xs
xsm
sm
md
lg

ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม : ปัญหาคู่แฝด

เผยแพร่:   โดย: สามารถ มังสัง

ในกฎทันตสูตร พระพุทธเจ้าได้ทรงเล่าเรื่องพระเจ้ามหาวิชิตะในอดีตกาล ผู้สมบูรณ์ทรัพย์ได้รับชัยชนะทั่วปฐพีมณฑล จึงใคร่จะบูชามหายัญเพื่อประโยชน์ และความสุขของปวงชน จึงตรัสเรียกพราหมณ์ปุโรหิตมาช่วยสอนวิธีมหายัญนั้น พราหมณ์ปุโรหิตแนะให้ปราบโจรผู้ร้ายก่อน แต่มิใช่ (ปราบ) ด้วยการฆ่าหรือจองจำ เพราะพวกที่เหลือจากการถูกฆ่าจะเบียดเบียนชนบทในภายหลัง แต่ควรถอนรากโจรผู้ร้าย (โดยวิธีจัดการทางเศรษฐกิจ) คือ แจกพันธุ์พืชแก่เกษตรกรในชนบทที่ขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพให้ทุนแก่พ่อค้าที่มีความอุตสาหะในการค้าขาย และให้ค่าจ้างเงินเดือนแก่ข้าราชการ (ให้ทุกคนมีอาชีพ มีรายได้) พระราชทรัพย์ก็จะเพิ่มพูน ชนบทก็จะไม่มีเสี้ยนหนาม มนุษย์ทั้งหลายก็จะรื่นเริง อุ้มบุตรให้ป้อนอยู่บนอก ไม่ต้องปิดประตูเรือน นี่คือเนื้อหาสาระส่วนหนึ่งจากกฎทันตสูตร ซึ่งมีที่มาปรากฏในทีฆนิกายสีลขันธวัคค์ พระไตรปิฎกเล่มที่ 9

โดยนัยแห่งเนื้อหาสาระของพระสูตรดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า ปัญหาเศรษฐกิจสาเหตุประการหนึ่งของปัญหาสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาอาชญากรรม เช่น การลักเล็กขโมยน้อยไปจนถึงการจี้ปล้น ฆ่าชิงทรัพย์ เป็นต้น

ถึงแม้รัฐบาลทุกรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา จนถึงรัฐบาลปัจจุบันได้พยายามแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่ก็ล้มเหลวมาตลอด และที่เป็นเช่นนี้อนุมานได้ว่า น่าจะเกิดจากเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. ประชาชนของประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตร เมื่อผลผลิตทางด้านเกษตรเสียหายอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม หรือภัยแล้ง เป็นต้น หรือแม้กระทั่งในฤดูกาลผลิตที่ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ราคาพืชผลตกต่ำ ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต เกษตรกรก็เดือดร้อน เนื่องจากมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ และที่สำคัญคือไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ที่กู้มาเพื่อการลงทุน ดังนั้น ปัญหาปากท้องของเกษตรกรจึงแก้ไขได้ยาก

2. ในปัจจุบัน ผู้คนในสังคมไทยผู้มีรายได้น้อย ทั้งในภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมถูกครอบงำด้วยลัทธิบริโภคนิยม ใช้จ่ายเกินตัวจนทำให้ต้องกู้มากินมาใช้ กลายเป็นคนมีหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ จนกลายเป็นภาระให้รัฐบาลต้องตามแก้ไข โดยการพักหนี้และลดหนี้ซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ

3. ในระยะเวลา 10 ปีกว่าที่ผ่านมา พรรคการเมืองได้ใช้ความยากจนของประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง โดยการออกนโยบายประชานิยมในรูปแบบของการลด แลก แจก แถม ผ่านทางมาตรการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ เพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่าที่จะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง จึงทำให้ปัญหาความยากจนไม่หมดไป หรือแม้กระทั่งบรรเทาปัญหายังเป็นไปได้ยาก

เมื่อปัญหาเศรษฐกิจอันเป็นรากเหง้าของปัญหาสังคม แก้ไขไม่ได้ ปัญหาสังคมก็ยังคงอยู่ต่อไป และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนความรุนแรงของปัญหาเศรษฐกิจ

