xs
xsm
sm
md
lg

เวที G7 กับเซอร์ไพรส์ของผู้นำฝรั่งเศส

เผยแพร่:   โดย: ทับทิม พญาไท

การประชุมผู้นำกลุ่ม G7 ที่เมืองเบียริกซ์ ประเทศฝรั่งเศส
วันนี้...คงต้องลองแวะไปแถวๆ เมือง “เบียริกซ์” (Biarritz) เมืองท่าตากอากาศ ริมอ่าวบิสเคย์ แถวๆ ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ใกล้ๆ กับพรมแดนประเทศสเปนกันดูสักหน่อย เพราะเป็นสถานที่ซึ่งบรรดาผู้นำประเทศ G7 ไม่ว่าฝรั่งเศส แคนาดา เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ อเมริกา เข้าไปสุมหัวรวมตัวใช้เป็นที่จัดประชุม พบปะกันที่นั่น และระหว่างการประชุมก็ดันมี “เซอร์ไพรส์” เล็กๆ น้อยๆ โดยประเทศเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศสเองนั่นแหละ ที่ได้ไปเชื้อเชิญให้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน “นายจาวาด ซารีฟ” (Javad Zarif) ที่เพิ่งถูกคุณพ่ออเมริกาประกาศ “แซงชั่น” รายบุคคลไปหมาดๆ ให้มาเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ จ๊ะๆ จ๋าๆ กับประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ถึงที่เมืองบียาริสต์กันเลยทีเดียว...

คืออาศัยจังหวะที่ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า” ต้องมาประชุม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศส มาใช้เป็นบันไดทอดสะพานไปยังประเทศอิหร่าน ในการหาหนทางให้ทั้งสองประเทศ ลดความตึงเครียดในการเผชิญหน้า หันมาเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ หรือหันมาหาทางพบปะเจรจาระหว่างผู้นำสองประเทศ โดยมีฝรั่งเศสเป็นตัวกลาง อะไรทำนองนั้น ซึ่งต้องถือเป็น “เจตนาดี” และออกจะเป็นอะไรที่เก๋ไก๋มิใช่น้อย หรืออย่างที่นักสังเกตการณ์ต่างประเทศบางราย ถึงกับใช้คำว่า “เป็นความพยายามยิงนัดเดียวได้นก 2 ตัว” ของผู้นำฝรั่งเศส อย่าง “มาครง คนหนุ่ม” กันเลยทีเดียว เรียกว่า...นอกจากช่วยลดความตึงเครียดระหว่างอเมริกากับอิหร่านแล้ว ยังอาจช่วยให้อิหร่านไม่คิดหันไปยกเลิกข้อตกลงบางส่วน ที่ทำเอาไว้กับฝรั่งเศสและอียู นั่นคือการตัดสินใจเดินหน้ายกระดับสมรรถนะนิวเคลียร์ อันเนื่องมาจากประเทศที่ร่วมอยู่ในข้อตกลง “JCPOA” อย่างฝรั่งเศสและอียู ไม่สามารถช่วยบรรเทาเบาบางความเดือดร้อนของอิหร่านต่อการ “แซงชั่น” โดยอเมริกาได้เลย แม้พยายามสร้าง “กลไกทางการเงิน” ที่เรียกว่า “INSTEX” ขึ้นมาเป็นช่องทางในการประกอบธุรกรรมทางการเงิน การค้ากับอิหร่าน ไปแล้วก็ตามที...

