xs
xsm
sm
md
lg

ยืด 10 วัน ‘ซีพีเอช’ เซ็นไฮสปีด-จ่อแยกสัญญารถไฟฟ้าสายสีส้ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 - "ศักดิ์สยาม" เผยขยายเวลาลงนาม ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท ให้ "ซีพีเอช" อีก 10 วัน รอครม.อนุมัติตั้งบอร์ดรถไฟชุดใหม่อังคารหน้า พร้อมชงครม. เคาะสัญญารถไฟไทย-จีน 50,000ล้าน ก่อนรายงานความคืบหน้าให้ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนปลายปีนี้ ด้าน "อนุทิน" ยันไม่ได้บีบบอร์ด ร.ฟ.ท.ลาออก หวังยืดการเซ็นสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน บอก "พระจะสึก คนจะคลอด บอร์ดจะออก ห้ามกันไม่ได้" พร้อมแนะแยกสัญญา ก่อสร้าง-เดินรถ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก หวังช่วยกระจายความเสี่ยง

วานนี้ (8 ต.ค.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท ที่ทางนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) ขอให้รัฐบาลร่วมรับผิดชอบกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับโครงการนี้ด้วย ว่า เป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของท่าน แต่รัฐบาลก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย และเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal)หรือ RFPซึ่งได้ระบุไว้ในข้อ 50.1 ว่า ผู้ยื่นเสนอจะต้องรับภาระความเสี่ยงเอง

"เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหา เขาสามารถแสดงความคิดเห็นได้ อะไรที่รัฐบาลจะสามารถทำให้ผู้ประกวดราคาดำเนินการได้ตามกฎหมาย และตาม RFPแล้ว เรายินดีจะทำ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ ดังนั้นต้องช่วยกันดูว่ามีอะไรที่รัฐบาลยังไม่ได้ทำ เช่นการส่งมอบพื้นที่ เป็นต้น โดยขณะนี้สามารถส่งมอบพื้นที่ได้ประมาณร้อยละ 72 เหลืออีก ร้อยละ 28 ที่รอดูการย้ายสาธารณูปโภค และการบุกรุกเท่านั้น และคิดว่าในพื้นที่ร้อยละ 72 นั้น ทางผู้ชนะการประกวดราคา ซึ่งเป็นคู่สัญญา คงต้องใช้เวลาในการเคลียร์เรื่องส่งมอบพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 2-3 ปี ตนจึงคิดว่าทุกอย่างจะทันตามกรอบเวลา หลังจากที่คณะอนุกรรมการมีการประชุม จะได้ดูว่าส่วนรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่มีสาธารณูปโภคอยู่ในโครงการ มีแผนการอย่างไร หากไม่สามารถดำเนินการได้ทัน จะเปิดให้มีการขยายเวลาได้อยู่แล้ว และไม่มีเบี้ยปรับ ถือเป็นหลักปกติในการปฏิบัติงาน"

โดยวันที่ 10 ต.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการ ที่มี รมว.คลัง เป็นประธาน มีรมว.อุตสาหกรรม และตนเองเป็นรองประธาน รวมถึงปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ก็คงมีการดำเนินการ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะโครงการนี้ เนื่องจากในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) มีหลายโครงการย่อยอยู่ในนั้นเพื่อจะดูว่า จะทำอย่างไรให้ดำเนินการตามบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

เมื่อถามว่า จะมีการขยายกำหนดการลงนามในวันที่ 15 ต.ค.นี้ออกไป หรือไม่ นายศักดิ์สยามกล่าวว่า เรื่องการลงนามนั้น คณะกรรมการคัดเลือกโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ก็บอกไปเรียบร้อยแล้วว่า เขาเจรจาตามกรอบ RFP ครบถ้วนแล้ว ขณะนี้จะต้องเลื่อนออกไปอีก 10 วัน เนื่องจากบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ลาออกทั้งคณะ เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อไปดูในวาระการพิจารณากลับพบว่า บอร์ด ร.ฟ.ท.ยังไม่ได้มีการประชุมเรื่องนี้ จึงไม่สามารถนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้ ต้องมีการแต่งตั้งบอร์ด ร.ฟ.ท.ชุดใหม่ คาดว่า ตนจะนำเข้าสู่ ครม.ได้ภายในวันที่ 15 ต.ค.นี้

ส่วนการแต่งตั้งบอร์ด ร.ฟ.ท.ชุดใหม่ จะกระทบในการเดินหน้าโครงการหรือไม่นั้น ตนคิดว่าไม่ส่งผลกระทบ เพราะเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการตาม RFP ในข้อ 63 ระบุชัดเจนว่า กฎหมายที่ต้องดำเนินการ นอกจาก พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ก็ต้องมีกฎหมายไทยเอง ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายรถไฟ ส่วนการยืดระยะเวลาลงนามออกไปอีก 10 วัน ยืนยันไม่ผลกระทบเพราะการยื่นราคาของผู้เสนอราคา เปิดให้ยื่นเสนอราคาได้จนถึงวันที่ 7 พ.ย.นี้

