xs
xsm
sm
md
lg

ฉันต้องหยุดเรียน เพราะเหล่าผู้นำล้มเหลวสิ้นเชิง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร

เกรตา ทุนเบิร์ก เด็กสาวชาวสวีเดน ผู้สั่นสะเทือนโลกร้อนขณะนี้
เด็กหญิงวัยรุ่น ที่ลงทุนหยุดเรียนในวันศุกร์เมื่อต้นปีที่แล้ว (2018) เพื่อไปยืนถือป้ายหน้ารัฐสภาของสวีเดน เพื่อขอให้สมาชิกสภาตระหนักถึงภาวะฉุกเฉินในเรื่องโลกของเรา ที่กำลังร้อนขึ้นจนอีกในไม่ช้าเราจะอยู่กันไม่ได้ โดยเฉพาะกับชีวิตของเด็กๆ ที่จะไม่มีโลกให้อาศัยอยู่ต่อไป ด้วยฝีมือของผู้ใหญ่ในวันนี้ ที่เป็นผู้สร้างปัญหาให้แก่เหล่าหนูๆ ในวันนี้ ที่จะต้องเผชิญกับชีวิตที่น่าหดหู่ เผชิญกับปัญหาน่าสะพรึงกลัวจากอุณหภูมิของโลกที่สูงไปเรื่อยๆ และคนจนของทั่วโลกจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ต้องเผชิญต่อชีวิตที่ยากเข็ญยิ่งจากปัญหาที่โลกร้อนขึ้น

เกรตา ทุนเบิร์ก คือเด็กหญิงวัยรุ่นชาวสตอกโฮล์ม, สวีเดน ซึ่งเป็นทั้งออทิสติกที่เคยหยุดพูดมาพักใหญ่ แต่เมื่ออายุ 8 ขวบ (เมื่อ 8 ปีที่แล้ว) เธอได้อ่านพบถึงภาวะโลกร้อนที่กำลังคืบคลานมาทำลายโลกของเรา เพราะมนุษย์เป็นผู้สร้างปัญหานี้กับมือของเราเอง และโลกจะร้อนขึ้นจนน้ำแข็งที่ขั้วโลกจะละลายมาเป็นน้ำในมหาสมุทร ซึ่งระดับน้ำในมหาสมุทรจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้มนุษย์ที่อาศัยอยู่ตามเกาะแก่ง-ในที่สุดจะจมน้ำ รวมทั้งระดับน้ำจะพัดเข้าไปในชายฝั่งต่างๆ ตามแผ่นดินใหญ่ซึ่งผู้คนตามชายฝั่งก็ต้องอพยพหนีน้ำขึ้นไปบนที่สูงขึ้นๆ

รวมทั้งภาวะภูมิอากาศและกระแสน้ำเย็น น้ำอุ่นของโลกจะแปรปรวนเปลี่ยนทิศทาง และจะกระทบกับเหล่าปู ปลา กุ้ง หอยทั้งในทะเลหรือลุ่มน้ำต่างๆ ซึ่งจะกระทบกับแหล่งอาหารของมนุษย์ ประกอบกับความแปรปรวนของภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อน จะทำให้เกิดพายุร้ายแรงอย่างสุดเหวี่ยง จนทำลายบ้านเรือนที่พักอาศัยของผู้คนให้ย่อยยับ

เด็กหญิงเกรตา เริ่มรู้สึกถึงความรุนแรงจากภาวะโลกร้อนที่กำลังรอเธออยู่ข้างหน้า จึงตั้งใจศึกษารายงานของนักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม และตั้งคำถามว่า ทำไมเรื่องโลกร้อนจึงถูกจัดลำดับความสำคัญอยู่หลังๆ ไม่ได้รับการเหลียวแลให้มีการร่วมมือกัน สกัดกั้นไม่ให้เหตุการณ์โหดร้ายโกลาหลที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เพราะมีการประชุมเรื่องโลกร้อนมาตั้งแต่ Kyoto Protocol ในช่วงปลายของพันปีที่ 2 ช่วงต่อกับการเปลี่ยนเข้าสู่สหศตวรรษที่ 3 (ค.ศ. 2000) แต่โลกก็ยังหลับใหลและไม่ยอมตื่นขึ้นมาช่วยกันจัดการก่อนที่จะสายเกินไป-ไม่ให้โลกร้อนขึ้น-ไปถึงจุดที่กู่ไม่กลับ

เธอเริ่มตระหนักถึงต้นตอของปัญหาโลกร้อน คือ การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่ไม่แยแสนำพาต่อการปล่อยก๊าซคาร์บอนอย่างไร้ความรับผิดชอบ รวมทั้งการคมนาคมขนส่งก็มีแต่พ่นก๊าซคาร์บอนออกไปในบรรยากาศ เธอก็เริ่มพูดคุยกับพ่อแม่ และเพื่อนๆ ถึงพาหะพวกเครื่องบินที่พ่นก๊าซคาร์บอนอย่างหนัก

