xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ เด็ดปีกเหยี่ยว

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ
จอห์นโบลตันได้กลายเป็นอดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เมื่อถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่งหลังจากที่ขัดแย้งกับผู้นำทำเนียบขาวหลายรอบในเรื่องที่สำคัญต่อนโยบายต่างประเทศ

มีคำประกาศเช่นเดียวกันว่าจะแต่งตั้งคนมาแทนโบลตันในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่มีเค้าว่าจะเป็นใคร

เป็นที่รู้กันว่าโบลตัน ผู้อยู่ในวัย 70 ปี อยากจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ และเดินเกมตลอด แต่ผลสุดท้ายก็ต้องออกจากวงจรการเมืองภายใต้ผู้นำทำเนียบขาว ซึ่งใช้คนเปลืองมากกว่า 50 รายแล้วที่ต้องออกจากตำแหน่งเพราะสร้างความไม่พอใจให้กับท่านผู้นำ

มีตัวอย่างให้เห็นกันทั่วไปแล้วว่าใครก็ตามที่มีความพยายามจะกำหนดเส้นทางให้กับผู้นำทำเนียบขาวนั้น จะเป็นอันตรายต่อตำแหน่งของตัวเอง

การที่ผู้นำทำเนียบขาวไล่โบลตันออกไป เหมือนเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู และคงจะไม่มีใครกล้าขัดคอทรัมป์อีกต่อไป

และเป็นคำเตือนอย่างแรงว่า ถ้าอยากจะอยู่กับทรัมป์ได้รอดปลอดภัยนานๆ ก็อย่าคิดบังอาจไปขัดคอหรือแสดงความเก่งฉกาจกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสร้างผลงานนโยบายต่างประเทศ

โบลตันเองก็รู้ว่ามีลิงโดนเชือดให้เห็นหลายตัวแล้ว แต่ก็ยังทำเพราะเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ความเก๋าเกมของตัวเองจะเป็นเกราะคุ้มกันได้อย่างดี

ผลสุดท้ายโบลตันซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงกลับประเมินผิดในความมั่นคงของตำแหน่งตัวเอง ซึ่งน่าจะทำให้ขาดความมั่นใจมากพอสมควรและต้องใช้เวลาเยียวยารักษาใจ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น

คนที่ดีใจอย่างน้อยมีอีก 2 รายคือ รัฐมนตรีต่างประเทศ ไมค์ ปอมเปโอ และรัฐมนตรีคลัง สตีเวน มนูชิน ซึ่งออกอาการดีใจอย่างออกนอกหน้า เมื่อแถลงข่าวการจากไปของคู่แข่งด้านนโยบายต่างประเทศ

ไม่มีวี่แววของความเสียอกเสียใจว่าได้เสียเพื่อนร่วมงานคนสำคัญไปแล้ว

เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าทั้งคู่ได้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับโบลตัน และต่างก็แข่งกันให้เป็นผู้มีอิทธิพลเหนือความคิดของผู้นำทำเนียบขาว แต่ทั้งปอมเปโอ และมนูชิน รู้ดีว่าควรทำตัวอย่างไรและจะต้องไม่ขวางทางและความคิดของผู้นำซึ่งหลายคนก็ประสบชะตากรรมถูกขับออก แม้จะอยู่ในตำแหน่งมีชื่อเสียงอย่างไรก็ตาม

ก่อนหน้านี้โบลตัน เกือบทำให้สหรัฐฯ ต้องทำสงครามกับเวเนซุเอลาเพราะโบลตันพยายามจะทำให้เกิดการรัฐประหารขับไล่ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ซึ่งไม่ยอมทำตัวเป็นเด็กดีและเด็กในคาถาของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะทรัมป์ไม่เอาด้วย ถือว่าเป็นความเสี่ยงเกินไป

ถึงแม้จะไม่ทำอะไรกับเวเนซุเอลา ประเทศละตินอเมริกานี้ก็จะต้องมีปัญหาอยู่ในขั้นรุนแรงอาจจะถึงขั้นล่มสลายด้านเศรษฐกิจเพราะอัตราเงินเฟ้ออยู่สูงเกินกว่าความพยายามที่จะควบคุมได้

อีกเรื่องหนึ่งที่โบลตันเกือบทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญวิกฤตก็คือการโจมตีอิหร่านด้วยกำลังอาวุธหลังจากที่พยายามใช้มาตรการคว่ำบาตรกดดันทุกทางเพื่อเปลี่ยนแปลงผู้นำแต่ก็ไม่สำเร็จ ทั้งยังเผชิญหน้ากับอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียจนนำไปสู่การยิงยานไร้คนขับและการก่อวินาศกรรมโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันเสียหายอย่างน้อยสี่ลำ

โบลตันยังพยายามสกัดกั้นไม่ให้ทรัมป์ เปิดทางเจรจาโดยตรงกับผู้นำอิหร่าน ฮัสซัน โรฮานี เพื่อหาทางยุติการเผชิญหน้าเพราะทรัมป์ พยายามอย่างมากที่จะประสบความสำเร็จด้านนโยบายต่างประเทศหลังจากที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง

นโยบายสายเหยี่ยวที่แข็งกร้าวของโบลตันทำให้นโยบายต่างประเทศของทำเนียบขาวเป็นไปไม่ราบรื่น และสร้างปัญหาให้กับรัฐมนตรีร่วมคณะ เช่น ปอมเปโอ และมนูชินเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจและการบรรลุผลในการเจรจาการค้าอันเป็นผลมาจากการตั้งกำแพงภาษีซึ่งทำให้สงครามการค้ากับจีนยืดเยื้อ จนอาจนำไปสู่ภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกโดยรวม

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้โบลตันถูกไล่ออกคือการขัดขวางไม่ให้ท่านผู้นำพบปะเจรจากับผู้นำของกองโจรตอลิบันที่แคมป์เดวิดในช่วงการครบรอบการโจมตีอาคารเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์

ทำให้ทรัมป์พลาดโอกาสที่จะสร้างคะแนนเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปีหน้า ขณะที่คะแนนความนิยมตกเหลือเพียง 36% เท่านั้น และอาจถูกมาตรการถอดถอนโดยสภาคองเกรสก็ได้
กำลังโหลดความคิดเห็น...