xs
xsm
sm
md
lg

สั่ง กทบ.ลุยแก้จน เร่งตั้ง2หมื่นแบงก์ชุมชน เสริมแกร่ง ศก.ฐานราก

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


"สมคิด" มอบนโยบาย “กองทุนหมู่บ้าน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง ให้โจทย์คิดนอกกรอบแก้จน-แก้เหลื่อมล้ำ เตรียมนัดประชุมใหญ่ 21 ก.ย.นี้ ระคมสมองทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ด้าน “ขุนคลัง” มุ่งพัฒนาฐานราก สร้างภูมิคุ้มกันภายในประเทศให้แข็งแรง ยอมรับบาทแข็งกระทบส่งออก “ปลัดคลัง” เผยผลักดันตั้งธนาคารชุมชุม 2 หมื่นแห่ง คัดจากกองทุนหมุ่บ้านเกรดเอ หวังใช้เป็นแหล่งทุนชาวบ้าน คาดเสนอให้ ครม.พิจารณาได้ใน ก.ย.นี้

วานนี้ (12 ก.ย.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมมอบนโยบายให้กองทุนหมู่บ้าน เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เป็นต้น

นายสมคิด กล่าวว่า การประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครั้งนี้ เพื่อหวังใช้เวลาในช่วงเศรษฐกิจโลกมีปัญหากลับมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากโดยผ่านการปฏิรูปความแข็งแข็งของโครงสร้างชุมชนและความร่วมมือในรูปแบบประชารัฐ ทั้งในภาครัฐ เอกชน และประชาชนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ชุมชน ตลาดประชารัฐ การท่องเที่ยวขุมชนเข้มแข็ง หลังจากนั้นจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอมาตรการต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ที่จะจัดขึ้นที่เมืองทองธานี ในวันที่ 21 ก.ย. นี้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ร่วมกันนำเสนอแนวความคิดโครงการแบบบูรณการ และมอบแนวทางการทำงานในผู้ที่ทำงานในพื้นที่ได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน มีแนวความคิดและเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างจริงจัง

“ธ.ก.ส. กับกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) จะเป็นหน่วยงานหลัก ให้โฟกัสคนจน คิดทำอย่างไรให้ฐานรากแข็งแรงและต้องคิดนอกกรอบด้วย เพื่อจุดมุ่งหมายในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน สร้างรายได้ให้กับชุมชน ประชาชนมีส่วนร่วม โดยบทบาทของ ธ.ก.ส.ขณะนี้และต่อจากนี้สำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแต่ปล่อยสินเชื่อ แต่ต้องเข้าไปช่วยพัฒนา หน้าที่คือต้องสร้างเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการ” นายสมคิด ระบุ

หัวใจหลักต้อง“พัฒนาฐานราก”

ด้าน นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวว่า ทุกหน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาฐานรากเป็นหัวใจหลัก โดยสร้างภูมิคุ้มกันยกระดับฐานรากทั้งเงินทุน เติมความรู้เข้ามาพัฒนาหวังใช้ด้านการตลาดเป็นตัวนำ การส่งเสริมการผลิตแปรรูปรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น ธ.ก.ส. จะศึกษาแนวทางดูแลเกษตรกรผ่านการสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาไปสู่สมาร์ทฟาร์เมอร์ ส่วนธนาคารออมสินจะดูแลพ่อค้า แม่ค้า แฟรนไชส์ เพื่อยกระดับกิจการผ่านธนาคารประชาชน ซึ่งจะมีเงื่อนไขผ่อนปรนเพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนและมีความรู้พัฒนากิจการ ขณะที่ สสว. และเอสเอ็มอีแบงก์ ช่วยเหลือเอสเอ็มอี และด้านการท่องเที่ยวชุมชน ส่วนกรมธนารักษ์จะจัดเตรียมพื้นที่เหมาะสมเพื่อจัดตลาดนัดประชารัฐซึ่งใช้เป็นช่องทางตลาด และเมื่อทุกหน่วยงานศึกษาแนวทางช่วยเหลือได้แล้วจะนำมาสรุปร่วมกันเสนอต่อเวทีใหญ่ให้รับทราบ และนำเสนอมาตรการช่วยเหลือให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาภายในเดือน ก.ย.นี้

“สาระสำคัญของการประชุมวันนี้ คือ มุ่งเน้นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งของกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน ฯลฯ เพื่อเป็นการดูแลพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยมีหัวใจสำคัญคือ มิติการพัฒนาฐานรากภายในประเทศ หน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ จึงไม่ได้เน้นเฉพาะดูแลในส่วนงานที่ตนเองรับผิดชอบเท่านั้น แต่จะต้องครอบคลุมประสานการทำงานร่วมกัน เช่น ธ.ก.ส. จะขยายการดูแลไปถึง SME วิสาหกิจชุมชน กลุ่มท่องเที่ยว ร้านค้า หาบเร่แผงลอย ที่มีเครือข่ายที่ยึดโยงกัน เป็นการช่วยเหลือรอบด้านทั้งในพื้นที่กทม.และต่างจังหวัด” นายอุตตม ระบุ

“อุตตม” รับบาทแข็งกระทบส่งออก

ส่วนปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี 6 เดือน นั้น นายอุตตม กล่าว ปัญหาค่าเงินบาทธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดและทำงานประสานกับกระทรวงการคลังให้สอดคล้องกัน ยอมรับว่าภาคส่งออกย่อมได้รับผลกระทบ แต่หลายประเทศต่างมีปัญหาเช่นเดียวกัน ไทยจึงต้องเน้นการสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง สร้างภูมิคุ้มกันในประเทศรองรับปัจจัยภายนอกในระยะยาว การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง จึงมีความจำเป็นในระยะยาว

เร่งปั้น 2 หมื่นแบงค์ชุมชน

นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านทั้งหมด 7.8 หมื่นแห่ง แต่จะมี 2 หมื่นแห่งที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในเกรดเอ เนื่องจากเป็นกองทุนหมู่บ้านที่มีผลดำเนินการดีเด่น เหมาะต่อการส่งเสริมและผลักดันให้เป็นธนาคารชุมชนนำร่อง เนื่องจากขณะนี้กฎหมายลูกของ พ.ร.บ.ธนาคารชุมชน เตรียมบังคับใช้เพื่อให้ธนาคารชุมชนมีสภาพเป็นนิติบุคคล เป็นช่องทางในการดูแลสมาชิกในชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยมีธนาคารรัฐคอยเป็นพี่เลี้ยงเติมทุนและความรู้บริหารจัดการให้เป็นระบบ
กำลังโหลดความคิดเห็น...