xs
xsm
sm
md
lg

สภาฯ374เสียงอนุมัติ พ.ร.ก.โอนกำลังฯ 70อนาคตใหม่โหวตสวน-4ส.ส.แตกแถว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สภาฯมีมติ 374 ต่อ 70 เสียง เห็นชอบ พ.ร.ก.โอนย้ายกำลังพลฯ “ปิยบุตร” ร่ายยาวไม่ใช่เรื่องฉุกเฉินตาม รธน. ม.172 อัด “บิ๊กตู่” หมด ม.44 หันมาใช้ พ.ร.ก.เสริมอำนาจพิเศษ หากปล่อยไปหวั่นสร้างบรรทัดฐานผิดๆ ต้องดัดนิสัย ก่อนนำ 70 ส.ส.อนาคตใหม่ โหวตไม่เห็นชอบ ด้าน “พีระพันธุ์” ระบุความปลอดภัยสถาบันกษัตริย์เร่งด่วนเทียบเท่าความมั่นคงชาติ เผย 4 ส.ส.อนาคตใหม่สวนแนวทางพรรค “วิษณุ” เผยไร้ปัญหา ส.ส.อนาคตใหม่ ไม่เห็นชอบ พ.ร.ก. เตือนพูดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาต้องรับผิดชอบ ไม่ตกใจ "ปิยบุตร" อภิปราย

วานนี้ (17 ต.ค.) เมื่อเวลา 09.45 น. ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระ พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ. 2562 ซึ่ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เป็นผู้เสนอเหตุผลว่า เพื่อสนับสนุนภารกิจส่วนราชการในพระองค์ในการปฏิบัติหน้าที่ การถวายพระเกียรติ และการรักษาความปลอดภัยขององค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งให้การปฏิบัติภารกิจทั้งปวงตามพระราชอัธยาศัย และตามพระราชประเพณีให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ และเกิดความปลอดภัยสูงสุด จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วน อันมิอาจหลีกเลี่ยงในการที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรากฎหมายฉบับนี้

ซัดนายกฯเสพติดมาตรา 44

ต่อมา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้อภิปรายว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ารับหน้าที่เป็นเวลา 3 เดือน ตรา พ.ร.ก.ไปแล้ว 2 ฉบับ ซึ่งทั้ง 2 ฉบับนี้ มีปัญหาว่าเป็น พ.ร.ก.ที่เข้าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 หรือไม่ ประเด็นปัญหาอยู่ที่ว่า กรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งคิดว่าเป็นปัญหาในทางรัฐธรรมนูญ เพราะคำว่าฉุกเฉิน คือสิ่งที่เป็นไปปัจจุบันทันด่วน และแก้ไขโดยพลัน และคำว่า จำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หมายถึง ต้องทำทันที ถ้าไม่ทำจะเกิดผลร้ายแรงตามมา และในหมายเหตุท้าย พ.ร.ก.ยืนยันว่า เป็นไปเพื่อสนับสนุนภารกิจส่วนราชการในพระองค์เกี่ยวกับการถวายอารักขา ถวายพระเกียรติ และถวายรักษาความปลอดภัย นี่คือวัตถุประสงค์ของกฎหมาย แต่ประเด็น คือ ถ้าหากว่า ครม.ยืนยันว่า พ.ร.ก.นี้มีความจำเป็นรีบด่วน ครม.จำเป็นต้องแสดงข้อเท็จจริงให้สภาฯ ทราบว่า ณ วันที่ออก พ.ร.ก.มีเรื่องอะไรที่กระทบต่อการถวายอารักขา การถวายพระเกียรติ แต่ ครม.ไม่ได้ชี้แจงเลย

"สิ่งเหล่านี้มีปัญหากับการใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่คุ้นชินกับการมีอำนาจพิเศษ และอำนาจ มาตรา 44 ที่ใช้มา 5 ปีเศษ ประเภทเปิดปุ๊บ ติดปั๊บ ตลอด 5 ปี ที่ใช้อำนาจมาตรา 44 ออกคำสั่งมาแล้วเกิดความผิดพลาดมากมาย บางกรณีก็ใช้ มาตรา 44 แก้ไข มาตรา 44 ที่ออกมาผิดพลาด วันนี้เราเข้าสู่ระบบปกติแล้ว เราใช้รัฐ ธรรมนูญ 2560 ท่านไม่มี มาตรา 44 อีกแล้ว ไม่มีมนต์วิเศษ ประเภทที่สั่งอะไรแล้วไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่มีอีกแล้ว ดังนั้นนายกรัฐมนตรี และครม. ต้องไม่ลืมว่ามีสภาฯแล้ว เขาไม่ใช่ลูกน้อง หรือผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน การใช้อำนาจของครม. จึงต้องเคารพรัฐธรรมนูญ และระมัดระวังรอบคอบกว่าเดิมไม่ใช่อยากทำอะไรก็ทำ ผมเห็นว่าการตรา พ.ร.ก.นี้ เป็นข้อยกเว้น ยอมให้อำนาจกับครม. ดังนั้น จึงต้องทำอย่างจำกัดเคร่งครัด ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 172 กำหนด" นายปิยบุตร กล่าว