แต่ก็อย่างว่า...ความพยายามทำอะไรแบบเก๋ๆ ไก๋ๆ ของบรรดาคนหนุ่ม หรือ “คนรุ่นใหม่” ส่วนใหญ่...มันมักหนักไปทาง “ดรามา” ซะเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นความคิดที่จะจัดตั้ง “กองกำลังร่วมยุโรป” ขึ้นมาซ้อนทับกับองค์กรทางทหารอย่าง “นาโต” ที่โดนคุณพ่ออเมริกาหันซ้าย-หันขวามาโดยตลอด การคิดเพิ่มภาษีพลังงานเพื่อช่วยแก้ปัญหาโลกร้อน จนก่อให้เกิด “ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง” ออกมาเผาบ้าน-เผาเมือง แทบจะทลายคุกบาสตีย์เอาเลยถึงขั้นนั้น ฯลฯ อันเป็นสิ่งที่ผู้นำฝรั่งเศส อย่าง “มาครง คนหนุ่ม” เกิดไอเดียกระฉูดคราวแล้ว คราวเล่า แต่สุดท้าย...ก็มักออกไปทาง “ดรามา” มากเสียกว่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์จริงๆ จังๆ ไปตามความปรารถนา ความต้องการของตัวเอง แม้จะตั้งอยู่บนพื้นฐานเจตนาที่ดี ที่บริสุทธิ์เพียงใดก็แล้วแต่...

ดังนั้น...งานนี้ หรืองานแห่งพยายามฉุดลากกระชากถูให้ผู้นำทั้งสองประเทศ คือ “ทรัมป์บ้า” แห่งอเมริกา และประธานาธิบดี “ฮัสซัน โรฮานี” แห่งอิหร่าน มาจับเข่า จับหัวเหน่า จ๊ะๆ จ๋าๆ กันโดยตรง ภายในอนาคตอันใกล้ ระดับ “อีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า” ตามที่ผู้นำอเมริกาและผู้นำฝรั่งเศสได้แบ่งรับ แบ่งสู้กับผู้สื่อข่าวระหว่างร่วมกันแถลงข่าวที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวัน-สองวันมานี้เอาไป-เอามาแล้ว...ออกจะเป็นอะไรที่น่าจะ “ยากส์ส์ส์” เอามากๆ แม้จะถือเป็น “สิ่งที่คุ้มค่าที่จะสร้างโอกาสเช่นนี้ขึ้นมา” ดังที่ผู้นำเยอรมนี “นางแองเกลา แมร์เคิล” ว่าไว้ หรือเป็น “สิ่งที่คุ้มค่าสำหรับความพยายาม...แม้จะเป็นไปได้ลำบาก” ดังที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้เปิดเผยความรู้สึกเอาไว้กับผู้สื่อข่าว...

คือแม้ว่าโดย “ตัวตน” ของ “ทรัมป์บ้า” ...ไม่ว่าจะเป็นนักสังเกตการณ์ต่างประเทศ หรือแม้แต่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเอง ต่างก็เห็นพ้องต้องกันไปในแนวเดียวกัน ว่าไม่น่าจะ “บ้า...ก็...บ้าวะ” ถึงขั้นคิดจะเปิดศึกกับอิหร่านเอาเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อคำนึงถึงสภาพแวดล้อม หรือบรรดาบุคคลรอบข้าง ซึ่งรายรอบประธานาธิบดีอเมริกันแทบจะทุกทิศ ทุกทาง โอกาสที่ผู้นำอเมริกาจะหันมาจ๊ะๆ จ๋าๆ เจ๊าะๆ แจ๊ะๆ กับผู้นำอิหร่าน จนสามารถ “อยู่ร่วมกันได้โดยสันติ” นั้น อาจต้องรอไปถึง “ชาติหน้าช่วงบ่ายๆ” หรือต้องรอไปจนกว่า “น้ำท่วมหลังเป็ด” โน่นเลย โดยเฉพาะตราบใดที่รัฐบาลอเมริกันในแต่ละยุค แต่ละสมัย ยังคงต้องตกอยู่ในสภาพ “รัฐบาลอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล” มาโดยตลอด...

ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อประเทศอิสราเอลยุคหลังๆ นี้...ได้แสดงออกถึงท่าที นโยบายที่ออกจะน่าขนลุก ขนพอง ในระดับแทบไม่ต่างไปจาก “วาระแห่งชาติ” เอาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นความพยายาม “ลบประเทศปาเลสไตน์” ไม่ให้มีอยู่ หรือไม่ให้มีโอกาสปรากฏในแผนที่โลกให้จงได้ ความพยายามผนวกดินแดนของซีเรีย อย่าง “ที่ราบสูงโกลัน” ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิสราเอล หรือให้กลายเป็น “ที่ราบทรัมป์” อย่างเป็นทางการ ความพยายามบีบบังคับให้โลกทั้งโลกต้องยอมรับว่า “กรุงเยรูซาเล็ม” คือเมืองหลวงของอิสราเอลอย่างมิอาจปฏิเสธ ไปจนถึงความพยายามจัดสร้าง “วิหารแห่งพระเจ้าชาวยิวครั้งที่ 3” ขึ้นมาแทนที่ “โดมแห่งศิลา” ศาสนสถานสำคัญอันดับ 3 ของชาวมุสลิมทั่วโลก ฯลฯ เพียงเท่านี้...ก็ยากส์ส์ส์เอามากๆ ที่จะทำให้ “รัฐอิสลาม” อย่างอิหร่าน จะยอมเอาส้นมือ ส้นตีน ซุกหีบเอาไว้เฉยๆ โดยไม่คิดจะทำอะไรบ้างเลย...

อันนี้นี่แหละ...ที่มันเลยทำให้ความหวังที่จะเกลี้ยกล่อม โน้มน้าวให้ “ผู้นำอเมริกันเชื้อสายยิว” หรือผู้ที่มี “ลูกเขยเป็นยิว” อย่าง “ทรัมป์บ้า” มีโอกาสเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ จ๊ะๆ จ๋าๆกับประธานาธิบดีอิหร่าน จนสามารถนำไปสู่ “การอยู่ร่วมกันได้โดยสันติ” มันจึงออกไปทาง “ดรามา” แถม “โรมันคาทอลิก” (โรแมนติก) แบบชนิดอ้วกแตกเอาง่ายๆ เพราะโดยความจริง โดย “ข้อเท็จจริง” ในทุกวันนี้ ความพยายามขยายขอบเขตสงครามของกองทัพอากาศอิสราเอล ด้วยประกาศเป้าหมายจะถล่มซีเรีย เลบานอน ฉนวนกาซา อิรัก เลยไปถึงเยเมนโน่นเลย ภายใต้เหตุผลข้ออ้างว่าเพื่อจัดการกับ “ภัยคุกคามอิหร่าน” ซึ่งกำลังแทรกซึม แผ่ซ่านเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เพียงเท่านี้...ก็ทำให้ยากเหลือเกิน ที่อิหร่านเขาจะยอมเอามือซุกหีบไว้เฉยๆ...

ดังนั้น...การสร้าง “เซอร์ไพรส์” ของผู้นำฝรั่งเศสคราวนี้ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากการสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับชาวฝรั่งเศสด้วยการประกาศ “ขึ้นภาษีน้ำมัน” โดยไม่ได้คิดจะดูตาม้า ตาเรือ หรือไม่ได้สำรวจตรวจสอบความเป็นจริงหรือข้อเท็จจริงให้ชัดเจนซะก่อนชนิดแทบไม่ต่างอะไรไปจาก “คนรุ่นใหม่” ในบ้านเรา ประเภทที่คิดจะสร้างสรรค์ “คณะกรรมาธิการหลากหลายทางเพศ” ให้แยกออกจากคณะกรรมการเด็ก-สตรี-ผู้พิการ ฯลฯ อย่างเป็นเอกเทศอะไรประมาณนั้น จนสุดท้าย...เลยต้องจบแบบ “ดรามา” หรือจบแบบ “น้ำตาท่วมจอ” ไปด้วยประการละฉะนี้...แล...
กำลังโหลดความคิดเห็น...