xs
xsm
sm
md
lg

ซาอุฯ อิหร่าน ยังแค่ฮึ่มๆ กัน!

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ของอิหร่าน
สหประชาชาติกำลังอยู่ในวาระการประชุมสามัญประจำปี ผู้นำประเทศไปร่วมเพื่ออยากจะรู้ว่าวิกฤตหลายจุดขณะนี้จะมีทางออกอย่างไร โดยเฉพาะระหว่างอิหร่านกับซาอุดีอาระเบีย หลังจากโรงกลั่นน้ำมันซาอุฯ 2 แห่งถูกโจมตีจนเสียหายหนัก

สหรัฐฯ ส่งทหารและอาวุธด้านป้องกันภัยทางอากาศและจรวดเพื่อช่วยเหลือซาอุฯ แต่ไม่ใช่ช่วยฟรีๆ ทุกอย่างรัฐบาลซาอุฯ ต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะเดียวกันสหรัฐฯ สั่งให้กระทรวงกลาโหมพิจารณามาตรการเพื่อเล่นงานอิหร่าน

เมื่อมาตรการทางทหารยังไม่มีอะไร ผู้นำทำเนียบขาวก็เดินหน้าด้วยมาตรการคว่ำบาตรเพิ่ม เช่น ห้ามทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารชาติของอิหร่าน หวังปิดล้อมด้านเศรษฐกิจทำให้กระดิกตัวไม่ได้ อิหร่านอยู่ในสภาพย่ำแย่ รายได้จากน้ำมันหดหาย

เงินตราสำรองระหว่างประเทศมีเหลือใช้จ่ายอีกไม่กี่เดือน ขณะที่ส่งออกน้ำมันไม่ได้เพราะมาตรการปิดล้อมโดยสหรัฐฯ ทำให้อัตราเงินเฟ้อในอิหร่านสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนอิหร่านอยู่ในสภาพลำบากในการครองชีพ แต่ยังกัดฟันสู้ต่อไป

ผู้นำอิหร่านโดยประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี ประกาศเตือนว่ากองกำลังต่างชาติไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยว ยุ่มย่ามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในอ่าวเปอร์เซียเพราะมักทำให้เกิดความเจ็บปวด ทุกข์ระทมกับคนในพื้นที่ อย่างที่เคยเป็นมาโดยตลอด

ทั้งรูฮานีและรัฐมนตรีต่างประเทศจาวาด ซารีฟ ได้ไปร่วมประชุมยูเอ็น เป็นที่คาดหวังว่าจะมีแผนสันติภาพใหม่ไปเสนอ แต่ยังไม่มีแผนจะพบปะคุยกับทรัมป์ ทั้งคู่โดนมาตรการคว่ำบาตร ห้ามเข้าสหรัฐฯ แต่ไปได้เฉพาะงานเกี่ยวกับการประชุมยูเอ็น

วิกฤตล่าสุด ทำให้ความคาดหมายว่าสหรัฐฯ กับอิหร่านจะหาทางเจรจากัน ฝ่ายอิหร่านเสนอว่าสหรัฐฯ ควรผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร เพื่อทำให้บรรยากาศดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และยังไม่ไว้ใจว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะยึดมั่นกับข้อตกลง อย่างที่เคยได้ทำมา

ความยืดเยื้อในการเป็นปฏิปักษ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี หลังจากการปฏิวัติโค่นล้มพระเจ้าชาห์ และจับกุมนักการทูตอเมริกันเป็นตัวประกันนานกว่า 400 วัน มีการพบเจรจากัน แต่ไม่สามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์ได้

สหรัฐฯ หนุนซาอุฯ และพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซีย และอิสราเอล ซึ่งรวมกันตั้งป้อมเป็นศัตรูกับอิหร่าน ลามไปจนถึงขั้นทำสงครามตัวแทนในเยเมนจนทุกวันนี้ และกบฏฮูตีอ้างว่าส่งโดรนไปโจมตีโรงกลั่นของซาอุฯ แต่ทั้งซาอุฯ และสหรัฐฯ ไม่เชื่อ

อ้างว่ามีหลักฐานจากซากโดรนว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ยิงจากพรมแดนอิหร่าน ผ่านอิรัก บินร่อนในระดับต่ำเลี่ยงการตรวจจับโดยเรดาร์ จากนั้นทำให้เกิดภาวะเขม็งเกลียว ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธเสียงแข็ง อ้างว่าเป็นการกล่าวโดยไร้หลักฐาน

การเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังจะไม่นำไปสู่การปะทะกันด้วยกำลังอาวุธ แม้ฝ่ายซาอุดีอาระเบียอยากจะทำอะไรเป็นการตอบโต้อิหร่านก็ตาม เมื่อคำนึงแล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเอาชนะอิหร่านได้ง่ายๆ ด้วยความช่วยเหลือของสหรัฐฯ บ้าง

สหรัฐฯ เองก็ไม่เต็มใจอยากจะมีเรื่อง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดูเหมือนจะตระหนักว่าทันทีที่โจมตีอิหร่าน ทุกอย่างจะไม่มีการเลิกรากันโดยง่าย และสงครามจะไม่จำกัดอยู่ระหว่างซาอุฯ กับอิหร่าน ประเทศต่างๆ ในอ่าวเปอร์เซียต้องร่วมด้วย

แม้แต่อิสราเอล เด็กในคาถาและตัวแทนอำนาจของสหรัฐฯ จะไม่อยู่นิ่งเฉย

ถ้าจะมีสงครามกันระหว่างซาอุฯ กับอิหร่าน สหรัฐฯ คงไม่ยอมออกหน้า แต่จะให้ซาอุฯ และพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียเสี่ยงรบเอง สหรัฐฯ จะสนับสนุนด้วยอาวุธและข้อมูลข่าวกรองสำคัญในการสู้รบ และซาอุฯ ต้องเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายเหมือนเดิม

ซาอุฯ มีประชากร 33 ล้านคน ฝ่ายอิหร่านมี 80 ล้านคน ถ้าปะทะกัน จะไม่ได้เปรียบเสียเปรียบมากนัก ถ้าฟัดกันตัวต่อตัว ซาอุฯ มีเครื่องบินรบทันสมัยกว่าของอิหร่าน แต่อิหร่านมีอาวุธจรวดมากกว่าหลายเท่าตัว พร้อมถล่มเป้าหมายทั่วพื้นที่

โรงกลั่น บ่อน้ำมัน สถานที่สำคัญทั่วประเทศซาอุฯ เสี่ยงต่อการโดนโจมตี ขณะที่ซาอุฯ มีจรวดทำจากจีน แต่วิถีการยิงอยู่ในขีดจำกัด ถ้าจะรบกัน ตัวตัดสินคำแสนยานุภาพในการโจมตีทางอากาศ ดูแล้วทั้งคู่มีกำลังสู้รบสูสีกัน แต่เละทั้งคู่

อิหร่านมีความได้เปรียบเพราะมีกองกำลังย่อยกระจายไปทั่ว ในอิรัก เยเมน ซีเรีย เลบานอน และพื้นที่กาซ่า ปาเลสไตน์ พร้อมเล่นงานซาอุฯ ในปฏิบัติการโจมตีกลุ่มย่อยๆ ที่สำคัญ อิหร่านสามารถปิดอ่าวเปอร์เซียซึ่งเป็นแหล่งส่งผ่านน้ำมัน

กองกำลังของสหรัฐฯ บนบกในตะวันออกกลางและเรือบรรทุกเครื่องบินก็เสี่ยงต่อการโดนโจมตีโดยจรวด และกองกำลังหน่วยอื่นๆ ถ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยตรง

ทั้งซาอุฯ และกลุ่มประเทศยูเออีในอ่าวเปอร์เซียต้องตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีโดยอิหร่าน และยังต้องดูว่าอิหร่านจะได้รับการช่วยเหลือทั้งทางตรง ทางอ้อมโดยประเทศอื่นๆ หรือไม่ด้านอาวุธ เช่น รัสเซีย จีน รวมทั้งเกาหลีเหนือ ตุรกี อิรัก

สหรัฐฯ อาจหวังพึ่งกลุ่มประเทศยุโรป แต่คงไม่ง่าย เพราะแต่ละชาติไม่อยากรบ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและเยอรมนี ซึ่งมองว่าสหรัฐฯ เป็นต้นเหตุในการทำให้เกิดวิกฤตหลังจากถอนตัวจากข้อตกลงกับอิหร่านด้านการควบคุมการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

ดังนั้น แม้แต่ละฝ่ายจะแสดงอาการฮึ่มๆ อยากจะเล่นงานอีกฝ่าย โดยเฉพาะซาอุฯ ซึ่งอยากเอาคืน ก็ยังแหยงๆ เพราะตัวเองยังติดกับในสงครามกับเยเมนซึ่งยังเอาชนะไม่ได้ ดังนั้นเป็นที่คาดหมายว่าคงจะต้องหาทางเปิดการเจรจากันนั่นแหละ

ใครจะมีท่าทีโอนอ่อน หรือใครเป็นกาวใจ ต้องรอดูลีลาช่วงประชุมยูเอ็นก่อน!
กำลังโหลดความคิดเห็น...