ชี้หากขัด รธน.-ครม.ต้องรับผิดชอบ

นายปิยุบตร กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเคยชินจะใช้ช่องทางตาม มาตรา 172 เสมือนกับมีอำนาจตาม มาตรา 44 ไม่ได้ และหากเราปล่อยผ่านเรื่องนี้ เท่ากับว่าเรากำหนดสนับสนุนนิสัยการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยืนยันว่า อะไรก็จะใช้อำนาจรวดเร็วเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่เสมอ หากไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ เราจะช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้อำนาจ แต่หากปล่อยผ่านเรื่องนี้ จะกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิด นายกฯ อยากได้อะไรขี้เกียจรอสภาฯ นานวันเข้าการ ออก พ.ร.ก.จะกลายสภาพเป็น มาตรา 44 จำแลง เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง

"ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร และรัฐธรรมนูญไทย ก็รับรองต่อเนื่องเรื่อยมา คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ ประชาชนเป็นผู้ทรงอำนาจประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ เป็นผู้ใช้อำนาจประชาธิปไตยผ่านทางรัฐสภา ครม.และศาล พระมหากษัตริย์ไม่ทรงกระทำอะไรผิด พระมหากษัตริย์ไม่ทรงต้องรับผิดชอบ แต่รัฐมนตรีผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ และไม่ใช่แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 3/2562 ในคดียุบพรรคไทยรักษาชาติ เนื้อหาของคำวินิจฉัยของศาลฯ ยืนยันว่า มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของรัฐ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง ทรงเป็นกลางทางการเมือง และใช้คำว่า ปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง หนังสือตำราหลายเล่มของนักวิชาการด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งก็อยู่ในรัฐมนตรีชุดนี้ด้วย ก็เขียนเรื่องนี้เช่นกันว่า ระบอบนี้คือ พระมหากษัตริย์ทรงปกเกล้าแต่ไม่ปกครอง รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ" นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวทิ้งทายว่า พรรคอนาคตใหม่และตน ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การอภิปรายในวันนี้ เป็นไปเพื่อยืนยันอำนาจของสภาฯ ตามรัฐธรรมนูญ ตรวจสอบถ่วงดุลกับฝ่ายบริหาร รักษาระบบรัฐสภา ที่สำคัญที่สุดคือ การรักษา ปกป้องระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี มิใช่ชี้หน้าด่าคนอื่นว่าไม่จงรักภักดี การแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ไม่ใช่การใช้อำนาจกระทำการใดเพื่อทำให้คนคิดว่าพระมหากษัตริย์เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจ ด้วยเหตุผลที่อภิปรายทั้งหมด เห็นว่า พ.ร.ก.ตราขึ้นโดยไม่เป็นไปตาม มาตรา 172 ตนในฐานะ ส.ส.ไม่สามารถลงมติอนุมัติ พ.ร.ก.นี้ได้

”พีระพันธุ์”ชี้เป็นกรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน

ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงว่า กระทรวงกลาโหม มีภารกิจตามที่กฎหมายกำหนด โดยกองทัพบก กำหนดให้กรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เป็นหน่วยทหารหลักที่มีภารกิจโดยตรงในการถวายความปลอดภัยต่อพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ อันเป็นหน้าที่สำคัญยิ่ง ที่ต้องปกป้องสถาบันกษัตริย์ อันเป็นที่เคารพรักของคนไทยทุกคน เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ การปรับโอนครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ไปเป็นของส่วนราชการในพระองค์ จึงต้องดำเนินการโอนอัตราทั้ง 2 หน่วยไปเพื่อให้หน่วยมีความพร้อมทุกด้านตลอดเวลา มีการจัดอัตรากำลังพลที่เหมาะสม โดยเร็วที่สุด อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับการต้องมีหมุนเวียนกำลังพลต่างๆ ตามอำนาจหน้าที่ที่รับผิดชอบ และมีการฝึกเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถให้มีความพร้อมอยู่เสมอ และต้องไม่มีข้อบกพร่องโดยเด็ดขาด และให้สอดคล้องกับการบริการจัดการเรื่องงบประมาณให้สอดคล้องงบปี 63 จึงถือเป็นกรณีฉุกเฉินจำเป็นรีบด่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

