xs
xsm
sm
md
lg

ว่าด้วย...ธนาธรแห่งแคนาดา!!!

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

จัสติน ทรูโด
วันนี้...ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากเรื่องสงครามอันสุดแสนจะเร่าร้อนในแถบตะวันออกกลาง เลยไปยังดินแดนอันสุดแสนสงบ แถมมั่งคั่งร่ำรวย ซะอีกต่างหาก คือแถวๆ อเมริกาเหนือ อย่างประเทศแคนาดากันดูสักหน่อย เพราะนอกจากช่วงสัปดาห์หน้า คือช่วงวันจันทร์ที่ 21 ตุลาคมที่จะถึงนี้ บรรดาชาวแคนาเดียนทั้งหลายเขาคงได้ฤกษ์ ได้เวลา “หย่อนบัตรลงหีบ” หรือได้จังหวะเลือกตั้งทั่วไป อีกทั้งเผอิญช่วงวัน-สองวันที่ผ่านมา...ได้ไปอ่านเจอข้อเขียน บทความของคอลัมนิสต์อิสระชาวไอริช ชื่อว่า “คุณDanielle Ryan” ที่ตั้งชื่อบทความไว้ว่า “Golden Boy no more: As an election looms, two-faced Justin Trudeau has betrayed Canada” ซึ่งได้พูดถึงคนหนุ่ม หรือ “คนรุ่นใหม่” อย่างนายกรัฐมนตรี “จัสติน ทรูโด” ผู้กะจะหวนกลับมาเป็นผู้นำแคนาดากันอีกรอบ ได้อย่างน่าคิด น่าสะกิดใจ และยังอาจนำมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจ สำหรับบรรดาปวงชนชาวไทยประเภท “ฟ้ารักพ่อ” ทั้งหลาย ได้มั่ง ไม่มากก็น้อย...

คือด้วยความเป็นคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ ที่โดยบุคลิกลีลา อาจไม่ต่างไปจากคุณน้อง “ธนาธร โหว่” บ้านเราสักเท่าไหร่ เรียกว่า...ทั้งรูปหล่อ พ่อรวย พ่อเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดามาก่อน คาบช้อนเงิน-ช้อนทองมาตั้งแต่อ้อน แต่ออก แถมยังดันมามีความคิดที่สุดแสนก้าวหน้า สุดแสนจะทันสมัยซะอีกด้วย ไม่ว่าความคิดในเรื่องการพิทักษ์ปกป้องสิ่งแวดล้อม ถึงขั้นคิดจะเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมเอาเลยถึงขั้นนั้น การเชิดชูเสรีภาพและความหลากหลายทางเพศ พร้อมสนับสนุนให้คนเพศเดียวกันแต่งงานอยู่กินกันได้สบายๆ การให้ความสำคัญกับความเสมอภาคเท่าเทียม ชนิดพร้อมนำเอาผู้ที่ด้อยโอกาสอย่างคนพิการ ผู้อพยพที่ไม่ชาวแคนาดามาแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ฯลฯ เป็นต้น...

อีกทั้งด้วยความเชี่ยวกราก เชี่ยวกรำ ในการ “พรีเซนต์” หรือการนำเสนอบุคลิกลักษณะตัวตนของตนแบบที่บรรดา “นักการเมือง” เดิมๆ ของแคนาดาไม่เคยกระทำมาก่อน คือสามารถทำให้ตัวเองมีลักษณะไม่ต่างอะไรไปจาก “สินค้าแบรนด์เนม” ทำนองนั้น จึงทำให้ผู้ที่หลงใหล คลั่งไคล้ต่อคนหนุ่มรายนี้ ออกอาการคล้ายๆ พวก “สาวกลัทธิ” เอาเลยก็ว่าได้ และทำให้ผู้ที่ได้ชื่อ ฉายาว่า “Golden Boy” อย่าง “จัสติน ทรูโด” จึงสามารถผงาดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแคนาดาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือขณะเมื่ออายุ-อานามเพียงแค่ 43 ปีเท่านั้นเอง พอๆ กับคุณน้อง “ธนาธร โหว่” บ้านเรายังไง ยังงั้น...

การผงาดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแคนาดาของคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ อย่าง “นายจัสติน ทรูโด” เลยถูกตั้งความหวังเอาไว้สูงมาก ถึงขั้นนิตยสาร “Vogue” นำไปพาดปกว่านี่คือ “โฉมใหม่ของการเมืองแคนาดา” หรือถึงขั้นคอลัมนิสต์นิตยสาร “Times” อย่าง “นายNicholas Kristof” พร้อมยกสถานะคนหนุ่มรายนี้ให้เป็น “ผู้นำทางศีลธรรมแห่งโลกเสรี” ไปโน่นเลยชนิดคาดว่าอาจเป็นผู้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง (Change) ซะยิ่งกว่าผู้นำอเมริกาอย่าง “โอบามา” ยิ่งเมื่ออดีตนักธุรกิจอย่าง “ทรัมป์บ้า” ดันหักปากกาเซียน โผล่ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันไปซะแทนที่ ว่ากันว่า...ไม่เพียงส่งผลให้บรรดาพวกเสรีนิยมหัวหน้า หรือพวกลิเบอร่านในแคนาดาสุดภูมิอกภูมิใจต่อผู้นำของตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้บรรดาพวกลิเบอร่านในอเมริกา อดอิจฉาริษยาชาวแคนาดาขึ้นมาไม่ได้ ถึงขั้นคิดอพยพ โยกย้ายตัวเอง ไปเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ในแคนาดา เอาเลยก็มี...

แต่เมื่อมาถึง ณ ขณะนี้...หรือเมื่อหลังจาก 4 ปีผ่านไปแล้ว บรรดาชาวแคนาเดียนจำนวนไม่น้อย อาจคิดคล้ายๆ กับคอลัมนิสต์ชาวไอริช อย่าง “คุณDanielle Ryan” อยู่พอสมควรเหมือนกัน คือ “ไม่คิดจะเอาแล้ว” กับคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ ที่เคยเป็นความหวังอันสูงสุดของบรรดาพวกลิเบอร่านทั้งหลาย ด้วยเหตุผลง่ายๆ แบบที่บรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยโดยทั่วไป ต่างประสบพบเจอมาโดยตลอด นั่นก็คือ...สิ่งที่เป็น “คำพูด” ไม่ว่าจะโดยคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ นักการเมืองรุ่นเก่า รุ่นใหม่ก็เถอะ มันมักเป็นอะไรที่ “สวนทางกับการกระทำ” อย่างเห็นได้ชัดเจนโดยแทบไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย...

อย่างที่ “คุณDanielle Ryan” เธอแจกแจงเอาไว้ในข้อเขียน บทความของเธอนั่นแหละว่า...สำหรับคนหนุ่ม คนรุ่นใหม่ อย่างนายกรัฐมนตรีแคนาดารายนี้ จู่ๆ...วันหนึ่งก็ลุกขึ้นมาบอกว่าคิดประกาศภาวะฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ หรือเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน แต่อีกวันหนึ่ง...กลับดันอนุมัติให้บริษัทธุรกิจพลังงานขยายโครงการท่อส่งแก๊ส “Tran Mountain” ตัดผ่านพื้นที่ป่าอนุรักษ์และถิ่นที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมือง โดยไม่สนใจว่าจะทำลายสภาวะแวดล้อม ต้นไม้ ต้นน้ำลำธาร และวิถีชีวิตของผู้คนเอาเลยแม้แต่น้อย แถมยังยกเว้นภาษีให้บริษัทดังกล่าวอีกถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์กันเห็นๆ หรือได้แสดงออกโดยตัวตนที่แท้จริง ไม่ใช่โดยคำพูด ว่าพร้อมยืนหยัดอยู่กับ “ผลประโยชน์ของบริษัทน้ำมัน” นั่นแหละเป็นหลัก...

