xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่ายค้านติวเข้มจัดทีมถล่มงบฯ63 เอื้อทุนใหญ่-ไม่แก้เหลื่อมล้ำ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

วานนี้ (16 ต.ค.) พรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อเตรียมเนื้อหาในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2563 โดยมีนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม โดยการอภิปรายจะชี้ให้เห็นว่า การจัดทำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่สามารถตอบโจทย์การแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า รูปแบบการอภิปราย จะใช้วิธีแบบลูกเสือคือ มีผู้อภิปรายทั่วไปก่อน จากนั้นนายหมู่ จะเป็นผู้เติมเต็ม สรุปข้อมูลเป็นบางช่วง เพื่อให้เนื้อหาครอบคลุม เบื้องกำหนดตัวนายหมู่ไว้ 12 คน อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ ส่วนเนื้อหาภาพรวม จะเน้นชี้ให้เห็น 4 ประเด็นหลัก คือการใช้งบให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนหรือไม่ แก้ปัญหาตอบโจทย์ประเทศได้สูงสุดหรือไม่ ใช้งบประมาณได้ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และการจัดงบประมาณมีความโปร่งใสถูกต้องหรือไม่ โดยจะชี้ให้เห็นเหตุผลว่า เหตุใดฝ่ายค้านจึงไม่สามารถยกมือสนับสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ฉบับนี้ได้
นายสุทิน ยืนยันว่าไม่ได้เอาการอภิปรายงบประมาณ มาเป็นเกมการเมืองเพื่อจ้องล้มรัฐบาล แต่ต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะหากพ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่านสภาฯ รัฐบาลก็ยังสามารถเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่ เข้ามาภายใน 1-2 เดือน และยังสามารถเบิกจ่ายงบประมาณที่จำเป็นได้ล่วงหน้า จึงไม่กระทบกับการใช้จ่ายงบประจำของแต่ละกระทรวง
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในส่วนพรรคเพื่อไทย มีผู้อภิปราย 66 คน พรรคอนาคตใหม่ 20 คน เท่ากับจะได้อภิปรายคนละ 5 - 6 นาที ทั้งนี้ ฝ่ายค้านจะอภิปรายบนเนื้อหาสาระที่ดี ไม่ตีรวน เพราะไม่เกิดประโยชน์ จะเป็นลักษณะของการทักท้วงติติง และแสดงหลักฐาน ว่าการจัดงบประมาณครั้งนี้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศอย่างไร โปร่งใสตรวจสอบได้ และเป็นไปตามที่รัฐบาลแถลงนโยบายไว้หรือไม่ เช่น งบกระทรวงกลาโหม จะมีคนชี้ให้เห็นถึงความไม่เหมาะสม ไม่ตอบโจทย์กับสภาวะของประเทศที่กำลังยากลำบาก รวมถึงงบกลางที่ตั้งงบประมาณในส่วนของเงินทดรองจ่ายฉุกเฉิน ไม่เหมาะสม

**ชี้พรบ.งบฯไม่ตอบโจทย์แก้เหลื่อมล้ำ

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงการอภิปรายงบฯ63 ในส่วนของพรรค ว่า จะชี้ให้เห็นว่างบฯ มีปัญหาเยอะมาก ไม่ตอบโจทย์ ของประเทศ เช่น เรื่องความเหลื่อมล้ำ ความไม่มั่นคงในชีวิต ภาวะเศรษฐกิจซบเซา ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ มีแนวทางเสนอ 4 ข้อคือ
1. งบประมาณจากส่วนกลางจะต้องถูกย้ายไปให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารงบฯ ได้อิสระมากขึ้น
2. งบดำเนินการนั้นเยอะเกินไป เรากำลังนำเงินภาษีประชาชนไปเลี้ยงระบบราชการที่ใหญ่เทอะทะ ในรูปแบบงบเบี้ยเลี้ยง งบเดินทาง ค่าจัดสัมมนาต่างๆ เยอะมาก จึงเสนอให้ลดงบดำเนินการ และเพิ่มงบลงทุน ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน และการจัดสรรเรื่องสิ่งแวดล้อม
3. เรามีการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้ง อีอีซี นิคมอุสาหกรรมมาบตาพุต รถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่การลงทุนให้ชีวิตของคนไทยมั่นคงขึ้น เรามีน้อยมาก เราเห็นด้วยกับการลงทุนเมกะโปรเจกต์ แต่ต้องเคลื่อนย้ายถ่ายเทเงินบางส่วน ให้การลงทุนเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม เช่น โรงเรียนขนาดกลาง ขนาดเล็ก สาธารณูปโภคพื้นฐาน อาหารกลางวันเด็ก การคมนาคม
4. เราจำเป็นต้องสร้างสวัสดิการให้ครอบคลุมเพื่อความเสมอภาค ไม่ใช่สวัสดิการแบบอนาถา ต้องย้ายงบสวัสดิการแบบเบี้ยหัวแตก ทำให้เกิดสวัสดิการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
"ทุกคนจะได้เห็นการเสนอ แนวคิดและกรอบแบบนี้ ของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ที่จะเกิดในสภาฯ เราจะไม่อภิปรายอย่างเดียว แต่เราจะเสนอแนะแนวทางด้วย ซึ่งจะเป็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ และประชาชนได้ประโยชน์ โดยที่หวังว่าข้อเสนองบประมาณของเรา ไม่มากก็น้อยจะไปสู่การแปรญัตติวาระ 2 "
นายธนาธร กล่าวด้วยว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 ตอกย้ำถึงการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่การลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมือง กับชนบท ไม่มีให้เห็น ส่วนการตั้งงบกลาง 5 แสนล้านบาทซึ่งเป็นงบ ที่ไม่ต้องใส่รายละเอียด ให้เป็นอำนาจฝ่ายบริหารทั้งหมด ซึ่งการตั้งงบกลางเยอะๆ เป็นการข้ามหัวสภาฯ ข้ามหัวประชาชน พรรคจะอภิปรายเรื่องนี้ด้วย
**เตือนอภิปรายงบฯไม่ใช่ซักฟอกบุคคล

