xs
xsm
sm
md
lg

ไม่เลือกข้างพล.อ.ประยุทธ์

เผยแพร่:   โดย: สุนันท์ ศรีจันทรา


รัฐธรรมนูญมาตรา 1 ระบุว่า ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ แต่สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน ทำให้ประชากรในราชอาณาจักร ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และกำลังถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่าย

ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อีกฝ่ายหนึ่งต่อต้าน

การแบ่งแยกระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ ควรจำกัดวงในระบบรัฐสภา ระหว่างพรรคการเมืองฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่มีความพยายามตอกลิ่มการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ขยายวงไปสู่ประชาชนทุกระดับ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต

ยุคนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ประเทศแทบแตกเป็นเสี่ยง เพราะมีความพยายามแบ่งแยกประชาชนออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายสนับสนุนนายทักษิณ และฝ่ายต่อต้าน

นายทักษิณใช้อำนาจทุกอย่าง เพื่อกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ปูทางการสืบต่ออำนาจ โดยสร้างฐานมวลชนสนับสนุน ใส่ร้ายป้ายสี บดขยี้ ทำลายล้างประชาชนฝ่ายตรงข้าม

แนวคิดที่จะสร้างพื้นที่สีแดง สำหรับจังหวัดที่พรรคไทยรักไทยแพ้การเลือกตั้ง และสนับสนุนงบประมาณเต็มที่สำหรับจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทย เป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งแยกประชาชน

การผลักดันลูกพี่ลูกน้องก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.เป็นการกระชับฐานอำนาจในกองทัพ นอกเหนือจากการจัดเงินงบหน่วยงานรัฐ สนับสนุนสื่อที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลทักษิณ และมีสื่อค่ายใหญ่เป็นองครักษ์ปกป้องและเชียร์นายทักษิณอย่างสุดลิ่ม

ขณะที่กลไกรัฐถูกใช้เป็นกระบอกเสียงปลุกระดมโจมตีฝ่ายค้าน จัดตั้งกลุ่มมวลชนคุกคามข่มขู่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาล โดยกลุ่มต่อต้านนายทักษิณ ถูกทำร้ายทั้งซึ่งหน้าและลับหลัง

ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล รวมทั้งใช้ความรุนแรงปราบปราม ขณะที่ข้าราชการระดับสูง แสดงจุดยืนเลือกข้างนายทักษิณอย่างชัดเจน

ใครก็ตามที่สนับสนุนนายทักษิณ ถือเป็นฝ่ายเดียวกัน จะผิดหรือจะถูก ถือเป็นพวกเดียวกัน แต่ใครก็ตามที่ต่อต้านนายทักษิณ ถือเป็นศัตรู และมีการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรงทำลายล้าง ทั้งจากกลไกรัฐและฐานมวลชนที่ถูกจัดตั้งขึ้น

สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ กำลังเดินซ้ำรอยอดีต ในยุคนายทักษิณเรืองอำนาจ

เพราะมีความพยามยามเปิดสงครามช่วงชิงมวลชน ใช้โครงการประชานิยมสร้างคะแนนเสียง มีความพยายามสร้างทัศนคติในด้านลบกับฝ่ายต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์

มีสื่อทำหน้าที่เป็นองครักษ์ปกป้องรัฐบาล มีข้าราชการระดับสูงที่แสดงจุดยืนเลือกข้างทางการเมืองอย่างชัดเจน

และมีความพยายามตอกลิ่มความแตกแยก แบ่งฝ่าย ปลุกระดมให้ประชาชนเลือกข้าง โดยหยิบยกความมั่นคงของชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงให้รัฐบาล

วิกฤตการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นหลายครั้ง ตั้งแต่ยุคเผด็จการทหารเต็มใบ ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งพล.อ.ถนอม กิตติขจร และพล.อ.ประภาส จารุเสถียร คุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ทุกเหล่าทัพอยู่ใต้กำมือ แต่ที่สุดไม่อาจต้านการลุกฮือของปะชาชนได้

ยุคคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) พล.อ.สุจินดา คราประยูรพร้อมเพื่อนจปร.รุ่น 5 คุมอำนาจทุกเหล่าทัพเบ็ดเสร็จ แต่ต้านพลังประชาชนที่ลุกฮือขึ้นต่อต้านไม่ไหว ต้องล่มสลายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535

ยุคทักษิณ ประชาชนส่วนหนึ่งถูกปลุกระดมให้เชื่อว่า ระบอบทักษิณจะไม่มีวันล่มสลาย ไม่มีใครโค่นล้มรัฐบาลไทยรักไทยได้ ข้าราชการแทบทั้งระบบยอมก้มหัวรับใช้ถวายชีวิตให้ “ทักษิณ” เพื่อแลกกับตำแหน่ง

แม้จะใช้กลไกรัฐทุกอย่างเพื่อทำลายฝ่ายต่อต้าน ใช้มวลชนจัดตั้งคุกคามข่มขู่และลอบทำร้าย ใช้ความรุนแรงปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง แต่สุดท้ายระบอบทักษิณต้องล่มสลาย

นายทักษิณและน้องสาว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องกลายเป็นคนไร้แผ่นดิน และต้องพเนจรอยู่นอกประเทศ

ไม่มีใครสามารถสืบทอดอำนาจได้อยู่ค้ำฟ้า แม้จะพยายามในทุกวิถีทางก็ตาม รวมทั้งรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ถึงวันหนึ่งก็ต้องจบ เพียงแต่จะจบลงอย่างไรเท่านั้น

แต่ระหว่างการดำรงอยู่ของพล.อ.ประยุทธ์ สถานการณ์ทางการเมืองกำลังก้าวไปสู่จุดที่น่าห่วง เพราะมีความพยายามสร้างกระแสแบ่งแยกประชาชน ปลุกระดมให้ประชาชนต้องเลือกข้าง

เลือกว่าจะอยู่ข้างพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งที่ 5 ปีก่อน จำไม่ได้ว่า เคยสร้างผลงานอะไรไว้ให้ประเทศบ้าง หรือเลือกข้างฝ่ายที่ต่อต้านพล.อ.ประยุทธ์ และผู้นำคนใหม่ที่ทำงานจริงมาแก้ปัญหาของประเทศ

นายทักษิณเคยเปิดสงครามชิงมวลชน ปลุกระดมให้ประชาชนเลือกข้าง โดยอ้างผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง จนสังคมเกิดความแตกแยก แทบจะจับอาวุธเข่นฆ่ากันเองมาแล้ว แต่สุดท้าย “ทักษิณ” ก็ถูกโค่นล้ม

การปลุกระดมให้ประชาชนเลือกข้างทางการเมือง กำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยใครไม่ยืนอยู่ฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์ ถูกโจมตีว่า เป็นภัยร้ายต่อความมั่นคง

แต่ใครจะรู้ได้ว่า การปั่นกระแสแบ่งแยกประชาชนที่ลุกโชนครั้งใหม่ จะนำพล.อ.ประยุทธ์ไปสู่จุดจบเช่นเดียวกับ “ทักษิณ” หรือไม่

เพราะมีประชาชนจำนวนมาก ที่พร้อมจะยืนอยู่กับฝ่ายใดก็ได้ แต่ขอไม่ยืนอยู่ฝ่ายเชียร์พล.อ.ประยุทธ์
กำลังโหลดความคิดเห็น...