xs
xsm
sm
md
lg

ข่าวปนคน คนปนข่าว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวปนคน คนปนข่าว

**เบื่องลึก ศึก "เสรีพิศุทธ์ -ธรรมนัส" เกมส์ใหญ่ พลิกการเมือง

ถือว่า ลงทุนพอสมควร เพราะถ้าเป็นมวยก็ต้องบอกว่า “วีรบุรุษนาแก”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย “ลดน้ำหนัก” ลงมาชกกับ "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" รมช.เกษตรและสหกรณ์ อดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง
“เสรีพิศุทธ์”จบเตรียมทหารรุ่นที่ 8 ส่วน “ธรรมนัส”จบเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 ห่างกันสูดกู่ 17 รุ่น หรือวัดกันที่ “ยศ”นำหน้า ก็คนละเรื่อง ... คนหนึ่ง“นายพล” อีกคนแค่ “ผู้กอง”
ที่ผ่านมา“เสรีพิศุทธ์” ซึ่งเป็นถึงอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็น “มวยรุ่นใหญ่”เลือกชกเป็นมวยรุ่นเดียวกัน ... จะเห็นว่า “เสรีพิศุทธ์”คนนี้ จะซัดแต่ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อยมา ถึงยุคปัจจุบัน ... หรือไม่ก็เลี้ยวไปถล่ม “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หรือ “บิ๊กป๊อก”พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เท่านั้น...ส่วนพวกเกรดรองๆ ลงมา จะปล่อยให้ลูกพรรค และพรรคร่วมฝ่ายค้านรุมทึ้ง แต่เที่ยวนี้ “บิ๊กตู่ ตร.”พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กระโดดลงมาซัดเอง
งานนี้ย่อมมี “เบื้องลึกเบื้องหลัง”แน่ เรื่องอะไร “เสรีพิศุทธ์ จะทุ่มเทขนาดนี้ ตั้งแต่เรื่องการออกจากหลังม่าน มาเล่นหน้าฉากว่า เป็นคนส่งข้อมูลให้กับสื่อออสเตรเลีย เพื่อล่อ“ธรรมนัส”
การออกมาให้สัมภาษณ์ดิสเครดิต “ธรรมนัส”รายวัน ชนิดไม่คำนึงถึงความจริง ความเท็จ ไม่สนใจอะไรจะเกิดตามมา ไม่ให้เกียรติกัน ขอเพียงได้เหยียบ ได้ขย้ำในช่วงที่อีกฝ่ายดูกำลังเพลี่ยงพล้ำ
สปอตไลต์ทุกดวง หันกลับไปฉาย “เสรีพิศุทธ์”ในฐานะที่เป็นขุนพลชำแหละ และขุดคุ้ย “ธรรมนัส”จนกระทั่งกลายเป็นประเด็นใหญ่ของรัฐบาล
จับท่าทีอดีต “วีรบุรุษนาแก”ถ้าไม่คุ้ม ไม่เล่นใหญ่เบอร์นี้แน่ ตามคิวที่เริ่มมีกระแสข่าววงในว่า หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ใช้วาระกระทืบ “ธรรมนัส”เป็นบันได “คิดการใหญ่”
ล่อไปที่“ธรรมนัส”ที่ถือเป็นตัวจักรสำคัญของรัฐบาล พร้อมเล็งเห็นผลไปที่ “ประยุทธ์”หัวหน้ารัฐบาล ที่ยังติดปมถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน กระซวกโทษฐานตั้ง “อดีตนักค้ายา”เป็นรัฐมนตรี ไปอีกแผล ... เล่นใหญ่ขนาดนี้ พูดได้ไม่เกินจริงว่า หวังให้รัฐบาลล้มคว่ำ พลิกกระดานอำนาจกันเลยทีเดียว...
