xs
xsm
sm
md
lg

จุดเริ่มต้น...อวสานอเมริกา (จบ)

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

พลเอกHossein Salami ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังปฏิวัติอิสลาม
มาถึงวันนี้...คงต้องขออนุญาตลากต่อถึงประเด็นถัดๆ ไป คือประเด็นอันว่าด้วย 2.ความเป็นไปได้ของการเปิดศึกระหว่างคุณพ่ออเมริกากับอิหร่านว่ามันจะยังดำรงคงอยู่ หรือยังมีน้ำหนักมาก-น้อยขนาดไหน ไม่ว่าในอนาคตอันใกล้ หรือในช่วงระยะยืดเยื้อ ยืดยาวกันในระดับไหนก็ตาม...

2.1 อย่างที่ได้ว่าไว้แล้วเมื่อวานนี้ ว่าการอาศัย “เงื่อนไข-ข้ออ้าง” ในการชี้นิ้วไปยังอิหร่านว่าเป็น “ผู้ร้าย” ในกรณีการโจมตีคลังน้ำมันซาอุฯ คราวนี้ นอกจากออกจะติดๆ ขัดๆ ไม่ได้ลื่นไหลอย่างที่บรรดาพวก “เหยี่ยว” ในอเมริกาต้องการภายใต้บรรยากาศหน้าข้าว-หน้าเหล้า หรือภายใต้ช่วงระยะที่ใกล้ถึงวาระการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริการอบใหม่ อีกแค่ไม่กี่เดือนนับจากนี้ ยังมีส่วนส่งผลให้ผู้นำที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด อย่าง “ทรัมป์บ้า” ที่ไม่ได้เป็น “เหยี่ยว” มาโดยกำเนิด แต่หนักไปทาง “อีแร้ง” นั่นแหละมากกว่า ก็ดูจะหันมาแสดงออกถึงความปรารถนาและต้องการ ที่จะจำแลงแปลงกายไปเป็น “พิราบ” มากกว่าที่จะต้องวิวัฒนาการไปตามแรงกด แรงบีบ ของบรรดาผู้แวดล้อมรอบข้าง ที่หวังให้กลายเป็น “เหยี่ยว” ให้จนได้ การสั่งยกเลิกแผนการถล่มอิหร่านหลังเครื่องบินโดรนสหรัฐฯ โดนสอย ก่อนการเปิดปฏิบัติการทางอากาศเพียงแค่ประมาณ 10 นาที การตัดสินใจ “ถีบ” หัวหน้าเหยี่ยว อย่าง “นายจอห์น โบลตัน” ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาความมั่นคงทำเนียบขาว หรือแม้แต่ความพยายามลดโทนความขัดแย้งใน “สงครามการค้า” ระหว่างจีนกับอเมริกาในช่วงระยะนี้ ฯลฯ ล้วนแต่เป็นตัวสะท้อนให้เห็นว่า การ “บีบไข่” ผู้ที่มี “ลูกบ้า” อย่าง “ทรัมป์บ้า” นั่น...คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ!!!