คุณแม่ของเธอเป็นนักร้องโอเปร่าคนดังของสวีเดน ซึ่งต้องบินไปขับร้องตามที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต่อมาเธอได้หว่านล้อมไม่ให้ทั้งพ่อและแม่ใช้เครื่องบินอีกต่อไป ซึ่งคุณแม่ก็เลยรับงานแต่ในประเทศยุโรป โดยการเดินทางจะใช้รถไฟหรือรถยนต์เท่านั้น

และแน่นอนว่า เธอสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น จากกระแสลม...เธอจึงเดินทางด้วยเรือยอชต์ (Yacht) ที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ ในการเดินทางข้ามฟากจากอังกฤษ มาเมืองนิวยอร์กเพื่อเป็นผู้ปราศรัยคนสำคัญของการประชุมสุดยอดเรื่องโลกร้อน ที่จัดโดยเลขาธิการยูเอ็นในอาทิตย์นี้

เธอได้เปลี่ยนมาเป็น Vegan คือ ยิ่งกว่ามังสวิรัติโดยไม่รับประทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ทุกชนิด รับประทานแต่ผลิตภัณฑ์จากพืชเท่านั้น เพราะเธอค้นพบจากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ (IPCC-Intergovernmental Panel on Climate Change-ซึ่งทำงานร่วมกับยูเอ็นในการศึกษาและรายงานสาเหตุและวิธีต่อสู้กับโลกร้อน) ที่พบว่า เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ผู้คนบนโลกบริโภคอยู่ทุกๆ วันนี้ ต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกอาหารสัตว์จำนวนมาก ไม่เพียงปศุสัตว์ เช่น วัวหรือหมู แต่สัตว์น้ำก็ต้องการอาหารสัตว์ ซึ่งต้องใช้พื้นที่เพาะปลูกอาหารสัตว์มากยิ่งขึ้น โดยมีการเปิดป่าสมบูรณ์แบบอเมซอนเพื่อเปิดทางให้เข้าไปปลูกพืชที่เป็นอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพด, ถั่วเหลือง อย่างมหาศาล ซึ่งเท่ากับไปตัดทำลายต้นไม้ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ และใช้เวลาเป็นหลายล้านปีที่จะมีป่าสมบูรณ์ขึ้นมาได้ และต้นไม้ยักษ์เหล่านี้คือแหล่งดักจับคาร์บอนมาเป็นอาหาร ซึ่งช่วยในการเติบโตของต้นไม้ใหญ่ ซึ่งถ้าไม่มีต้นไม้ใหญ่ทำให้ก๊าซคาร์บอนมีปริมาณมากขึ้นๆ และทำให้เกิดภาวะเรือนกระจกที่ความร้อนจากดวงอาทิตย์จะพุ่งเข้าสู่โลกแล้วไม่สามารถทะลุทะลวงผ่านก๊าซเรือนกระจกนี้นำความร้อนออกไปจากโลกได้

เธอหว่านล้อมจนทั้งแม่และพ่อ (เป็นนักแสดงของสวีเดน โดยเธอมีปู่เป็นผู้กำกับการแสดงชื่อดัง) ได้ตกลงเลิกกินเนื้อสัตว์เช่นเดียวกับเธอ รวมทั้งไม่นำชิ้นส่วนของสัตว์มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นขนสัตว์ ฯลฯ

เธอได้รับรางวัลเขียนเรียงความประกวด ซึ่งจัดโดยนสพ.ชื่อดังของสวีเดน เรื่องโลกร้อน และหันมาเริ่มขับเคลื่อนขบวนการปลุกผู้คนให้มองเห็นถึงภาวะฉุกเฉินวิกฤตที่โลกเรากำลังเผชิญอยู่ และถ้ามนุษย์ยังเพลิดเพลินกับการบริโภค และการผลิตที่ไม่รับผิดชอบ โดยคิดว่าโลกจะรับไหวกับขนาดของการปล่อยของเสียทิ้งไปในน้ำและในอากาศ จุดพินาศของโลกก็จะเกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเด็กวัยรุ่นในขณะนี้ที่กำลังโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งเมื่อโตขึ้นก็สายไปเสียแล้ว เพราะโลกจะผ่านจุดที่เกินกว่าจะแก้ไขได้

