xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

จับตา“งูเห่า”ตัวอยู่ ใจไป ไม่ย้ายขั้ว แต่“ฝากเลี้ยง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ พร้อมส.ส.ของพรรคแถลงจุดยืนยังอยู่ร่วมกับฝ่ายค้าน ต่อขอใช้เอกสิทธิ์ของพรรคในการโหวตในสภา
ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ข่าวงูเห่ากลับมาเหม็นโฉ่อีกครั้ง หลังฝ่ายรัฐบาลโหวตแพ้ฝ่ายค้านถึง 2 ครั้ง ติดๆกัน ในการพิจารณา ร่าง ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มันสะท้อนให้เห็นประเด็นเสียงปริ่มน้ำ กำลังสร้างปัญหา

ไม่ใช่แค่บรรดาพรรคเล็ก ที่ออกอาการงอแงเพราะไม่ได้ก้อนเค้ก ยังมีกรณีรัฐมนตรีถ่างขาเป็นส.ส.อีกหลายคน เฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ปาไป 5 คน ไหนจะพรรคร่วมรัฐบาลอีก

รัฐมนตรีไม่สามารถเข้าไปประชุมสภาได้ทุกนัด เพราะมีภารกิจบริหารราชการแผ่นดิน โอกาสจะแพ้โหวตในครั้งต่อๆไปมีสูง มหากาพย์พลังดูด ภาค 2 เลยบังเกิด

เริ่มจากที่ตัวพรรคพลังประชารัฐก่อน ที่ขนาด“บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค ยังรับรู้ปัญหา พูดกลางวงประชุมพรรคครั้งแรก ให้ 5 รัฐมนตรีที่เป็นส.ส. ได้แก่ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คมนาคม ไปพิจารณาดูว่า การสวมหมวกสองใบ เป็นอุปสรรคหรือไม่

แม้“บิ๊กป้อม”ไม่ได้ไล่ตรงๆ แต่การส่งสัญญาณแบบนี้ ตีความได้อย่างเดียวว่า เป็นการ“บีบ”ทางอ้อม เพื่อจะแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำ อย่างน้อยมีผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 5 ชีวิต ในลำดับถัดไปของบัญชีรายชื่อ ที่พร้อมทำงานเต็มเวลามากกว่า ได้แก่ ยุทธนา โพธสุธน ชวน ชูจันทร์ ต่อศักดิ์ อัศวเหม ภิรมย์ พลวิเศษ และ สุรพร ดนัยตั้งตระกูล

ในแง่ของการเข้าเติมเต็มกำลังรบในสภา ยังเป็นการดูแลคนในพรรคพลังประชารัฐ โดยเฉพาะผู้สมัครส.ส.ที่สอบตกให้ทั่วถึง ตามคิวที่ “บิ๊กป้อม”บอก ทุกคนต้องมีงานทำ

การลุกจากเก้าอี้ส.ส.ของ 5 รัฐมนตรี ยังทำให้ดูแลลูกพรรคได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม แถมยังได้ 2 เด้ง เพราะทั้ง ภิรมย์ และสุ รพร เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นเลขานุการ รมว.อุตสาหกรรม และผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามลำดับ ดังนั้น หากได้เลื่อนขึ้นมาเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ จะต้องลุกจากตำแหน่งข้าราชการการเมือง เพิ่มเก้าอี้ว่างในตำแหน่งฝ่ายบริหารไว้เอาไปแจกคนในพรรคได้อีก 2 เก้าอี้

นอกจาก 5 รัฐมนตรี ที่ “บิ๊กป้อม”ส่งสัญญาณให้เลิกเหยียบเรือสองแคม ในส่วนของการกวาดต้อนขุมกำลังเพิ่มจากฝ่ายค้านก็ทำคู่ขนานกันไป ตามคิวที่มีกระแสข่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลกำลังอาศัยจังหวะนี้กวาดต้อน “งูเห่า”เข้ารัง ตามเป้าที่อยากจะมีไว้สัก 270 เสียงในสภา เพื่อความอุ่นใจไม่ต้องกลัวพรรคเล็กจะมางอแงอีก

ซึ่งมันก็มีท่าทีแปลกๆ จากส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนในช่วงนี้แบบบังเอิญ เริ่มตั้งแต่ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ไม่ส่งคนไปประชุมร่วมกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน ก่อน นิยม วรรธนดิฐกุล รองหัวหน้าพรรคดังกล่าว จะออกมายอมรับว่า มีการแปรพักตร์ไปอยู่กับฝ่ายรัฐบาลจริง

กระทั่งวันรุ่งขึ้น ร้อนถึง มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรค ต้องหอบลูกทีมออกมาแถลงเรียงตัวว่า ยังอยู่กับฝ่ายค้าน ไม่ได้ไปไหน เพื่อสยบกระแสทรยศประชาชน

แต่เอาจริงๆ การตกเป็นข่าวและต้องออกมาแก้บ่อยๆ มันทำให้ประชาชนชักสงสัยว่า ไม่มีมูล หมามันไม่ขี้แน่ โดยเฉพาะวรรคของ ภาสกร เงินเจริญ เลขาธิการพรรค ที่ดันหลุดปากมาว่า รู้สึกอึดอัดกับการทำงานของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ที่ชวนให้คิดลึก

และที่สำคัญ ข่าวพรรคเศรษฐกิจใหม่ ย้ายขั้วเที่ยวไหน ไม่ได้หลุดมาจากพรรคพลังประชารัฐ แต่กระสานซ่านเซ็นมาจาก 7 พรรคฝ่ายค้านเอง หลังส.ส.พรรคนี้เบี้ยวไม่มาประชุม เหมือนเป็นการปล่อยออกมาหวังประจานให้สาธารณชนรู้ว่า กำลังจะมีคนชิ่ง