2.2 อีกทั้งไม่ว่าพวก “เหยี่ยว” พวก “นีโอคอนฯ” จะพยายามกด พยายามบีบกันอย่างไร แต่การเปิดศึกกับประเทศที่มีแสนยานุภาพทางทหารอันดับ 14ของโลก อย่างอิหร่านนั้นย่อมก่อให้เกิด “รายจ่าย” จำนวนมหาศาล ชนิดแทบนับคำนวณไม่ได้ หรือแทบแบกรับเอาไว้ไม่ไหว ไม่ว่ากองทัพอเมริกาจะยิ่งใหญ่ เกรียงไกร มีศักยภาพและแสนยานุภาพในระดับสูงสุดเพียงใดก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อเจอกับการออกมาป่าวประกาศของผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) “พลเอกHossein Salami” ครั้งล่าสุด ประมาณว่า “อิหร่านพร้อมแล้ว...สำหรับทุกสถานการณ์นับจากนี้” และ “ใครก็ตามที่ต้องการให้แผ่นดินของตัวเองเป็นสนามรบหลัก...ก็เชิญเลย” ซึ่งไม่ว่าคำประกาศที่ว่านี้จะมี “แมงโม้” บินว่อนอยู่ในระดับไหนก็แล้วแต่ แต่จากขีดความสามารถในการสอยเครื่องบินโดรน “RQ-4 Global Hawk” มูลค่านับร้อยๆ ล้านดอลลาร์ ลงมาจากน่านฟ้าอิหร่านซะเฉยเลย บรรดาฐานทัพ กองเรือรบ เรือบรรทุกเครื่องบิน ฯลฯ ของกองทัพอเมริกาตั้งแต่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ไปยันมหาสมุทรอินเดีย ย่อมมีแต่ “หนาวว์ว์ว์...กับ...หนาวว์ว์ว์” อย่างมิอาจปฏิเสธได้คือขนาดแค่จรวดระดับลูกๆ ของพวกกบฏเยเมน ยังหนักถึงขั้นนี้ แล้วถ้าหากเป็นจรวดตัวพ่ออย่างอิหร่าน จะหนักไปถึงขั้นไหน???

2.3 ยิ่งไปกว่านั้น โดยสถานะทางการเมืองระหว่างประเทศของอิหร่าน ก็ไม่ได้โดดเดี่ยวกระเทียมลีบ กระเทียมโทน ซะอีกต่างหาก ไม่เพียงแต่ยังมีความผูกพันกับ “ข้อตกลงนิวเคลียร์” ต่อบรรดาประเทศในยุโรป ชนิดตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด ความใกล้ชิด ติดพันกับมหาอำนาจอย่างรัสเซียและจีน ไม่ว่าในทางการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ไปจนถึงการทหารเอาเลยก็ว่าได้ ย่อมต้องทำให้ “มหาอำนาจคู่แข่ง” (Rival Power) ของอเมริกาทั้งสองประเทศ คงไม่อาจเอามือซุกหีบเฉยๆ อยู่แล้วแน่ๆ หรือพูดง่ายๆ ว่า...การ “เปิดฉากสงครามกับอิหร่าน” โดยตรงนั้น แทบไม่ต่างไปจากการ “เปิดฉากสงครามโลก” โดยอ้อมนั่นเอง แถมยังเป็นการเปิดฉากในขณะที่สถานะทางการเมืองระหว่างประเทศของอเมริกา นับวันมีแต่จะ “โดดเดี่ยว” ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...

2.4 ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะ “บ้าสงคราม” หรือ “บ้า...ก็...บ้าวะ” เพียงใดก็แล้วแต่ ขีดความสามารถที่ผู้อำนาจในระดับต่างๆ ของรัฐบาลอเมริกัน ไม่ว่าเหยี่ยว พิราบ หรืออีแร้ง พอจะแบกรับไว้ได้ ก็คงหนีไม่พ้นไปจากการแสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือกันไปเป็นพักๆ ไม่ว่าจะโดยการประกาศ “แซงชั่นขั้นสูงสุด” ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะมีอะไรสูงไปกว่าเท่าที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว โดยคราวนี้...ได้เพิ่มการแซงชั่น “ธนาคารกลางอิหร่าน” เอาไว้ด้วย เพื่อหวังให้ใครก็ตาม ไม่มีโอกาสได้ทำธุรกรรมทั้งมวลกับอิหร่านต่อไปอีกเลย ไม่ว่าจะขายอาหาร ขายยา ฯลฯ ต่างห้ามมิให้ซื้อ-ขายด้วยกันทั้งสิ้น ไปจนการออกข่าวว่ากำลังคิดจะส่งทหารและอาวุธเพิ่มเติมเข้าไปยังซาอุฯ และยูเออี แต่ก็นั่นแหละ...ทั้งหลาย ทั้งปวง เหล่านี้ ก็คงเป็นได้แค่เครื่องปลอบประโลม ปลอบอก ปลอบใจ ต่อผู้ที่เป็นพันธมิตรของตัวเอง ไปตามมี ตามเกิด ตราบใดที่กองทัพอเมริกายังไม่คิด “เทค แอคชั่น” ยังได้แค่ “ล็อกเป้าและบรรจุกระสุน” ต่อไปเรื่อยๆ...

