xs
xsm
sm
md
lg

แก้รธน.ลุ้นกินหลายต่อ เป้าหมายล้มกระดาน !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

**เริ่มเห็นการเคลื่อนไหวแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้านบางพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ ที่เริ่มใช้วิธีเดินสายปลุกมวลชนสนับสนุนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้แบบเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยหลายคนที่จับตามองการเคลื่อนไหวดังกล่าว ก็พอมองออกว่า นี่คือการเคลื่อนไหวแบบมี “เดิมพัน”อนาคตทางการเมืองของพวกเขาเลยทีเดียว
ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งก็ยังมีความคิดเห็นสวนทางกันอย่างชัดเจน ก็คือ เมื่อพิจารณาจากผลสำรวจที่ออกมา ชาวบ้านกลับมองว่าอยากให้แก้ไขเรื่องปัญหาปากท้อง และเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเร่งด่วนก่อน ที่จะคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือความเห็นคนส่วนใหญ่ มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น ความหมายก็คือ ชาว บ้านมองกันคนละมุมกับนักการเมือง
อย่างไรก็ดี หากกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือฉบับ ปี 2560 นั้น หากคิดจะแก้ไขก็รับรู้กันอยู่แล้วว่า ทำได้ยาก จะต้องได้รับความร่วมมือ หรือต้องได้รับการเห็นพ้องจากทุกฝ่าย ถึงจะแก้ไขได้สำเร็จ ที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านการลงประชามติมาแล้ว ก็ถือว่ามีความชอบธรรมในระดับหนึ่ง หากจะมีการแก้ไข ก็ต้องมีขั้นตอนในการทำประชามติอีกด้วย ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย หากความเห็นทุกฝ่ายไม่เป็นเอกภาพ หรือมีการ “ตกผลึก” ทางความคิดร่วมกันว่าจะต้องมีการแก้ไข
แม้ว่าเวลานี้จะเห็นการเคลื่อนไหวของบางพรรคในฝ่ายรัฐบาล เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ที่เคลื่อนไหวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย แต่เมื่อพิจารณาจากท่าที และอาการแล้วเป็นเพียงความเคลื่อนไหวในกลุ่มที่เคยสนับสนุน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคในอดีต ที่อ้างว่าเคยคัดค้านรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาก่อน ขณะที่ความเห็นจากทีมบริหารพรรคในปัจจุบัน กลับไม่ได้แสดงท่าทีออกมา ขณะที่พรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง พรรคพลังประชารัฐ ยังสงวนท่าทีอยู่ โดยอ้างว่าต้องเร่งแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจปากท้องก่อน เป็นต้น รวมไปถึงพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคภูมิใจไทย และ ชาติไทยพัฒนา ก็ไปในทางเดียวกันกับพรรคพลังประชารัฐ
ดังนั้นหากให้สรุปแบบรวมๆ ในเวลานี้ ที่เคลื่อนไหวให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบชัดเจนที่สุด ก็เห็นจะมีเพียงพรรคเพื่อไทย กับพรรคอนาคตใหม่ โดยเฉพาะพรรคหลังมีความพยายามเคลื่อนไหวในต่างจังหวัด เช่น ภาคอีสาน และภาคเหนือ โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค พร้อมด้วยทีมงานของพรรคไปรณรงค์ในเรื่องนี้ที่จังหวัดขอนแก่น และ มหาสารคาม แต่เมื่อฟังจากน้ำเสียง และท่าทางแล้วพวกเขากำลังถูกมองว่ากำลัง “ปลุกระดม” ให้มีการชุมนุมบนท้องถนน เพื่อกดดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
