xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่ายประชาธิปไตยเสียท่า อียูฟื้นสัมพันธ์รัฐบาลลุงตู่ !!

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**จะเรียกว่าเป็นการพลาดท่าเสียทีครั้งใหญ่ สำหรับฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็น“ฝ่ายประชาธิปไตย”ในบ้านเรา ที่เคลื่อนไหวในนามพรรคร่วมฝ่ายค้าน อันประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคอนาคตใหม่ และ พรรคขนาดเล็กอีกจำนวนหนึ่ง ขณะเดียวกันก็ได้กล่าวหาอีกฝ่ายเป็นพวกสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช. ที่ให้การสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
ที่ผ่านมาฝ่ายที่อ้างตัวว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยดังกล่าว มีการเคลื่อนไหวต่อต้านมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในและต่างประเทศ โดยในต่างประเทศนั้นเคยมีแม้กระทั่งระดับหัวหน้าพรรค เช่น "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นำคณะเดินทางไปล็อบบี้ หรือรายงานสถานการณ์ในประเทศไทยว่าไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างไรบ้าง โดยหยิบยก เอาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยมาตั้งแต่ ยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่ชาติ (คสช.) โดยครั้งนั้นเขาได้พยายามเข้าพบกับระดับเจ้าหน้าที่ของสภาพยุโรป รวมไปถึงให้ สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศอีกด้วย
อย่างไรก็ดี แม้ว่าการเดินทางไปเยือนที่ตั้งสหภาพยุโรป (อียู) ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ในช่วงใกล้เลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในทำนองกล่าวหา หรือบิดเบือนสถานการณ์ให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง หรือในความหมาย “ชักศึกเข้าบ้าน” ก็ตาม แต่ขณะเดียวกันกลับมีสัญญาณที่ไม่ค่อยได้รับเสียงตอบรับเท่าใดนัก เมื่อสังเกตได้จากบุคคลที่เข้าพบ หรือสนทนาล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่างๆ หรือแม้แต่สื่อต่างประเทศ อย่างบีบีซี ก็เป็น "บีบีซีไทย" ที่มีความคุ้นเคย
อีกทั้งในเวลาต่อมา ก็ยังมีการเปิดเผยข้อมูลตามมาอีกว่า มีการว่าจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ เพื่อให้ข้อมูลในด้านปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทย รวมไปถึงมีเหตุการณ์ชาวต่างชาติจำนวนหนึ่ง ชูป้ายประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรฐมนตรี ขณะเดินทางไปร่วมประชุมสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ นครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนก่อน ซึ่งก็มีการกล่าว หาว่า เชื่อมโยงกับบริษัทล็อบบี้ยิสต์ต่างชาติดังกล่าวนี้ด้วย
**สำหรับท่าทีล่าสุดของ"อียู"ดังกล่าวมีการแถลงผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยสรุปสาระสำคัญก็คือ ชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาการทางการเมืองในทุกด้านทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐาน ในด้านประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง และประกาศฟื้นฟูกระชับความสัมพันธ์ในระดับปกติระดับ “หุ้นส่วน”ให้แน่นแฟ้นทุกด้าน พร้อมกันนี้ได้ย้ำว่า พร้อมที่จะกลับมาเจรจาเขตการค้าเสรีหรือ เอฟทีเอ ไทย-อียู ต่อไป ในเร็วๆ นี้
แน่นอนว่า นี่คือการประกาศของอียูอย่างเป็นทางการสำหรับการกระชับความสัมพันธ์กับไทยในขั้นปกติหลังจากหยุดชะงักไปจากการรัฐประหาร เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 อย่างไรก็ดี ในช่วงก่อนการเลือกตั้งทางฝ่ายอียูก็ได้ส่งสัญญาณปรับความสัมพันธ์กับไทยมาอย่างต่อเนื่อง มีการเดินทางเยือนไทยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูหลายครั้ง และที่สำคัญได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับไทย ที่กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง มีการขายอาวุธให้ไทย อีกทั้งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และยังเป็นหัวหน้าคณะรักษาความ สงบแห่งชาติ (คสช.)ในเวลานั้น ก็ยังได้รับเชิญจาก ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ไปเยือนทำเนียบขาว มาแล้ว
หากพิจารณาจากสถานการณ์ความเป็นจริงการกลับมาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทย สาเหตุสำคัญที่รับรู้กันอยู่ว่าเป็นเพราะผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงในภูมิภาคเป็นหลักมากกว่าจะเป็นเรื่องประชาธิปไตย ตามที่กล่าวอ้างบังหน้า และที่ผ่านมาไทยก็ได้มีความใกล้ชิดกับมหาอำนาจอื่น เช่น จีน และอีกหลายประเทศ เข้ามาแทนที่ ทำให้ ประเทศทางตะวันตกเหล่านั้นต้องเสียประโยชน์
เมื่อวกกลับมาที่การเมืองในประเทศไทย เมื่อมีการแถลงปรับความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการของอียูกับไทยแบบนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อฝ่ายที่อ้างว่าเป็นพวกประชาธิปไตย อย่างแน่นอน อย่างน้อยก็เป็นเครื่องยืนยันว่า การล็อบบี้ของพวกเขา"ล้มเหลว" ไม่สามารถโน้มน้าวให้ทางอียูเชื่อถือได้ หรืออีกด้านหนึ่งทางฝ่ายอียูได้เล็งเห็นผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจโดยการกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อีกทั้งยังเป็นการการันตีให้เป็นอย่างดีว่า นี่คือรัฐบาลประชาธิปไตยที่ผ่านทางการเลือกตั้ง ซึ่งอย่างหลังนี่แหละที่จะส่งผลทำให้การสร้างกระแสโจมตีในเรื่องความไม่ชอบธรรม หรือเรื่องเผด็จการสืบทอดอำนาจ ต้องเงียบเสียงลงไป
ขณะเดียวกันยังเป็นการชี้ให้เห็นแล้วว่า การแอบอ้างประชาธิปไตยนั้น เป็นเพียง"วาทกรรม" ที่ไม่มีจริง เป็นเพียงความพยายามสร้างเงื่อนไขเพื่อช่วงชิงอำนาจทางการเมืองของอีกฝ่ายเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เห็นสัญญาณบวกมาจากฝ่ายสหภาพยุโรป หรืออียูมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าครั้งนี้เป็นการแถลงออกมาอย่างเป็นทางการเท่านั้น
**สำหรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นท่าทีแบบนี้ถือว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะสามารถปลดเงื่อนเงื่อนไขจากภายนอกลงไปได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...