คำถามมีว่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้น หากจับผลัดจับผลู“รัฐบาลประยุทธ์”ไม่ได้ไปต่อ ... ก็ต้องหันไปมองขุมกำลังของ 7 พรรคฝ่ายค้านตอนนี้ บรรดาอดีตผู้ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ต่าง“ติดบ่วง”กันหมด ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยเอก”ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่วันนี้อย่าว่าแต่เก้าอี้ผู้นำประเทศเลย กะอีแค่เข้าสภาฯ ในฐานะ ส.ส. ยังหืดจับ
ส่วนพรรคเพื่อไทย แกนนำฝ่ายค้าน เจ้าของตำแหน่งแชมป์ที่นั่ง ส.ส.มากที่สุด ก็มีแรงกระเพื่อมภายใน จนขาดเอกภาพ ครั้นจะดัน “เจ๊หน่อย”คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 ขึ้นตำแหน่ง ก็ดูท่าคนในพรรคจะดันไม่สุด ... แคนดิเดตเบอร์ 2 “เสี่ยทริป”ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรี ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ตัดทิ้งไปได้เลย ห่างหายไปจากที่ทำการพรรคนานโข ตอกย้ำ “ความไม่มีใจ”เวลาพรรคเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง แล้วยังทำท่าจะ “ติ๊ดชิ่ง”รังเกียจรังงอน ไม่ขอสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ในการลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ... เพราะต้องการสลัดภาพเลือกข้าง ไปลงแบบอิสระ ซึ่งจะได้คะแนนจากทุกสีเสื้อ และทุกขั้วการเมือง ซึ่งมีโอกาสลุ้นมากกว่าลงในนามพรรคเดิม จนคนในพรรคโห่กันตรึม
ด้านเบอร์ 3 อย่าง "ชัยเกษม นิติสิริ" อดีต รมว.ยุติธรรม และ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย อีกคน เหนียวแน่นเป็น “มันสมอง”ให้กับพรรค แต่การยอมรับภาพกว้างแล้วยังห่างไกล ไม่ช่วยในเรื่องภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นสังคมภายนอก ถือว่าโอกาสริบหรี่...
ที่เหลือในตะกร้าแคนดิเดตนายกฯ อย่าง “ลุงมิ่ง”มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่แม้จะถูกจริตวัยรุ่น จากฝีไม้ลายมือ และแนวคิดเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ขายได้ในภาพกว้าง ... แต่เล่นการเมือง “ลักปิด ลักเปิด”จนในพรรคร่วมฝ่ายค้านเองก็ยังไม่ไว้ใจ ... ฝันใหญ่ของ“ลุงมิ่ง”ต้องกลายเป็น “ฝันค้าง”ต่อไป
ในบรรดาแคนดิเดตที่ได้รับการยอมรับจาก 7 พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยถ้วนทั่ว จึงเหลือแค่ “เสรีพิศุทธ์”คนเดียว ที่ทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรสมัยแรก อย่างขันแข็ง ได้รับเสียงแซ่ซ้องจากแฟนคลับฝ่ายค้าน มาตลอด
ทว่า ติดเงื่อนไขสำคัญ อยู่นิดก็ตรงที่ รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้นายกรัฐมนตรี ต้องมาจากรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ก่อนการเลือกตั้ง และ ต้องเป็นพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่ต่ำกว่า 25 คน
ขณะที่ “พรรคเสรีรวมไทย” ของเสรีพิศุทธ์ มีส.ส.ในมือแค่ 10 คนเท่านั้น
