xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์-เริ่มสติแตก (Meltdown)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


เมื่อครั้งอดีตปธน.นิกสัน ถูกไต่สวนเพื่อถอดถอนจากทั้งสภาผู้แทนและวุฒิสภา- เอกสารที่เผยถึงความเกี่ยวพันของแกนนำพรรครีพับลิกันและปธน.นิกสัน ที่มีส่วนรู้เห็นหรือวางแผนการบุกเข้าทำจารกรรมในที่ทำการของพรรคเดโมแครตที่อาคารประตูน้ำ (Watergate)-เขาถูกกดดันจากกรรมาธิการในสภาจนต้องเปิดเผยถึงเทปที่อัดเอาไว้กับการสนทนาของนิกสันกับผู้คนต่างๆ; และความกดดันเริ่มมีมากยิ่งขึ้นต่อบรรดา ส.ส.และส.ว.พรรครีพับลิกัน ที่เริ่มมองเห็นอนาคตของตนจะต้องมืดมน, ถ้ายังยืนกรานเข้าข้างนิกสัน

อาการสติแตกของนิกสัน ปรากฏออกมาก็แต่ในที่ส่วนตัว ที่ทำเนียบ เช่น พนักงานในทำเนียบขาวได้ยินเขาพูดดังๆ กับรูปภาพ (ของอดีตผู้นำสหรัฐฯ) ที่แขวนเต็มกำแพงของทำเนียบ จนพนักงานนึกว่านิกสันกำลังตวาดพวกพนักงาน จึงรีบจะเข้าไปรับใช้ ถึงได้ยินการกล่าวต่อว่าต่อขานกับรูปภาพอดีตปธน.เหล่านั้น และนิกสันก็ได้ดื่มเหล้ามากขึ้นด้วยจนอาจควบคุมตัวเองไม่ได้ ถึงกับพูดกับรูปภาพ เหมือนคนวิกลจริตสติแตก!

แต่อาการของทรัมป์วันนี้ เพียง 1 อาทิตย์หลังท่านประธานสภาผู้แทนแนนซี เพโลซี ประกาศการเริ่มไต่สวนเพื่อถอดถอนปธน.ทรัมป์ เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ (โดยจะมีกรรมาธิการในสภาล่างถึง 6 คณะเป็นแกนนำและประสานร่วมมือกันในการไต่สวนนี้) ทรัมป์เริ่มควบคุมอาการไม่อยู่; น่าจะเริ่มหลอมละลายหรือสติแตก โดยมีการทวีตถี่มากๆ และไม่เพียงพลิกหักมุมที่ตัวเองจะเป็นจำเลยให้กลายมาเป็นโจทย์ กล่าวหาคณะกรรมาธิการต่างๆ ว่า ทำเอกสารปลอม-โกหก-ไม่เป็นความจริง-ขายชาติ-ทรยศต่อชาติ โดยกล่าวว่าการพูดโทรศัพท์ของตนกับปธน.ยูเครน เป็นเรื่องไร้สาระ (Nothing Call), ไม่มีอะไรในกอไผ่, ไม่มีอะไรน่าสงสัยอย่างที่ตนกำลังถูกใส่ความ, กล่าวหา, หลักฐานเป็นโคมลอยที่ไม่น่าเชื่อถือ

ทรัมป์กล่าวหาประธานกรรมาธิการข่าวกรอง Adam Schiff ว่า ปั้นน้ำเป็นตัว เป็นคนทรยศต่อชาติ (Treason) ที่มากล่าวหาเขาว่าเป็นมาเฟีย...และที่สำคัญคือ เขายกเอาประชาชนมาชนกับ Adam Schiff (และเหล่ากรรมาธิการอีก 5 คณะที่กำลังกระชับการสอบสวนด้วยหลักฐานเพิ่มมากขึ้น) โดยบอกว่า ฝ่ายเดโมแครตกำลังทำลายคนของประชาชน (คือตัวเขาเอง) ที่เลือกเข้ามาเป็นการทำลายประชาธิปไตย เพราะตนได้รับเลือกตั้งเข้ามา (พูดเหมือนไอ้คนที่ดูไบยังไงยังงั้น) ที่ว่า พวกคุณกล้าดีอย่างไร? (How Dare U?) ที่มาทำลายคนของประชาชน ด้วยหลักฐานโกหก

เขาบันดาลโทสะโดยทะเลาะกับผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ขณะกำลังแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวร่วมกับปธน.ฟินแลนด์ โดยเขาไม่ยอมตอบคำถามที่สองของนักข่าวที่ถามซ้ำ (ทั้งๆ ที่เป็นคำถามต่อเนื่องเรื่องการไต่สวนถอดถอน และทรัมป์ได้ตอบไม่ตรงคำถาม ในคำถามแรกที่เขาถามว่า-การสนทนาทางโทรศัพท์ของทรัมป์กับปธน.ยูเครน เมื่อ 25 กรกฎาคมนั้น มีความประสงค์อะไร?)

ทรัมป์บอกว่า คุณ (ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์) กำลังหยาบคาย (Rude) มาก ที่มาถามเรื่องที่เกี่ยวกับผม ต่อหน้าแขกเมือง, ทำไมไม่ถามปธน.ฟินแลนด์ล่ะ?

