xs
xsm
sm
md
lg

ชาติในกมลกบาลของธนาธร

เผยแพร่:   โดย: สุรวิชช์ วีรวรรณ


พวกเสรีนิยมเขาไม่ค่อยคิดเรื่องชาติหรอกครับ เขาไม่ค่อยสนเรื่องพรมแดน เขาคิดแต่เรื่องที่ทุกคนต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เคารพความเสมอภาคในสิทธิเสรีภาพรวมถึงเคารพความแตกต่างและหลากหลายคิดเรื่องการแข่งขันเสรีมากกว่า

เขาเลยไม่ได้สนใจเหมือนที่อดีตนายกรัฐมนตรีบางคนเคยพูดว่ายูเอ็นไม่ใช่พ่อ แต่สำหรับพวกเสรีนิยมที่ไม่ยึดติดเรื่องความเป็นรัฐชาติยูเอ็น นี่คือพ่อบังเกิดเกล้าเลยล่ะ เขาสนใจความเป็นโลกไร้พรมแดนมากกว่าความเป็นชาติ

จำได้ไหมครั้งหนึ่งธนาธรโดนตำรวจเรียกไปสอบสวนสิ่งที่เขาทำคือการเชิญเจ้าหน้าที่ทูตต่างชาติไปร่วมรับฟังโดยไม่สนใจเรื่องอธิปไตย และสิทธิในอาณาเขตของชาติตัวเอง

นอกจากนั้นหลังเลือกตั้งเสร็จใหม่ๆ ธนาธรที่ถูกทำทัณฑ์บนให้หยุดปฏิบัติหน้าที่บอกว่าจะไปพบกับนักการเมืองและรัฐบาลเบลเยียม เยอรมนี อังกฤษ สหรัฐฯ และตัวแทนอียูเพื่ออัพเดทสถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้ง

ตอนนั้นก็งงนะครับว่า เรื่องการเมืองบ้านเราจะเดินสายไปรายงานให้ฝรั่งเขาฟังทำไม มันเป็นเรื่องการเมืองภายในของเรา นี่เป็นอีกเรื่องที่ธนาธรเชื่อตามแนวทางเสรีนิยมว่าไม่มีพรมแดนรัฐเรื่องของเราถ้ากระทบหลักการของเสรีนิยมใครก็ควรเข้ามายุ่ง

แล้วไม่นานมานี้ก็มีคนค้นพบว่าธนาธรจ้างการทำสัญญาว่าจ้าง APCO Worldwide LLC บริษัทล็อบบี้ยิสต์ในสหรัฐอเมริกา

หลังเรื่องแดงขึ้นมาว่าเขาจ้างล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติเพื่อเดินเกมการเมืองระหว่างประเทศ เขาอ้างว่าเขาจ้างบริษัท APCO Worldwide LLC เพื่อเป็นที่ปรึกษามาจัดการโลจิสติกส์ต่างๆ และนัดแนะในการเข้าพบองค์กรต่างๆ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

แต่กรณีนี้ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการกระทำเพื่อหวังผลทางการเมือง และอาจขัดต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองหรือไม่ แต่ต่อมาธนาธรบอกว่าเขาไม่เกี่ยวกับกรณีมีคนต่างชาติไปประท้วงลุงตู่ที่สหรัฐฯ

แต่เจตนาของธนาธรก็ชัดเจนว่าเขาเดินเกมเพื่อใช้โลกล้อมประเทศ ไม่ต่างกับทักษิณคือพยายามดึงต่างชาติมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในประเทศตัวเอง

และจากทัศนคติแบบนี้ของเขาแน่นอนย่อมเชื่อได้ว่า เขาเชื่อมั่นในแนวทางของการต่อสู้ในฮ่องกงเช่นกัน ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่แสดงพฤติกรรมออกมา

ความเป็นเสรีนิยมเขาไม่สนใจหรอกว่าแผ่นดินนี้คือแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเขามาอาศัยสร้างตัว และความวุ่นวายในฮ่องกงนั้นส่งผลต่อแผ่นดินที่บรรพบุรุษของเขาอาศัยเกิด

หลังจากสถานทูตจีนได้ออกแถลงการณ์ประณามนักการเมืองไทยว่ากลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน ยังได้สมคบกับกลุ่มอิทธิพลภายนอกเผยแพร่ข่าวลือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อวัตถุประสงค์ที่มิอาจเปิดเผยของตน นักการเมืองประเทศไทยบางคนมีการติดต่อกับกลุ่มที่คิดจะแบ่งแยกฮ่องกงออกจากประเทศจีน โดยมีท่าทีเชิงสนับสนุนซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดอย่างร้ายแรงและไร้ความรับผิดชอบ ฝ่ายจีนหวังว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถรับรู้ข้อเท็จจริงของปัญหาฮ่องกงใช้ความระมัดระวังทำในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อมิตรภาพจีน-ไทย

