xs
xsm
sm
md
lg

ยึดทรัพย์หน้าห้องบุญทรง “สมหวัง”โอด3เกลอหลอก โดนสรรพากรฟ้องล้มละลาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำพิพากษายึดทรัพย์อดีตเลขาฯ “บุญทรง” 896 ล้านบาท "เฮียหวัง" เจ้าของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ามิตซูชิต้า สปอนเซอร์ใหญ่สนับสนุนเสื้อแดง ถูกอายัดทรัพย์สิน หลังถูก 3 เกลอ "ตู่-เต้น-วีระกานต์" ใช้ชื่อเปิดรับบริจาค จนโดนสรรพากรฟ้องล้มละลาย รับโง่เองชิบหายทั้งตระกูล เพียงเพราะคำว่าเพื่อน

วานนี้ (3 ต.ค.) ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำพิพากษา เรื่อง ขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่มี พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือ หมอโด่ง เป็นจำเลยที่ 3 และเป็นอดีตเลขานุการรัฐมนตรีการกระทรวงพาณิชย์ หรืออดีตเลขานุการ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ในขณะนั้น โดยมีสาระสำคัญว่า องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ ได้พิพากษาให้จำคุก พ.ต.วีระวุฒิ จำเลยที่ 3 รวม 4 กระทง กระทงละ 18 ปี จำคุกทั้งสิ้น 72 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3) ให้จำคุกไว้เป็นเวลา 50 ปี โดยศาลฎีกาฯ ยังมีคำสั่งให้ออกหมายจับเพื่อติดตามจับกุมตัว พ.ต.วีระวุฒิ และ นายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 16 ที่ยังหลบหนีคดีมาบังคับคดีตามคำพิพากษาต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.62 ศาลฎีกาฯมีคำสั่งให้ริบทรัพย์ซึ่งเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารของ พ.ต.วีระวุฒิ และครอบครัว รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด 896,554,760.28 บาท พร้อมดอกผลของทรัพย์สินที่เกิดขึ้นให้ตกเป็นของแผ่นดิน หากไม่สามารถบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินดังกล่าวได้ทั้งหมดหรือได้แต่บางส่วน ให้บังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในอายุความ 10 ปี แต่ต้องไม่เกินมูลค่าของทรัพย์สินที่ศาลสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 38, 80 ประกอบมาตรา 83

วันเดียวกัน นายสมหวัง อัสราษี หนึ่งในแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และอดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีการกระทรวงพาณิชย์ ในสมัยที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็น รมช.พาณิชย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า “ใครไม่โดนกับตัวเองจะไม่รู้ ว่าหนักแค่ไหนแบบเดียวกับผม ผมอยู่ นปช. มีแต่ใจเกินร้อยกับพี่น้อง แต่หารู้ไม่ว่า ตัวเองกำลังมีชะตากรรมที่ต้องแบกรับแทนคนอื่น สามเกลอใช้ผมไปเปิดบัญชี เพื่อรับเงินบริจาค และกิจกรรมอื่นๆ โดยที่พวกเขาไม่ยอมใช้ชื่อตัวเองไปเปิดบัญชีรองรับเงิน เพราะเขารู้ว่าจะถูกสรรพากร ประเมินเสียภาษี ทั้งหมดนี้ผมโดนสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากเงินเหล่านี้ เป็นเงิน 572 ล้าน ผมจะเอาที่ไหนไปจ่ายก็เลยโดนฟ้องล้มละลาย และตอนนี้โดนอายัดทรัพย์ และอายัดบัญชีทั้งหมด เหลือแต่ตัวแล้วครับ แถมเป็นบุคคลล้มละลายด้วย ไม่สามารถทำอะไรได้เลย นี่คือ สมหวัง อัสราษี ผมมันโง่เอง รักพวกจนไม่คิดถึงชีวิตและอนาคตตัวเอง บทเรียนที่แสนแพงในชีวิต ชิบหายทั้งตระกูล เพียงเพราะคำว่าเพื่อน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิม นายสมหวัง ประกอบธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อมิตซูชิต้า และเป็นผู้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ในระยะหลังจะลดบทบาทลงไป ขณะที่ “สามเกลอ” ที่นายสมหวังกล่าวถึงคือ 3 แกนนำ นปช. ได้แก่ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
กำลังโหลดความคิดเห็น...