ในทวิตเตอร์ที่รัวออกมาอย่างถี่ยิบในรอบ 3-4 วันนี้ ก็มีการใช้คำหยาบคายที่ไม่เคยมีบุคคลสาธารณะคนใดจะกล้าใช้ คือ คำเต็มของอักษรย่อว่า B.S. (คือขี้วัว ซึ่งมีความหมายหยาบมาก พอๆ กับเหี้ยมตกม้าหรือห-า-แล้วเติมไม้เอกทีเดียว)

เขางัดเอาคำเรียกศัตรูออกมาใช้อย่างมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แบบที่เคยเรียกฮิลลารีว่า Crooked Hillary คือ จอมโกงฮิลลารี ตอนนี้เรียก Joe Biden ว่า Crooked Joe ไปเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ตัวทรัมป์นั่นแหละกำลังเป็นจำเลยที่เอาอำนาจปธน.ไปใช้เพื่อกำจัดหรือทำลายศัตรูทางการเมือง เพื่อทรัมป์จะได้หมดคู่แข่งคนสำคัญในการเลือกตั้งปีหน้า โดยการร่วมมือหรือใช้รัฐบาลต่างชาติเป็นเครื่องมือในแผนชั่วครั้งนี้ ซึ่งผิดคำสาบานปฏิญาณตนเมื่อเข้ารับตำแหน่ง ที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติเหนือสิ่งอันใด เหนือกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

ล่าสุดเริ่มมีข้อมูลปูดออกมาว่า เขาได้ซุ่มติดต่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลนายScott Morrison ผู้นำออสเตรเลีย และนายบอริส จอห์นสัน แห่งอังกฤษ เพื่อให้ช่วยหาข้อมูลที่อดีตผู้นำของทั้งสองประเทศ (คือนาย Michael Turnbull และนางเทเรซา เมย์-ที่ไม่ค่อยศรัทธาในตัวทรัมป์ ตั้งแต่ยังเป็นแค่ผู้สมัครตำแหน่งปธน.) ซึ่งทั้งสองอดีตผู้นำ น่าจะรู้เห็นเป็นใจกับการส่งการเตือนภัยมายังเอฟบีไอของสหรัฐฯ ว่า รัสเซียกำลังแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯ เพื่อให้ทรัมป์ชนะ (เพราะทั้งอังกฤษและออสเตรเลียต่างเป็นสมาชิกอยู่ใน 5-eyes ที่จะแชร์ข้อมูลข่าวกรองแก่กันและกันได้อย่างลึกซึ้ง) และตอนนี้หลายคนคงจะถึงบางอ้อ! ที่ว่า ทำไมทรัมป์จัดเลี้ยงแบบรัฐพิธี (ครั้งแรกในสมัยของเขา) แก่ Scott Morrison และทำไมทรัมป์ถึงพูดออกนอกหน้าสนับสนุนบอริส จอห์นสัน ตั้งแต่เทเรซา เมย์ ยังดำรงตำแหน่งนายกฯ ด้วยซ้ำ

ความเหมือนมาเฟียของทรัมป์อีกอย่างก็คือ เขาทวีตท้าทายขอพบ Whistleblower ผู้ที่เขียนร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน (Inspector General) เรื่องทรัมป์ข่มขู่ผู้นำยูเครนให้หาข้อมูลป้ายสีคู่แข่งทางการเมืองของเขา

ทั้งๆ ที่เพิ่งมีกฎหมายใหม่ออกมากลางปี 2000 ที่รัฐจะต้องช่วยปกปิดและคุ้มครองข้าราชการ หรือบุคคลที่รักชาติ และออกมาร้องเรียนถึงความไม่ชอบมาพากลของเจ้าหน้าที่รัฐบาล (ในกรณีนี้คือ ปธน.ทรัมป์และพวก) ซึ่งการขอพบของทรัมป์ครั้งนี้คือ การข่มขู่ผู้ร้องเรียนนั่นเอง เป็นมาเฟียจริงๆ เข้าข่ายขัดขวางกระบวนการไต่สวน

มีข้อเสนอของ ส.ส.หญิงผิวดำอาวุโสแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย Maxim Waters ที่เคยถูกทรัมป์ด่าเจ็บๆ อย่างรังเกียจผิว (เมื่อตอนที่ทรัมป์เข้าทำเนียบใหม่ๆ) ได้เสนอว่า ในเมื่อทรัมป์ออกมาใช้วาจาผรุสวาท และทำการข่มขู่ทั้งคณะกรรมาธิการ และผู้ร้องเรียนที่ยังปกปิดชื่ออยู่...เธอเสนอว่า ฝ่ายสื่อและบรรดากรรมาธิการไต่สวนต้องใช้ภาษาที่เผ็ดร้อนตอบโต้กับมนุษย์ที่หนังหนา และบ้าอำนาจอย่างทรัมป์ เช่น ควรจะพูดไปเลยว่า โทษของทรัมป์ที่นำต่างชาติมารับใช้ตนเองเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมืองนี้ เป็นโทษที่สมควรแขวนคอ, หรือขังเดี่ยวตลอดชีวิต ไม่ควรใช้ท่าทีแบบที่ประธานสภาแนนซี บอกเรา เราจะก้าวเดินในการไต่สวนอย่างสงบเสงี่ยม เพราะฐานเสียงของทรัมป์ตาบอด หูหนวกแล้ว จึงต้องใช้คำพูดแรงๆ ตอบโต้กลับไปบ้าง

กำลังโหลดความคิดเห็น...