xs
xsm
sm
md
lg

สิ้นท่า...ต้องพึ่งเงินจากนอก!

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์


คณะ 3 ลุงยังคงเริงร่ากับอำนาจอันหอมหวานภายใต้ประชาธิปไตยปลอม จัดการบริหารบ้านเมือง ด้วยกลยุทธ์เข้ม มีมือไม้ทำงานให้ทุกด้าน ฝ่าอุปสรรคต่างๆ ทั้งการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ ไร้แรงต้าน พรรคฝ่ายค้านเหมือนสิ้นสภาพ สิ้นท่า

ยิ่งมีงบประมาณของรัฐมาจับจ่ายใช้สอยในโครงการประชานิยมจมไม่ลง ถมไม่เต็ม โดยไม่มีการตรวจสอบจริงจัง เงินไม่พอก็หางบกลาง หรือกู้จากสถาบันการเงินของรัฐเป็นตู้เอทีเอ็ม ก็ยิ่งมั่นใจว่าทาสประชานิยมไม่โวยวาย ถ้ายังไม่สิ้นไร้ไม้ตอก

การใช้เงินของคนอื่นได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหาย เพราะไม่มีองค์กรใดกล้าตรวจสอบ ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นว่าจะอยู่ให้นานดูเหมือนเป็นความจริง มีซินแส 2 พ่อลูกเป็นผู้ชี้แนะงานบริหาร สร้างประเพณีใหม่

ก็ทำให้ทุกอย่างน่าจะไปได้ดี ด้วยพลังซินแส ศาสตร์โหงวเฮ้ง ฮวงจุ้ย!

ถ้าไม่คิดว่านี่เป็นยุคดิจิตอล 4.0 ซึ่งเป็นความต่อเนื่องจากคณะรัฐประหาร การใช้ซินแสเป็นผู้กำหนดทิศทางบริหารบ้านเมือง ต้องถือว่าเป็นสภาวะรอยต่อระหว่างศาสตร์ลี้ลับกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ประสานกันได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องอายใคร

ตอกย้ำให้เห็นอีกครั้งว่าทำงานการเมืองจะหน้าบาง เป็นคนรู้สึกอายไว มีจิตสำนึกในบาปบุญคุณโทษไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีวันก้าวหน้าไปได้ บ้านเมือง ประชาชนจะเป็นอย่างไร กลุ่มพวกตัวเองที่หลงระเริงในอำนาจต้องอยู่ต่อไปให้ได้

ดังนั้น ชาวบ้านจึงต้องตระหนักว่ามีปัจจัยต่างๆ ที่จะชี้ให้เห็นความอยู่รอด

เช่นความอยู่รอดของคณะกุมอำนารัฐ ประชาชน ความอยู่รอดของประเทศ ต้องผลงานดี ซื่อสัตย์ ประเทศมีเสถียรภาพ ชาวบ้านกินอิ่มนอนหลับ ไร้ภาระหนี้สินสาหัส บ้านเมืองไร้ปัญหาสังคม อาชญากรรม มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นั่นคือสุดยอดของความสำเร็จขั้นพื้นฐาน อย่างในบ้านนี้เมืองนี้ ถ้านักการเมือง ข้าราชการ ตั้งมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงกิน มุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน ก็ถือว่าเป็นโชคของแผ่นดิน ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่เคยมีอย่างนี้

มีแต่โกงกินระดับเปอร์เซ็นต์สูง 40-50 เสี่ยงใกล้สิ้นชาติ!

ยิ่งองค์กรตราจสอบหลักปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบภายใต้คัมภีร์ “เนติประเพณี” ด้วยแล้ว ชาวบ้านยิ่งรู้สึกวังเวง สิ้นหวัง ไร้ที่พึ่ง เสียดายเงินภาษีเลี้ยงดูองค์กรกำมะลอจอมปลอมทั้งหลายที่สร้างความเสียหายให้บ้านเมืองมาหลายทศวรรษ

เอาเพียงแค่ “ค่าโง่” มหาศาล ก็หาคำอธิบายได้ยากแล้วว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และซ้ำซาก โดยไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ทำให้เชื่อว่ามีสภาพ “โง่แล้วรวย” แน่ๆ

“โง่แล้วรวย” น่าจะเป็นแห่งเดียวในโลก เป็นความโดดเด่นของประเทศไทย

หลังจากยุค “สู้แล้วรวย” จนนำไปสู่ “รัฐประหารแล้วรวย” ปล่อยให้เกิดภาวะ “โง่แล้วรวย” เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมที่มีปัญหาในการบังคับใช้

