xs
xsm
sm
md
lg

ว่าด้วย “สงคราม” และ “สันติภาพ”

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

ตุรกีโจมตีทางอากาศถล่มชาวเคิร์ดในซีเรีย
ข่าวคราวการยกพหลพลโยธาของกองทัพตุรกี เข้าไปยังบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย แล้วเปิดฉากถล่มทางอากาศและภาคพื้นดินต่อกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย หรือที่เรียกกันย่อๆ ว่า “SDF” (Syrian Democratic Forces) ตั้งแต่ช่วงวันพุธ (9 ต.ค.) ที่ผ่านมา ชนิดสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งตะวันออกกลาง ทำให้การหยิบเอาเรื่องราวแบบเบาๆ สบายๆ ออกไปทางแฮปปี้เอ็นดิ้ง ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์คราวนี้ ทำท่าว่าอาจจะ “กร่อย” เอาง่ายๆ...

แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้คิดมาก หรือคิดเล็ก คิดน้อย ออกไปทาง “คิดลึกแบบคึกฤทธิ์” อะไรทำนองนั้น ฉากเหตุการณ์ครั้งนี้...ก็ไม่น่าจะถึงกับต้อง “ตื่นเต้ลล์ล์ล์” อะไรกันมากมาย เผลอๆ...อาจช่วยให้หันมา “คิดบวก” หันมา “Positive Thinking” แบบบรรดาพวก “โลกสวย” ทั้งหลายเอาเลยก็ยังได้ หรือทำให้ความหวัง ความปรารถนา ต่อ “สันติภาพ” การปฏิเสธ คัดค้าน และต่อต้าน “สงคราม” ก็ยังคงเป็นอะไรที่หวังได้ ไม่ได้ออกไปทาง “เหี่ยวปลาย” แบบประเภท “ไอ้หวัง...ตายแน่” แต่อย่างใด...

คือถึงแม้จะก่อให้เกิด “ปฏิกิริยา” ทั้งในแง่บวก-แง่ลบ จากบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ไปจนระดับเลขาธิการองค์การสหประชาชาติโน่นเลย แต่การเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารของตุรกีต่อประเทศซีเรียคราวนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า...เป็นปฏิบัติการที่เกิดขึ้นภายใต้สภาวะที่ไก่งวงตุรกี ถือเป็นหนึ่งในบรรดาประเทศที่ร่วมอยู่ใน “กระบวนการฟื้นฟูสันติภาพ” ให้หวนคืนกลับมาสู่ประเทศซีเรีย เช่นเดียวกับรัสเซียและอิหร่าน ชนิดก้าวหน้า ก้าวไกล ไปถึงขั้นใกล้ๆ คลอดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้กับประเทศซีเรียได้ในอีกไม่นาน-ไม่ช้า โดยไม่ต้องอาศัยเนติบริกรอย่างประเภทอาจารย์ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ของบ้านเราเอาเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่อาศัยความจริงจัง-จริงใจ ในการขับเคลื่อน ผลักดัน ให้ไปสู่เป้าหมายที่ว่ากันอย่างเป็นเรื่อง เป็นราว...

เพียงแต่ว่า...ตุรกีเขาก็ยังคงมีปัญหาความมั่นคงภายใน ปัญหาผู้อพยพ ผู้ลี้ภัย ที่ยังคงเป็นติ่งๆ ติดหัวและติดตัวไก่งวงอยู่บ้าง โดยเฉพาะการบริหารจัดการต่อบรรดาชนกลุ่มน้อยอย่างพวก “ชาวเคิร์ด” ทั้งหลาย การขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพในซีเรียมันจึงไม่ถึงกับง่าย เกิดอาการติดๆ ขัดๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะในการขจัดกวาดล้าง “ฐานที่มั่นสุดท้าย” ของพวกผู้ก่อการร้ายในบริเวณพื้นที่ด้านเหนือของซีเรีย ที่มันเต็มไปด้วยผู้ก่อการร้ายชนิดหลากหลายระดับร้อยพ่อพันธุ์แม่ ไม่ว่าพันธุ์ไอเอส ดาเอช พันธุ์อเมริกา พันธุ์เคิร์ด หรือแม้แต่พันธุ์ตุรกีเองก็ตาม แต่สุดท้าย...ด้วยความจริงจัง-จริงใจ ไม่ว่ามากหรือน้อย ที่ทั้ง 3 ประเทศได้ร่วมพิสูจน์ให้เห็นไปเป็นช่วง เป็นระยะ กระบวนการสันติภาพในซีเรียก็เริ่มปรากฏให้เห็นเป็นรูป เป็นร่าง อย่างชัดเจนพอสมควรทีเดียว...

การเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารของตุรกีบริเวณพรมแดนซีเรียคราวนี้...จึงไม่อาจถือเป็น “สงคราม” แต่อาจถือเป็นปฏิบัติการทางทหารเพื่อแก้ปัญหาความมั่นคงภายใน หรือเพื่อขจัดติ่งต่างๆ ซะมากกว่า และเป็นสิ่งที่ผู้นำตุรกี ประธานาธิบดี “เออร์โดกัน” ท่านพยายามประสานความเข้าใจกับใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่ารัสเซีย อิหร่าน ไปจนถึงรัฐบาล “อัล-อัสซาด” ของซีเรียเอง ดังนั้น...ไม่ว่าการคิดจัดตั้งเขตพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone) เป็นระยะทาง 32 กิโลเมตร ตลอดแนวพรมแดนตุรกี-ซีเรีย การคิดอาศัยผู้อพยพลี้ภัยเป็นแนวกันชนต่อกองกำลังชาวเคิร์ด ฯลฯ จะเป็นสิ่งที่ไม่ได้มีใครเห็นด้วยกับตุรกีมากมายสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ไม่ถึงกับก่อให้เกิดความขัดแย้งชนิดต้องลงมือ ลงตีน กันแต่อย่างใด หรือ “พออยู่ๆ กันไปได้” อะไรประมาณนั้น...

แต่ก็แน่ล่ะว่า...ผู้ที่ต้องแบกรับ “ความซวย” ย่อมหนีไม่พ้นไปจากบรรดากองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย หรือ “SDF” ที่เคยรับใช้คุณพ่ออเมริกามาโดยตลอด ไม่ว่าในฐานะกบฏต่อรัฐบาลซีเรีย ในฐานะผู้ร่วมปราบพวกผู้ก่อการร้ายไอเอส ฯลฯ ที่จู่ๆ พันธมิตรซึ่งตัวเองพร้อมรองรับเป็นข้ารับใช้ ดันหันมาปล่อยลอยแพให้ตัวเองต้องเผชิญหน้ากับกองทัพตุรกี ต้องถูกถล่ม ถูกไล่ทุบ ไล่บี้ หลังจากการถอนทหารอเมริกันออกจากพื้นที่ภาคเหนือของซีเรียไปเป็นแผงๆ ชนิดอดไม่ได้ต้องโอดโอย ครวญคราง ว่าตัวเอง “ถูกทรยศ” หรือ “ถูกแทงข้างหลัง” โดยมหามิตรอย่างคุณพ่ออเมริกานี่เอง ทางรอดที่น่าจะเหลืออยู่เพียงทางเดียวเท่านั้น คือต้องหันไปซบตักผู้ซึ่งตัวเองเคยก่อกบฏ อย่างรัฐบาล “อัล-อัสซาด” แห่งซีเรียไปตามสภาพ หรือต้องปล่อยให้รัฐบาลซีเรียและตุรกี ไปเจ๊าะแจ๊ะเจรจาหา “จุดลงตัว” ในการแก้ปัญหาความขัดแย้งบริเวณพรมแดนซีเรีย-ตุรกีกันเอาเอง...