2.5 ภายใต้ฉากสถานการณ์เช่นนี้นี่เอง...ที่น่าจะทำให้ใครก็ตาม ซึ่งเคยยืนหยัดเป็น “พันธมิตร” ของมหาอำนาจสูงสุดอย่างคุณพ่ออเมริกา...คงต้องคิดหนัก!!! หรือคิดแล้ว-คิดอีก ว่าการตัดสินใจยืนเคียงบ่า-เคียงไหล่กับอเมริกาต่อไปนั้น มันก่อให้เกิดความคุ้มค่า คุ้มราคา มากหรือน้อยขนาดไหน โดยเฉพาะพันธมิตรในตะวันออกกลางอย่างราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียนั่นเอง เพราะการปกป้อง คุ้มครองของอเมริกานั้น ดูแทบจะไม่ได้ก่อให้เกิดความมั่นอก มั่นใจ ต่อซาอุฯ อีกต่อไป เรียกว่า...แม้แต่ “ระบบป้องกันภัยทางอากาศ” ที่เสียเงิน-เสียทองเป็นพันๆ ล้าน หมื่นๆ ล้าน ดันกลับเสร็จจรวดพวกกบฏเยเมนเอาดื้อๆ การแสดงปฏิกิริยาใดๆ ต่อผู้ที่เป็นคู่แข่ง หรือเป็นภัยคุกคามราชอาณาจักรซาอุฯ ก็ทำได้แค่ในแวดวงจำกัด หรือได้แต่ “ขู่” ได้แต่ “พ่นแมงโม้” ต่อไปเรื่อยๆ ดังนั้น...การหันหน้าไปหา “พันธมิตรรายใหม่” อย่างรัสเซีย ที่กลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญแห่งตะวันออกกลาง เป็นผู้ถือไพ่ใบสำคัญๆ เอาไว้ในมือ การหันไปยกเลิกความเป็นศัตรูกับประเทศเล็กๆ จนๆ อย่างเยเมน ที่กำลังชักลากราชอาณาจักรซาอุฯ ทั้งอาณาจักร ให้จ่อมจมลงไปในหล่มยิ่งขึ้นเรื่อยๆ หรือแม้กระทั่งการหาทาง “อยู่ร่วมกันโดยสันติ” กับคู่แข่ง คู่กัดในตะวันออกกลาง อย่างประเทศอิหร่าน จึงน่าจะเป็น “ทางเลือก” หรือ “ทางรอด” ที่ออกจะอบอุ่นและปลอดภัย สำหรับ “ราชวงศ์อัล-ซาอุด” ซึ่งกำลังทรุดโทรม เสื่อมโทรม ลงไปทุกที ไม่ว่าทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือความชอบธรรมในสายตาชาวมุสลิมทั่วโลก...

อันนี้นี่แหละ...ที่น่าจะกลายเป็น “ผลพวง” หลังกรณีการถล่มคลังน้ำมันซาอุฯ หรือเป็นแนวโน้มของฉากสถานการณ์ในแนวรบตะวันออกกลางนับจากนี้เป็นต้นไป หรือเป็นฉากสถานการณ์ซึ่งอาจนำไปสู่ “อวสานอเมริกา” หรือ “อวสานเปโตรดอลลาร์” ในอีกไม่ใกล้-ไม่ไกล???
กำลังโหลดความคิดเห็น...