบ ด้าน"สุขุม นวลสกุล" เชื่อแบนสำเร็จ เหตุฝ่ายหนุนใช้ต่อมีแต่เรื่องราคาถูก ไม่มีหลักประกันเรื่องสุขภาพ ติงฝ่ายรัฐโอนอ่อน ถ้าไม่แบนทันที จะโดนตั้งคำถามเห็นชีวิตคนเป็นอะไร

รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดี ม.รามคำแหง ให้ความเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างฝ่ายที่หนุน และฝ่ายที่ต้องการแบน3 สารเคมีทางการเกษตร(พาราควอต ไกลโฟเซต คลอร์ไพรีฟอส) ว่า น่าจะแบนได้ วิเคราะห์จากการให้ข่าวของทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งบอกว่ามีอันตรายต่อชีวิต ทำให้เกิดโรค ทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ ต่อสุขภาพของผู้ใช้ และผู้บริโภค ขณะที่อีกฝ่าย มาพูดเรื่องราคาถูก แต่ไม่ได้ประกันเรื่องสุขภาพให้กับประชาชนเลย จะเห็นว่าข้อมูลของฝ่ายแบน มีเหตุผลดีกว่า

"เรื่องสุขภาพ ไม่สมควรจะเอาอะไรมาต่อรองทั้งสิ้น ของบางอย่างต้องกลบฝังดินเลย ไม่ใช่ว่าเหลือแล้วต้องใช้ให้หมด เรื่องนี้ถ้าภาครัฐไปโอนอ่อนผ่อนตาม กลับไปบอกว่าให้แบนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ยิ่งจะโดนสั่งคมวิพากษ์วิจารณ์ โดนตั้งคำถามว่าเห็นชีวิตคนเป็นอะไร" รศ.สุขุม กล่าว

ขณะที่รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงกระแสเรื่องแบน 3 สารพิษ ว่า ตามข่าวคือคณะกรรมการวัตถุอันตรายจะโหวตเรื่องดังกล่าวในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งส่วนผสมของคณะกรรมข้างต้น ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ ก็น่าจะโหวตตามจุดยืนของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง แต่ถ้าโหวตสวนขึ้นมา ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน คงจะไปโยกย้ายกันไม่ได้ เพราะจะขัดกฎหมาย เป็นการแทรกแซงข้าราชการ ยกเว้นว่า มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าพบหลักฐานสามารถสั่งสอบได้เลย

ส่วนการเกิดขึ้นของฝ่านหนุนสารเคมี ไม่มองว่าเป็นขบวนการ แต่เป็นเรื่องปกติของสังคมประชาธิปไตย ที่มันจะมีทั้งเห็นด้วย และเห็นต่าง แต่ขอให้สู้กันด้วยข้อมูล อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สังคมได้เดินมาไกลแล้ว คนที่กลัวสารเคมีก็เป็นสิทธิ์ของเขา อย่าไปปรามาสว่ารู้น้อย ไม่หาข้อมูล เพราะหากจะเปลี่ยนใจก็ต้องให้ข้อมูลแก่อีกฝ่าย

เมื่อถามว่า หากผลการโหวตของคณะกรรมการวัตุอันตราย ออกมาว่าให้ใช้สารพิษต่อ จำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบหรือไม่ รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องให้ใครมารับผิดชอบ เพราะฝ่ายที่เขาสนับสนุนให้ยกเลิก ก็ทำเต็มที่ และเหตุผลก็น่าฟัง เป็นเรื่องของสุขภาพคนไทย ทั้งนี้ ควรจะกลับมาหารือกันว่า ทำไมถึงให้ใช้ต่อ รวมทั้งไปมองว่า ถ้าให้ใช้ต่อจะใช้อย่างไร ถึงจะปลอดภัยที่สุด
กำลังโหลดความคิดเห็น...