แน่นอนว่าหมายถึงใครไปไม่ได้นอกจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ไปถ่ายรูปกับโจชัว หว่องแกนนำคนสำคัญในการเคลื่อนไหวต่อต้านจีน

และต่อมาธนาธรได้ชี้แจงว่าเขาและหว่องพบกันในบริเวณงาน และได้คุยกันประมาณ 5 นาที เราถ่ายรูปด้วยกันและแยกย้ายกันหลังจากนั้น นอกจากนี้เขาได้อธิบายยาวเหยียดรวม 9 หัวข้อ

ผมยกมา 3 หัวข้อคือ

6. ผมได้พูดถึง “ฮ่องกง” ในระหว่างที่ผมบรรยายอยู่บนเวทีจริง ผมกล่าวว่าเมื่อปลายปี 2560 ตอนที่ผมและเพื่อนๆ กำลังตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของระบอบ คสช. เราครุ่นคิดกันว่าจะสร้างขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม (Social Movement) หรือพรรคการเมือง (ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เล่าผ่านหลายสื่อในหลายวาระและโอกาสแล้ว) โจทย์นี้เป็นโจทย์ใหญ่และฮ่องกงชวนให้เราคิดถึงโมเดลขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม แต่สุดท้ายเราตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองและต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบรัฐสภาแทน เนื่องจากความสูญเสียจากการสลายการชุมนุมปี 2553 ยังคงบาดลึกอยู่ในสังคมไทย

7. ถ้าจะถามผมต่อเรื่องฮ่องกงผมสนับสนุนการเคารพธรรมนูญการปกครองฮ่องกงหรือ Basic Law ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อฮ่องกงถูกส่งคืนสู่เขตอำนาจอธิปไตยของจีนโดยยึดหลัก “หนึ่งประเทศสองระบบ” อย่างสมดุลและเคารพสิทธิการเลือกตั้งผู้บริหารฮ่องกงอย่างเป็นประชาธิปไตยตามที่ระบุไว้ใน Basic Law มาตรา 45

8. ผมสนับสนุนการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น และการแสดงออกโดยสันติเสมอมา ผมปรารถนาที่จะเห็นสถานการณ์ที่ฮ่องกงคลี่คลายไปได้ด้วยดี ผมไม่ปรารถนาเห็นการใช้ความรุนแรงต่อทั้งพลเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ทางออกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการฟื้นฟูความเชื่อถือและไว้วางใจระหว่างเจ้าหน้าที่กับพลเมืองขึ้นมาไม่ดำเนินการหรือใช้มาตรการใดๆ ที่ไม่สมควรแก่เหตุ

ชัดเจนว่าจากข้อ 6 การเคลื่อนไหวในฮ่องกงคือ แรงบันดาลใจของเขาในการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ซึ่งโจชัว หว่องก็ตั้งพรรคก่อนที่จะปลุกมวลชนออกมาในครั้งนี้ ถ้าธนาธรไม่เชื่ออย่างนั้นจริง ถามว่าจะยอมถ่ายรูปกับโจชัว หว่องซึ่งมีแนวคิดตรงข้ามกับข้อ 7-8 ไหม

แต่ถ้าจำกันได้ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงเทพฯ เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ธนาธรได้เรียกร้องให้อาเซียนก้าวข้ามหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของชาติสมาชิกไปสู่การช่วยเหลือ และร่วมมือตรวจสอบกันและกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งภูมิภาค เพราะที่ผ่านมาหลักการดังกล่าวทำให้เกิดการเพิกเฉยต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพพลเมือง และยังทำให้การแก้ปัญหาไม่สามารถทำได้อย่างยั่งยืนเช่นปัญหาผู้ลี้ภัยโรฮิงญาจะไม่สามารถแก้ได้อย่างถาวรหากชาติอาเซียนไม่ช่วยรัฐบาลเมียนมาร์แก้ปัญหาที่ต้นตอ ยุติการเลือกปฏิบัติและความรุนแรงต่อชาวโรฮิงญาและการันตีสิทธิพลเมืองให้พวกเขาสามารถกลับบ้านเกิดได้อย่างปลอดภัย

แน่นอนแนวคิด “ให้ก้าวข้ามหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในชาติสมาชิก”นั้น อาจตีความว่าธนาธรหมายถึงกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ก็น่าจะตีความได้เช่นเดียวกันว่านี่เป็นทัศนะของธนาธรที่อยู่ในใจซึ่งมองว่าการแทรกแซงกิจการภายในของกันระหว่างประเทศนั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องและใครๆ ก็กล่าวกันว่าวิธีคิดของธนาธรเป็นวิธีคิดที่อ่อนหัดไม่เข้าใจเรื่องอธิปไตย และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ดังนั้น ลองพิจารณาว่าข้อแถลงแก้ตัวหลังจากสถานทูตจีนออกมาประณามของธนาธรกับจิตสำนึกที่แท้จริงนั้นอันไหนจริงหรือเท็จ


ติดตามผู้เขียนได้ที่ https://www.facebook.com/surawich.verawan



กำลังโหลดความคิดเห็น...