ด้าน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสริมว่า ความมั่นคงของประเทศ กับความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือว่าเป็นเรื่องเดียวกัน อะไรที่กระทบสถาบันกษัตริย์ ก็เท่ากับกระทบความมั่นคงของประเทศด้วย ดังนั้นการถวายความปลอดภัยให้พระมหากษัตริย์จึงเปรียบเสมือนการถวายความปลอดภัยให้กับประเทศชาติ ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ที่ไม่เป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ในเมื่อความปลอดภัยของประเทศ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน อะไรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของสถาบันกษัตริย์ จึงไม่ต่างกัน ส่วนอะไรถือเป็นเร่งด่วนหรือไม่ เราควรให้อำนาจฝ่ายบริหารพิจารณา เราในฐานะสภาผู้แทนฯ ควรพิจารณาว่าเหตุผลนั้นเห็นด้วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแต่ละท่าน หากไม่เห็นด้วย ก็ใช้สิทธิตามที่กฎหมายกำหนด แต่สำหรับตนเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน และให้การรับรอง

70 เสียงอนาคตใหม่ไม่เห็นชอบ

จากนั้นที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่มีมติอนุมัติ ด้วยคะแนน 374 ต่อ 70 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง โดยจะส่งต่อให้วุฒิสภาให้ความอนุมัติอีกครั้ง ในวันที่ 20 ต.ค.นี้ เพื่อเป็นสถานะเป็นพระราชบัญญัติต่อไป

สำหรับ ส.ส.ที่ไม่อนุมัติทั้ง 70 เสียงเป็น ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ที่ลงมติเห็นด้วยกับ พ.ร.ก. 3 เสียง คือ 1.น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่, 2.นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ และ 3.พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี พรรคอนาคตใหม่ นอกจากนี้ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคอนาคตใหม่ ใช้สิทธิงดออกเสียง เช่นเดียวกับ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แต่รายของ พล.ต.ต.สุรินทร์ ชี้แจงว่า ลงมติเห็นด้วยกับ พ.ร.ก. แต่ปรากฏว่าเครื่องลงคะแนนขัดข้อง จึงทำหนังสือแจ้งประธานสภาฯแล้ว

นอกจากนี้ มี ส.ส.ที่มาร่วมประชุมสภาในวันนี้ แต่ไม่ร่วมลงคะแนนในการโหวต พ.ร.ก. คือ 1.นายนิรามาน สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่, 2.นายอนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี พรรคอนาคตใหม่ และ 3.น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ขณะที่ใช้สิทธิลา 2 คน ได้แก่ น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ลาประชุมเนื่องจากมารดาเสียชีวิต และ น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลาประชุม เนื่องจากติดภารกิจในต่างประเทศ

ทั้งนี้รายงานข่าวจากพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ในการโหวต พ.ร.ก.ดังกล่าว ไม่ได้มีมติพรรคกำหนดว่าต้องโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ให้เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. แต่ละคนที่จะตัดสินใจในการโหวต

"วิษณุ" ไม่ตกใจ 70 เสียง อนค.ไม่เห็นชอบ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พรรคอนาคตใหม่ ลงมติไม่เห็นชอบ 70 เสียง ว่า ไม่มีปัญหา ตนไม่ถือว่าผิดปกติ การมีเสียงไม่เห็นด้วย เป็นเรื่องธรรมดา เมื่อในสภาฯ มีการลงมติ ก็ต้องมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ดังนั้น จึงไม่เห็นว่าเป็นความแปลกประหลาดอะไร

"เรื่องนี้เป็น พ.ร.ก.ของรัฐบาล อย่างที่เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่พูดนั้น ถูกต้อง รัฐบาลเป็นคนคิด เป็นคนเสนอ และรัฐบาลเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ เพราะฉะนั้นถ้า พ.ร.ก.ดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาฯ รัฐบาลเป็นคนรับผิดชอบ ต้องลาออก หรือยุบสภา" นายวิษณุ กล่าว

เมื่อถามว่า การอภิปรายที่มีการพูดเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา ผู้พูดต้องรับผิดชอบตัวเองใช่ หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็รับผิดชอบกันเอง ส่วนที่หลายคนรู้สึกตกใจกับการอภิปรายของนายปิยบุตรนั้น แต่ตนไม่ตกใจ
กำลังโหลดความคิดเห็น...