ด้วยเหตุนี้ ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้ผลอย่างจริงจัง ก็จะต้องทบทวนมาตรการ เช่น การให้ความช่วยเหลือจะต้องยึดหลักให้ความช่วยเหลือ โดยคัดกรองผู้ที่ควรจะได้รับความช่วยเหลือ มิใช่ให้แบบเหวี่ยงแหเพียงอ้างความจนเป็นเหตุ แต่จะต้องดูที่ต้นเหตุแห่งความจน ว่าจนเพราะอะไร จนเพราะเกียจคร้านไม่ยอมทำงาน จนเพราะตกเป็นทาสของอบายมุข เช่น ติดการพนัน และติดยาเสพติด เป็นต้น หรือว่าจนเพราะขาดปัจจัยในการประกอบอาชีพ จึงทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอในการเลี้ยงชีพ ทั้งๆ ที่มีความขยันหมั่นเพียรในการทำมาหากิน โดยการพึ่งตนเองอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ก็ยังจน เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ ในการให้ความช่วยเหลือคนยากจนหรือผู้มีรายได้น้อย ควรจะแบ่งเป็นประเภทและให้ความช่วยเหลือ โดยเน้นให้ทุกคนพึ่งตนเอง และมีรายได้จากการทำงาน มิใช่โดยการแจกเงินดังที่เป็นมาแล้ว และกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งสามารถแบ่งประเภทดังต่อไปนี้

1. เกษตรกรผู้ที่มีความขยันหมั่นเพียรในการประกอบอาชีพ แต่มีรายได้ไม่พอเลี้ยงชีพ เนื่องจากขาดแคลนปัจจัยการผลิต เช่น ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ต้องเช่าของคนอื่น หรือมีแต่ไม่เพียงพอ รวมไปถึงไม่มีเงินทุนจึงจำเป็นต้องเป็นหนี้

ดังนั้น ถ้ารัฐบาลต้องการจะให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากไร้ ก็จะต้องเริ่มด้วยการจัดหาปัจจัยการผลิตให้ และจะต้องมีการประกันราคาผลผลิตให้ขายแล้วคุ้มทุน

2. ผู้ใช้แรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม และเป็นแรงงานไร้ฝีมือ แรงงานเหล่านี้ที่มีความขยันขันแข็ง และพยายามพึ่งตนเองอย่างเต็มที่แล้ว ก็ยังมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพ รัฐบาลควรให้การช่วยเหลือโดยการจัดให้มีการพัฒนาฝีมือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำงาน และได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น

3. พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งประกอบการค้าเล็กๆ น้อยๆ ถึงแม้จะขยันและอดออมเต็มที่แล้ว ก็ยังมีรายได้ไม่พอใช้ รัฐควรช่วยเหลือโดยการจัดหาแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต่ำ และผ่อนส่งในแต่ละงวดไม่สูงเกินไปจนทำให้รายได้เหลือไม่พอใช้ และพร้อมกันนี้ควรจะจัดหาสถานที่ขายให้ด้วย

4. ข้าราชการชั้นผู้น้อย ซึ่งมีความขยันในการทำงาน และมีความซื่อสัตย์ รัฐควรจัดให้มีสวัสดิการพิเศษนอกเหนือจากสวัสดิการซึ่งรัฐจัดให้อยู่แล้ว เช่น จัดหาที่อยู่อาศัย ให้เช่าซื้อในราคาถูก และจัดให้คนในครอบครัวซึ่งอยู่ในวัยทำงาน แต่ไม่มีงานทำให้ประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ เป็นต้น

การให้ความช่วยเหลือโดยการคัดกรองผู้ที่จะรับการช่วยเหลือดังกล่าวข้างต้น เป็นไปตามแนวทางของพุทธศาสนา ตามนัยแห่งกฎทันตสูตร เป็นการช่วยเหลือที่ถูกต้อง และเป็นธรรมกันทุกคนในสังคม โดยยึดหลักให้ทุกคนพึ่งตนเองก่อน ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ในทำนองเดียวกันกับเรื่องเทวดากับคนขับเกวียน ในหนังสือนิทานอีสป ซึ่งเคยใช้เป็นหลักสูตรในระดับประถมศึกษาในอดีต แต่เดี๋ยวนี้ได้เลิกไปแล้ว
กำลังโหลดความคิดเห็น...