xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

"นโยบายมหาดไทย"ฉบับบิ๊กป้อม กับผลประเมินสอบตก ป้องกันโกงในท้องถิ่น

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ให้นโยบายกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ทั้งฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับ "พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับกระทรวงมหาดไทย กับการบ้าน 7 ข้อได้แก่

1. ให้พิจารณาต่อยอดการดําเนินการของจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ให้เป็นแบบอย่างการบําเพ็ญสาธารณประโยชน์ ในพื้นที่ต่างๆ ตลอดจนภารกิจในการธำรงรักษาไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติ ให้ถือเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องขับเคลื่อนในทุกพื้นที่ อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง

2. ในการปฏิบัติหน้าที่ของราชการ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น ขอให้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หลักการทรงงาน แนวพระราชดำริ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ซึ่งถือเป็นต้นแบบความสำเร็จมาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน

3. การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการบูรณาการในระดับพื้นที่ โดยให้กระทรวงมหาดไทย เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญไปสู่การปฏิบัติ เช่น การพัฒนศก.ฐานราก การบริหารจัดการขยะมูลฝอย การแก้ไขปัญหาน้ำเสีย เป็นต้น โดยขอให้ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ เป็นแกนกลางในการบูรณาการทุกภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

4. การบริหารจัดการสาธารณภัย ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เป็นหลักในการอำนวยการ และบูรณาการทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้อง วมถึง ภาคประชาชน และอาสาสมัคร ให้มีความพร้อมในทุกด้าน เพื่อเข้าระงับเหตุในพื้นที่ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยฉับพลัน พร้อมจัดให้มีโรงครัวพระราชทาน และเร่งรัดให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบตามกฎหมาย

5. การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ขอให้บูรณาการการทำงานของทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างความเข้าใจให้ประชาชนตระหนักว่าการค้ามนุษย์เป็นภัยใกล้ตัวและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งกวดขันการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานบริการ สถานประกอบการ โรงงาน การประมง เป็นต้น ทั้งนี้ ให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะข้าราชการที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด

6. ศูนย์ดำรงธรรม ถือเป็นหน่วยงานสำคัญ และเป็นที่พึ่งของประชาชน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาการบริการของศูนย์ดำรงธรรม ทั้งในระดับกระทรวง จังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการประสานและบูรณาการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกด้าน โดยให้สอดรับกับการพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อให้ศูนย์ดำรงธรรมเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง

7. ให้ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานที่สำคัญของรัฐบาลและส่วนราชการ และประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงต่อประชาชนในพื้นที่ในระดับต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาข่าวปลอม หรือ Fake News ที่เป็นปัญหาของสังคมในปัจจุบัน

การดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ตามที่ได้กล่าวมาให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมีประสิทธิภาพ ขอให้ผู้บริหารข้าราชการ และบุคลากรของกระทรวงมหาดไทย น้อมนำ “หลักราชการ” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นหลักคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพข้าราชการที่สำคัญยิ่งมาเป็นที่พึง โดยยึดถือเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ 10 ประการ

ทั้งนี้ ขอให้ข้าราชการและบุคลากรทุกระดับนำแนวนโยบายข้อสั่งการทั้ง 7 ข้อ ข้างต้นไปดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการปฏิบัติของจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ต้องขยายผลการปฏิบัติให้ครอบคลุมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน

รวมทั้งสนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ พร้อมเน้นย้ำบทบาทนายอำเภอและปลัดอำเภอ ในการสร้างการรับรู้ภารกิจจิตอาสาต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประธานกรรมการหมู่บ้าน เพื่อเป็นหลักในการปฏิบัติงานจิตอาสาระดับหมู่บ้าน และขอให้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนจิตอาสาเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการ / กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ที่กระทรวงมหาดไทยจัดขึ้นในโอกาสสำคัญต่าง ๆ

สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือกับสาธารณภัย ที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ ด้วยการบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชน และอาสาสมัครต่าง ๆ ให้มีความพร้อมรองรับสาธารณภัยประเภทต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์ ทั้งยังต้องสร้างการรับรู้กับประชาชนในการปฏิบัติตนเมื่อมีประกาศเตือนภัยของภาครัฐ เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์และบริการประชาชนเป็นที่ประจักษ์อย่างมาก นับเป็นกลไกสำคัญของรัฐบาล ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ หากเรื่องร้องเรียนใดที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ได้ ขอให้รวบรวมและแจ้งมายังส่วนกลางเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ยุติโดยเร็ว

สำหรับในด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ต้องกำชับและติดตามการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ตามแนวทางของศูนย์บูรณาการและประสานการปฏิบัติงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในระดับพื้นที่อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง อาทิ พื้นที่ชายแดน พื้นที่ชายทะเล พื้นที่เขตอุตสาหกรรม และแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงในปัจจุบันข่าวปลอม (Fake News) เผยแพร่ต่อสาธารณะอย่างรวดเร็วซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งเสริมสร้างความเข้าใจและให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อประชาชนในพื้นที่

พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำถึงสถานการณ์ภัยแล้งและอุทกภัยที่ในขณะนี้ได้สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ ขอให้กระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพหลัก บูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ- กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดเตรียมมาตรการ แผนงานโครงการต่าง ๆ ที่มีความพร้อม และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาดังกล่าว ในจังหวัดต่าง ๆ โดยเร็วต่อไป

รวมถึงให้หาทางลดค่าครองชีพและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เช่น การจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้า หรือตลาดนัด ให้ชาวบ้านนำของมาขายได้ในราคาถูกอย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง เพื่อกำหนดราคาสินค้าที่เป็นธรรมตามโครงการตลาดประชารัฐ

"ขอให้ข้าราชการและบุคลากรทุกคน ตั้งใจปฏิบัติราชการด้วยความเสียสละอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขประชาชน นอกจากนี้ ขอให้เร่งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้า ผลงาน และขั้นตอนการปฏิบัติต่าง ๆ ให้กับประชาชนได้ทราบ เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงานร่วมกับภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป "

ข้างต้นคือ "นโยบายมหาดไทย" ของรัฐบาล ชุดนี้

อีกเรื่อง วันก่อน คณะรัฐมนีชุดใหม่ เพิ่งรับรับทราบและเห็นชอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)" หน่วยงานในกำกับของมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และรายงานการศึกษาเพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากเมื่อกลางปี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ได้ร่วมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อดำเนินการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ในการดำเนินงานของ อปท. ทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 61 จำนวน 7,851 หน่วยงาน (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการประเมิน และเสนอคณะรัฐมนตรีรับทราบแล้วเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2562)

ซึ่งจากผลการประเมินฯ สรุปได้ว่า ค่าคะแนนการประเมินฯ การดำเนินงานของ อปท. (ประกอบด้วย 10 ตัวชี้วัด) ได้ 61.11 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (85 คะแนนขึ้นไป) โดยตัวชี้วัดคุณภาพการดำเนินงาน มีระดับค่าคะแนนสูงสุด คือ 78.62 คะแนน ส่วนตัวชี้วัดการป้องกันการทุจริต มีระดับค่าคะแนนต่ำสุด คือ 35.99 คะแนน และได้จัดทำรายงานการศึกษา เพื่อจัดทำแผนพัฒนาคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ อปท. ซึ่งได้มีการรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จาก อปท. พบว่า มีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานหลายประการโดยมีข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหา เช่น

มีการให้บริการที่ไม่เท่าเทียม ไม่เสมอภาคและไม่สามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการทุกกลุ่ม มีการเรียกรับเงิน ทรัพย์สิน หรือสินบน เพื่อแลกกับการอนุมัติ อนุญาต

อปท. ยังมีภาพลักษณ์ที่ไม่โปร่งใส ในการใช้จ่ายงบประมาณ มีการถูกร้องเรียนว่าใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า บิดเบือนไปจากวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้

อปท. มีรูปแบบหลากหลาย และแตกต่างกัน เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล โดยมีการกำหนดหน้าที่และอำนาจซ้ำซ้อนกัน เช่น ถนน ถนนคนเดิน การจัดการแหล่งน้ำสาธารณะ ตลาด

การจัดสรรสัดส่วนรายได้ให้ อปท. ยังคงไม่บรรลุสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดไว้ คือ ร้อยละ 35 ของรายได้สุทธิของรัฐบาล (ปี 2561 สัดส่วนรายได้ อปท. ต่อรัฐบาล ร้อยละ 29.47)

วิธีการจัดสรรรายได้ ถูกจำกัดด้วยข้อมูลและตัวแปรจะนำมาใช้ในการจัดสรรงบประมาณโดยการจัดสรรตามสูตรที่มีตัวแปรด้านประชากรและขนาดพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งตัวแปรดังกล่าว ไม่สามารถสะท้อนความต้องการงบประมาณที่แท้จริงในแต่ละพื้นที่

ท้ายสุด ป.ป.ช.ได้ขอให้กระทรวงมหาดไทย (มท.) นำผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯ และรายงานการศึกษาดังกล่าว ไปพิจารณาดำเนินการเพื่อส่งเสริมให้ อปท. มีการยกระดับผลการประเมินให้สูงขึ้นตามที่กำหนดไว้ ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. 2561 - 2580) พร้อมทั้งกำกับติดตามการดำเนินการเพื่อปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาตนเองของ อปท. อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันให้ประสานรายละเอียดในการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของป.ป.ช. ร่วมสำนักงาน ป.ป.ช. โดยให้รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณาดำเนินการ แล้วรายงานผลการดำเนินการต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ นั้นคือ ในเดือนตุลาคม 2562 ซึ่งวันนี้กระทรวงหมาดไทย มีรายชื่อ "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" จาก 8 พันกว่าแห่ง ที่มีคะแนนต่ำกว่าขันต่ำ กว่า 30 คะแนน ในระดับ เอฟ คืออยู่ในระดับ "สอบตก" อยู่ในมือแล้ว.




กำลังโหลดความคิดเห็น...