เมื่อถามว่าการขยายเวลา 10 วันนั้น แม้ตามสัญญาเดิมระบุให้ส่งมอบพื้นที่ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 50 แต่ล่าสุดทางภาคเอกชนที่ได้รับงาน ขอให้ส่งมอบพื้นที่ 100% ก่อนการลงนามนั้น จะต้องไปดูในเงื่อนไข RFPว่าระบุว่าอย่างไร ซึ่งตนคิดว่า คณะกรรมการคัดเลือกได้ดูเรียบร้อยแล้วว่า การส่งมอบพื้นที่อยู่ในแผนอย่างไร ซึ่งทางคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด อีอีซี) ได้ตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อศึกษารายละเอียดไปพร้อมกัน และทางคณะกรรมการคัดเลือก อยู่ระหว่างการจัดทำหนังสือไปแจ้งบริษัทในการลงนามสัญญาใหม่อีกครั้ง เดิมกำหนดวันที่ 24 ต.ค. แต่เนื่องจากเป็นวันสำคัญของคนไทย จึงกำหนดให้เป็นวันที่ 25 ต.ค.นี้

"เรามีความพร้อมในการส่งมอบพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ใช่แค่พร้อม แต่ยังรวมถึงจะมีนำแผนที่การก่อสร้างทั้งหมดในร้อยละ 72 นั้นอยู่บริเวณใดบ้าง ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการวันที่ 10 ต.ค.นี้" นายศักดิ์สยามกล่าว

นอกจากนี้ ในวันที่ 15 ต.ค.จะมีการนำเรื่องโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงไทย-จีน เข้าสู่ ครม.ด้วย เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบงานสัญญา 2.3 (งานระบบ) มูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท เพราะเรื่องนี้จะนำเข้าสู่ในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ด้วย

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่ยังเซ็นสัญญาไม่ได้ เนื่องจากบอร์ด ร.ฟ.ท.ลาออก ซึ่งเป็นการลาออกทั้งที่รู้ว่า จะมีการลงนามในโครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งตนให้สัมภาษณ์มาโดยตลอดว่า ผู้ที่จะกำหนดวันที่จะลงนามในสัญญาได้แน่นอน คือ ร.ฟ.ท. แต่เมื่อขณะนี้ไม่มีบอร์ด ร.ฟ.ท. เราก็ต้องตั้งบอร์ดก่อน โดยรายชื่อได้มีการส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.)แล้ว

"การลาออกของบอร์ดรถไฟ ไม่ได้มีการกดดัน หรือบีบให้ลาออก มีแต่บีบให้อยู่ก่อน ซึ่งบางคนก็ให้เหตุผลว่า ต้องภารกิจในด้านอื่นๆ เหมือนที่บอกนั่นแหละว่า พระจะสึก คนจะคลอด บอร์ดจะออก ห้ามกันไม่ได้” นายอนุทินกล่าว

'อนุทิน' แนะแยกสัญญา รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (ศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์) โดยมีแนวคิดเสนอ ให้มีการแยกสัญญาในการลงทุนงานก่อสร้าง กับสัญญาการเดินรถ น่าจะเป็นวิธีการที่ดีกว่า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีการเสนอในที่ประชุมครั้งนี้ ยังมีตัวเลขที่ไม่ตรงกัน ทางฝ่ายกระทรวงคมนาคมมองว่า การแยกสัญญาการก่อสร้างและการเดินรถดีกว่า ส่วนกระทรวงการคลังให้ข้อมูลว่า ในเรื่องนี้มีการเสนอมาแล้วในบอร์ดพีพีพี ให้มีการรวมสัญญากัน ดังนั้น ต้องมาดูในเรื่องผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อโครงการที่รัฐจะได้เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ตนได้ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวเลขอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่หน่วยงานต่างๆ มีการคิดมา ยังไม่ตรงกัน จึงให้ไปปรับตรงกันให้แล้วเสนอที่ประชุมพร้อมกัน ในวันที่ 10 ต.ค.นี้

"ส่วนตัวผมมองว่าเราแยกสัญญาดีกว่า เพราะก็ทำกันมาแบบนี้ตลอด ก็ไม่มีปัญหาอะไร การแยกสัญญายังเป็นการกระจายความเสี่ยงได้ด้วย ขณะเดียวกันก็มีการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น" นายอนุทิน กล่าวและว่า

โครงการในลักษณะนี้ รัฐต้องเสียเงินในการลงทุนงานโยธาอยู่แล้ว แต่ว่าเราจะดูว่าจะให้เกิดการประมูลในลักษณะใด เงินที่รัฐลงไปต้องเกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ โดยการกู้เงินของภาครัฐ มีต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่าภาคเอกชนอยู่แล้ว เช่น โครงการกู้เงินในโครงการสายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) รัฐกู้เงินได้ โดยต้นทุนต่ำ ดอกเบี้ยเงินกู้ประมาณ 2% หรือไม่เกิน 2% แต่เอกชนต้นทุนการเงินอยู่ที่ 4-5% มูลค่าลงทุนต่างกันเป็นหลักหมื่นล้าน


กำลังโหลดความคิดเห็น...