xs
xsm
sm
md
lg

ยันปล่อย"สนธิ"ไร้อำนาจพิเศษช่วย อานิสงส์“อดีตบิ๊กรอยเนต”อุทธรณ์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

“สนธิ ลิ้มทองกุล” อัดคลิปเปิดใจหลังออกจากเรือนจำ ขอบคุณทุกความห่วงใย รับไม่ชินห้องแอร์-นอนไม่หลับ เล็งเล่าเรื่องช่วง 2 ปี 11 เดือนในห้องขัง “สมศักดิ์” ยันเข้าเกณฑ์ปล่อยตัวตาม กม.ปกติ ด้าน “อธิบดีกรมราชทัณฑ์” รับเพิ่งปล่อยตัวเหตุตีความ กม.คลาดเคลื่อน แจงได้อานิสงค์ผู้ต้องขังอดีตผู้บริหาร “รอยเนต” ที่ยื่นอุทธรณ์ว่าลดโทษน้อยไป “หมอระวี” ยินดี “สนธิ” พ้นโทษชูเป็นนักสู้เพื่อความถูกต้อง “ศาลฎีกา” พิพากษารอลงอาญา “จิตตนาถ” ลูกชายสนธิ กับพวก คนละ 3 ปี ทำกิจการวิทยุโทรทัศน์ โดยไม่ได้รับอนุญาต

วานนี้ (5ก.ย.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้อัดคลิปวีดีโอตัวเองเปิดเผยความรู้สึกหลังจากที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ปล่อยตัวออกจากเรือนจำ โดยระบุว่า “ดีใจมากที่ได้พูดผ่านทางวีดีโอคลิปอันนี้ ตนกลัมมาเมื่อวานนี้วันที่ 4 ก็ค่อนข้างที่จะรู้สึกแปลกๆเหมือนกันว่าบ้านตัวเองเป็นสถานที่ที่แปลก เพราะห่างไป 2 ปี 11 เดือน 27 วัน แล้วก็เชื่อรึป่าวเมื่อคืนตนนอนไม่หลับ นอนพลิกตัวไปพลิกตัวมารูสึกค่อนข้างทรมาน เพราะว่าไม่ชินกับห้องแอร์ เพราะนอนในห้องขังมีทั้งพัดลมและก็ร้อนนรกเลย พอมาเจอห้องแอร์อากาศเย็นขึ้นมา ร่างกายมันปรับไม่ได้ ก็เลยไม่ได้นอนทั้งคืนเลย วันนี้ตนอัดคลิปนี้เป็นเวลา 18:10 น. รู้สึกง่วงมาก เดี๋ยวทานข้าวเสร็จก็จะรีบนอนแล้ว ขอบพระคุณมากน่ะครับที่ทุกท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยในตัวผม เอาไว้ว่างๆเดี๋ยวผมจะเล่าอะไรให้ฟังอย่างสนุกสนานเพราะว่า 2 ปี 11 เดือน 27 วันนั้นจริงๆมีเรื่องราวให้พูดถึงมากมายก่ายกอง และตนจะเลือกเฉพาะเรื่องที่มีประโยชน์ให้ทุกคนฟัง เอากันเพียงแค่นี้ก่อนล่ะกันครับ สวัสดีครับ”

“สมศักดิ์” ยันไร้อำนาจพิเศษช่วย

ด้าน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีปล่อยตัวนายสนธิว่า เรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจพิเศษของรัฐมนตรีหรือกระทรวง แต่กรณีของนายสนธิ เข้าหลักเกณฑ์ตามกระบวนการกฎหมายอยู่แล้ว แต่ส่วนตัวอยากให้ข้อสังเกตว่า นายสนธิถูกพิพากษาจำคุก 20 ปี แต่อยู่ในเรือนจำเพียง 3 ปี 1 เดือนเท่านั้น ฟังดูแล้วอาจจะตกใจ แต่นี่คือขั้นตอนปกติ เมื่อผู้ต้องขังมีความประพฤติดี และอยู่ในหลักเกณฑ์การปล่อยตัว ก็จะได้รับการพักโทษเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว จึงอยากเน้นย้ำว่า หากนักโทษทำตัวดี ปฏิบัติดี ก็จะได้รับการปล่อยตัวเมื่อถึงเวลาอันสมควร

