xs
xsm
sm
md
lg

"แดงสลายแดง"ขยายวง ลงลึกรุกคืบชิงพื้นที่ !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**ไม่รู้ว่าคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุถึงการแต่งตั้ง "แรมโบ้อีสาน" สุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นจริงแค่ไหน เพราะเป็นการส่งต่อ ด่าทอมาจาก เพจของคนเสื้อแดง โดยแรมโบ้อีสาน คนนี้เดิมได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการ "ผู้ช่วยรัฐมนตรี" ที่ล่าสุดมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่ เป็น "กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี" ที่ ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี ความหมายก็คือ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ สุภรณ์ก็คือ "บิ๊กตู่" นั่นเอง
ขณะเดียวกัน ในทางการเมืองที่พอคาดเดาได้ก็คือ เหมือนกับว่าต้องมี "ภารกิจ" บางอย่างที่ต้องไปทำให้สำเร็จ และต้องใช้คนอย่าง "แรมโบ้อีสาน" นี่แหละเป็นคนจัดการ ถึงจะลุล่วงไปได้ และหากคาดเดากันต่อไปก็ยังเชื่อว่า ภารกิจหลักของเขาย่อมต้องเกี่ยวข้องกับงาน "มวลชน" เป็นแน่แท้
สิ่งที่น่าจับตา ที่ทำให้เห็นว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวทางด้านมวลชนที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในแบบที่เรียกว่า "การสลายขั้ว" ที่ชัดเจนมากกว่าเดิม ที่ทำให้มองเห็นว่า นี่คือการเปิดเกมรุกคืบจากฝ่ายรัฐบาลเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามในแบบ "ย้อนศร" ถึงตัว
เพราะเมื่อพิจารณากันแบบรวมๆ มันทำให้มองเห็นภาพอย่างนั้น โดยก่อนหน้านี้ หากบอกว่าเป็น "พลังดูด" ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง ต่อเนื่องมาจนถึงหลังเลือกตั้ง มีการดึงคนเข้ามาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งก็มีทั้งที่เป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย โดยที่บางคนก็มีบทบาทคาบเกี่ยวกัน นั่นคือ เป็นทั้งอดีต ส.ส.และเป็นแกนนำคนเสื้อแดง ในแบบ "ทูอินวัน" ก็มี แต่ความหมายก็คือ เป็นการ "ย้อนเกล็ด"ได้อย่างเจ็บปวด กับเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร ที่เคยใช้กลยุทธแบบนี้มาก่อน ตั้งแต่ตั้งพรรคไทยรักไทย เมื่อหลายปีก่อน
** ภาพที่รับรู้กันก็คือการ "ดูดควบรวม" กันยกพรรค ซึ่งในความหมายที่ต้องมี "ปัจจัย" บางอย่างมาประกอบที่สำคัญอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งเชื่อว่าหลายคนคงรับรู้กันอยู่
แต่ขณะเดียวกัน นอกจากเรื่องปัจจัยแล้ว "พลังดูด" จะได้ผลเต็มประสิทธิภาพก็ต้องมีกลยุทธ มีความ "ฮอต" ของคนที่ใช้พลังดูดในเวลานั้นมาประกอบกันด้วย พลังอย่างว่านั้นถึงจะได้ผล ตัวอย่างในช่วงก่อนหน้านี้ก็คือ ทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้ภาพลักษณ์ "รวยแล้วไม่โกง" มาขายฝันให้ชาวบ้าน มีแนวทางสมัยใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนฮิตติดลมบน อย่างไรก็ดีเมื่อเวลาผ่านไป ความจริงก็ถูกเปิดโปง มันก็เป็นอย่างที่เห็น
แต่มาในยุคปัจจุบัน เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่าย ยังมีอิทธิพลครอบงำคนในสังคมไทยอยู่ไม่น้อย และแม้ว่าจมีการเปลี่ยนหน้า ปรับรูปแบบเป็นคนใหม่ อาจมาในรูปของพันธมิตรใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เป็นทายาททุนหมื่นล้าน และชอบทำตัวเป็นพวก "ฝ่ายซ้าย" เชิดชูด้าน "สิทธิทางสังคม" ความยุติธรรม มีลักษณะเป็น "ไพร่หมื่นล้าน" ก็ถือว่ามาในแบบน่าสนใจของคนบางกลุ่ม แต่อีกด้านหนึ่งก็เริ่มเห็นความจริงหลายอย่างที่ถูกเปิดโปงออกมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
วกกลับมาในยุคการเมืองภายใต้การนำของ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปัจจุบัน ที่หลายปัญหา มีการสรุปบทเรียนในอดีต รวมไปถึงนำวิธีการของ ทักษิณ ชินวัตร มา "ต่อยอด" ปรับใช้ และบางเรื่องก็ "ย้อนเกล็ด" ระบอบทักษิณ อย่างเจ็บแสบ จนทำให้ เครือข่ายทักษิณ ต้องถดถอย และเป็นครั้งแรกที่หลังการเลือกตั้ง แต่พวกเขาไม่ได้เป็นรัฐบาล และ ยังมีแนวโน้มว่า โอกาสที่จะหวนคืนสู่อำนาจรัฐเริ่มจะห่างไกลออกไปทุกที
อย่างที่ระบุในตอนต้นกับคำสั่งที่อ้างว่า ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง "แรมโบ้อีสาน" เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่อยู่ในสังกัดขึ้นตรง ความหมายก็คือการทำงาน "มวลชน" โดยเฉพาะมวลชนที่มีสายสัมพันธ์กับคนเสื้อแดงที่เคยเป็นมวลชนสนับสนุน ทักษิณ ชินวัตร มานาน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการแยกสลายมาเป็นระยะ ตั้งแต่ก่อน และหลังเลือกตั้งต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งจากการย้ายสังกัดพรรค แต่งตั้งตำแหน่งทางการเมือง เป็นต้น
ประกอบกับที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่เป็น "กระสุน" ที่เคยไหลมาในแบบ "ท่อน้ำเลี้ยง" มันไม่ไหลมานาน อีกทั้งเมื่อสถานการณ์หลายอย่างบีบคั้นรุมเร้า อย่างกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุด มีการออกมาแฉโพยกันเองในกลุ่มแกนนำเสื้อแดง อย่าง "สมหวัง อัสราษี" ซึ่งถือว่ามีบทบาททั้งด้านการเคลื่อนไหว และเป็น "ทุน" สนับสนุน เพราะเขาเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อหนึ่ง แต่มาวันนี้ได้ออกมาบ่นน้อยใจ "สามเกลอ" คือ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ จตุพร พรหมพันธุ์ จากการที่อ้างว่าถูกหลอกให้เปิดบัญชีรับบริจาคในช่วงเคลื่อนไหวชุมนุม จนล่าสุด ถูกสรรพากร เรียกเก็บภาษีย้อนหลัง 572 ล้านบาท และถูกฟ้องล้มละลาย ถูกอายัดทรัพย์สิน และบัญชี เป็นคนล้มละลาย เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะมีการแฉโพยตอบโต้มาอีกแน่
**ปรากฏการณ์และความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อเครือข่ายมวลชนคนเสื้อแดงที่ต้องแตกสลายลงในที่สุด บรรดาแกนนำก็จะแบ่งค่ายแยกขั้วกันไปอย่างที่เห็นภาพชัดอยู่ในเวลานี้ ขณะเดียวกัน ในฟากของ "บิ๊กตู่" ที่ใช้แผนย้อนศร ก็เริ่มรุกใช้คนในเครือข่ายเก่าชิงพื้นที่ชิงมวลชนอย่างเอาการเอางาน !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...