xs
xsm
sm
md
lg

‘ทรัมป์’ ยังไม่ลดระดับความกร่าง

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สมควรได้รับการยอมรับว่าเป็นสุดยอดของผู้นำชาติมหาอำนาจจอมอหังการอย่างแท้จริง ทั้งในด้านพฤติกรรมการแสดงออกหรือคำพูด

นโยบายแต่ละเรื่อง ส่งผลกระทบไปหลายประเทศหรือทั่วโลกหรือคนอเมริกันเองก็ตาม ผู้นำทำเนียบขาวแทบไม่ต้องวิเคราะห์ถึงผลได้ผลเสียเพราะที่ผ่านมาไม่เคยยอมรับว่าตัวเองได้กระทำอะไรผิดพลาด

ในสงครามการค้ากับจีนซึ่งยังไม่มีท่าทีลดราวาศอก คนอเมริกันรวมทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเริ่มประสบภาวะลำบาก แต่ยังไม่สามารถกดดันให้ผู้นำทำเนียบขาวทบทวนหรือพิจารณานโยบายโดยรวม ทำได้เพียงแค่เลื่อนการขึ้นภาษีสินค้าบางตัวซึ่งจะทำให้เสียงโวยวายของคนอเมริกันดังกว่าเดิม

อย่างที่ได้เคยว่าไว้ในปีที่สามของการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ ทรัมป์ต้องมาก่อนอเมริกา

เรื่องการเมืองการค้าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือเรื่องสังคมของคนอเมริกันใดก็ตาม ผู้นำทำเนียบขาวจะพูด หรือทำอะไรไม่ต้องฟังความเห็นของที่ปรึกษา และเมื่อประกาศนโยบายอะไรไปแล้วเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็พลิกกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือก็มี

จะเอาว่าเป็นมนุษย์ที่มีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดสูง และทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะใช้วิธีโกหกซึ่งหน้า ใช้ข้อมูลเท็จ ข้อมูลลวง และกล่าวหาผู้อื่นได้อย่างที่ผู้นำประเทศที่พัฒนาแล้วยังต้องรู้สึกอายแทน

แต่ก็อยู่รอดมาได้แม้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นนักโกหก ซึ่งเทียบกับอดีตประธานาธิบดีคนก่อนๆ ถ้ากระทำแบบทรัมป์คงไม่สามารถตากหน้าสู้กระแสเสียงวิจารณ์การโจมตีได้อย่างยาวนานเช่นนี้

ทุกวันนี้ยังไม่มีใครประเมินได้ว่าปัจจัยหรือเรื่องอะไรที่จะหยุดทรัมป์ไม่ให้มีโอกาสชนะการเลือกตั้งเป็นผู้นำทำเนียบขาวสมัยที่ 2 ได้

ทรัมป์ได้ทำในสิ่งที่ผู้นำสหรัฐฯ ในอดีตไม่กล้าทำมาก่อน เช่น การเหยียดผิวและเชื้อชาติ การสร้างความแตกแยกในสังคมพฤติกรรมด้านขาดมนุษยธรรมในนโยบายเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศละตินอเมริกา

นโยบายการพรากพ่อแม่จากลูก หรือการสร้างปัญหาทำให้ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพต้องเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก ท่ามกลางเสียงตำหนิรุนแรง ก็ไม่ทำให้ผู้นำทำเนียบขาวหวั่นไหวหรือเปลี่ยนใจได้

ท่าทีการเหยียดสีผิวและเชื้อชาติได้สร้างความกังวลในสังคมอเมริกันว่าจะเป็นปัญหาที่หยั่งรากลงลึก จนยากต่อการแก้ไข เพราะถ้าเกิดวิกฤตขึ้นมาทรัมป์ก็จะอยู่ได้อย่างมากก็อีกหนึ่งสมัย ถ้าไม่มีปัญหา กระทำผิดกฎหมาย มีคดีอาญาหลังจากพ้นตำแหน่ง

ทรัมป์ยังเอาตัวรอดได้ตราบใดที่เศรษฐกิจของสหรัฐฯ ยังไม่ดิ่งเหว แม้จะมีสัญญาณค่อนข้างชัดแล้วว่ากำลังเผชิญกับภาวะถดถอยติดต่อกันสองไตรมาสแล้ว แต่ยังเสียงแข็งอ้างว่าไม่เป็นความจริงแม้คนอเมริกันและผู้ประกอบการเห็นได้ชัดว่ามีความกดดันให้ธนาคารกลางลดดอกเบี้ยนโยบายให้ต่ำลงอีก

