xs
xsm
sm
md
lg

ดันฮับ“อู่ตะเภา” เชื่อมการบินอาเซียน-จีน EECจับมือZAEZ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


“สมคิด” เร่งเครื่องการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาสู่มหานครการบินอาเซียนหลัง “สกพอ.” หรือ EEC ลงนาม MOU กับ ZAEZ เชื่อมโยงการค้า-การลงทุนไทยไปสู่ “จีน-ยุโรป” จ่อยกคณะเยือนมณฑลกวางตุ้ง-เซินเจิ้น-ฮ่องกง ช่วงเดือน ต.ค.นี้ ดึงพันธมิตรปักหมุดการค้า-ลงทุนผ่านไทย “คณิศ” เร่งพัฒนาคาร์โก้มั่นใจ 6 เดือนเห็นภาพชัด

วานนี้ (29 ส.ค.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังเป็นประธานลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC กับคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษอากาศยานเจิ้งโจว (ZAEZ) ว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะนำไปสู่ประโยชน์ที่จะเกิดร่วมกันอย่างมากโดยเฉพาะการส่งออกสินค้าผ่านจีนต่อไปยุโรป เพราะสนามบินเจิ้งโจวเป็นมหานครการบินของเอเชียนตอนเหนือ ขณะที่สนามบินอู่ตะเภาของไทยจะพัฒนาเป็นมหานครการบินอาเซียน ดังนั้นในเดือน ต.ค.นี้เตรียมที่จะจัดคณะเดินทางไปเยือนมณฑลกวางตุ้ง เซินเจิ้น และฮ่องกง เพื่อเป็นพันธมิตรที่จะดึงการค้าและการลงทุนผ่านไทย เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจตอนล่างของจีนมายังอาเซียนโดยผ่านไทย ทำให้ระบบโลจิสติกส์ครอบคลุมทั้งระบบราง ทางบก ทางเรือ การบิน เชื่อมจากจีนลงสู่อาเซียน แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยังเดินหน้าต่อไปได้

“เราจะใช้รูปแบบของเจิ้งโจวมาพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาโดยศักยภาพของไทยจะเป็นเส้นทางเชื่อม CLMV ขณะที่จีนเองมี One Belt One Road ถ้าเชื่อมกันได้จะเกิดประโยชน์มหาศาลและไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไรไม่เกี่ยวกับโครงการนี้เพราะนี่คือการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยระยะยาวและหัวใจสำคัญของโครงการนี้เริ่มต้นเลยคือระบบขนส่งสินค้าหรือ คาร์โก้สินค้าของไทยก็จะขายได้ทั่วจีนและไปสู่ต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรป” นายสมคิดกล่าว

ด้าน นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ. กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้จะร่วมพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก ในพื้นที่ 6,500 ไร่ของสนามบินอู่ตะเภา และบวกกับรัศมี 30 กิโลเมตรรอบสนามบิน (พัทยา-ระยอง) หรือมีขนาด 400 ตารางกิโลเมตร เมื่อสร้างให้เป็นมหานครการบินภาคตะวันออก (Eastern Aerotropolis) จึงต้องนำประสบการณ์จากเจิ้งโจวที่เป็นมหานครการบินในภาคกลางของจีน ขนาด 415 ตารางกิโลเมตร และเป็นมหานครการบินใหม่ของจีนเช่นเดียวกัน เมื่อนำมาเป็นต้นแบบการพัฒนาเมืองการบินในเขตพื้นที่อีอีซีของไทย คาดว่าเริ่มทำได้ 2-3 ปีจากนี้โดยเป้าหมายแรกจะมองที่การพัฒนาระบบเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าหรือ คาร์โก้

“ สนามบินอู่ตะเภารองรับการขนส่งสินค้า จาก ZAEZ ซึ่งเป็นศูนย์กลางนำเข้าสินค้าทางอากาศของจีน รองรับสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ผลไม้ อาหารทะเล สัตว์ปีก สัตว์มีชีวิต อาหารสำเร็จรูป ยา อุปกรณ์การแพทย์ ทำให้ผลไม้จากพื้นที่อีอีซีจะถูกส่งไปยังจีนผ่านระบบ E–Commerce โดยการพัฒนาส่วนนี้นั้นเมื่อการพัฒนาสนามบินที่ล่าสุดศาลได้ตัดสินการยื่นประมูลแล้วคาดว่าจะลงนามได้ในเดือนต.ค.จากนั้นคาร์โก้ก็เดินหน้าได้เลย 6 เดือนข้างหน้าและสายการบินก็จะระดมมาที่นี่มากขึ้นเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมต่างๆ ก็จะเห็นภาพชัดเจนซึ่งการลงทุนพัฒนานั้นผู้ชนะประมูลจะทำเองก็ได้หรือจะดึงใครมาร่วมทุนก็ได้เช่นกัน”นายคณิศกล่าว

ทั้งนี้การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาไม่ต้องการให้ซ้ำรอยกับสนามบินสุวรรณภูมิที่ไม่สามารถพัฒนาอะไรต่อได้เนื่องจากไม่มีการออกแบบไว้ดังนั้นผังเมืองรวมที่เกิดขึ้นจะรองรับในส่วนนี้อยู่แล้ว

นายหม่า เจี้ยน ผู้อำนวยการเขตเศรษฐกิจพิเศษอากาศยานเจิ้งโจว (ZAEZ) กล่าวว่า พื้นที่ของ ZAEZ มีขนาด 415 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่กว่า 1.5 เท่าของอีอีซี ระยะแรกพัฒนาพื้นที่สนามบินและรอบสนามบินชั้นในเนื้อที่ใหญ่เป็น 4.6 เท่าของโครงการเมืองการบินภาคตะวันออกโดยหลังจากเปิดให้บริการสนามบินมาได้ 3 ปี มีผู้โดยสารเดินทาง 25 ล้านคน และมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้น เมื่อเชื่อมโยงกับไทยจะช่วยกระจายสินค้าไปยังจีนทั่วประเทศ จึงพร้อมร่วมมือกับไทยในการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกเพื่อเชื่อมโยงระบบการค้าและการลงทุนเข้าด้วยกัน
กำลังโหลดความคิดเห็น...