เธอจึงขับเคลื่อนจากเพื่อนๆ ในชั้นเรียน ให้หยุดเรียนในวันศุกร์ เพื่อมาชุมนุมถือป้ายและกล่าวปราศรัยชักชวนให้บรรดาผู้ใหญ่ได้รีบช่วยกันไม่ให้โลกร้อนขึ้นๆ ซึ่งครูส่วนใหญ่ก็เห็นคล้อยด้วย...จนการชุมนุม School Strike for Climate แผ่ขยายไปทุกวันศุกร์ทั่วสวีเดน, ทั่วยุโรป และขยายไปยังทวีปอื่นๆ โดยเธอได้เห็นตัวอย่างการขับเคลื่อน ต่อต้านการพกพาปืนของนักเรียนที่ฟลอริดา ที่เกิดเหตุการณ์กราดยิงนักเรียนตาย โดยเด็กนักเรียนพกปืน...และการขับเคลื่อนที่ฟลอริดาได้ขยายไปทั่วสหรัฐฯ...เมื่อต้นปีที่แล้วนี้เอง

ในการชุมนุมทุกวันศุกร์ของกลุ่มนักเรียนวัยรุ่นนี้ (ดีกว่าขับรถแข่ง เด็กแว้นของไทย หรือนักเรียนนักเลงของไทยที่ใช้พลังงานไปอย่างสูญเปล่า และถึงสูญเสียชีวิตด้วย) จะตั้งคำถามว่า ทำไมผู้ใหญ่ใจร้ายสร้างปัญหาโลกร้อนทิ้งเป็นมรดกให้แก่พวกเด็กๆ ที่จะต้องรับมรดกนี้จนชีวิตยากลำบากสาหัส? ทำไมผู้นำถึงล้มเหลวโดยสิ้นเชิงที่จะช่วยกันไม่ให้โลกต้องสูญสลายไปเพราะความร้อน จากความเห็นแก่ตัวของภาคธุรกิจที่มองเห็นแต่กำไรในปัจจุบัน แต่ทิ้งนรกไว้ให้แก่ลูกหลานในอนาคต

เธอได้รับเชิญไปจากรัฐสภาหลายแห่ง เพื่อไปกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ ด้วยคำพูดจริงจังจริงใจถึงความสูญสลายทั่วโลกที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อน และกำลังกู่ไม่กลับ

ล่าสุดในการประชุมสุดยอดผู้นำยูเอ็น ช่วงก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่ เลขาธิการยูเอ็นเชิญเธอไปพูดต่อหน้าเหล่าผู้นำ ซึ่งเธอได้ตอกหน้าเหล่าผู้นำว่า พวกคุณผู้นำนั้นมีแต่ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงที่จะกอบกู้โลกจากภาวะโลกร้อน จนพวกหนูจะต้องรับโลกที่กำลังสูญสลายนี้ต่อไป เพราะพวกหนูไม่เหลือความฝันอะไรอีกต่อไปแล้ว เมื่อโลกกำลังสูญสลาย และหนูควรจะกลับเข้าห้องเรียนเพื่อเล่าเรียนหนังสือ แต่จะมีประโยชน์อันใดเล่า เพราะโลกกำลังสูญสลายจากน้ำท่วมแผ่นดิน เพราะภาวะโลกร้อน

การประชุมสุดยอดโลกร้อนครั้งนี้ เลขาธิการยูเอ็นเชิญแต่ผู้นำที่จะช่วยกันกอบกู้โลก โดยงดเว้นเชิญผู้นำประเทศที่ยังหลงใหลกับการส่งออกสินค้าที่ทำให้โลกร้อนหรือไม่นำพาต่อมาตรการกอบกู้โลกไม่ให้โลกดิ่งสู่ความหายนะเร็วขึ้นจากโลกร้อน เช่น ไม่เชิญผู้นำบราซิลที่มีนโยบายเปิดป่าอเมซอน เพื่อขยายที่เพาะปลูกอาหารสัตว์หรือขุดสำรวจเหมืองแร่และบ่อน้ำมัน

ปธน.ทรัมป์ นั้น แต่แรกบอกว่าจะไม่เข้าร่วมดังเช่นที่เขาไม่เข้าร่วมกลุ่ม G7 ในหัวข้อโลกร้อน (แม้ลูกสาว Ivanka จะพยายามหว่านล้อมพ่อไม่ให้ฉีกข้อตกลงปารีสเรื่องโลกร้อนก็ตาม) แต่ในที่สุด ก็โผล่เข้ามาร่วมประชุม แต่หลังจากเด็กหญิงเกรตา ปราศรัยจบพอดี

เกรตาจ้องมองปธน.ทรัมป์ ด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง เพราะเขาคือผู้ขัดขวางตัวพ่อต่อการกอบกู้โลกให้พ้นวิกฤตโลกร้อนขณะนี้

กำลังโหลดความคิดเห็น...