นั่นเป็นเพราะว่าทรัมป์ รู้ดีถ้าคนอเมริกันต้องลำบากหนักหนาสาหัสโอกาสชนะเลือกตั้งจะมีน้อยกว่าที่เป็นอยู่ แม้ตัวเลขด้านเศรษฐกิจต่างๆ อยู่ในเชิงลบอันเป็นผลจากสงครามการค้าและการตั้งกำแพงภาษีกับจีนและนโยบายคว่ำบาตรชาติอื่นๆ ทำให้ราคาน้ำมันโลกและตลาดหุ้นปั่นป่วนเป็นระยะๆ

นับวันผู้นำทำเนียบขาวมีเพื่อนน้อยลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ยังยอมคบหาอยู่เพราะความเกรงใจในความเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจ และมีอิทธิพลสามารถกำหนดทิศทางของภาวะต่างๆ ในโลกได้

และทรัมป์ไม่เคยแคร์ เหมือนกับว่าถ้าประเทศเสียหายและตัวเองอยู่ได้ก็ถือว่าใช้ได้

ล่าสุดความยโสโอหังของทรัมป์ ถูกตอกหน้าโดยผู้นำเดนมาร์กหลังจากไปเสนอขอซื้อเกาะกรีนแลนด์ แสดงความกร่าง เมื่อทรัมป์ถูกสวนกลับแบบไม่ไว้หน้าก็ทำให้เกิดอารมณ์ขุ่นเคือง จนต้องขอเลื่อนกำหนดการไปเยือนเดนมาร์ก

นายกฯ สตรีของเดนมาร์กประกาศชัดเจนว่ากรีนแลนด์ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกไม่ได้เป็นของเดนมาร์ก แต่เป็นของกรีนแลนด์และยังเหน็บทรัมป์อีกด้วย ว่าการขอเสนอซื้อเกาะกรีนแลนด์เป็นเรื่องไร้สาระน่าหัวร่อ

อีกประเด็นเป็นคำพูดเผ็ดร้อนเช่นเดียวกัน ทรัมป์ประกาศว่าคนยิวในสหรัฐฯ ซึ่งเลือกพรรคเดโมแครตเป็นผู้ที่ไม่ประสีประสา และไม่มีความรู้สึกจงรักภักดี หมายความว่าใครก็ตามที่เป็นยิวและไม่เอาทรัมป์ เป็นพวกใช้ไม่ได้ หรือถึงขั้นเป็นผู้ทรยศต่อชาตินั่นเลย

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผู้นำทำเนียบขาวมีจุดยืนสนับสนุนประเทศอิสราเอลแบบสุดลิ่มทิ่มประตู อะไรก็ตามที่อิสราเอลทำจะถูกต้องหมด และใครก็ตามที่ต่อต้านอิสราเอลถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกับสหรัฐฯ ซึ่งก็คือตัวทรัมป์นั่นเอง

จะไม่ให้แคร์มากได้อย่างไรเพราะลูกเขยหัวแก้วหัวแหวนของทรัมป์เป็นคนยิว จากตระกูลผู้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์ก ซึ่งก็สมประโยชน์กับทรัมป์ และทั้งลูกเขยลูกสาวก็เป็นที่ปรึกษาของท่านผู้นำประเทศ

นายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยคนโปรด ถือว่าเป็นตัวเชื่อมพิเศษกับผู้นำอิสราเอล นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งเคยพักอาศัยอยู่กับครอบครัวของลูกเขยช่วงที่มาเรียนหนังสือในสหรัฐฯ

คนอเมริกันจึงมีทั้งชื่นชมและชิงชังผู้นำ คนผิวขาวแทบจะบูชาเมื่อทรัมป์สนับสนุนกลุ่มคนผิวขาวหัวรุนแรง

ชาวโลกได้เพียงแต่รอดูต่อไปว่าผู้นำทำเนียบขาวจอมห้าวจะดำเนินนโยบายอะไร ก่อให้เกิดวิกฤตรอบใหม่และรุนแรงอย่างไรหรือไม่
กำลังโหลดความคิดเห็น...