อย่างไรก็ตาม...การถูกทรยศ หรือถูกแทงข้างหลัง ชนิดต่อหน้าต่อตาของบรรดาพวกกบฏชาวเคิร์ดในคราวนี้ แม้ว่าผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” จะออกมา “ขู่” ไก่งวงตุรกีเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าถ้าหาก “ล้ำเส้น” หรือถ้าคิดจะเล่นงานพวกกองกำลังชาวเคิร์ดแบบหนักๆ แรงๆ ขึ้นมาเมื่อไหร่ อเมริกาก็พร้อมจะล้างผลาญเศรษฐกิจของตุรกีให้พังพินาศ ย่อยยับแบบฉับพลัน-ทันที แต่นั่นก็เป็นแค่ “คำพูด” ไม่ต่างไปจากการ “ผายลมทางปาก” อะไรทำนองนั้น และนั่นก็ยิ่งทำให้ใครก็ตามที่เคยกระเหี้ยนกระหือรืออยากเป็นพันธมิตรกับประเทศที่ได้ชื่อว่า “เครื่องจักรสงคราม” อย่างคุณพ่ออเมริกา ยิ่งน่าจะ “ถอดใจ” หรือ “หมดใจ” ยิ่งขึ้นไปอีก...

และนั่นเองที่ทำให้แนวโน้มของ “สันติภาพ” ยิ่งน่าจะโดดเด่นเป็นสง่า ไปกว่าความกระหาย “สงคราม” อันเป็นลักษณะอาการของอภิมหาอำนาจสูงสุดอย่างจักรวรรดินิยมอเมริกามาโดยตลอด และทำให้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์อเมริกัน อย่าง “The New York Times” เมื่อช่วงวันเสาร์ (5 ต.ค.) ที่ผ่านมานี่เอง น่าจะมีความเป็นไปได้อยู่บ้าง หรือไม่ถึงกับเป็น “Fake new” หรือ “F-ck new” ไปซะทั้งหมด นั่นคือรายงานข่าวว่าด้วยกรณีรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย จะโดยมกุฎราชกุมารเจ้าชาย “MbS” หรือผู้นำรายใดก็แล้วแต่ ได้ขอร้องให้ผู้นำปากีสถาน “นายImran Khan” ขณะเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรซาอุฯ เมื่อช่วงวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา รวมทั้งผู้นำอิรัก นายกรัฐมนตรี “Adel Abdul Mahdi” ขณะเดินทางไปเยือนราชอาณาจักรซาอุฯ เมื่อช่วงวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ให้เล่นบทเป็น “ตัวกลาง” ในการเจรจาลดความขัดแย้ง-ตึงเครียด กับประเทศที่เคยเป็น “คู่แข่ง” หรือ “คู่กัด” ในตะวันออกกลางมาโดยตลอด อย่างอิหร่านซึ่งถูกกำลังถูกคุณพ่ออเมริกา “แซงชั่นขั้นสูงสุด” อยู่ในทุกวันนี้...

อันเนื่องมาจาก... “การที่ผู้นำอเมริกาไม่ได้คิดเล่นงานอิหร่านในทางทหารแม้ว่าพันธมิตรอย่างซาอุฯ จะถูกใครก็ตามถล่มคลังน้ำมันไปแล้วทั้งยวง ได้ก่อให้เกิดคำถามต่อหลักประกันความมั่นคงที่อเมริกาเคยให้ไว้กับซาอุฯ ชนิดถือเป็นยุทธศาสตร์อเมริกาในตะวันออกกลางมาโดยตลอด จึงทำให้นับแต่นี้...ซาอุฯ จำเป็นต้องหาทางออกในการรับมือกับความขัดแย้งต่างๆ ด้วยตัวของตัวเอง” อันนี้...ต้องเรียกว่า ไม่ว่าจริง-ไม่จริง ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือ หรือข่าวล่า-มาเรือ แต่ฟังแล้ว...ดูจะออกไปทางสันติภาพ หรือออกจะเป็นอะไรที่ “แฮปปี้เอ็นดิ้ง” อยู่พอสมควร พอที่จะเอามาปิดท้าย ปิดฉากวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างลงตัวเอามากๆ...


กำลังโหลดความคิดเห็น...