เมื่อเจ้าหน้าที่ไม่ยอมปฏิบัติหน้าที่ องค์กรด้านยุติธรรมก็ถูกทำให้ไร้ความหมาย เป็นทั้งระบบเส้นสาย อิทธิพลของเงิน และความเอื้ออาทรตามแบบโจร

โกงให้เยอะ เอาให้คุ้ม หนีให้ทัน เพราะระบบต่างๆ ไม่มีใครต้องติดตามไล่จับกุมอาชญากรที่หลบหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ ที่ผ่านมามีเพียง 2 ราย คือนายราเกช สักเสนา และเณรคำ ซึ่งไร้เส้นสายแข็งแรง และอยู่ในสภาพสิ้นทรัพย์

รายอื่นๆ ไม่มี นอกจากว่าคนหนีคุก หนีจนเบื่อ กลับมาให้จับ ติดคุกยังมีวันออก เว้นแต่ 2 พี่น้องที่ได้เป็นพลเมืองยุโรป คงต้องเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศตลอดชีวิต เว้นแต่จะมีทางยึดอำนาจคืน ผ่านพรรคการเมืองในกระบวนการเลือกตั้งซื้อเสียง

แต่ยังมีพวกที่ไร้ทรัพยากร ยังทู่ซี้อยู่ในต่างประเทศ ตกระกำลำบาก ก็ยอม

อาศัยเครือข่ายพวกเดียวกันค้ำจุน ไม่ได้หวังว่านายใหญ่และครอบครัวจะเจือจุน แต่ต้องระวังว่าถ้ามีรัฐบาลใหม่ใส่ใจเรื่องระบบนิติรัฐ อาจหาทางเอาตัวมาได้

มีเครือข่ายคนช่วยเหลือ และเงินมากพอที่จะอยู่ หลบหนีได้ตลอดหรือไม่

เมื่อไม่มีภูมิต้านทานเป็นเครือข่ายเส้นสายและทรัพย์สิน ก็ต้องถูกตามตัวมารับโทษ ต่างจากนักการเมืองโกงทั้งโคตร หนีทั้งโคตร รวมทั้งบรรดาสมีเส้นใหญ่ ต่างมีช่องทางลี้ภัยไปเสวยสุขต่างประเทศด้วยเงินร้อนจากโกงและศรัทธาชาวบ้าน

และก็แปลก คนมีอำนาจรัฐทุกระดับ ไม่ถือว่าหมายจับของศาล เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตาม กลายเป็นว่าหมายศาลไร้ความหมาย ปล่อยให้ผู้ต้องหา อาชญากรลอยนวล ดังเช่นคดีทุจริตจำนำข้าว มีผู้ต้องหา 2 รายหนีไปต่างประเทศ ไม่มีใครจับ

คดีเงินทอนวัด มีเจ้าหน้าที่หอบเงินหนีไปต่างประเทศ ไม่มีใครตามจับ

และไม่มีใครต้องรู้สึกว่าต้องอาย หรือต้องตอบคำถามว่า ไม่ทำอะไรให้หลักของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมได้รับความน่าเชื่อถือ ศักดิ์สิทธิ์

ดังนั้นคณะ 3 ลุงต้องอยู่คู่แผ่นดิน หวังจะอยู่นานถึง 8 ปี ถ้าเป็นเช่นนั้น และบริหารในรูปแบบปัจจุบัน รัฐบาลคงอยู่ได้ ประเทศคงอยู่ไม่ได้ ประชาชนคงสิ้นสภาพ เห็นได้ชัดว่าหลังจาก 5 ปีภายใต้คณะ 3 ลุง คนจนมีเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว

ถ้าอยู่ได้นาน 8 ปี ใครจะรู้ อาจเป็นเพียงรัฐบาลนอมินี หุ่นเชิด ทำงานใช้หนี้หลังจากบ้านเมืองถูกวิกฤตหนี้บานต้องไปยืมเงินจากไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก หรือเจ้าหน้าที่รายอื่นๆ เพราะอยู่มา 5 ปีมีแต่กู้ และจะกู้ต่อไป ไม่มีวันงบประมาณสมดุล

อย่านึกว่าจะไม่เกิดนะ ทุกวันนี้สิ้นท่า เตรียมจะออกมาตรการเสริมขายชาติอีกรอบ ถ้าต้องกู้เท่าเดิมทุกปีอีก 8 ปี หนี้ทั้งต้นทั้งดอกบานเกินที่จะใช้คืนได้

คงมีคนไทยรวยทิ้งแผ่นดิน หอบเงินโกงหนีไปอยู่เมืองนอกอีกเยอะ!
กำลังโหลดความคิดเห็น...