xs
xsm
sm
md
lg

ดิ้นล็อบบี้ยืดแบน3สารพิษ ยัน2รมต.เกษตรฯป่วยจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นายกฯชี้เลิกสารเคมีเกษตรตามขั้นตอน ปัดตอบ 2 รมต.หลบม็อบ “วิษณุ” รับไม่ง่ายแต่จบได้ใน “คกก.วัตถุอันตราย” ด้าน “เฉลิมชัย” ย้ำไม่เอาสารเคมี หากมีสารทดแทนที่ปลอดภัย ยันไม่ก้าวก่ายงาน รมช. ด้าน “มนัญญา” โพสต์รุ่นนี้ไม่หนีอยู่แล้ว แฉบัญชี 3 สารพิษค้างสต๊อกอื้อ “บริษัทนำเข้า” วิ่งล็อบบี้หนักยืดแบน

วานนี้ (10 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการดำเนินการยกเลิกใช้สารเคมีเกษตร 3 ชนิด กรณีที่มีเหตุการณ์กลุ่มผู้สนับสนุน และกลุ่มคัดค้านเดินทางไปพบ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ก็ไม่ได้พบ เนื่องจากทั้งคู่มีอาการป่วยกระทันหันว่า ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน

ขณะที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯกล่าว เรื่องนี้มันไม่ใช่ว่าจะจบได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ยืดยาวมาหลายปี แต่ก็คงจะจบลงได้ในเร็วๆ นี้ เพราะความคิดเห็นตรงกันหมดแล้ว ตกลงกันได้แล้ว คิดว่าน่าจะจบได้ในคณะกรรมการวัตถุอันตรายในชุดนี้ได้

ด้าน นายสมเกียรติ กอไพศาล เลขานุการส่วนตัวนายเฉลิมชัย กล่าวยืนยันว่า นายเฉลิมชัย มีอาการป่วยจริง ซึ่งเหตุเกิดจากการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งใช้เวลานานร่วม 5 ชม. ที่นายเฉลิมชัยนั่งในจุดที่ลมแอร์ตกเป็นเวลานาน จึงทำให้เป็นหวัด ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา จนเช้าวันนี้ (10 ต.ค.) อาการดีขึ้น ก็ออกมาปฏิบัติงานตามปกติ

วันเดียวกัน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการสนับสนุนให้ใช้สารเคมีทางการเกษตรตั้งแต่แรก งานเรื่องนี้ได้ให้ น.ส.มนัญญา ดูแลไปแล้ว จะไม่เข้าไปก้าวก่าย และเชื่อว่า ทุกคนไม่เอาสารเคมี หรือสารอันตราย หากมีการประกาศยกเลิกก็ต้องหาวิธีเยียวยา หรือดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งใช้สารชีวภัณฑ์ หรือสารทดแทนที่ทุกฝ่ายยอมรับแทน

ทางด้าน น.ส.มนัญญา ได้โพสต์รูปภาพลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นภาพขณะนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมระบุข้อความว่า "สุภาพสตรีรุ่นนี้ ไม่หนีอะไรอยู่แล้ว พร้อมค่ะ"

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตรได้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด พบว่า บริษัทนำเข้าสารเคมีรายใหญ่ และบริษัทที่เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ยังมีสต็อกสารเคมี 3 ชนิด คือ คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเซต เหลือรวมกว่า 3.4 หมื่นตัน จากยอดนำเข้าเมื่อต้นปีนี้กว่า 3.6 หมื่นตัน ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ของทุกบริษัทเหมือนผีถึงป่าช้า หลังจากคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่มี น.ส.มนัญญา เป็นประธาน มีมติแบน และยกระดับความเป็นอันตรายร้ายแรงขั้นสุดต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยเป็นวัตถุอันตรายบัญชีที่ 4 ห้ามนำเข้า ห้ามจำหน่าย ห้ามมีไว้ในครอบครอง ห้ามผลิต ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม นี้

“บริษัทนำเข้าหลายราย ซึ่งมีอดีตข้าราชการระดับสูงกระทรวงเกษตรฯเป็นแกนนำ ได้พยายามเข้าหาผู้ใหญ่ในรัฐบาล เพื่อดิ้นหนีภาวะขาดทุนทุกช่องทาง เพื่อหวังยื้อระยะเวลาการแบนออกไปได้ เพราะต้องการเร่งระบายสต็อกให้หมด โดยส่งออกไปประเทศที่ 3 เพราะถ้าทางการไทยประกาศแบนเมื่อวันใดเท่ากับสินค้าในสต็อกเป็น 0 บาททันที” แหล่งข่าว ระบุ
กำลังโหลดความคิดเห็น...