เผยอานิสงค์ “อดีตบิ๊กรอยเนต” อุทธรณ์

ขณะที่ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 เอ็มคอท เอชดี หมายเลข 30 ถึงกรณีการปล่อยตัวนายสนธิ ว่า อาจเกิดเข้าใจผิดว่าเป็นการปล่อยผู้ต้องขังนอกฤดูกาล ทั้งนี้ พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นวาระสำคัญอันเป็นมงคลของชาติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ออกมาเมื่อเดือน พ.ค.62 ที่ผ่านมา ขณะนั้นนายสนธิก็ไม่ได้รับการปล่อยตัว ได้เพียงแค่ลดโทษลง เนื่องจากมีบัญชีแนบท้ายว่ากระทำผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แต่เมื่อสัปดาห์ก่อน มีผู้ต้องขังรายหนึ่งที่ไม่เกี่ยวกับคดีนายสนธิ ถูกจำคุกในฐานะเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท รอยเนต จำกัด (มหาชน) แต่ก็มีข้อโต้แย้งในเชิงกฎหมาย ได้อุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการอภัยโทษว่า ได้รับการลดโทษน้อยไป เมื่อคณะกรรมการอภัยโทษพิจารณาเห็นว่า คำร้องอุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น จึงให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป และเมื่อพบว่าอาจกระทบต่อผู้ต้องขังคนอื่น จึงทำการสำรวจพบว่าคดีนายสนธิเป็นคดีลักษณะเดียวกัน เพราะบริษัท แมเนเจอร์ มีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ไม่ใช่สถาบันการเงินเช่นเดียวกับบริษัท รอยเนต แต่นายสนธิมีอายุเกิน 70 ปี และไม่ติดบัญชีแนบท้าย จึงได้อานิสงส์มาถึงนายสนธิ และเข้าเกณฑ์ปล่อยตัว เป็นปัญหาการตีความทางกฎหมายคลาดเคลื่อน

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่า สำหรับผู้ต้องขังที่อุทธรณ์คำสั่งคณะกรรมการอภัยโทษ คือ นายกิตติพัฒน์ เยาวพฤกษ์ อดีตผู้บริหารบริษัท รอยเนต จำกัด (มหาชน) กรณีตกแต่งบัญชีเพื่อลวงบุคคลอื่น ปกปิดรายงานการซื้อขายหลักทรัพย์ และใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหลักทรัพย์ ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2554 ให้จำคุก 8 ปี 18 เดือน และปรับ 1,880,000 บาท

พิพากษารอลงอาญา “ลูกชายสนธิ”

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.1870/2558 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด, นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล และนายพชร สมุทวณิช ผู้บริหารบริษัทฯ เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ เพื่อให้บริการสาธารณะหรือชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยนายสนธิ ในฐานะผู้ก่อตั้งสื่อในเครือผู้จัดการ ได้เดินทางมาให้กำลังและร่วมรับฟังการอ่านคำพิพากษาด้วย

คดีดังกล่าว อัยการโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือน ก.ย.2548 ถึงวันที่ 3 ก.พ.2549 จำเลยทั้งสามร่วมกันประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ โดยร่วมกันทำการบันทึกรายการภาพและเสียงหรือทำการถ่ายทอดสดรายการตามที่มีกำหนดไว้ในผังรายการ แล้วส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงผ่านทางสายเคเบิลใยแก้ว ซึ่งเช่าจากบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งต่อไปที่เกาะฮ่องกง ประเทศจีน จากนั้นมีการส่งสัญญาณภาพและเสียงต่อไปยังดาวเทียม NSS6 แล้วดาวเทียมส่งข้อมูลสัญญาณภาพและเสียงกลับมาที่ประเทศไทยทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ เอเอสทีวี ช่องนิวส์วัน ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถซื้อจานรับสัญญาณดาวเทียมเพื่อดูรายการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย อันเป็นการส่งวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2559 ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2560 ว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2495 มาตรา 3,5,17 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 2 ปี และปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 90,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสาม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง กรณีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 1 ปี 4 เดือน และปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 60,000 บาท กับให้ปรับจำเลยทั้งสามเป็นรายวันๆ ละ 2,000 บาท นับตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2548 - 23 ม.ค. 2549

ต่อมาจำเลยฎีกาสู้คดี ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1-3 มีความผิดตาม พ.ร.บ.วิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ.2495 มาตรา 3,5,17 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญานั้นเห็นว่าหนักเกินไป เนื่องจากขณะนั้นก็ยังไม่มีหน่วยงาน กสช. มาทำหน้าที่ออกใบอนุญาต จึงควรปรับโทษให้เหมาะสม โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปีและปรับเงินจำเลยที่ 2 และ 3 คนละ 90,000 บาท
กำลังโหลดความคิดเห็น...