เหมือนรู้จุดอ่อน “มิ่งขวัญ”ที่เป็นพวกหน้าบาง แคร์บรรดาแฟนคลับ จะต้องมาร้อนตัวออกมาชี้แจงเหมือนทุกครั้งแน่ๆ ซึ่งมันก็เข้าอีหรอบนั้นเป๊ะๆ

อย่างไรก็ดี เรื่องส.ส.เศรษฐกิจใหม่ ย้ายมาร่วมงานกับรัฐบาล มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานาน ตั้งแต่ช่วงฟอร์มทีมตั้งรัฐบาลแล้ว ว่ากันว่าจาก ส.ส.ทั้งหมด 6 ชีวิตของพรรค มี 5 ชีวิต ยกเว้น “มิ่งขวัญ”โอเคเซย์เยสจะสนับสนุนฝ่ายรัฐบาล แต่ยังมาไม่ได้ เพราะกลัวกระแสตีกลับ

กระทั่งช่วงนี้ที่สบจังหวะ เพราะ 7 ฝ่ายค้าน ตั้งหน้าตั้งตาเล่นแต่ประเด็นการเมืองอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นเรื่องถวายสัตย์ของคณะรัฐมนตรี ทั้งที่ปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชน เป็นวาระที่ร้อน และสำคัญที่สุดในตอนนี้ ไม่ว่าจะภัยแล้ง หรือค่าครองชีพ

มันเป็นภาพที่สวนทางกัน รัฐบาลลงพื้นที่แก้ปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ให้ประชาชน ในขณะที่ 7 ฝ่ายค้าน มัวรณรงค์แต่เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และจ้องล้มรัฐบาลไม่เลิก

ขณะที่คอนเซปต์พรรคเศรษฐกิจใหม่ นั้นมุ่งขายนโยบายอยู่ดีกินดี เป็นหัวใจสำคัญ มันเลยมีข้ออ้างและเหตุผลหากจะพลิกขั้วมาอยู่กับฝ่ายรัฐบาล

เหนือสิ่งอื่นใดคือ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่ได้เป็นพรรคที่มีเงินอู้ฟู้ ชนะการเลือกตั้งเข้ามาเพราะกระแสคนรุ่นใหม่ และชอบในบุคลิกและแนวความคิด “มิ่งขวัญ” แต่กระนั้น ตอนเลือกตั้งนายทุนพรรคก็ควักไปเยอะ แต่ติดกับดักตัวเอง ต้องมาเป็นฝ่ายค้าน อดอยากปากแห้ง แถมยังไม่ได้ทุนคืน

พรรคใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ ก็ไม่เคยใยดีหยิบยื่นสะตุ้งสตางค์ มาดูแล เอาแต่ปริมาณส.ส.ของพรรคร่วมฝ่ายค้านไปดำเนินการตามเป้าหมายตัวเอง มันเลยเป็นช่องโหว่ให้ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีใจข้ามฟาก

และงูเห่าเวอร์ชั่นนี้เรียกว่า เป็นเวอร์ชั่นฝากเลี้ยง คงไม่ผิด ที่ไม่จำเป็นต้องย้ายพรรคให้คนนินทาหมาดูถูกว่า เห็นแก่เศษกระดูก จนทรยศอุดมการณ์ เพราะแม้จะยืนยันที่จะเป็นฝ่ายค้านต่อ แต่ได้บอกแล้วว่าจะไม่ได้ค้านทุกเรื่องของรัฐบาล หากประชาชนได้ประโยชน์ เปิดช่องให้ตัวเองยกมือสนับสนุนได้

ได้ต่อลมหายใจ แบบไม่เจ็บตัวมาก!

ไม่เว้นแม้แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย หลังจาก 3 ส.ส.สุรินทร์ ได้แก่ ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, ตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล และ คุณากร ปรีชาชนะชัย โผล่ไปต้อนรับขับสู้ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระหว่างลงพื้นที่ตรวจภัยแล้ง จ.สุรินทร์ แบบเซอร์ไพร์ส

ลำพังไปยืนต้อนรับพอเข้าใจได้ ในฐานะตัวแทนประชาชนต้องการงบลงพื้นที่ แต่ฉากอวย “บิ๊กตู่”มันเลี่ยนเกินกว่าที่บรรดาแฟนคลับฝ่ายค้านจะรับได้ มันกลายเป็นปริศนาสำคัญ

เพราะเจ้าตัวต้องรู้อยู่แล้วว่า ปากพาไปแบบนั้น ย่อมสร้างความเกรี้ยวกราดให้แกนนำพรรคแน่นอน แต่ตัดสินใจทำ นั่นแสดงว่า ผลตอบแทนต้องคุ้ม

แม้ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาลแน่ ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ยกเว้นโดนไล่ แต่ไม่ได้รับปากว่าในการลงมติวาระสำคัญๆ จะเป็นทางเดียวกับ 7 พรรคฝ่ายค้าน หรือไม่

ดูแล้วงูเห่า เวอร์ชั่นอ้างเอกสิทธิ์ความเป็นส.ส. ลงมติโดยไม่ยึดแบบเดียวกับพรรค น่าจะล้น ส.ส.นับจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นกรณีพรรคเศรษฐกิจใหม่ หรือ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทยก็ตาม

เพราะรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำอยู่แล้ว






กำลังโหลดความคิดเห็น...