xs
xsm
sm
md
lg

ชง"อนุทิน"ใช้สารกัญชา บูมอุตฯอาหารเพื่อส่งออก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

นักวิจัยแนะ"หมอหนู" เปิดช่องทาง ให้มีการผลิตสารบริสุทธิ์ ที่ให้กลิ่น และสารเทอร์ปีนจากกัญชา ใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหารเพื่อการส่งออก เพิ่มมูลค่าในอนาคต ขณะที่นักวิชาการ ภาคประชาสังคม เสนอ "ร่าง พ.ร.บ.พืชยา กัญชา กระท่อม ฉบับประชาชน" หนุนผู้ป่วย แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้เต็มที่ เสนอถอดจากยาเสพติดประเภท 5 มีสถานะเป็น "พืชยา" เตรียมล่า10,000 รายชื่อ สนับสนุนยื่นสภา

รศ.ดร. วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ "อาจารย์อ๊อด" หัวหน้าทีมห้องปฏิบัติการวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตครอบครอง และผลิตสารสกัดจากกัญชาจาก อย.2 ใบ เผยว่า ได้มีโอกาสเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุขเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อรายงานผลการทำงาน ของห้องปฏิบัติการให้นายอนุทิน ทราบ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางวิชาการ เรื่องกัญชา

"ผมได้เสนอว่า สารในกลุ่มที่ไม่ใช่สารควบคุมตามพ.ร.บ.ยาเสพติด มีประโยชน์หลายตัวในกัญชา ซึ่งน่าจะเปิดเสรีได้ ในวงการอุตสาหกรรมอาหารได้ เช่น พวกให้กลิ่น และสารเทอร์ปีน ที่เป็นประโยชน์ สามารถเพิ่มมูลค่าของอุตสาหกรรมอาหาร หรือสินค้า ในระดับ OTOPในประเทศ และส่งออกต่างประเทศได้" รศ.ดร.วีรชัย กล่าว

ทั้งนี้ในส่วนห้องปฏิบัติการของตนนั้น เน้นในเรื่องการสกัดสารบริสุทธิ์ของสารสำคัญที่มีมูลค่าสูงต่างๆ เพื่อทดสอบสมบัติการต้านมะเร็งในห้องปฏิบัติการ และมีความคิดเห็นว่าในต่างประเทศ มีการใช้สารสำคัญกลุ่มนี้ ที่เป็นสารบริสุทธิ์ และมีการซื้อขายกัน เพื่อนำไปใช้เป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ยาตัวอื่นๆในหลายทวีป จึงได้เสนอไอเดียว่า น่าจะเปิดช่องทาง หรือโอกาส ให้มีการผลิตสารบริสุทธิ์ต่างๆ เหล่านี้เพื่อส่งออกเพื่อนำรายได้เข้าสู่ประเทศ ซึ่งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ ทางรัฐมนตรีได้แจ้งว่า จะต้องนำเข้ามาพูดคุยกันอีกครั้ง และไม่ได้ปฏิเสธในข้อเสนอแนะ ดังกล่าว

รศ.ดร. วีรชัย กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการสกัดสารบริสุทธิ์ตัวสำคัญต่างๆ จากกัญชานั้น ในทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ด้านเคมีอินทรีย์ สามารถแยกได้โดยไม่จำกัดสายพันธุ์ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับกัญชาสายพันธุ์ที่ผลิตสารสำคัญได้ต่ำ รวมไปถึงการสกัดสารสำคัญ cbd และ thcจากกัญชง เพื่อเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต

เสนอร่าง กม.กระท่อม-กัญชาเป็นพืชยา

ส่วนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายวิชาการและภาคประชาสังคมด้านพืชยา กัญชา กระท่อม จัดแถลงข่าว "ร่าง พ.ร.บ.พืชยา กัญชา กระท่อม ฉบับประชาชน" จัดโดย มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ และมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า แม้ว่า พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 ฉบับปรับปรุงล่าสุด (ฉบับที่ 7) จะเปิดโอกาสให้นำกัญชาและพืชกระท่อม มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากกัญชา-กระท่อม ยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 แพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้าน และกลุ่มผู้ป่วย ยังไม่สามารถนำมาใช้ในฐานะเป็น“พืชยา”ได้อย่างเต็มที่ เพราะมีโทษทางอาญา ซึ่งในความจริง กัญชา กระท่อม และพืชยาอื่น มีลักษณะจำเพาะแตกต่างจากยาเสพติดประเภทที่เป็นสารสังเคราะห์ จึงควรมีกฎหมายใหม่ ที่กำหนดมาตรการดูแลพืชยาเหล่านี้ โดยไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุออกฤทธิ์ตามกม.ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือกม.ว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แต่ยังมีมาตรการควบคุมที่สอดคล้องกับกม.ยาเสพติดระหว่างประเทศ

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการ กพย. กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีการเสนอให้จัดตั้ง “สถาบันพืชยา กัญชา กระท่อมแห่งชาติ” ให้เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือกฎหมายอื่น แต่มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับของนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการจากองค์กรภาคประชาสังคม ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน มีอำนาจหน้าที่จัดทำนโยบายส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศึกษาวิจัยเกี่ยวกับพืชยา ผลกระทบที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยตามรธน. มาตรา 55

รศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ระบบจัดการโดยชุมชนใน ร่าง พ.ร.บ.นี้ เป็นระบบจัดการใหม่ ที่กำหนดบทบาทของชุมชนให้มีสัดส่วนเข้มข้นมากกว่าบทบาทของรัฐ หรือการจัดการร่วมโดยเอาชุมชนเป็นฐาน ชุมชนสามารถออกแบบกฎ กติกา ให้ตอบสนองและสอดคล้องกับเงื่อนไข ความต้องการ และความจำเป็นของแต่ ละพื้นที่ โดยมีรัฐช่วยทำหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม ประสานงาน และดูแลปกป้องผลประโยชน์ของทุกชุมชนในภาพรวม

ผศ.ภญ.ดร.สุนทรี ท. ชัยสัมฤทธิ์โชค คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึง แนวทางการขึ้นทะเบียนตำรับ การอนุญาตผลิต นำเข้า และจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชา กระท่อม หรือพืชยาอื่นๆ ว่า ควรมีการกำหนดบทบัญญัติการออกใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการผลิตภัณฑ์กัญชา และกระท่อม หรือพืชยาอื่น โดยควบคุมดูแลในทำนองเดียวกันกับยา ซึ่งต้องสั่งใช้โดยแพทย์แผนปัจจุบัน หรือแพทย์แผนไทย และจ่ายยาโดยเภสัชกรเท่านั้น อีกหนึ่งในสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ เสนอให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มอบอำนาจให้ สถาบันพืชยา กัญชา กระท่อมแห่งชาติ จัดระบบพืชยาทุกประเภท เพื่อสร้างความสมดุลในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากพืชยา

น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ผอ.มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ กล่าวว่า ภาคประชาสังคมสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าถึง และใช้ประโยชน์จากพืชยา กัญชา กระท่อม ได้มากขึ้น เพิ่มการพึ่งพาตนเอง ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ หลังจากนี้เครือข่ายวิชาการและภาคประชาสังคมด้านพืชยา กัญชา กระท่อม เตรียมเผยแพร่ “ร่าง พ.ร.บ. พืชยา กัญชา กระท่อม ฉบับประชาชน”และจะรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ให้ได้ครบ 10,000 รายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาให้พิจารณาประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น...