แต่เชื่อเถอะ หากถึงเวลาจริง คงมีมือกฎหมายประเภท “เนติบริกร”หาช่องทางแก้ประเด็นนี้ได้ มีโมเดลการยุบพรรคตัวเองของ "ไพบูลย์ นิติตะวัน" ที่จากหัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กลายเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ไว้ให้ตามรอยอยู่แล้ว
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน เรื่องการยอมรับใน 7 พรรคฝ่ายค้าน ผนวกรวมกับลีลา ปะ ฉะ ดะ บิ๊กๆ ในรัฐบาล และกองทัพ ทำให้เป็นที่รู้จักของสังคมระดับหนึ่ง ... ดังนั้น หากวันหนึ่งรัฐบาลเกิดประสบอุบัติเหตุกลางคัน “เรือเหล็ก”มีอันล่ม ไพ่พลิกกลับมาอยู่ในมือ “ฝ่ายค้าน”แคนดิเดตคนแรกที่จะต้องนึกถึงคือ“เสรีพิศุทธ์”
การลงมาคลุกฝุ่นซัดกับนายทหารรุ่นน้อง ซึ่งเป็นดัง “เครื่องยนต์”ของรัฐบาล “เรือเหล็ก”จึงมีเป้าหมายมากกว่าที่ แค่จะเล่นงาน“ธรรมนัส”
“ธรรมนัส”เป็นมือประสานสิบทิศ เป็นมือทำงานของ “3ป.”เชี่ยวชาญทั้ง “บู๊” และ “บุ๋น”การกำจัดนายทหารรุ่นน้องคนนี้ออกไปได้ จึงเป็นบันไดขั้นแรกสู่การเป็นนายกรัฐมนตรีของเขา หาก “เสรีพิศุทธ์”สอย “ธรรมนัส”สำเร็จ มันจะสะเทือนไปถึง “บิ๊กตู่”ในฐานะผู้แต่งตั้งนำเข้ามาเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์
จะมีช็อตต่อเนื่องหลังการกำจัด “ธรรมนัส”ได้ นั่นคือ การเขย่าเก้าอี้ผู้นำของ “บิ๊กตู่”ต่อ เรื่องจะบานปลายไม่จบสิ้น ... และหากขยันขุดคุ้ยเรื่องสีเทาๆ ของรัฐบาลออกมาได้มากเท่าไหร่ “เสรีพิศุทธ์”ก็ยิ่งจะดูโดดเด่นมากขึ้นไปเรื่อยๆ กระทั่งเฉิดฉายกว่าคนอื่นๆ ใน 7 พรรคฝ่ายค้าน
อย่างที่ทราบกัน “อดีตวีรบุรุษนาแก”นั้น มีความใฝ่ฝันสูงสุดคือ การเป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่พยายามจะเข้าไปถือธงนำให้พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ปี 2554 แล้ว
“เสรีศุทธ์”พยายามชวน “3 ป.” ทะเลาะ เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบระหว่าง “เขา”และ “บิ๊กตู่”ว่าใครกันแน่ที่เหมาะจะบริหารประเทศ
ครั้งหนึ่งในช่วงเลือกตั้งเสร็จใหม่ๆ เขาไม่สามารถออกตัวมากได้ เพราะพรรคเสรีรวมไทย ได้ ส.ส.มาเพียง 10 ที่นั่ง เป้าหมายจึงเหลือแค่ “รมว.กลาโหม”หาก 7 พรรค สามารถรวมกันแล้วสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
แต่เมื่อไม่ประสบความสำเร็จ จึงปรับบทบาทมาเป็น 1 ใน “ตัวชูโรง”ของ 7 พรรคฝ่ายค้าน และล่าสุด คว้าเก้าอี้ประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ไม่รู้ว่า พรรคเพื่อไทย ปล่อยมาได้อย่างไร ซึ่งการเลือกเก้าอี้นี้ “เสรีพิศุทธ์”ย่อมนำมาต่อยอดสู่เป้าหมายของเขาแน่... ดังจะเห็นว่า มีการตีฆ้องร้องป่าว จะเรียก “ธรรมนัส” มาชี้แจงทันที เพื่อจะยำใหญ่ โชว์ความเป็นมือปราบ เพิ่มแต้มให้ตัวเอง เพราะจังหวะนี้ “คู่แข่ง”ในพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มี “เสรีพิศุทธ์”เลยต้องจัดเต็ม เผื่อฟลุ๊ค ส้มหล่น...
“ธรรมนัส”เป็นเหมือนเหยื่อ ที่เขาต้องการจะเดินข้ามขึ้นไปสู่...เป้าหมายตัวเอง !!!