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายค้านเตรียมข้อมูลมาอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ ไม่นำประเด็นทางการเมืองมาตีรวน กับเรื่องงบประมาณ การตั้งงบฯของรัฐบาลในส่วนไหนที่ฝ่ายค้านเห็นว่าไม่เป็นประโยชน์ ก็ขอให้อภิปรายแบบติเพื่อก่อ เสนอแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน และประเทศชาติมากที่สุด
ส่วนการโหวตนั้น ตนมั่นใจว่า ในหลักการและทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านต่างก็อยากให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ เพราะทุกคนคือตัวแทนของประชาชน คงไม่มีใครอยากจะทำให้การเมืองชะลอการเดินหน้าของประเทศ
"กังวลอยู่แค่เรื่องเดียวคือ การอภิปรายของฝ่ายค้านอาจจะเน้นไปที่ตัวบุคคล จนกลายเป็นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบที่ฝ่ายค้านพยายามใช้เวทีสภาฯ ในรูปแบบนี้มาโดยตลอด ซึ่งผมมองว่าสมัยประชุมที่ผ่านมา ฝ่ายค้านยังทำหน้าที่ได้ไม่สร้างสรรค์ ก็หวังว่าการอภิปรายในวันที่ 17-19 ต.ค.นี้ คงจะเป็นการอภิปรายที่อยู่ในกรอบของเนื้อหา และขอให้ฝ่ายค้านอดใจรอไว้ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจในโอกาสหน้า อย่าได้เอามารวมกัน" นายสิระ กล่าว
**ให้เวลาอภิปรายฝ่ายละ18 ชม.

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล แถลงผลการประชุมตัวแทนวิปรัฐบาล และวิปฝ่ายค้านว่า ได้มีการหารือเรื่องเวลาในการอภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณโดยมีข้อสรุปว่า จะให้เวลาฝ่ายละ 18 ชม. และเริ่มประชุม เวลา 09.30 น. เลิกการประชุมหลังเที่ยงคืน ในแต่ละวัน เพื่อจะได้มาประชุมต่อในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น โดยไม่ต้องนับองค์ประชุม ส่วนฝ่ายใดประท้วง ก็ให้หักเวลาของฝ่ายนั้น
ส่วนการแถลงรายละเอียดงบประมาณของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะให้เวลา 2ชม. โดยไม่รวมเวลาอภิปรายของฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ส่วนการอภิปรายของ ครม. 6 ชม. ให้รวมอยู่ในโควตา 18 ชม. ของฝ่ายรัฐบาล
สำหรับฝ่ายค้านอิสระ ที่มี พรรคประชาธรรมไทย และพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้เวลาอภิปราย 20 นาที
**ศาลรธน.สั่ง "นวัธ"หยุดปฏิบัติหน้าที่
วานนี้ ( 16 ต.ค.) ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ว่าสมาชิกภาพส.ส. ของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98(6) หรือไม่ จากกรณีต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดขอนแก่น ลงโทษประหารชีวิต และให้คุมขังนายนวัธไว้ระหว่างอุทธรณ์ ฎีกา ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ไว้พิจารณาวินิจฉัย เนื่องจากต้องรัฐธรรมนูญมาตรา 82 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 (5) และมีคำสั่งให้ นายนวัธ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจากเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้อง ปรากฏชัดเจนว่า ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิตนายนวัธ โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ และศาลจังหวัดขอนแก่นได้ออกหมายจำคุกระหว่างอุทธรณ์นายนวัธ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย. 62 เป็นต้นไป จึงปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่ามีกรณีตามที่ถูกร้องแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อขอให้วินิจฉัยในการทำเรื่องขอตัว นายนวัธ ออกจากเรือนจำ เพื่อมาเข้าร่วมประชุมสภาฯ โดยอ้างว่าขณะนี้ศาลรธน. ยังไม่มีการชี้ขาดสถานภาพการเป็นส.ส. จึงเป็นหน้าที่ของประธานสภาฯ ที่จะตัดสินตามขั้นตอน
กำลังโหลดความคิดเห็น...