xs
xsm
sm
md
lg

ส.ว.บี้นายกฯแก้สารพิษปนเปื้อน แนะออกพรก.เลิก”พาราควอต”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ในการประชุมวุฒิสถา วานนี้ (2ก.ย.) นพ.อำพล จินดาวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการตรวจสอบสารพิษตกค้างในผักผลไม้จำนวนมาก หลังจากปรากฏข่าว พบการปนเปื้อนของสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในอัตราสูง ซึ่งพบว่า ร้อยละ 41 ของกลุ่มตัวอย่างมีสารพิษตกค้างเกินค่า MRL (Maximum Residue Limit)โดยสอบถามถึงแนวทางแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนสารพิษในผัก ผลไม้ ตามที่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะผลิตอาหารที่มีคุณภาพ และปลอดภัย รวมถึงแนวทางการป้องกันไม่ให้มีสารพิษตกค้าง ตลอดจนการจัดการสารเคมีที่เป็นวัตถุอันตราย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ น.ส.มมัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงแทน ว่า ทางกระทรวงได้แนะนำให้เกษตรกร ปฏิบัติตามมาตรฐานการเกษตรที่ดี หรือ GAP(Good Agricultural Practices)โดยส่งเสริมให้ใช้สารชีวภัณฑ์ แทนสารเคมี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสารตกค้าง โดยมีการสุ่มตรวจสอบ พืชกลุ่มเสี่ยงไม่ให้มีสารตกค้างเกินมาตรฐานเกินมาตรฐาน มีการกำหนดรหัสรับรอง ทั้งรัฐและเอกชน โดยให้สารวัตรเกษตร ลงไปตรวจสอบว่ายังมีพืชที่ใช้สารเคมีตกค้างในตลาดหรือไม่ รวมถึงนโยบายไม่ให้จำหน่ายวัตถุอันตราย
ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยระบุเนื้อหาว่า “พาราควอต”ยาฆ่าหญ้า ราคาถูก ออกฤทธิ์เร็ว อันตราย โดนผิวเป็นแผลพุพอง ตกค้างในพืช ผัก สะสมส่งผลต่อตับ ไต ทำลายสมอง ถ้าเข้าสู่ร่างกายตรง ถึงตาย
ชัดเจนถึงความร้ายแรง ภาคประชาชนเคลื่อนไหวขอให้ยกเลิกใช้ พาราควอต แต่ก็ไม่เป็นผล ขนาดรัฐบาลคสช. ที่เคยสัญญาว่าจะแก้ปัญหา แต่ก็ไม่เคยใช้เครื่องมือพิเศษ มาตรา 44 มาจัดการเรื่องนี้ มิหนำซ้ำ ปี 2560 กลับมีการนำเข้าพาราควอต สูงถึง 44,501 ตัน มูลค่าถึง 3,816 ล้านบาท ครองแชมป์นำเข้าวัตถุอันตราย ที่มีมูลค่าสูงสุด
ซ้ำเติมก่อนเลือกตั้ง ด้วยมติ คณะกรรมการวัตถุอันตราย 14 ก.พ. 62 ยืนยันไม่แบน"พาราควอต" อ้างต้องใช้เวลาศึกษา หาสารทดแทน แล้วค่อยตัดสินอีกที ภายใน 2 ปี จนถูกวิจารณ์ว่า มีกรรมการเกี่ยวข้องกับบริษัทสารพิษ เข้าไปตัดสินใจด้วย
ยืดเยื้อถึงปัจจุบัน หลายพรรคการเมืองหาเสียง ยกเลิกพาราควอต จนกลายมาเป็นนโยบายเร่งด่วน ข้อที่ 4 ที่แถลงต่อรัฐสภา สัญญาณเหมือนจะดี เมื่อท่าน มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตั้งเป้ายกเลิก“พาราควอต”ให้ได้ภายใน มกราคม 63 แต่ตามมาตรา 18 ของพ.ร.บ.วัตถุอันตราย การตัดสินใจมันไปอยู่กับ รมว.อุตสาหกรรม และต้องเป็นไปโดย"คำแนะนำของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง" ซึ่งก็คือ คณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่เคยมีมติไม่ยกเลิกพาราควอต เมื่อต้นปีมานี้เอง เทศกาลรำวง วนไปวนมา ข้ามกระทรวง มันเคยมีให้เห็นแล้ว สมัยรัฐบาล คสช. เรื่องยกเลิกพาราควอต ที่ดูเหมือนง่าย จึงทำได้ยาก
ประชาชนตายผ่อนส่ง รัฐบาลควรจัดการปัญหานี้เป็นเรื่องจำเป็น เร่งด่วน ด้วยการใช้อำนาจตามรธน. มาตรา 172 ออก “พระราชกำหนด”เฉพาะเรื่องการยกเลิก พาราควอต เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ ปกป้องประชาชน รักษาผลผลิตสินค้าเกษตรไม่ให้มีสารปนเปื้อน เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การออกพระราชกำหนด เป็นอำนาจตรงของคณะรัฐมนตรี ที่ทำได้ “ทันที”ไม่ต้องยื้อกันไปอีก 2 ปี ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย และถ้ารอสภา ออกพระราชบัญญัติ เป็นปีก็ยังยกเลิกไม่ได้
51 ประเทศ ห้ามใช้พาราควอตแล้ว เช่น กลุ่มสหภาพยุโรป จีน คูเวต เกาหลีใต้ ศรีลังกา ซีเรีย เวียดนาม กัมพูชา และ ลาว ส่วนไทย ผมฝากแนวทางการออก “พระราชกำหนด”ยกเลิกสารเคมีนี้โดยด่วน การจะยกเลิกพาราควอต มันไม่ยาก แต่อยู่ที่...กล้าป่ะล่ะ
กำลังโหลดความคิดเห็น...