หรือจู่ๆ...วันหนึ่ง โดดลงไปร่วมเดินขบวนกับบรรดาพวกนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การสนับสนุนหนูน้อย “Greta Thunberg” ผู้พร้อมนั่งรถ นั่งเรือ แทนที่จะนั่งเครื่องบินที่ถือเป็นตัวสร้างภาวะโลกร้อนในอีกรูปแบบหนึ่ง มาด่าผู้ใหญ่ทั้งหลาย ณ ที่ทำการสหประชาชาติ ว่า “คุณกล้าดียังไง” อะไรทำนองนั้น แต่ระหว่างที่กำลังเดินขบวน หรือกำลัง “สร้างภาพ” อยู่นั้น คนหนุ่มอย่าง “จัสติน ทรูโด” ก็ตัดสินใจเช่าเหมาลำเครื่องบินถึง 2 ลำเอาไว้บินหาเสียงเลือกตั้ง ชนิด “บลายด์ทรัสต์” กันเห็นๆ ที่หนักที่สุดก็คือ...แม้จะให้ความสำคัญกับความ “เสมอภาค” ถึงขั้นแต่งตั้งชนพื้นเมืองอย่าง “นางJody Wilson-Raybould” ขึ้นเป็นอัยการสูงสุดและรัฐมนตรียุติธรรม แต่พอรัฐมนตรีของตัวเองกำลังคิดจะเล่นงานบริษัทของพรรคพวกตัวเอง คือบริษัท “SNC Lavalin” ในข้อหาติดสินบนเพื่อเข้าไปทำธุรกิจในลิเบีย ก็เลยถูกบีบ ถูกปลด ถูกย้ายไปอยู่ตำแหน่งอื่น แบบ “ไพรมารี โหวต” หรือแบบอะไรก็แล้วแต่ ไปซะนี่...

ยิ่งไปกว่านั้น...ความภูมิใจของชาวแคนาดา ว่าตัวเองมีผู้นำเสรีนิยมหัวก้าวหน้าเหนือไปกว่าชาวอเมริกันที่ต้องได้ “ทรัมป์” มาเป็นนายขายหน้า ยังแทบไม่หลงเหลือ เมื่อนโยบายต่างประเทศรัฐบาลแคนาดาภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี “จัสติน ทรูโด” ดันหันไป “เดินตามก้นอเมริกา” ในแทบจะทุกเรื่อง ทุกกรณี ไม่ว่ากรณีจับลูกสาวประธานบริษัทหัวเว่ยคาสนามบินแคนาดา กรณีสนับสนุนประธานาธิบดีที่มาจากการแต่งตั้งตัวเองในเวเนซุเอลา อย่าง “นายฮวน กุยโด” แทนที่จะยอมรับประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งแท้ๆ กรณีสนับสนุนมาตรการ “แซงชั่นขั้นสูงสุด” ของอเมริกาต่ออิหร่าน ฯลฯ พูดง่ายๆ ว่า...กลายเป็นลิเบอร่านที่หันมารับใช้ “ลัทธิชาตินิยมอเมริกา” กันเห็นๆ...

ในบทความของ “Danielle Ryan” จึงได้หยิบเอาคำพูดของดารานักแสดงหญิงรุ่นเก่า รุ่นเก๋า อย่าง “เจน ฟอนดา” ผู้ถือเป็นฝ่ายก้าวหน้าชนิดของจริง-ของแท้ ที่ได้พูดถึงคนหนุ่มและคนรุ่นใหม่ อย่าง “นายจัสติน ทรูโด” เอาไว้ว่า... “ฉันอยากจะบอกว่า นี่คือบทเรียนชิ้นหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า เราจะต้อง...ไม่โง่...ต่อผู้ที่มีภาพลักษณ์เป็นพวกลิเบอรัลทั้งหลาย ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรออกมา เพราะแม้สิ่งที่เขาพูดจะดูสวยสดงดงามเพียงใด แต่โดยการกระทำแล้ว เขามักทรยศต่อสิ่งที่เขาได้เคยพูดเอาไว้” ดังนั้น...อะไรก็ตามที่หนักไปทาง “สร้างภาพ” ที่ไม่ได้เป็น “ของจริง-ของแท้” ไม่วันใด-วันหนึ่งนั่นแหละ โอกาสที่มันจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ย่อมเป็นไปได้เสมอๆ ขึ้นอยู่กับว่า...ใครโง่-ใครไม่โง่ พอที่จะแยกแยะได้ก่อนกันเท่านั้นเอง...
กำลังโหลดความคิดเห็น...