** หลายคนมองว่านี่คือ “เกมการเมือง”อย่างที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้นว่า พรรคอนาคตใหม่กำลังวาง“เดิมพัน”ทางการเมือง จนถึงตั้งคำถามว่าต้อง“สร้างกระแสให้เกิดความปั่นป่วน”ขึ้นมาหรือไม่ หลายคนยังรับรู้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มักตามมาด้วยความตึงเครียดทางการเมือง ถึงขั้นเกิดเหตุวุ่นวายตามมาเกือบทุกครั้ง
คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน เริ่มมีการมองกันไปแบบนั้น หากพิจารณากันถึงช่วงจังหวะเวลาที่เห็นตรงกันว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะมีการเสียงวิจารณ์มากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเสียงของฝ่ายที่เสียประโยชน์ หรือมี “วาระซ่อนเร้น” อีกทั้งรัฐธรรมนูญเพิ่งบังคับเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ขณะที่พรรคอนาคตใหม่นั้น จะว่าไปแล้วพวกเขาได้รับประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปมากกว่าใคร จากสูตรคำนวณจำนวน ส.ส.ในแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งที่ผ่านมาพวกเขาก็ไม่เคยแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ตัวเองได้ประโยชน์ แต่จะเน้นในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรวมๆ หรือหากมีก็เคยมีความเห็นของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค ที่เสนอให้แก้ไขในหมวดที่เกี่ยวกับอำนาจ ส.ว.โดยเสนอให้แก้ไขเพียง มาตราเดียวเท่านั้น แต่คราวนั้นหากจำกันได้เคยถูกตอกกลับมาจาก พรรคเพื่อไทย ว่าต้องแก้ไขทั้งฉบับ โดยให้เหตุผลว่า ไม่ว่าจะแก้เพียงมาตราเดียว หรือทั้งฉบับ ก็ต้องใช้พลังไม่ต่างกัน และตั้งแต่นั้น ปิยบุตร ก็เงียบเสียงในเรื่องดังกล่าว แต่จะพยายามพูดเน้นย้ำในภาพรวมๆ โดยรณรงค์ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับเผด็จการเท่านั้น
** อย่างไรก็ดี หากย้อนกลับไปพิจารณาคำพูดในช่วงก่อนการเลือกตั้งของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่เคยระบุว่า “จะรื้อฟื้นคดีของ ทักษิณ ชินวัตร ขึ้นมาพิจารณากันใหม่”โดยเขาให้เหตุผลว่า มีแรงจูงใจทางการเมือง และไม่เป็นธรรม ซึ่งตอนนั้นอาจเป็นเจตนาทางการเมือง ที่ต้องการเสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนที่เคยสนับสนุนพรรคเพื่อไทย หรือ พรรคไทยรักษาชาติ ที่เพิ่งถูกยุบไปในตอนนั้น ให้เทมาทางนี้ ดังที่ได้เห็นในหลายเขตเลือกตั้ง
แม้กระทั่งในงานเสวนาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น สมเกียติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ก็ได้ตั้งข้อสังเกตในเรื่องคำพูดแบบนี้ ต่อหน้า ธนาธร ว่า จะทำให้เกิดความวุ่นวายตามมา และที่สำคัญ จะทำให้การแก้ไขไม่สำเร็จ
ขณะที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ปฏิเสธว่า ไม่ได้พูดเอ่ยชื่อแบบเจาะจงใคร โดยเขาบอกว่า น่าจะมีการออกกฎหมายในลักษณะที่เคยมีเป็นคำสั่งแบบ คำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 66/23 เพื่อเยียวยาผู้กระทำผิดทั้งหมด ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ความหมายก็คือ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ทั้งหมด หรือเปล่า ซึ่งในจำนวนนั้นก็น่าจะรวมไปถึง ทักษิณ ชินวัตร และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สองพี่น้องด้วยหรือเปล่า
** นอกเหนือจากนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องจับตาก็คือ แม้ในเวลานี้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะแก้แบบไหน จะแก้บางมาตรา เพื่อเป็นประตูไปสู่การร่างใหม่ทั้งฉบับหรือเปล่า แต่ที่ต้องมาลุ้นกันว่ามันบังเอิญว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ กำลังลุ้นในหลายคดีสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับอนาคตทางการเมือง หรือถึงขั้นอาจถูกยุบพรรค ถูกตัดสิทธิ์การ เมือง จากคดีถือหุ้นสื่อ และ คดีปล่อยเงินกู้ให้พรรค เป็นต้น มันถึงถูกมองแบบโยงว่ามันต้อง “ปั่นให้ป่วน”เพื่อล้มกระดานเพื่อให้ตัวเองรอดหรือเปล่า !!
กำลังโหลดความคิดเห็น...