** "ช่อ"เดินเกมนอกสภาแรงขึ้นทุกวัน สัปดาห์ที่แล้ว ชวนประชาชนลงถนนเพื่อแก้รธน. สัปดาห์นี้บอก รธน.ฉบับนี้ เฮงซวยทุกมาตรา ต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับ... ระวังคำพูดจะกลับมา "มัดคอ" ตัวเองนะ "ช่อ"

ช่วงนี้กระแสเขย่า รัฐบาล"ลุงตู่" กำลังแรงทั้งนอกสภาฯ ในสภาฯ ... ในสภาฯนั้น วันที่ 18 ก.ย.นี้ จะมีการอภิปรายนายกฯลุงตู่ ประเด็นถวายสัตย์ฯ ไม่ครบถ้วน และประเด็น แถลงนโยบายโดยไม่ระบุที่มาของงบประมาณในการดำเนินการแล้ว... "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส" ยังถล่ม "ลุงตู่" ในเรื่องคุณสมบัติของ "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" ที่ลุงตู่ แต่งตั้ง เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ โดยตั้งกระทู้สดถามในสภาฯไปแล้ว ยังมีการขุดคุ้ยประวัติการศึกษาตามมาอีก ...
ขณะที่เกมนอกสภาฯ พรรคร่วมฝ่ายค้านยังเดินสายตั้งเวที ปลุกประชาชนให้มาร่วมแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ"ช่อฎ พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่นั้น รู็สึกว่าจะออกตัวแรงกว่าใครๆ ...
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "ช่อ" ไปพูดที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ว่า... รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผู้ที่ถืออำนาจ ไม่ใช่เพื่อประชาชน การจะทำให้รัฐธรรมนูญกลับมาเป็นของประชาชน จะไปหวังพึ่งพรรคการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ ... ประชาชนต้อง "ลงถนน" มาร่วมต่อสู้ด้วย...และยังย้ำทิ้งท้ายว่า สิทธิในการอยู่บนถนนเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญของประชาชน เป็นสิทธิที่ทุกคนทำได้ และ ต้องไม่เจ็บ ต้องไม่ตาย !!...
ที่ "ช่อ"กล้าพูดอย่างนั้น คงเพราะเคยเห็นมาแล้วว่า บรรดา"แกนนำ" ที่ปลุกปั่นประชาชนให้ "ลงถนน" นั้น ไม่เคยมีใครตาย ... จะมีแต่ประชาชน ที่มาตามแรงยุยง ปลุกปั้นเท่านั้น ที่ตาย !!!
สัปดาห์นี้ "ช่อ" ยังไปพูดที่ ตลาดเกษตรมหาสารคาม อ.เมืองฯ จ.มหาสารคาม ซึ่งวิทยาลัยการปกครอง ม.มหาสารคาม ร่วมกับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อประชาชน จัดเสวนา "รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร ? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน" โดย"ช่อ" เพิ่มดีกรีความแรงขึ้นไปอีกระดับ
ไฮไลต์ ของ"ช่อ" อยู่ที่ว่า... " มีคนพูดเยอะ จะแก้รัฐธรรมนูญ หรือร่างใหม่ทั้งฉบับ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สมควรทำ เพราะรัฐธรรมนูญนี้ เฮงซวยทุกมาตรา กระบวนการไม่ชอบธรรม ไม่มีประชาชนไปร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ไม่มีความชอบธรรม ต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ ด้วยการให้ประชาชนเข้าไปร่วม"...
ก็ไม่ทราบ คำที่ว่า "รัฐธรรมนูญนี้ เฮงซวยทุกมาตรา" เป็นการพูดแบบ "กลอนพาไป" ...”อารมณ์พาไป” ...หรือเจตนาที่จะพูด ... พราะต้องไม่ลืมว่า การร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะมีการจัดเป็น หมวด 1 หมวด 2 หมวด 3 ... ก่อนจะลงรายมาตรา และที่ผ่านมา คนที่จะพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ มักจะบอกว่า.. ยกเว้นบางหมวด อย่างเช่น หมวดว่าด้วยสถาบันฯ ...แต่นี่ "ช่อ" พูดแบบ "เหมารวม"... ยิ่งก่อนหน้านี้ "ช่อ" ก็มีภาพลักษณ์ และทัศนคติ ที่ค่อนข้างคลุมเครือกับเรื่องสถาบันฯ อยู่ด้วย ...ระวังคำพูดจะกลับมา "มัดคอ" ตัวเองนะ "ช่อ" ...

--------------

รูป-- พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส - ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
-พรรณิการ์ วานิช


กำลังโหลดความคิดเห็น...